Skip to content

A World Worth Protecting 24

บทที่ 24 ข้าไม่ขอประลองกับเจ้า

เสียงคำรามด้วยความโกรธก้องกังวาน สอดรับด้วยเสียงดูหมิ่นเหยียดหยามดังไปทั่วชั้นสองของชมรมการต่อสู้

“เจ้ากระต่ายอ้วนไร้สำนึกนัก คิดจะรังแกแต่ผู้ฝึกตนขั้นผนึกกายาแค่นั้นรึ แน่จริงก็ให้เหล่าผู้ฝึกตนขั้นบำรุงชีพจรเข้ามาท้าสู้บ้างสิวะ!”

“พูดถูก เจ้ากล้าดีเยี่ยงไรถึงจองหองคิดว่าตนนั้นเก่งกาจนัก ในเมื่อข่มเหง     เพียงคนผู้ฝึกตนขั้นผนึกกายาเท่านั้น!”

กลุ่มคนที่โดนทำลายกล่องดวงใจมาอย่างน่ารันทด รวมไปถึงผองเพื่อนญาติมิตรต่างตะโกนสาปแช่งกันกึกก้อง

หวังเป่าเล่อรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ได้ยินคำพูดคำจาเหล่านั้น

“ท่านกล่าวหาว่าข้ารังแกชนผู้ฝึกตนขั้นผนึกกายาได้อย่างไร ในเมื่อข้าเองก็อยู่ระดับเดียวกัน หยุดโวยวาย แล้วขึ้นมาต่อสู้กันดีกว่า!”

อาจเพราะภาพเตะอัดเป้านั้นติดตาเกินไป ทำให้จำนวนคนท้าสู้น้อยลงไปทุกที ไม่ว่าอย่างไร การฝึกซ้อมที่ผ่านมาพัฒนากระบวนท่าบิดหมุนและกระบวนท่าเตะ    ผ่าหมากของเขาขึ้นมาก

ชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองมีพรสวรรค์ในการต่อสู้รูปแบบนี้ กระบวนท่าอัด  ง่ามขาของเขามีหลายรูปแบบนัก

บางครั้งชายหนุ่มเตะเข้าจังๆ จากด้านหน้า บ้างก็เหวี่ยงเท้าไปทางด้านข้าง หรือแม้แต่การอัดเสยจากด้านล่างพร้อมง้างขาก่อนหวดอย่างสุดแรงก็ยังเคยทำมาแล้ว…

ขณะที่หวังเป่าเล่อแสดงลีลาการเตะผ่าหมากอย่างแพรวพราว กลุ่มคนดูต่าง   สาปส่งอย่างใจสั่น พวกเขารับรู้ถึงความเจ็บระทมนั้นได้ดี ราวกับว่าเจ้าหนูของตนเองนั้นโดนบดขยี้ไปด้วย เสียงตะโกนยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากมีผิวเปราะบาง คงต้องสิ้นชีวาเพราะหนังฉีกขาดไปกับเสียงก่นด่าเหล่านี้เป็นแน่ โชคยังเข้าข้างหวังเป่าเล่อเพราะเนื้อหนังของเขานั้นด้านชาและหนาทนนัก           เมื่อได้สวมหน้ากากอีกชั้นยิ่งทำให้หนังหน้าทวีความเหนียวไปอีก

ชายอ้วนไม่รู้สึกอนาทรร้อนใจแต่อย่างใด หนำซ้ำดูเหมือนว่าความสามารถด้านการเย้ยหยันยังฉายแววด้วย

“มีผู้ใดต้องการจะท้าชนกับข้าอีกหรือไม่

“ท่าน…ที่ตะโกนเสียงดังอยู่นั่นน่ะ เคยพูดไว้นี่ว่าข้าไม่ควรหักนิ้ว อย่างนั้นขึ้นมาสิ รับรองว่าข้าจะไม่แตะต้องนิ้วของท่านให้งอเลยล่ะ!”

ชายหนุ่มเริงร่ากับการค้นหาคู่ต่อสู้คนใหม่ ทันใดนั้นได้มีหญิงสาวนางหนึ่งส่งเสียงขึ้นมาท่ามกลางความโกลาหล เสียงนั้นถูกส่งผ่านไปยังสังเวียนอย่างชัดเจน

“ข้านี่แหละ ขอท้าเจ้า” แม้จะเป็นเสียงจากสตรี แต่ความก้องกังวานนั้นช่าง   ทรงพลังและน่าเกรงขามไม่น้อย

ทุกสายตาจ้องเป็นจุดเดียว กลุ่มคนดูจะค่อยๆ แหวกทางให้หญิงสาวต่างวัย    สองนางเดินผ่านแต่โดยดี โฉมงามผู้น้องมาในชุดคลุมฝึกซ้อมพร้อมหน้ากาก         แมวเหมียวคู่ใจ ต่างจากผู้เป็นพี่ที่ไม่มีอะไรบดบังใบหน้า รูปร่างหน้าตาช่างละมุนสมบูรณ์แบบ นางสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างเย้ายวน    ใครเห็นเป็นต้องตะลึงในความงดงามนี้

ไม่ต้องกล่าวถึงเรือนผมหยักศกอันทรงเสน่ห์ ดวงตาของนางนั้นราวกับพยัคฆ์  เสือดำป่าจอมนักสู้ ซึ่งชายชาตรีทุกคนเป็นอันต้องหลงใหลดังต้องมนตร์ด้วยใจระรัว

มากไปกว่านั้น มวลพลังที่แผ่ออกจากตัวนางยิ่งน่าทึ่ง เพราะมันมิใช่มวลพลังของผู้ฝึกตนขั้นผนึกกายาทั่วไป หากแต่เป็น…รังสีของผู้ฝึกตนขั้นบำรุงชีพจร!

ผู้ฝึกตนขั้นปราณโลหิตนั้น จะมีปริมาณปราณโลหิตในร่างกายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการรั่วไหลของพลังงานได้ง่าย ส่วนระดับขั้นการผนึกกายาคือ การปิดผนึก   รูรั่วของร่างกายไว้ ทำให้แข็งแกร่งขึ้น แต่การรักษาให้พละกำลังให้ยาวนานยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะสุดท้ายมันจะดับสูญไป

ระดับปราณขั้นสูงสุดของระดับการฝึกตนโบราณนั้นคือขั้น บำรุงชีพจร ร่างกายจะผนึกลมปราณแน่น ทำให้ประสิทธิภาพของการต่อสู้อยู่ได้เนิ่นนาน ความกล้าแกร่งของทุกส่วนจะเพิ่มขึ้นจนสุดขีด อาจจะเรียกว่ามันคือการบรรลุจุดสูงสุดของร่างกายและวิญญาณ และนั่นทำให้พวกเขาไม่ต่างจากเครื่องจักรสังหารเลยทีเดียว

การปรากฏตัวของหญิงงามผู้นี้ ทำให้มีเสียงอุทานร้องดังขึ้น

“นั่นมันแม่นางโจวลู่ นายหญิงแห่งชมรมนี้นี่นา!”

“ฮ่าๆ เจ้ากระต่ายอ้วนซวยแน่ นี่คือ นายหญิงโจวลู่เชียวนา ตระกูลของนางคือเจ้าของชมรมแห่งนี้นี่เอง หญิงงามผู้นี้รังเกียจคนเล่นไม่ซื่อนัก แถมยังเคยกำราบ   พวกสามานย์โดยใช้อำนาจตัวเองมาก่อน ข้าเคยได้ยินมาว่านางร่ำเรียนที่สำนักศึกษาเต๋ากวางขาว และสำเร็จวิชาด้วยเวลาอันรวดเร็ว ว่ากันว่ากองทัพหลวงยังอยากให้นางเข้าร่วมสังกัดด้วยซ้ำไป”

“เทพธิดา นางคือ เทพธิดามาจุติโดยแท้!”

ขณะที่แม่นางโจวลู่ย่างเท้าผ่านไป ฝูงชนต่างหายใจกันถี่ขึ้น นัยน์ตาทุกดวงนั้นตราตรึง จับจ้องนางเพียงผู้เดียว

เจ้ากระต่ายอ้วนเหมือนโดนมนตร์สะกดให้นิ่งงัน เขาไม่เคยรู้เลยว่านางคือใคร  จนได้ฟังคนอื่นๆ บอก ชายหนุ่มยิ่งอึ้งเมื่อรู้ถึงเรื่องระดับขั้นการฝึกตนของนาง นั่นทำให้ต้องระแวดระวังตัวมากขึ้น

หวังเป่าเล่อมาที่นี่ด้วยเพราะหวังจะหาคู่ซ้อม ไม่ได้มาให้ผู้อื่นสอยร่วงสักหน่อย ดังนั้นก่อนที่โจวลู่จะมาถึงหน้าแผงกั้นกระจกตรงเวทีประลองของเขา เขาจึงกระแอมไอเบาๆ ออกมา

“ขออภัยด้วยเถิดแม่นาง ข้ารับคำท้าเฉพาะขั้นผนึกกายาเท่านั้น ระดับของท่านนั้น   สูงเกินกว่าที่ข้าเรียกร้อง เพราะฉะนั้น ข้าจึงไม่ขอสู้กับท่าน

“อีกอย่าง กระบวนท่าเตะผ่าหมากของข้านั้นทรงพลังนัก หากถูกปลดปล่อยออกมา ข้าคงตกที่นั่งลำบากเพราะความรู้สึกผิดเป็นแน่ ที่ต้องลงมือกับสตรีสาวสวยอย่างท่าน

“ฉะนั้น เปลี่ยนใจเสียเถิด ข้าเองเหนื่อยมากแล้ว คงต้องขอลาไปก่อน”          หวังเป่าเล่อรู้สึกว่าคำกล่าวนั้นไร้ที่ติ ชายหนุ่มไม่ได้หลุดพูดถึงอายุ แถมปฏิเสธอย่างแนบเนียนโดยไม่แสดงความขลาดกลัวออกไปแม้แต่น้อย หลังจากจบคำ                เขาถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนเอามือไขว้หลังแล้วเดินตรงไปยังทางออก

“ท่านจะไปแล้วรึ” หญิงสาวเจ้ากรรมทักท้วงขึ้น ความรังเกียจเผยให้เห็นชัดในแววตาคู่สวย นางต้องขับไล่ชายไร้ยางอายที่ไล่หักนิ้วคนไปทั่วผู้นี้ออกไปให้พ้นจากชมรมให้ได้

มากไปกว่านั้น คนต่ำช้าผู้นี้ยังเคยรังแกน้องรักของนาง แล้วใยต้องไว้ชีวิตเขาด้วย นางยกมือขวาขึ้นและเผยป้ายหยกม่วงออกมาก่อนทาบไปตรงแผงกระจก ทันใดนั้นเวทีประลองที่เคยมีกระจกปิดกั้นไว้ก็เปิดโล่งทันที!

ฝูงชนต่างตื่นเต้นกับภาพตรงหน้า

“แม่นางใช้อำนาจอีกแล้ว วะฮะฮ่า!”

“เจ้ากระต่ายอ้วนได้เละตุ้มเป๊ะแน่ครานี้”

เสียงโห่ร้องยินดีดังก้องทั่วชั้นสอง จนทำเอากลุ่มคนในห้องรักษาความปลอดภัยตรงชั้นสามต่างพากันส่ายหัวไปมาอย่างไม่อาจทำอะไรได้

ตัวต้นเรื่องชะงักถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างรวดเร็วและจ้องโจวลู่ด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง นางได้เข้ามาในสังเวียนเป็นที่เรียบร้อย มวลพลังของผู้ฝึกตนขั้นบำรุงชีพจรนั้นทำเอาชายหนุ่มตาค้างจนแทบสบถออกมา พลางรู้สึกว่าชมรมแห่งนี้น่ารังเกียจนัก เขาไม่เคยคาดคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับตนเอง หวังเป่าเล่อกรูดถอยอย่างไวพลางคำรามร้อง “นี่ข้าเป็นลูกค้านะ ลูกค้าคือพระเจ้าสิ ท่านไม่มีสิทธิ์มารังแกข้า…ข้าจะขอฟ้องร้อง!”

สิ้นเสียง เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรอบข้างเริ่มลังเล ผู้เชี่ยวชาญใน  ห้องรักษาความปลอดภัยตรงชั้นสามเองทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเห็นนางทำอะไรเยี่ยงนี้ แต่ใจก็อยากจะถ่วงเวลาเข้าไปห้ามทัพอีกสักหน่อย

“เชิญไปฟ้องเถอะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าโดนติเตียนเสียหน่อย” สายตาของสาวงามดุดัน ด้วยความตั้งมั่นว่าจะสั่งสอนเจ้ากระต่ายอ้วนนี่ให้จำไปจนตาย ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาควบคุมเหตุการณ์ นางเร่งความเร็วจนถึงขีดสุดขณะกำลังพุ่งตรงไปยังหนุ่ม      ตุ้ยนุ้ยตรงหน้า

เสียงโห่ร้องไชโยเอาใจช่วยอยู่รอบข้างจากกลุ่มคนดู ยิ่งทำให้หญิงสาวมั่นใจว่ากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ความรวดเร็วของผู้ฝึกตนขั้นบำรุงชีพจรนั้น ทำให้นางประจัญหน้ากับหวังเป่าเล่อได้ในพริบตา ก่อนจะคว้าหมับไปที่หน้ากากกระต่าย ช่วงเวลาสุดระห่ำแบบนี้        ชายหนุ่มได้แต่สงบใจให้นิ่งแล้วก้าวถอยหลัง ทำให้มือขวาของนางนั้นพลาดเป้าไป   ฉิวเฉียด ทว่ายอดฝีมือขั้นบำรุงชีพจรอย่างนางช่างทรงพลัง เพียงสายลมจากการเคลื่อนไหวของสาวงามก็ซัดเขาเซถลาได้แล้ว

หวังเป่าเล่อบันดาลโทสะและเริ่มโวยวาย “ไม่เห็นหัวลูกค้าบ้างเลย! พวกเจ้าทำการค้าสามานย์นัก!”

สาวผมหยักศกไม่แยแส ก่อนจะหมุนตัวและกวาดขาไปรอบๆ เพื่อต้อนอีกฝ่ายเข้ามุม

การจู่โจมของนางเปรียบดั่งพายุลูกใหญ่บุกเข้าไปในพื้นที่ของเขาแล้ว             ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยเยาว์ หญิงสาวผมหยักศกจึงเริ่มโจมตีและเข้าประชิดตัวชายหนุ่มเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าหน้ากากกระต่ายอีกครั้ง

หวังเป่าเล่อไม่พอใจอย่างยิ่ง ถึงจะทำการค้าอย่างทุจริตหรือการใช้อำนาจรังแกคนด้อยกว่าก็ยังพอทน แต่จะมาไล่ถอดหน้ากากของเขาออกนั้นมันล่วงล้ำกันเกินไปเสียแล้ว

“เจ้าชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว!” ชายหนุ่มขู่คำราม ไม่สนเรื่องของความแตกต่างทางระดับขั้นอีกต่อไป แม้จะไม่เคยประลองกับขั้นบำรุงชีพจรมาก่อน แต่โดน       กลั่นแกล้งขนาดนั้นเป็นใครก็คงอยากตอบโต้กลับเสียบ้าง ชายหนุ่มเรียกใช้พลัง      จากเมล็ดแห่งการดูดกลืนภายในกาย แล้วปิดผนึกกายาทันที!

หญิงสาวในชุดเข้ารูปชะงักงันจนแทบหยุดหายใจ แรงนั่นกระชากร่างของนางเข้าไปก่อนหยุดนิ่งชั่วขณะ หวังเป่าเล่ออาศัยช่วงเวลาอึดใจนี้ พุ่งเข้าหานางด้วยแววตา  น่ากลัว มือซ้ายของเขาประสานเข้ากับนิ้วมือของโจวลู่ก่อนกระชากมันอย่างฉับพลัน

“คุกเข่าลง และเรียกข้าว่าบิดาเจ้าเสียดีๆ!” ชายอ้วนตะเบ็งเสียงดัง             ความเจ็บปวดกรีดแทงเข้าร่างกายของสาวงาม ปวดร้าวจนนางแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แม้จะพยายามขัดขืน แต่ไม่อาจผละออกจากมือที่มีแรงสูบนั่นได้

โชคดีของโจวลู่ นางมีประสบการณ์ต่อสู้อันโชกโชน ความแกร่งกล้าของนางนั้นสูงจนระงับความเจ็บปวดไว้ แม้ไม่อาจจะสลัดมือออกมา แต่ยังพอจะเหวี่ยงหมัดอีกข้างไปที่ขมับของคู่ต่อสู้ได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงบิดกายออกเตรียมตอบโต้

นัยน์ตาของหวังเป่าเล่อเต็มไปด้วยความแค้นโกรธ เขาไม่หลบกำปั้นนั่น           แต่เบี่ยงร่างออกเพียงเล็กน้อย จังหวะประจันหน้ากับแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่กำลัง     บิดตัวออก ชายหนุ่มรีบยกมือขวาขึ้นอย่างว่องไว และกดข้อมือของนางลง            ด้วยแรงกดจากด้านหลังนี้ทำให้มีเสียงแตกดังขึ้น

หลังจากหักนิ้วนางแล้ว ชายหนุ่มก็บิดข้อมือนางซ้ำ คลื่นความทรมานถาโถม    จนหญิงสาวแทบคลั่ง เผลอปล่อยเท้าขวาเตะสุดแรงอัดไปยังหว่างขาเบียดๆ ของชายอ้วนทันที

พลังลูกเตะประสานกับแรงลมจากกระบวนท่า ทำให้การอัดเป้าครั้งนั้นยิ่ง        ทวีความเจ็บปวด แต่หวังเป่าเล่อกลับทนไหวเพราะได้รับบทเรียนยิ่งใหญ่จากคู่ต่อสู้  รุ่นพี่มาหลายครั้งนัก นั่นทำให้เจ้าตัวรู้ซึ้งถึงคุณค่าของการฝึกซ้อมทันที หากแต่โจวลู่นั้นไม่ยั้งมือหยุดนิ่งเหมือนคู่ซ้อมในมิติมายา นางยังคงจู่โจมต่อด้วยพละกำลัง         อันแข็งแกร่งต่อไป!

ชายหนุ่มโกรธจัดจนทนไม่ไหว จึงปลดปล่อยแรงสูบจากกลางอกออกมา ทำให้นางเสียการทรงตัวเพราะแรงดึง จนเท้าไปเตะท้องของคู่ต่อสู้แทนเป้าหมายหลัก    พลังเตะของนางนั้นเบาลงเล็กน้อยเช่นกัน แล้วชายหนุ่มเองก็ไม่ลังเลที่จะยกเท้าขึ้นฟาดบั้นท้ายของหญิงสาวบ้าง! โทษฐานบังอาจมาเตะพุงตุ้ยนุ้ยของตน

“หมอบลงเสีย!”

เสียงปะทะดังขึ้น แม้ชั้นไขมันของหวังเป่าเล่อจะหนาเตอะ และแรงเตะของ       แม่นางจะอ่อนลงไป แต่ยังพอทำให้ตัวอ้วนๆ ของเขากระเด็นไปได้หลายก้าวทีเดียว

โจวลู่แผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดจากการโดนเตะอัดก้น จนไม่อาจจะรักษาภาพลักษณ์ได้ นางลูบสะโพกไปมาพลางกระโดดกระย่องกระแย่ง แม้มองจะระยะไกลยังรู้ว่าบั้นท้ายของนางนั้นเปลี่ยนทรงไปเพราะแรงอัดนั่น

คนดูต่างผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างจบลงเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย     กรูกันเข้ามาห้ามศึก

ชายหนุ่มนั้นหอบแฮกขณะจ้องบั้นท้ายแม่นางจนอยากฟาดอีกสักป้าบ แต่เมื่อนึก    ขึ้นได้ว่าตระกูลของนางบริหารชมรมแห่งนี้ เขาจึงกระแอมเพียงเบาๆ ก่อนสั่งการ   เวทีประลองให้ลดระดับลงด้านล่างเพื่อกลับไปยังห้องส่วนตัว

ชายหนุ่มลูบพุงเบาๆ พลางถอดหน้ากากออก เลือกใช้จังหวะที่ผู้คนตรงชั้นสอง  ยังอารมณ์ค้างเติ่งอยู่นั้น เร่งฝีเท้าออกมาจากชมรมทันที ก่อนแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เสียงถอนหายใจยาวๆ อย่างโล่งอกดังขึ้นทันทีที่ออกมา เขากดหน้าท้องขนาดใหญ่   อันปวดระบมของตัวเอง ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและสับสน

กระบวนท่าการบิดหมุนนี้ช่างมีประโยชน์เสียจริง เอาชนะได้กระทั่งผู้ฝึกตน     ขั้นบำรุงชีพจร! ทว่า…เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่ามันเป็นวิชาป้องกันตัวของสตรีกันหนอ    หรือคนที่อาศัยอยู่ใต้หน้ากากนิลนั้นจะเป็นหญิงสาวเล่า

หวังเป่าเล่อลังเลชั่วขณะ แต่พอคิดถึงความเยี่ยมยอดของกระบวนท่าบิดหมุนนี้ เขาก็เลิกกังขา แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างตื่นเต้น

ทิ้งให้ฝูงชนตรงชั้นสองของชมรมยังคงตกตะลึงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!