บทที่ 1145 อย่ามาแหยม
“ปฐพีพินาศ เจ้ารู้ความผิดของตัวเองหรือไม่!” ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ยืนอยู่กลางอากาศเสียงดังกังวานดุจฟ้าคำราม และเมื่อเขามาถึงทั้งยังลงมืออย่างเหี้ยมหาญ พลานุภาพของเขาก็ได้แผ่ไพศาลไปทั่วแปดทิศนานแล้ว
ซ้ำที่พักอาศัยของเทียนจุนปฐพีพินาศยังอยู่เขตใจกลางเมืองของเขตการปกครองนี้พอดี บวกกับที่ป๋ายเสี่ยวฉุนควบคุมพลังได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้ปราณของเขาจะเขย่าคลอนไปทั้งฟ้าดิน แต่พลานุภาพสยบและแรงโจมตีจากการลงมือของเขากลับจำกัดอยู่แค่ในวิหารเซียนของเทียนจุนปฐพีพินาศเท่านั้น เป็นเหตุให้นครแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบสักเท่าไหร่ ทว่านักพรตจำนวนนับไม่ถ้วนของราชวงศ์จักรพรรดิแสที่รายล้อมอยู่รอบด้านก็ยังพากันหันมามองด้วยใจที่สะท้านไหว
ได้เป็นที่จับจ้องของคนมากมาย ป๋ายเสี่ยวฉุนย่อมเปี่ยมไปด้วยความอาจหาญมาดมั่น ทว่าสำหรับเทียนจุนปฐพีพินาศแล้ว เรื่องนี้ทำให้เขาเดือดแค้นอย่างถึงที่สุด หลังจากคำรามกร้าวกระด้าง เขาก็ถึงกับฝืนดิ้นรนจะให้หลุดพ้นจากการกำราบของกระบี่ใหญ่สายเหนือให้จงได้
ป๋ายเสี่ยวฉุนแค่นเสียงเย็น มือขวายกขึ้นทำมุทรา กระบี่ใหญ่สายเหนือพลันเพิ่มอานุภาพขึ้นไปอีกสามส่วน มองไกลๆ กระบี่ใหญ่สายเหนือในเวลานี้ขยายไปเป็นร้อยจั้งแล้ว ไม่ได้ถูกป๋ายเสี่ยวฉุนกุมไว้ แต่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเทียนจุนปฐพีพินาศได้ด้วยตัวเอง และพอป๋ายเสี่ยวฉุนทำมุทรา กระบี่ใหญ่ก็ลดตัวลงไปด้านล่างอีกครั้ง
เพียงแต่ว่าระหว่างที่มันลดต่ำลงมากลับทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน แรงขัดขืนที่เพิ่งปรากฏขึ้นของเทียนจุนปฐพีพินาศพังทลายลงในพริบตาอีกครั้ง เขากระอักเลือดคำใหญ่ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตกหลายเส้น ไม่นานเมื่อเสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว รอบกายของเขาก็ถล่มยวบเป็นหลุมลึก
พลังกดดันที่เขาไม่อาจแบกรับได้กำลังดิ่งลงมาจากกระบี่ใหญ่อย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าหากเขาคลายแรงต้านทานแม้เพียงนิด กระบี่ใหญ่นั่นก็จะตวัดฟันลงมา!
ต้องรู้ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนที่เป็นเทียนจุนช่วงกลาง
เดิมทีก็สามารถสยบเทียนจุนปฐพีพินาศได้อยู่แล้ว แถมตอนนี้เขาลงมือทีก็ใช้กระบี่ใหญ่สายเหนือ นี่จึงไม่ใช่การสยบอีกต่อไป แต่กลายมาเป็นการ…บดขยี้!
“จะถามเจ้าอีกครั้ง ปฐพีพินาศ เจ้ารู้ความผิดของตัวเองหรือไม่!” น้ำเสียงของป๋ายเสี่ยวฉุนเย็นเยียบ ทั้งดวงตาที่หลุบมองเหยียดต่ำนั้นก็ยังเผยให้เห็นไอสังหารคมกริบแล้วด้วย
“ป๋ายเสี่ยวฉุน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะกล้าฆ่าข้า!!” ต่อให้เกร็งจนหน้าแดงก่ำ เทียนจุนปฐพีพินาศก็ยังคำรามอย่างดุดัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหลบ แต่เป็นเพราะฝ่ามือจากพลังแห่งความคิดของป๋ายเสี่ยวฉุนเมื่อครู่นี้ไม่เพียงแต่ทำลายให้วิหารเซียนของเขาย่อยยับ ยังกลายมาเป็นตราผนึกอย่างหนึ่งที่ปิดตายพื้นที่โดยรอบ เว้นเสียแต่ว่าตบะเหนือกว่า หาไม่แล้วก็ไม่มีทางหนีออกไปได้เลย
แต่กระนั้นปฐพีพินาศก็ยังคงไม่ยอมแพ้ เขาเชื่อว่าป๋ายเสี่ยวฉุนไม่กล้าฆ่าคน เพราะหากอีกฝ่ายฆ่าตนขึ้นมาจริงๆ ต่อให้ตนจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้ แต่จะอย่างไรซะนี่ก็เป็นความขัดแย้งที่เกี่ยวพันกับทั้งราชวงศ์จักรพรรดิแสและราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง เขาจึงเชื่อว่าต่อให้เป็นคนที่โง่เง่าขนาดไหนก็ต้องใคร่ครวญถึงเรื่องนี้
“ข้าน่ะรึไม่กล้า?” ป๋ายเสี่ยวฉุนได้ยินคำพูดอีกฝ่ายก็ถลึงตาดุดัน จากนั้นถึงได้หัวเราะเสียงกระด้าง
“เอาเถิด ดูท่าเจ้าคงจะลืมตัวตนของข้าไปเสียแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะทำให้เจ้าได้เห็นว่า ข้าผู้แซ่ป๋ายกล้าฆ่าคนหรือไม่!” ป๋ายเสี่ยวฉุนที่โกรธจนกลายมาเป็นหัวเราะระเบิดปราณบนร่างออกมาอีกครั้ง คราวนี้มือทั้งคู่ของเขาทำมุทรา ไอสังหารในดวงตาปะทุพุ่ง แล้วพลันชี้ไปที่กระบี่ใหญ่สายเหนือ
กระบี่ใหญ่พลันสั่นสะเทือน ปราณกระบี่สะท้านฟ้าสะเทือนดินที่ได้รับการปลุกเสกจากตบะเทียนจุนช่วงกลางของป๋ายเสี่ยวฉุนเข้าไป มากพอจะสังหารเทียนจุนช่วงต้นได้ก็พลันปะทุพล่าน
ท่ามกลางการซัดแผ่ของปราณกระบี่นี้ ร่างของเทียนจุนปฐพีพินาศสั่นเทิ้ม เดิมทีเขาก็ต้านทานด้วยพลังอันเป็นขีดจำกัดอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาถูกปราณกระบี่โจมตีเข้าอีก อวัยวะภายในจึงพากันสั่นสะเทือน วินาทีที่เลือดสดทะลักทลายออกมาจากปากของเขา กระบี่ใหญ่สายเหนือที่ลอยอยู่เหนือศีรษะก็พองขยายกลายมามีขนาดพันจั้ง แล้วฟันฉับลงมาที่เทียนจุนปฐพีพินาศพร้อมๆ กับพลังอานุภาพของโลกใบหนึ่ง!
ดูจากพลังอำนาจนั้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าหมายจะเอาชีวิต!
“ป๋ายเสี่ยวฉุน เจ้า…” เทียนจุนปฐพีพินาศหน้าเผือดสีไปในบัดดล ตอนที่เขาพูดในกายก็มีวงแสงเจ็ดสีแผ่ออกมา ครั้นจึงกลายร่างมาเป็นมังกรยักษ์เจ็ดตัวที่ร้องคำรามกระโจนเข้าหากระบี่ใหญ่ หมายจะต้านทานเอาไว้ ขณะเดียวกันสมบัติอาคมจำนวนนับไม่ถ้วนในถุงเก็บของของเขาก็พากันบินออกมาแล้วสร้างชั้นป้องกัน
ยังไม่สิ้นสุด เขาที่เกร็งจนเส้นเอ็นปูดขึ้นหน้าผากยังใช้ท่าไม้ตายของตัวเอง ด้านหลังจึงมีวัวใหญ่สีดำเมื่อมจำแลงกายออกมา
พอวัวใหญ่เผยกาย ปราณปีศาจก็พุ่งสะท้านฟ้า ก่อนที่มันจะร้องฮึ่มแล้วพุ่งเข้าชนกระบี่ใหญ่
นี่ก็คือวิชาอภินิหารที่ใช้ปกป้องชีวิตของเขาอย่าง ปีศาจวัวคลอนนภา!
ในเวลาปกติเขาจะไม่เอาท่าไม้ตายออกมาใช้ง่ายๆ เพราะต้องเผาผลาญพลังมากเกินไป ต่อให้จะเป็นถึงเทียนจุนช่วงต้นก็ยังรับไม่ค่อยไหว ส่วนเวทความคิดและการกำราบทางตบะก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่เวลานี้เขาไม่มัวมาคิดอะไรให้วุ่นวายอีกแล้ว ได้แต่สู้สุดกำลังที่มีเท่านั้น
ท่ามกลางเสียงกึกก้อง ฟ้าดินสั่นสะเทือนโยกไหว ทุกคนที่เฝ้าจับตามองสูดหายใจเฮือกๆ ติดต่อกัน เห็นเพียงว่ามังกรยักษ์หลากสีเจ็ดตัวที่เพียงแค่ปะทะกับกระบี่ใหญ่ก็มิอาจต้านทานไว้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว พริบตาเดียวก็ระเบิดทลาย ส่วนสมบัติอาคมที่ตามมาทีหลังก็ไม่ได้ช่วยอะไรเหมือนกัน!
ภายใต้เสียงระเบิดที่ดังซัดเป็นระลอก กระบี่ใหญ่สายเหนือพกพาเอาพลังนับหมื่นชั่งพุ่งแหวกเข้ามาราวกับจะฉีกทึ้งความว่างเปล่าให้ย่อยยับ ครั้นจึงตรงเข้าชนกับปีศาจวัวสีดำอย่างจัง!
เสียงกัมปนาทสะท้อนก้อง กระบี่ใหญ่สายเหนือหยุดชะงักเป็นครั้งแรก แต่ก็แค่หยุดไปครู่เดียวเท่านั้น เพราะเมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนแค่นเสียงเย็น และแผ่ตบะออกไป พริบตาเดียวกระบี่ใหญ่ก็แทงทะลวงปีศาจวัวตรงดิ่งเข้าหาเทียนจุนปฐพีพินาศ!
ฝีมือคนทั้งสองห่างชั้นกันไกลนัก เมื่อเบื้องหน้ากางกั้นด้วยระยะห่างทางพลังการต่อสู้ที่คนละระดับกัน ทุกวิธีการรับมือของเทียนจุนปฐพีพินาศจึงไม่ต่างจากตั๊กแตนที่ขวางหน้ารถ ภายใต้เสียงปังๆ ที่ดังขึ้นเพราะการระเบิดแตกของสมบัติอาคมและการเลือนหายของเวทคาถา เมื่อกระบี่ใหญ่สายเหนือฟันแสกหน้าเข้ามา ในใจของเทียนจุนปฐพีพินาศก็พลันเกิดคลื่นลูกยักษ์โถมกระหน่ำ
“สมควรตายนัก เขาคือคนของโลกทงเทียน เขาไม่ใช่เทียนจุนของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง!!”
“เขาจะฆ่าข้าก็คือฆ่าจริงๆ ทั้งเป้าหมายของเขาก็คือต้องการจุดชนวนสงครามระหว่างราชวงศ์จักรพรรดิแสและราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง!!” เมื่อเผชิญกับวิกฤตถึงเป็นถึงตาย ลมหายใจของเทียนจุนปฐพีพินาศก็ถี่กระชั้น ต่อให้จักรพรรดิแสสามารถใช้เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าชุบชีวิตเขากลับมาได้ แต่เทียนจุนปฐพีพินาศก็รู้ชัดเจนดีอยู่แก่ใจว่าทุกครั้งที่ทำการชุบชีวิต ตนจะต้องสูญเสียพลังการต่อสู้ส่วนหนึ่งไปตลอดกาล
ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการเพิ่มตบะในวันข้างหน้า เว้นเสียแต่ว่าจะถึงช่วงเวลาที่ต้องตายอย่างเลี่ยงไม่ได้ หาไม่แล้วใครก็ไม่ต้องการเลือกที่จะตาย!
หลังจากแน่ใจแล้วว่าเจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนที่อยู่ตรงหน้าคือคนบ้าคนหนึ่ง เทียนจุนปฐพีพินาศก็พลันหวาดกลัว ทั้งยังรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ทำไมก่อนหน้านี้ถึงคิดจะไปรีดไถป๋ายเสี่ยวฉุน
ขณะเดียวกันกับที่ความคิดในสมองของเขาหมุนวนเร็วจี๋ กระบี่ใหญ่นั้นก็กดลงมาเสียงดังครืนครั่น เทียนจุนปฐพีพินาศรู้สึกเพียงวิกฤตความเป็นความตายที่รุนแรงที่แผ่อวลไปทั่วหัวใจ ทั้งหน้าผากยังเริ่มมีรอยเลือดเส้นหนึ่งปริออกมาคล้ายร่างทั้งร่างจะถูกฟันให้ขาดออกเป็นสองท่อน!
“ป๋ายเสี่ยวฉุน เจ้าเอาคนของโลกทงเทียนกลับไปได้!!” ภายใต้ความบีบคั้นที่ต้องเลือกระหว่างจะอยู่หรือตาย เทียนจุนปฐพีพินาศที่กัดฟันกรอดพลันเอ่ยประโยคนี้ออกมา คำพูดนี้ของเขาแม้จะเหมือนไม่ยอมรับผิด แต่ก็คือการยอมรับผิดดีๆ นี่เอง
ทว่าป๋ายเสี่ยวฉุนมิอาจยอมรับท่าทีเช่นนี้ได้ วันนี้ที่เขามาก็เพื่อโอ้อวดบารมี เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเขาป๋ายเสี่ยวฉุนไม่ใช่เทียนจุนช่วงต้นอีกต่อไปแล้ว และหากใครก็ตามที่กล้ามาล่วงเกินเขา เขาก็จะกลายเป็นคนบ้าระห่ำที่กล้าฆ่าคนผู้นั้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วป๋ายเสี่ยวฉุนก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ เขาไม่สามารถฆ่าเทียนจุนได้เด็ดขาด นี่เป็นเรื่องใหญ่เกินไป ซึ่งหากเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จักรพรรดิเซิ่งก็ย่อมต้องเอาเรื่องนี้มาอ้างในการยื่นมือเข้าแทรกเรื่องการหลอมพลังจิตของเขตการปกครองอวิ๋นไห่ ป๋ายเสี่ยวฉุนย่อมไม่มีทางเปิดโอกาสนี้ให้แก่จักรพรรดิเซิ่ง แต่หากปล่อยเทียนจุนปฐพีพินาศไปทั้งอย่างนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็รู้สึกยอมไม่ได้อีกเช่นกัน
ดังนั้นต่อให้เทียนจุนปฐพีพินาศจะยอมอ่อนข้อให้ ทว่าป๋ายเสี่ยวฉุนที่ดวงตาโชนแสงลุกเรืองกลับยังไม่คลายความดุร้าย กระบี่ใหญ่ก็ยังคงฟันดิ่งลงไปเสียงดังน่าหวั่นผวา!
“ไม่ฆ่าเจ้า แต่ก็ต้องขู่ให้เจ้ากลัวให้ได้!” ป๋ายเสี่ยวฉุนแค่นเสียงเย็นอยู่ในใจ ท่าทางของเขา พลังอำนาจของเขา ปราณสังหารของเขา ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนสมจริงอย่างถึงที่สุด ทำเอาเทียนจุนปฐพีพินาศใจหายวาบอีกครั้ง
“สมควรตายนัก ไอ้บัดซบ ข้าอุตส่าห์ปล่อยคนของเขาแล้วแท้ๆ!!”
เทียนจุนปฐพีพินาศร้องคำรามอยู่ในใจ โคจรตบะทั้งหมดมาต้านรับ ทว่าแผลปริแตกบนหน้าผากกลับยังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าร่างทั้งร่างกำลังจะแหลกสลายทั้งเป็นเพราะแรงสะเทือน เขาก็กัดฟันพูดโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ อีกแล้ว
“ข้า…ยอมรับผิดแล้ว!!” วินาทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาจากปากของเทียนจุนปฐพีพินาศ ประกายเย็นชายังคงวาววับอยู่ในดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุน และกระบี่ใหญ่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนทิศทาง ยังคงเคลื่อนลงมาพร้อมเสียงดังสะเทือนเลือนลั่น กะโหลกศีรษะของเทียนจุนปฐพีพินาศเริ่มปริแตก ความเจ็บปวดรุนแรงอย่างที่มิอาจทนรับได้ไหวทำให้เทียนจุนปฐพีพินาศแผดเสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวด ทว่ากลับไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
“ป๋ายเสี่ยวฉุน พวกเราไม่มีความแค้นต่อกัน!”
เทียนจุนปฐพีพินาศคลุ้มคลั่งเต็มที เขารู้สึกเจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนผู้นี้บ้าระห่ำยิ่งกว่าคนบ้าเสียอีก เขาสิ้นหวังเสียแล้ว ด้วยรู้ดีว่าคงมิอาจหนีเคราะห์ครั้งนี้ได้พ้น ทว่าวินาทีที่เทียนจุนปฐพีพินาศหมดสิ้นความหวังนั้นเอง กระบี่ใหญ่สายเหนือที่ป๋ายเสี่ยวฉุนควบคุมอยู่กลับเอนออก ไม่ได้ฟันลงมาที่หัวกะโหลกของเทียนจุนปฐพีพินาศ แต่แฉลบเฉือนไหล่ขวาของเขาไป!
ท่ามกลางเลือดสดที่สาดกระเซ็น เทียนจุนปฐพีพินาศร้องอื้ออึงอยู่ในลำคอ ร่างถูกแรงโจมตีของกระบี่ใหญ่ผลักให้ถอยกรูด สีหน้าของเขาซีดเผือด หลังจากรีบหยุดเลือดอย่างว่องไว เขาที่หายใจหอบหนักก็เงยหน้าจ้องป๋ายเสี่ยวฉุนเขม็ง แม้ในใจเขาจะเคียดแค้น แต่กลับรู้สึกดีใจที่รอดพ้นหายนะมาได้เสียมากกว่า
ยิ่งเห็นว่าในดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนยังมีความดุดันเต้นระริก หัวใจของเทียนจุนปฐพีพินาศก็เต้นกระหน่ำรัวแรง
“ฉวยโอกาสที่ข้ายังไม่เปลี่ยนใจ รีบไสหัวไปซะ หากใจยังไม่ยอมแพ้ ข้ารอเจ้าอยู่ที่เขตการปกครองอวิ๋นไห่!” ป๋ายเสี่ยวฉุนชี้นิ้วไปที่กระบี่ใหญ่สายเหนือหนึ่งที กระบี่เล่มนั้นก็กลายร่างเป็นแสงเส้นหนึ่งที่พุ่งกลับเข้าไปในมือของเขา เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนคว้าด้ามจับกระชับแน่น ปลายแหลมของกระบี่ที่สั่นน้อยๆ ก็ยังคงแผ่ประกายเย็นเฉียบเหี้ยมเกรียมดังเดิม
เทียนจุนปฐพีพินาศถอนหายใจอยู่ในใจ โอดครวญถึงความซวยของตัวเอง ไม่มีใครอยากจะไปมีเรื่องกับคนบ้าหรอก เพราะไม่เพียงแต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ยังเหมือนเอาไฟมาเผาตัว แม้สภาพในตอนนี้จะกระเซอะกระเซิง ทั้งยังต้องขายหน้าคนมากมาย แต่จะอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็คือเทียนจุนช่วงกลาง พอคิดอย่างนี้เทียนจุนปฐพีพินาศก็สบายใจขึ้นมาไม่น้อย เขาไม่พูดคำใด เพียงคว้าแขนข้างที่ขาดของตัวเองแล้วหมุนกายเป็นรุ้งยาวจากไปไกลอย่างรวดเร็ว