Skip to content

A World Worth Protecting 253

บทที่ 253 หมอกเวทเคลื่อนย้ายก่อตัว

หวังเป่าเล่อมองไปที่กลุ่มผู้ฝึกตนที่ห้อมล้อมอยู่ด้วยสายตาสงบนิ่งเย็นชา เขาดูไม่หวาดหวั่นประหนึ่งว่าได้ขจัดความกังวลและหวาดวิตกทั้งหมดไปแล้ว และไม่ห่วงหาอะไรต่อชีวิตและความตายของตน

เขาไม่สนใจผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยตรงหน้าเขา ต่อให้เขาไม่ได้ใช้อาวุธเวท   ต่อให้เขาบาดเจ็บสาหัส หากเขาเอาจริง ก็กวาดคนพวกนี้ทิ้งได้ไม่ยาก ความกังวลเดียวที่เขามีคือ ผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่นคนก่อนหน้านี้ต่างหาก!

เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว และไม่คิดจะเอาตัวเองมาเสี่ยงซ้ำสอง ถึงได้ใช้ให้ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้มาตัดกำลังและทดสอบพลังของเขาก่อน ในขณะที่ตัวเองคงจะซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลคอยจับตามองดูอยู่

ดูท่าแล้ว พวกนี้ไม่รู้ว่าหมอกเวทเคลื่อนย้ายจะโผล่มาตรงนี้…หวังเป่าเล่อหรี่ตามองขณะยืนยันความเข้าใจของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เขารู้ว่ามีไม่กี่คนบ้าระห่ำพอจะใช้หมอกเวทเคลื่อนย้ายตัวเองไปมาทั่วอาณาบริเวณ

ถ้าอย่างนั้น แผนที่ดีที่สุดก็คือกลยุทธ์ถ่วงเวลา…หวังเป่าเล่อตัดสินใจฉับพลัน ผลพวงจากการใช้อาวุธเวทสาหัสเกินไป เขาเพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน จึงไม่มีทางใช้อาวุธเวทอีก ยกเว้นว่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย

เวลาเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า ผ่านไปร่วมสามสิบลมหายใจ มวลกดดันในอากาศยิ่งรุนแรงขึ้น ตึงเครียดขึ้น ผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยเริ่มขยับตัว

หวังเป่าเล่อยืนถืออาวุธเวทไว้ในมือ แผ่มวลพลังประหนึ่งเทพสงคราม พายุหมุน  สีดำและจระเข้ที่แหวกว่ายผลุบโผล่อยู่ในนั้น กลายเป็นฉากหลังที่เสริมให้ชายหนุ่มดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น…

แต่ลูกไม้ถ่วงเวลานี้ไม่อาจใช้การได้ตลอดไป ลมหายใจของผู้ฝึกตนนับสิบรอบตัวเขาเริ่มผ่อนลง แววสังหารฉายวาบในดวงตาพวกเขา คนใจกล้าสองสามคนก้าวขึ้นมาหาหวังเป่าเล่อพลางคำรามต่ำ

“ทุกคน โจมตีพร้อมกันทีเดียวเลย อย่างไรหวังเป่าเล่อก็มีแค่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว!”

สิ้นคำพูดนั้น ผู้ฝึกตนสามคนก็พุ่งตัวมาข้างหน้า แล้วก้าวเข้าไปในวงกลม        แววสังหารฉายวาบผ่านดวงตาของพวกเขาเช่นกัน ทุกคนหยิบสมบัติเวทออกมาและเตรียมคาถาเวท ก่อนพุ่งเข้าโจมตีหวังเป่าเล่อในวงกลมจนเกิดเป็นสีสันมากมาย

ทันทีที่ทั้งสามคนก้าวเข้าไปในวงกลม ดวงตาหวังเป่าเล่อก็ระริกไปด้วยแววดุร้ายเช่นกัน เขากระโจนอย่างว่องไวดั่งสายฟ้าเข้าไปหาคนพวกนั้นทันที เขาไม่ได้โจมตีด้วยดาบอาวุธเวท แต่กลับกำหมัดมือซ้ายอย่างไม่สนใจบาดแผลจากผลสะท้อนกลับ     เมื่อครู่ แล้วต่อยออกไปสุดแรง!

เคล็ดเวทระเบิดกำเนิดดวงดาราปลดปล่อยออกมาทันที ก่อให้เกิดกระแสน้ำวนที่ฉีกกระชากทุกสิ่งอย่าง เข้าปะทะกับผู้ฝึกตนสามคนจากตระกูลนภาห้าสมัยเต็มรัก    ทั้งสามคนพยายามต้านทานและตอบโต้กลับทว่าไม่เป็นผล พวกเขากระอักเลือด     ร่างปลิวไปข้างหลัง เพียงหวังเป่าเล่อสะบัดกำไลคลังเวท กระบี่เหาะเหินสามเล่มก็บินออกมาเจาะทะลวงหน้าผากของพวกเขา!

เสียงล้มดังตึงติดต่อกัน ศพทั้งสามร่วงผล็อยอยู่นอกวงกลม ทุกอย่างเกิดขึ้นใน  ชั่วพริบตาเดียว คนอื่นที่กำลังจะเข้ามาจู่โจมบ้าง ต่างตัวแข็งทื่อตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ หวังเป่าเล่อก็หันหน้ามาแผ่มวลพลังรุนแรงให้ พวกเขาถอยร่นออกจากวงกลม     อย่างว่องไว ไม่มีใครกล้ารุกล้ำเข้าไปไกลกว่านั้น

“ใครเข้ามาในเขตวงกลมนี้ ข้าจะฆ่าทิ้งเสีย!”

หวังเป่าเล่อเอ่ยอย่างเยือกเย็น หลังจากข่มโลหิตที่แปรปรวนภายในกายเอาไว้อย่างแนบเนียน เขากลืนก้อนเลือดในปากกลับลงไปโดยคนที่เหลือไม่ทันจับสังเกต กลิ่นเลือดคาวข้นอวลในอากาศ มวลพลังป่าเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เพิ่มน้ำหนักให้คำขู่นั้นน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

เมื่อสัมผัสได้ถึงมวลพลังกดดันน่าหวาดหวั่น ผู้ฝึกตนรอบตัวเขาก็พากันถอยหลังไปอีกเล็กน้อย นัยน์ตาที่พวกเขามองหวังเป่าเล่อเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่เคยเจอใครที่อยู่ในขั้นบรรลุระดับลมหายใจเที่ยงแท้สมบูรณ์แล้ว แต่กลับมีความสามารถในการต่อสู้น่าสะพรึงกลัวและบ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อน

บางคนสังเกตเห็นดาบในมือหวังเป่าเล่อแล้ว แต่ไม่มีเวลาจะไตร่ตรองถึงมันมากนัก

หวังเป่าเล่อเพ่งตามองยังกลุ่มผู้ฝึกตนที่ล่าถอยออกไป จังหวะนั้นเอง             จากตำแหน่งที่ไม่มีดวงตาคู่ใดมองเห็นข้างในพายุหมุนสีดำ หมอกเวทเคลื่อนย้าย     เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเงียบ หวังเป่าเล่อสัมผัสได้ว่ากำลังจะมีการเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นข้างหลังตน เขาทำทีเป็นถอยหลังไปอย่างเฉยชาก้าวหนึ่ง ตามด้วยอีกก้าว มือกำดาบแน่น

ในป่าบริเวณไม่ไกลออกไปเท่าไรนัก โจวเฟยจ้องมองการต่อสู้ตรงหน้าตา         ไม่กะพริบ เขาขมวดคิ้วมุ่น ความอ่อนหัดของผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้เหล่านั้นสร้างความไม่พอใจแก่เขายิ่งนัก

ขยะทั้งนั้น! ว่าแต่เหตุใดหวังเป่าเล่อจึงต้องสร้างอาณาเขตวงกลม กักขังตัวเองไว้ตรงนั้นด้วย ดวงตาเขาฉายแววสงสัย สังหรณ์ใจว่าไม่ควรจะปล่อยไว้นานกว่านี้      โจวเฟยพ่นลมหายใจเยาะ พลางยกมือขวาขึ้นมาหมายจะใช้คาถาเวทใส่ชายหนุ่ม ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ เกิดขึ้น เขารีบหันหน้าไปมอง และพบว่าไม่ไกลจากที่ตนอยู่ มีหมอกบางๆ รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

ตัวเขาแข็งทื่อเมื่อเห็นหมอกกลุ่มนั้น ไม่นานสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

“หมอกเวทเคลื่อนย้าย! บัดซบ มันรู้ว่าจะมีหมอกเวทเคลื่อนย้ายก่อตัวขึ้นตรงนี้ มันพยายามจะหนี! เจ้าพวกไร้ประโยชน์ หยุดมันไว้ เร็วเข้า!” โจวเฟยไม่สนใจจะ    ซ่อนตัวอีกต่อไป เขาตวาดลั่น ระเบิดความเร็วพุ่งออกไปด้วยความแตกตื่น มุ่งหน้าไปหาหวังเป่าเล่อที่กำลังเดินถอยหลัง

เหล่าผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยได้ยินเสียงโจวเฟยตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด พวกเขากัดฟันแล้วรีบเข้าไปหาหวังเป่าเล่อที่ยืนอยู่ในอาณาเขตวงกลมนั้น

ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปภายในวงกลมนั้นเอง ก็ถึงกับต้องเบิกตากว้าง ตัวสั่นระริก   สีหน้าพวกเขาแปลกไป ไม่นานทุกคนก็เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วออกแรงเกา…

พวกเขาไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้ยังสบายดีแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกคันอย่างไรบอกไม่ถูก ถ้าไม่คันขาก็คันหลังคันต้นขา แต่ละคนก็คันกันคนละจุด เป็นความรู้สึกอันไม่อาจพรรณนาได้ เป็นอาการคันที่เกินทนไหวซึ่งบีบบังคับให้พวกเขาต้องเกาอย่างเสียมิได้

ระหว่างที่ทุกคนเการ่างกายอยู่นั้น หวังเป่าเล่อก็ยกมือซ้ายขึ้น สายฟ้าเส้นโค้ง   ยิงปราดออกมาจากปลายนิ้วของชายหนุ่มทะยานออกไปทุกทิศทาง สายฟ้าเหล่านั้นคือ บรรดากระบี่เหาะเหิน ที่พุ่งเข้าเสียบร่างผู้ฝึกตนเหล่านั้นทันที

หน้าผากของสองคนในนั้นโดนเจาะทะลุทันใด ผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยที่ยังเหลืออยู่ต่างหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ตอนนั้นเองที่โจวเฟยปรากฎตัวขึ้นพร้อมเสียงคำรามอย่างดุดัน เขาดิ่งตรงเข้าไปยังอาณาเขตวงกลม หยุดอยู่ข้างหลังพวกผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยแล้วเปิดฉากโจมตีหวังเป่าเล่อในทันที เขาไล่เตะลูกน้องของตนเองกระเด็นเข้าหาหวังเป่าเล่อจนกระอักเลือดท่วมปาก ผู้ฝึกตนเหล่านั้นหลบหนี  ไม่ทัน จึงถูกโจวเฟยใช้เป็นอาวุธปะทะหวังเป่าเล่อ!

โจวเฟยเองก็พุ่งตามหลังไปติดๆ ดวงตาฉายแววอาฆาตแกมละโมบ พุ่งตรงเข้าไปหาหวังเป่าเล่อทันที!

“ตายเสียเถอะ!” เขาคำรามลั่นพลางเรียกผนึกมือขึ้นมา พลันบังเกิดหมอกดำ   ผุดขึ้นมาจากสองข้างกาย ก่อนกลายร่างเป็นมือใหญ่คู่หนึ่งปรี่เข้าจับกุมตัวหวังเป่าเล่อ

หวังเป่าเล่อมองดูโจวเฟย ชายผู้นั้นช่างไม่แยแสและไร้ความปรานีต่อชีวิตคนร่วมตระกูล มิหนำซ้ำยังใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือขวางทางเขาเสียอีก ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววเยือกเย็น เขายกมือซ้ายขึ้นแล้วฟาดลงกับพื้นดิน บังเกิดเป็นคลื่นไฟฟ้าปะทุขึ้นมา พลันสายฟ้าก็แลบแปลบปลาบออกมาจากพื้น เปลี่ยนให้ทั้งบริเวณกลายเป็นอาณาเขตอัสนีในบัดดล!

ไม่เพียงเท่านั้น สายฟ้าเหล่านั้นยังพุ่งจากพื้นขึ้นมารวมกันกลางอากาศ กลายเป็นกระบี่อัสนีบาตหลายเล่ม พวกมันฉวัดเฉวียนไขว้กันไปมา ก่อนก่อตัวเป็นตาข่ายกระบี่อัสนีบาต เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนสวรรค์ ผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยที่โดนเตะปลิวมาทางเขาพลันโดนตาข่ายนั้นตรึงร่างเอาไว้

หวังเป่าเล่อล่าถอยกะทันหัน เท้าหนึ่งก้าวเข้าไปในหมอกเวทเคลื่อนย้ายข้างหลัง เขากำลังจะโดนเคลื่อนย้ายออกไป แต่โจวเฟยไม่อาจยอมปล่อยรางวัลให้หลุดมือไปได้

ชายผู้นั้นเต็มไปด้วยความชิงชังและเสียใจ เกลียดที่ตนระแวดระวังมากเกินไป เขาไม่ควรใช้ให้ลูกน้องมาตัดกำลังหวังเป่าเล่อ แต่น่าจะเสี่ยงเจ็บหนักแล้วฆ่า         หวังเป่าเล่อด้วยตัวเองเสียตั้งแต่แรก

โจวเฟยคำรามอย่างคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นกลุ่มหมอกที่พายุหมุนสีดำบังไว้อยู่ด้านหลังหวังเป่าเล่อ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นฟาดหน้าผากตัวเองอย่างรุนแรง ร่างทั้งสามจาก   ภพก่อนของเขาก็ปรากฎตัวขึ้นด้านหลังเขาในทันที ร่างเหล่านั้นพลันสลายหายไป กลายเป็นปราณสีดำซัดเข้าใส่ตัวเขา ก่อนจับตัวเป็นรอยด่างดำจำนวนมากมาย       ทั่วสรรพางค์กาย

เคล็ดเวทนี้ช่วยให้ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นสูงลิ่วชั่วขณะ โจวเฟยพุ่งไปข้างหน้าอย่างดุดัน ความเร็วพลันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เขาทะลวงผ่านตาข่ายสายฟ้าพร้อมเสียงระเบิดดังอื้ออึง ไปโผล่อยู่ตรงหน้าหวังเป่าเล่อ เขายกมือขวาขึ้นฉวยร่างหวังเป่าเล่อไว้ ดวงตาฉายแววป่าเถื่อนเสียสติเต็มที

หวังเป่าเล่อเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ชายหนุ่มไม่ได้ชะล่าใจแม้ตัวจะจมหายเข้าไปในหมอกแล้วครึ่งหนึ่ง ทันทีที่โจวเฟยเข้ามาใกล้ เขากัดฟันยอมเสี่ยงกับผลสะท้อนกลับครั้งที่สอง แล้วกวาดมือไปยังทิศทางที่โจวเฟยกำลังเข้ามา ก่อนตะโกนดังลั่นแล้วปล่อยพลังของดาบอาวุธเวทระดับเจ็ดออกไป!

พายุหมุนปะทุขึ้นรอบตัวพวกเขาในทันใด จระเข้สีดำข้างในพายุหมุนลูกนั้นคำรามลั่นแล้วฟาดหาง พลังวิญญาณทั้งหมดที่รวบรวมไว้ในดาบของหวังเป่าเล่อจนเต็มสูบ พุ่งปะทะเข้ากับโจวเฟยโดยตรง

เสียงนั้นดังสนั่นกึกก้องไปในอากาศ แรงระเบิดทำลายล้างเหนือจินตนาการปล่อยตัวซัดออกไปทุกสารทิศ ทำลายพืชพรรณทุกชนิดในรัศมีเกือบร้อยเมตร       เหล่าผู้ฝึกตนจากตระกูลนภาห้าสมัยที่บาดเจ็บอยู่ ต่างเห็นภาพตรงหน้ากลายเป็น     สีดำสนิท ร่างพวกเขาโดนแรงระเบิดกระแทกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ

โจวเฟยเริ่มกระอักเลือดออกมา เขาเซถลาไปข้างหลังห่างออกไปกว่าร้อยเมตร ก่อนที่เท้าขวาจะยืนหยัดกับพื้นได้อีกครั้ง เขากระอักเลือดออกมาอีกก้อน เรือนผมร่วงผล็อยลงประบ่า เขาเงยหน้าซีดเซียวขึ้นมองไปยังจุดที่หวังเป่าเล่อเคยยืนอยู่ ทว่าบัดนี้กลับไม่มีแม้แต่วี่แววของหมอนั่น!

เหลือเพียงหมอกเวทเคลื่อนย้ายที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเข้าปกคลุมโจวเฟยบ้าง เขาคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด กลุ่มหมอกอ้อยอิ่งลอยเรี่ยทางเดินในป่าอยู่เป็นเวลานาน…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!