Skip to content

A World Worth Protecting 251

บทที่ 251 ประลองกับผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่น

หวังเป่าเล่อเคลื่อนที่ผ่านป่าราวกับเทพแห่งความตาย โดยมีมุมมองจากสายตาของยุงเป็นตัวช่วย เขาว่องไวเหมือนมีดวงตาอยู่ทุกหนแห่ง ศัตรูโดนยุงของชายหนุ่มกัดก่อนจะรู้สึกถึงเขาด้วยซ้ำ!

ฝูงยุงยังคงตอมผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยทั้งหลาย หลังจากกัดพวกเขาไปแล้วตามคำสั่งของหวังเป่าเล่อ บรรดาผู้ฝึกตนเจ็บปวดอย่างยิ่งจนไม่มีเวลาส่งสัญญาณเตือนพวกพ้อง จึงโดนหวังเป่าเล่อที่พุ่งออกมาโดยไม่ให้ตั้งตัวเข้าจู่โจม!

ยุงสีเทาทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ พอได้รู้ว่ามันแข็งแกร่งเพียงใด หวังเป่าเล่อ        ก็ปล่อยให้มันเคลื่อนไหวเอง เท่าที่หวังเป่าเล่อสังเกตมา เขาเห็นพวกผู้ฝึกตนที่โดน   ยุงสีเทากัด ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอย่างรวดเร็วก่อนล้มลงไป ราวกับพวกเขาโดนเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง ทุกครั้งที่ยุงสีเทาพุ่งทะลุหน้าผากพวกเขาออกมา ก็ดูเหมือนว่ามันแข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเก่า

พอมียุงสีเทาช่วยอีกแรง หวังเป่าเล่อก็เป็นดั่งพยัคฆ์ติดปีก เขาสังหารผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยไปสิบเอ็ดคนในบริเวณนั้นภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

หวังเป่าเล่อใช้ความเร็วเต็มอัตราร่วมกับความช่วยเหลือจากยุงเหล่านั้น ชายหนุ่มแลดูเหมือนวิญญาณวานรแห่งพงไพร เขาวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ชักนึกเสียใจขึ้นมาบ้าง ที่ยอมสละเศษชิ้นส่วนให้หุ่นเชิดตัวปลอมของเขา เพื่อล่อให้ศัตรูกระจายกลุ่ม       และใช้ถ่วงเวลาดึงความสนใจให้ตัวเองหนีรอดมาได้ ตอนนี้เขาจึงมีเศษชิ้นส่วนเหลืออยู่เพียงสองชิ้นเท่านั้น

ตระกูลนภาห้าสมัย ข้าไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปหรอก! หวังเป่าเล่อขบฟันแน่น          เขาเสาะหาเศษชิ้นส่วนระหว่างหนีไปด้วย ก่อนจะค่อยๆ สัมผัสได้ถึงพลังการเคลื่อนย้ายรอบตัว

พลังนั้นแผ่ออกมาจากหมอกบางๆ หวังเป่าเล่อเห็นเข้าแล้วก็ยินดีปรีดา ประสบการณ์บอกเขาว่านั่นเป็นสัญญาณว่าหมอกเวทเคลื่อนย้ายกำลังก่อตัว

ถึงจะบอกไม่ได้แน่นอนว่าหมอกจะก่อตัวขึ้นบริเวณใด แต่ยิ่งข้าเข้าไปใน         กลุ่มหมอกนั้นลึกเท่าไร หมอกก็จะยิ่งหนาแน่นขึ้น! หวังเป่าเล่อคึกคักขึ้นมา           เขาตัดสินใจบุกลึกเข้าไปในหมอก แต่ในตอนนั้นเอง เขาเห็นผ่านสายตาของยุงว่ามีร่างเงาอันเงียบงันร่างหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมอกโปร่งแสง ร่างนั้นกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมอย่างแนบเนียน และกำลังพุ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วสูงน่าตกใจโดยไม่เกิดเสียงเลยสักนิด!

ความเร็วที่ว่าทั้งน่าตกตะลึงและเกินคาดนัก ตอนแรกร่างเงานั้นอยู่ห่างไป    เกือบร้อยเมตร ทว่ากลับมาอยู่ตรงหน้าเขาได้ภายในพริบตาเดียว!

หวังเป่าเล่อไม่มีเวลาให้ทันคิด เขายกฝ่ามือขวาขึ้นฟาดลงกับพื้นพร้อมใช้       เคล็ดเวทระเบิดกำเนิดดวงดาราทันที บังเกิดเสียงสั่นสะเทือนดังลั่น ฝุ่นดินตลบอบอวลขึ้นไปในอากาศ แรงโจมตีนั้นส่งตัวหวังเป่าเล่อกระเด็นออกห่างจากร่าง     โปร่งแสงที่พุ่งเข้ามาหา!

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งนัก ร่างนั้นตัดผ่านอากาศแล้วโจมตีจุดที่หวังเป่าเล่อเคยยืนอยู่ เมื่อหวังเป่าเล่อหันไปมอง ร่างนั้นไม่ได้โปร่งแสงแล้วแต่กลับเผยร่างจริงออกมา เขาเป็นผู้ฝึกตนวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบของตระกูลนภาห้าสมัย ท่าทางของเขาดูชะงักไป

เขาคือ หัวหน้ากลุ่มตามล่าหวังเป่าเล่อ โจวเฟยนั่นเอง!

หัวใจหวังเป่าเล่อตื่นตระหนกพอเห็นว่าเป็นโจวเฟย คลื่นปราณวิญญาณซัดระลอกออกมาจากตัวชายคนนั้นกลายเป็นแรงกดดันถาโถมบนร่างเขา เห็นได้ชัดว่าโจวเฟยหาได้เพิ่งบรรลชั้นต้นของขั้นรากฐานตั้งมั่น แต่ผ่านเข้าไปถึงระดับกลางแล้ว

คาถาเวทของเขาก็แปลกประหลาดเช่นกัน ถ้าหวังเป่าเล่อไม่ได้มีสายตาของฝูงยุง    ช่วยไว้ เขาคงถูกฆ่าตายโดยที่ไม่ทันรู้ตัวไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆ

“น่าสนใจ เพราะแบบนี้นี่เองเจ้าถึงเป็นหนึ่งในพันธุ์กล้าหนึ่งร้อยต้นของสหพันธรัฐ ถ้าพวกเราอยู่บนโลก จะฆ่าคนแบบเจ้าในที่สาธารณะคงยากหน่อย        แต่ที่นี่…ไม่มีทางหนีให้เจ้าหรอก!” โจวเฟยจำหวังเป่าเล่อได้ไม่ต้องสงสัย เขาแสยะยิ้ม แววโหดเหี้ยมฉายวาบผ่านในดวงตา ดั่งว่าการได้ฆ่าผู้ฝึกตนระดับหัวกะทิเป็นประสบการณ์อันแสนหฤหรรษ์ในความคิดเขา

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าทันทีหรอก ข้าจะให้เจ้าร้องขอความตาย แล้วบันทึกทุกอย่างไว้ดูให้สนุกภายหลัง!” สีหน้าโจวเฟยดูวิปริตบิดเบี้ยว ทำเอาทั้งกะโหลก     หวังเป่าเล่อชาวาบ เขาเดือดดาลสุดขีดและตะโกนสวนกลับไป

“ไปตายเสีย! ไปตายทั้งโคตรเหง้าศักราชเลย!” หวังเป่าเล่อตวาดก้อง ชายหนุ่มไม่หลบหนี หากแต่พุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต เขาดึงเอาสมบัติเวทออกมาหลายชิ้น แล้วขว้างไปอย่างไม่คิดอะไรในอากาศ สมบัติเวทนับไม่ถ้วนปกคลุมท้องฟ้าแล้วลอยเข้าใส่โจวเฟย

“เป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้กับสมบัติเวทกระจอกระดับสาม เจ้าไม่คู่ควรจะสู้เพื่อต่อลมหายใจตัวเองเลยด้วยซ้ำ” โจวเฟยส่ายศีรษะ เขายกมือขวาขึ้นหมายจะฟาดทุกอย่างไปให้พ้น แต่ตอนนั้นเอง หลังจากหวังเป่าเล่อดึงสมบัติเวทมากมายออกมาคว้างใส่โจวเฟย อีกฝ่ายก็เริ่มป้องกันตัวเองไม่ได้ หวังเป่าเล่อฉวยโอกาสนั้น    ชักดาบออกมาจากกำไลคลังเวท!

ดาบอาวุธเวทระดับเจ็ดนั่นเอง!

ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนไปเมื่อดาบปรากฏออกมา มวลพลังอันน่าตื่นตาระเบิดตัวบนชั้นฟ้ากลายเป็นพายุหมุนสีดำคำรามอยู่รอบตัวหวังเป่าเล่อ แล้วขยายตัวออกไปทั่ว  ทุกทิศ เงาของจระเข้ยักษ์โผล่อยู่ข้างในพายุหมุนพร้อมเปล่งเสียงคำรามกึกก้อง     หวังเป่าเล่อใช้สองมือกำดาบแน่นแล้วกระโจนออกจากพายุหมุนสีดำในคราวเดียว ใบหน้าเขาแลดูน่ากลัว ดวงตากระหายการต่อสู้ เขายกดาบขึ้นตวัดใส่โจวเฟยทันที!

เมื่อคมดาบฟาดลง จระเข้ในพายุหมุนก็ตวัดหางมันออกมา หางขนาดใหญ่นั้นผสานเข้ากับร่างหวังเป่าเล่อและเพิ่มพลังให้เขา ขณะที่ชายหนุ่มเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างว่องไว!

“เจ้า!” ดวงตาโจวเฟยเบิกกว้าง ความคิดในหัวเขามลายสิ้นไปด้วยคลื่นความสับสน ตกตะลึงกับภาพที่เห็นจนไม่อยากเชื่อ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โจวเฟย  ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะชักอาวุธเวทออกมา เขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำไปว่าหวังเป่าเล่อจะมีอาวุธเวทไว้ในครอบครอง!

ยิ่งไปกว่านั้น หวังเป่าเล่อโยนสมบัติเวทมากมายใส่เขาเพื่อเบี่ยงความสนใจ     การโจมตีที่เหนือความคาดหมายทำให้โจวเฟยเสียศูนย์เหมือนโดนฟ้าผ่าลูกใหญ่     เขาหลุดคำราม ใบหน้าเขาบิดเบี้ยว กัดปลายลิ้นแล้วพ่นเลือดออกมา

ร่างสามร่างจากภพก่อนของเขาโผล่มาทางด้านหลัง ทั้งสามรวมเข้ากับโลหิตของเขา แล้วแปรสภาพมันกลายเป็นฝ่ามืออาบเลือดฟาดเข้าใส่อาวุธเวทของหวังเป่าเล่อ     เมื่อฝ่ามือโลหิตปะทะเข้ากับอาวุธเวท โจวเฟยก็คว้าโล่สีม่วงออกมา มวลพลังเข้มข้นแผ่ออกมาจากโล่ใบนั้น แม้จะไม่ทรงพลังเทียบเท่ากับอาวุธเวท แต่ก็เป็นสมบัติเวทระดับหกเป็นอย่างน้อย

โจวเฟยเตรียมรับการโจมตีด้วยทุกอย่างที่มี!

ขณะที่โจวเฟยสู้สุดตัว หวังเป่าเล่อก็พุ่งออกมาจากพายุหมุนสีดำพร้อมดาบในมือ แรงมหาศาลระเบิดจากในกายของเขาพุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้า!

มวลพลังอันน่าเกรงขามปลุกเร้าความกลัวออกมาจากข้างในกายของหวังเป่าเล่อ จากโลก และเรียกได้ว่ามาจากทั้งหมู่ดาวและจักรวาล!

ตื่นเถิด…คำหนึ่งแว่วขึ้นมาในใจเขา ปลดปล่อยมวลพลังแผดขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นพลังงานอันไร้ขอบเขตราวกับเปล่งออกมาจากหมู่ดาวไกลลิบ ประหนึ่ง   ปลุกเอาจิตสำนึกหนึ่งจากบรรพกาลให้จวนเจียนจะตื่นขึ้นมา

มวลพลังเพิ่มพุ่งพรวดขึ้นมากะทันหัน ในหัวของโจวเฟยว่างเปล่า ปราณวิญญาณภายในกายระเบิดเต็มแรง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ก่อนที่ความหวาดกลัวจะเข้าครอบครองจิตใจแทน พลังการฝึกตนในตัวสั่นไหวหวาดกลัวไม่ยอมหยุด สัญชาตญาณของเขาสร้างความรู้สึกสิ้นหวังจนตรอกขึ้นในหัวใจ เขาอยากจะวิ่งหนีไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น

คาถาเวทของเขาเริ่มเสื่อมฤทธิ์ไปยามจิตใจเขาปั่นป่วน ส่งผลถึงการควบคุมโล่    สีม่วงตรงหน้าเขาด้วย มันสั่นเครือแลดูไม่มั่นคงขึ้นมาทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น จิตใจโจวเฟยสั่นคลอน เขาเสียการควบคุมคาถาเวทและสมบัติเวทของตนไปสิ้นแล้ว หวังเป่าเล่อเห็นดังนั้นก็พุ่งไปข้างหน้าแล้วเหวี่ยงดาบใส่ฝ่ามือโลหิตที่พุ่งเข้ามาทันที!

เสียงฟ้าร้องดังก้องไปในอากาศ ฝ่ามือโลหิตปะทะกับอาวุธเวทของหวังเป่าเล่อ   ดังลั่นไปถึงสวรรค์ ฝ่ามือโลหิตแตกออกเป็นสองเสี่ยงแล้วสลายหายไปในทันที        หวังเป่าเล่อคายเลือดในปากทิ้ง สีหน้ายังคงดุดันป่าเถื่อน ดวงตาฉายแววบ้าคลั่ง      เขากำดาบแน่นแล้วเหวี่ยงเข้าใส่โล่สีม่วงอีกครั้ง

เสียงปะทะดังแหวกอากาศขึ้นไปถึงสวรรค์อีกระลอก แรงนั้นสะบัดเอาโล่สีม่วงชิ้นเล็กออกไป แล้วกระแทกเข้าใส่กลางอกของโจวเฟย เขาถึงกับกระอักเลือด        เมื่ออาวุธเวทของหวังเป่าเล่อตรงเข้ามาแล้วตวัดผ่านเขาไปในครั้งเดียว!

เกิดรอยข่วนเป็นเส้นบางๆ บนหน้าผากโจวเฟย ดาบไม่ได้เฉือนศีรษะเขาแต่อย่างใด…แต่เขากลับส่งเสียงร้องเจ็บปวด ร่างทะยานไปข้างหลัง รีบถอยห่างออกไปราว     สามสิบเมตรทันที

หวังเป่าเล่อถอนหายใจด้วยความเสียดายครั้นเห็นโจวเฟยล่าถอยไป ชายหนุ่มต้องแบกรับผลจากการโจมตีที่ตามมา เพราะว่าเขาใช้พลังงานที่ตัวเองมีไปหมดแล้ว เลือดเริ่มหลั่งไหลออกมาจากทางดวงตา จมูก หู และปากของเขา ภายในศีรษะมึนงง ความอ่อนล้าพลันเข้ายึดครองร่างของเขา

แสงริบหรี่เยือกเย็นฉายวาบผ่านมาในดวงตาคู่นั้น

ยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอก…

ในพริบตานั้น ยุงทั้งสิบที่ซ่อนตัวรอคอยอยู่รอบด้านเขา ก็พลันทะยานออกมาแล้วบินตรงเข้าใส่ร่างของโจวเฟย!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!