Skip to content

A World Worth Protecting 263

บทที่ 263 ทำลายรากฐานตั้งมั่น

ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก ฝูงยุงโดนจัดการในชั่วพริบตา เสียงดังสนั่นสั่นสะเทือนในถ้ำ

หวังเป่าเล่อกำลังตกอยู่ในวิกฤติเสี่ยงตาย เขาตัวสั่นเทิ้ม กระบวนการผสาน     หม้อหลอมเล็กเพิ่งจะสำเร็จไปได้เพียงแปดในสิบส่วน เสียงคำรามกัมปนาทกลับ        ดังสนั่นสองหูของเขาเสียก่อน ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาเห็นหญิงชรากำลังพุ่งผ่านผนังถ้ำ   ที่แหลกละเอียดกลายเป็นเศษหินลงมาหาเขา นางคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนัก         รุ่งสางจักรพิภพนั่นเอง!

ในสายตาของหวังเป่าเล่อ หญิงชรามีพลังกล้าแกร่งมาก ชายหนุ่มรู้สึกราวกับว่ามีพลังผสานจากฟ้าดินพุ่งเข้ากดทับร่างของตนเอาไว้ แต่เขาไม่อาจขยับเขยื้อนหนีไปได้ เนื่องจากกำลังอยู่ในขั้นตอนการผสานรากฐานชีวิต

ทุกสิ่งเกิดขึ้นในชั่วพริบตา เร็วเสียจนหวังเป่าเล่อไม่รู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร เหตุการณ์ขณะนี้เป็นดังหายนะร้ายแรง ในหัวของเขาปั่นป่วนไปหมดราวกับมี      มรสุมพัดอยู่ภายใน

พลังที่แผ่ออกมาจากตัวของหญิงชราและเศษหินจำนวนมากที่ถล่มใส่ ทำให้ร่างของหวังเป่าเล่อสั่นไหวอย่างรุนแรง หม้อหลอมเล็กในร่างสูญเสียการทรงตัว         พลังปราณในตัวที่ก่อนหน้านี้สงบนิ่งเริ่มปั่นป่วนไปทั่วร่าง

สำหรับผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้แล้ว การถูกขัดจังหวะระหว่างกระบวนการหลอมรากฐานตั้งมั่นถือว่าเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรง ครั้นสถานที่เก็บตัวของหวังเป่าเล่อถูกทลายลง เขาจึงกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง

ภัยอันตรายครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงกว่าที่เขาประสบในป่าฝนบ่อเมฆหรือแอ่งแผ่นดินเค่อหลุนเสียอีก แม้ว่าเขาจะเคยเผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรงมาแล้วถึงทั้งสอง      แต่ทั้งสองครั้งนั้นเขาก็ยังพอโต้ตอบได้บ้าง

แต่ครั้งนี้ หวังเป่าเล่อกลายเป็นอ่อนแอไปทันที เมื่อต้องปะทะกับผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นใน เขาไม่สามารถทนรับการโจมตีจากอีกฝ่ายได้แม้แต่ครั้งเดียว!

ปราณวิญญาณแปรปรวนไปทั่วร่าง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม หม้อหลอมเล็กในกายเหวี่ยงกระเด็นไปมา หวังเป่าเล่อรู้สึกได้เพียงแรงกระแทกรุนแรงจากภายใน        ความเจ็บปวดทรมานเหมือนดังกลืนลูกประคำระเบิดเข้าไป เสียงกระแทกภายในและเสียงดังสนั่นก้องในหู สอดประสานกันจนเขากระอักเลือดสดกองใหญ่ออกมา     สภาพของหวังเป่าเล่อตอนนี้เหมือนดังลูกโป่งที่โดนเจาะลม พลังกายและ           ปราณวิญญาณเหือดหายไปมากโข

“ตื่นเถิด…” หวังเป่าเล่อที่เลือดท่วมอยู่ในปากพยายามร่ายเคล็ดวิชาเต๋าเพื่อ    ขับไล่อีกฝ่ายไป เป็นหนทางป้องกันตัวเพียงอย่างเดียวที่เขานึกออกในตอนนี้          แต่ร่ายคาถาไปได้ไม่กี่คำ ร่างกายก็แบกรับความเจ็บปวดไม่ไหวเนื่องจากพลังปราณของเขากำลังผสานเข้ากับหม้อหลอมเล็ก หม้อหลอมที่กำลังสั่นไหวไปมาภายในร่างราวกับถูกสะกดพลังไว้ ทำให้หวังเป่าเล่อไม่สามารถร่ายเคล็ดวิชาเต๋าออกไปได้

เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ใบหน้าซีดเผือดไปหมด ชายหนุ่มพยายามจะหนี ล้มเลิกกระบวนการผสานไปก่อน แต่ร่างของชายหนุ่มตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับแจกันดินเผาที่กำลังจะแตกออก ทุกส่วนในร่างกายปวดร้าวไปจนถึงกระดูก

“มดปลวกเช่นเจ้ากล้าอวดดีช่วงชิงโอกาสทองของศิษย์เอกข้าไปเชียวหรือ”    เสียงแหบแห้งเจือแววเหยียดหยามดังขึ้นภายในถ้ำ หญิงชราแสยะยิ้มเย็นชา จ้องหน้าหวังเป่าเล่อในสภาพสะบักสะบอม เลือดกบเต็มปาก นางมองหวังเป่าเล่อราวกับว่าเขาเป็นแค่แมลงน่ารำคาญใจตัวหนึ่ง นางยกเท้าเหยียบหวังเป่าเล่อทันทีที่ลงมาถึง  พื้นถ้ำ

ก่อนจะยกมือขวาขึ้น แล้วคว้าหมับเข้าที่จุดตันเถียนของหวังเป่าเล่อทันที!

ครั้นเห็นหญิงชราย่างกรายเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้น วิสัยทัศน์เบื้องหน้าของเขาก็พลันกลายเป็นสีแดงจากตาอันแดงก่ำ ชายหนุ่มกรีดร้องราวกับอสูร เลือดที่ท่วมอยู่ในปากอุดตันช่องคอทำให้ไม่สามารถส่งเสียงอะไรออกมาได้ ทำได้เพียงเก็บงำความโกรธแค้นไว้ในใจเท่านั้น หวังเป่าเล่ออยากจะดิ้นรนต่อสู้ แต่กลยุทธ์ทั้งหมดของเขาก็ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นใน

ด้วยความปั่นป่วนภายในใจทำให้ชายหนุ่มคิดหากลยุทธ์ต่างๆ มาใช้ได้ยากเย็นนัก เขาทำได้เพียงมองดูมือของหญิงชราพุ่งเข้าใส่หน้าท้องของตนอย่างรวดเร็ว

หน้าท้องของหวังเป่าเล่อพลันระเบิดออก เนื้อหนังทะลุเป็นโพรงในทันใด เผยให้เห็นเครื่องในต่างๆ ขณะที่เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

ความเจ็บปวดทำให้หวังเป่าเล่อถึงกับสติหลุด ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยลิ่มเลือด

หญิงชราเอามือล้วงเข้าไปในโพรงตรงหน้าท้องของหวังเป่าเล่อ ไม่แยแสว่าอีกฝ่ายจะทุกข์ทรมานเพียงใด นางเป็นเหมือนดังก้อนหินที่ไร้จิตใจ เอื้อมจับหม้อหลอมเล็กที่อยู่บริเวณจุดตันเถียนของชายหนุ่มไว้มั่น ไม่สนใจเลือดเนื้อที่ผสานติดอยู่!

หวังเป่าเล่อรู้สึกเหมือนมีคนจับอวัยวะภายในของตนเองไว้แน่น!

ความเจ็บปวดเกินบรรยายจากมือที่ล้วงทะลุเนื้อหนังเข้ามาจับเอาอวัยวะภายในตนเองไว้ แล่นปรี่ขึ้นไปถึงศีรษะของหวังเป่าเล่อ ส่งผลให้เขากรีดร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน!

“เจอแล้ว ยังไม่สายเกินไป” หญิงชรายิ้ม รอยยิ้มของนางดูเฉยเมย ไม่แยแสต่อสิ่งใดๆ ร่างของหวังเป่าเล่อสั่นเทิ้มรุนแรง เหงื่อไหลท่วมชุดคลุม มองนางปีศาจในคราบหญิงชราด้วยตาแดงก่ำ เขาไม่เคยสิ้นท่าเช่นนี้มาก่อน ในใจเต็มไปด้วยความเดือดดาลและความเกลียดชังมากล้นเกินจะบรรยายได้

เขาทำอะไรไม่ได้เลย หญิงชราบิดมือซ้ายที่จับหม้อหลอมเล็กไว้ หวังเป่าเล่อเข้าใจทันทีว่าความทุกข์ทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็นนั้นเป็นเช่นไร!

ชายหนุ่มหมดสิ้นหนทาง อยากจะร้องขอความช่วยเหลือจากหน้ากากนิล แต่แรงกดดันของผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นใน กลับข่มให้หน้ากากนิลได้แต่เงียบนิ่งไม่ติงไหว

ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง หวังเป่าเล่อหัวเราะอย่างขมขื่นอยู่ภายใน พยายามใช้งานเมล็ดดูดกลืน แต่ระดับการฝึกตนของเขากับหญิงชรานั้นห่างชั้นกันเกินไป ทันทีที่เมล็ดดูดกลืนเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก็โดนหญิงชราสะกดไว้ทันที!

“พยายามต่อต้านข้าอย่างนั้นหรือ” หญิงชราเหยียดยิ้ม ก่อนจะเตะหวังเป่าเล่ออย่างไม่ไยดี

เสียงเตะนั้นดังสนั่น พลังล้นเหลือจากหญิงชราพุ่งเข้าปะทะร่างของหวังเป่าเล่ออย่างจัง ร่างกายของชายหนุ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างกระเด็นถอยไปพร้อมกับกระอักเลือดออกมา!

หม้อหลอมเล็กผสานเข้ากับร่างกายของเขาไปแล้วถึงแปดในสิบส่วน ทุกสิ่งทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นเลือดเนื้อหรือจิตวิญญาณต่างผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็น         รากฐานตั้งมั่นสภาพเกือบสมบูรณ์แล้วด้วยซ้ำ

หญิงชราเตะหวังเป่าเล่อจนร่างเขากระเด็น หม้อหลอมเล็กถูกหญิงชรากระชากออกมาในทันใด พร้อมกับเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของชายหนุ่ม ปราณวิญญาณและพลังชีวิตไหลทะลักออกจากร่างผ่านบาดแผลที่หน้าท้องของชายหนุ่ม หม้อหลอมเล็กที่ถูกดึงออกมามีเส้นปราณและเลือดเนื้อของหวังเป่าเล่อผสานติดอยู่โดยรอบด้วย    ร่างของชายหนุ่มงองุ้มเมื่อโดนดึงเอาหม้อหลอมออกไป เส้นปราณขาดสะบั้น เนื้อหนังขาดวิ่น!

เลือดสดพวยพุ่งออกมาไม่หยุด ไหลท่วมไปทั่วทั้งพื้นที่…

เกิดเสียงดังสนั่น ร่างของหวังเป่าเล่อพุ่งกระแทกผนังถ้ำ จนกระเด็นทะลุออกมาด้านนอก ภาพเบื้องหน้าชายหนุ่มมัวหม่นไปหมด รอบกายมีแต่ความหนาวเหน็บ ท่ามกลางความมืดมนและหนาวเหน็บนั้น ความเกลียดชังมากล้นเสียจนสยบฟ้าดินได้ปะทุขึ้นภายใน!

ทั้งหมดทั้งมวลที่เขาลงทุนลงแรงมานั้น…ช่างเป็นความพยายามที่เปล่าประโยชน์สิ้นดี!

ขณะที่ร่างของเขากำลังสั่นไหว ความโกรธเกรี้ยว ความเกลียดชัง และเสียงกรีดร้องน่าเวทนาก็ค่อยๆ จางหาย จิตวิญญาณ พลังปราณ ทุกสิ่งอย่าง…อ่อนแรงลง        อย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดทั่วร่างกายนั้นไม่สามารถเทียบชั้นกับความทุกข์ทรมานจากการโดนช่วงชิงรากฐานตั้งมั่นไปด้วยมือเปล่าได้ ความเจ็บแค้นจากการโดนช่วงชิงอวัยวะของตนเองไปทำให้หวังเป่าเล่อรู้สึกว่างเปล่า

เขาโดนพรากรากฐานตั้งมั่นไปเสียแล้ว!

กระบวนการหลอมรากฐานตั้งมั่นที่รุดหน้าไปถึงแปดในสิบส่วนถูกบ่อนทำลายย่อยยับในพริบตา จุดตันเถียนและเส้นปราณถูกทำลายไปถึงสามในสิบส่วนเมื่อ    หม้อหลอมถูกกระชากออกจากร่างไปอย่างรุนแรง แผลเหวะอหวะตรงหน้าท้องและอวัยวะภายในที่เสียหายหนัก ทำให้อาการบาดเจ็บของเขาทรุดลงจนแทบจะสิ้นลมไป แม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นแล้วก็ตาม

ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนเอาชีวิตรอดสักเพียงใด รากฐานตั้งมั่นที่โดนทำลายไป          อีกทั้งอาการบาดเจ็บรุนแรงที่เขาได้รับ ล้วนทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถบรรลุขั้นรากฐานตั้งมั่นได้อีกเลยตลอดชีวิต รากฐานที่โดนทำลายไป ประกอบกับพลังปราณที่ไหลออกจากร่างอย่างรวดเร็ว อาจทำให้หวังเป่าเล่อกลับกลายเป็นเพียง            ปุถุชนธรรมดา และตายจากไปอย่างนั้น

เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในยุคกำเนิดวิญญาณ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับศิษย์จากสี่ยอดสำนักเต๋า โดยเฉพาะกับคนอย่างหวังเป่าเล่อ!

หากเขตจันทราเวทไม่ได้โดนปิดผนึก หญิงชราคงไม่กล้ากระทำการจองหองเช่นนี้แน่ แต่พอมาตอนนี้ นางเห็นว่าแผนทุกอย่างกำลังจะเรียบร้อยด้วยดี ไม่นานจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสหพันธรัฐอย่างแน่นอน รองเจ้าตำหนักเช่นหวังเป่าเล่อ  ก็เป็นแค่มดปลวกที่นางกำจัดทิ้งได้

เมื่อสัมผัสได้ถึงแหล่งกำเนิดปราณวิญญาณจากหม้อหลอมเล็กเปรอะเลือดในมือ นัยน์ตาของหญิงชราก็เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ แต่ก็ยังคงรู้สึกขยะแขยงรอยเลือดที่เปรอะอยู่บนหม้อหลอมเล็ก นางจึงกวาดมือเพียงหนึ่งครั้งให้รอยเลือดพลันปลาสนาการหายไป ก่อนจะนำมากอดไว้แนบอก นางจ้องมองหวังเป่าเล่อราวกับว่าเขาได้ตายไปแล้ว

“ได้ยินว่าเจ้ามีอาวุธเวทด้วยมิใช่หรือ” นางก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มขณะพูด     หวังเป่าเล่อมองหญิงชราที่กำลังก้าวเข้ามาหาเพื่อฆ่าชิงเอาอาวุธเวทของตนด้วย    แววตาเดือดดาลไร้หนทางสู้!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!