บทที่ 279 ทุกคนต่างก็มีแผนลับด้วยกันทั้งสิ้น
ขณะที่ขุมอำนาจทางการเมืองทั้งหลายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น หวังเป่าเล่อ ก็ยังคงซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ ม่านตาของเขาหรี่เล็กลงอย่างฉับพลัน ตั้งแต่พลังการ ฝึกตนของเขาบรรลุถึงขั้นรากฐานตั้งมั่น บรรดายุงทั้งหมดก็แข็งแกร่งขึ้นมาก แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่น แต่พวกมันก็มิใช่มดปลวกที่จะถูกทำลายย่อยยับลงไปด้วยการจ้องมองเพียงปราดเดียว
ทว่าด้วยสายตาของชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงโลหิตที่จ้องมองมาเพียงครั้งเดียว ยุงทั้งเก้าของหวังเป่าเล่อก็สลายเป็นฝุ่นไปในพริบตา แปลได้อย่างเดียวว่าชายหนุ่ม คนนั้นมีพลังปราณสูงส่งนัก
ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพอย่างนั้นรึ…หวังเป่าเล่อหรี่ตาลงและทำหน้าบูดบึ้ง เขารักษาระยะห่างไว้พลางหยิบเอาประคำหมอกเวทเคลื่อนย้ายขึ้นมากำมือหนึ่ง ชายหนุ่มยังไม่อยากจะจากไปเฉยๆ จึงปล่อยยุงทั้งเก้าออกมาอีกครั้งและส่งพวกมันบินตรงออกไป
ภายในถ้ำนั้น การปรากฏตัวขึ้นของประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพ สถานะอันทรงพลัง สายตาทะลุทะลวง และคำพูดอันหนักแน่นของเขานั้นพลิกสถานการณ์ไปโดยสิ้นเชิง ความอึมครึมตึงเครียดทั้งมวลมลายสิ้นไป กระแสน้ำไหลย้อนกลับในทันที
เมื่อตระกูลนภาห้าสมัยและสำนักรุ่งสางจักรพิภพรวมตัวกันแล้วนั้น มีผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในอยู่ทั้งสิ้นถึงเจ็ดคน ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพก็อยู่ในชั้นมหาวัฏจักรของขั้นกำเนิดแก่นใน เพียงตัวเขาคนเดียวก็สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ไปได้ราวกับพลิกฝ่ามือ
สมดุลของอำนาจกำลังพังลง ท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัด ภายใต้สายตาทะลุทะลวงของประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพนั้นเอง บุรุษชุดดำกับต้นไม้กลายพันธุ์ต่างก็หัวเราะออกมาดังสนั่น
ใบหน้าของทั้งคู่มีรอยยิ้ม แต่หากจ้องมองอย่างถี่ถ้วนแล้วอาจเห็นได้ว่าบุรุษชุดดำเป็นผู้ที่เย้ยยิ้มขึ้นมาก่อน ก่อนที่ต้นไม้ยักษ์จะยิ้มตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
บุรุษชุดดำเริ่มส่ายศีรษะไปมาพลางถอนหายใจ ขณะที่รอยยิ้มบนใบหน้าเขายังคงฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าก็พยายามคิดอยู่ตั้งนานว่าแผนลับของตระกูลนภาห้าสมัยคือสิ่งใดกันแน่ ไม่นึกเลยว่าจะได้มาพบกับประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพตัวเป็นๆ ช่างเป็นโอกาสงามจริงๆ
“ต้นไม้นี้คือต้นแม่ของพวกเรา พระจันทร์หรือ…ก็เหมือนบ้าน พวกเราจะไม่มีวิธีปกป้องตนเองจากคนนอกเช่นเจ้าได้อย่างไรกัน” ยังไม่ทันขาดคำ บุรุษชุดดำก็ยกเท้าขึ้นกระทืบลงไปบนพื้นอย่างฉับพลัน ทุกคนมีสีหน้าไม่สู้ดีเมื่อเห็นใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากกิ่งไม้ขนาดมหึมาที่ผลไม้ลูกนั้นห้อยอยู่
ทันทีที่ใบหน้านั้นปรากฏขึ้น ร่างกายส่วนที่เหลือก็ปรากฏตามมาอย่างรวดเร็ว ภายในพริบตาเดียว ร่างของชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากกิ่งไม้กิ่งนั้น!
รูปลักษณ์ของเขาเป็นชายหนุ่ม ดวงตาทั้งคู่เย็นชาและไร้ซึ่งความปราณี ขณะที่ก้าวออกมาจากกิ่งไม้นั้น พลังปราณระดับกำเนิดแก่นในก็ปะทุขึ้นมาจากกาย ปราณวิญญาณนั้นเหมือนกันกับของบุรุษชุดดำและต้นไม้ยักษ์กลายพันธุ์ไม่ผิดเพี้ยน!
การปรากฏตัวของชายผู้นั้นพาให้ผู้ฝึกตนจากทั้งสองฝ่ายส่งเสียงอุทานออกมาอย่างตกตะลึง ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพหรี่ตาลง สีหน้าขึงขังราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะพลันหม่นลง
พอดีกับที่ยุงทั้งเก้าของหวังเป่าเล่อเข้าไปถึงใจกลางถ้ำ เมื่อเห็นคนที่ก้าวเดินออกมาจากกิ่งไม้ยักษ์ หวังเป่าเล่อก็ถึงกับผงะด้วยความตกใจ แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
หวงซานอย่างนั้นรึ!
ชายผู้ที่เพิ่งจะก้าวออกมาจากกิ่งไม้ยักษ์นั้นคือต้นไม้ยักษ์อีกตน บุตรตนที่สามของต้นหอมหมื่นลี้บนดวงจันทร์ ผู้ที่ถูกสังหารไปตั้งแต่เพิ่งเข้ามาในเขตจันทราเวท โดยความร่วมมือระหว่างตระกูลนภาห้าสมัยและสำนักรุ่งสางจักรพิภพพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากต้นไม้ยักษ์อีกสองต้นที่เหลือ!
เขายังไม่ตาย!
ทันทีที่ร่างของเขาผุดออกมาแล้วทั้งตัว หวงซานและต้นไม้ยักษ์อีกต้นก็รีบวิ่งเข้าไปสมทบบุรุษในชุดดำผู้นั้นทันที ก่อนที่ทั้งสองจะกระโจนเข้าหากัน หากมองดูดีๆ จะเห็นได้ว่าทั้งหวงซานและต้นไม้ยักษ์กำลังรวมร่างเข้ากับบุรุษชุดดำนั่นเอง!
ผู้อาวุโสของตระกูลนภาห้าสมัยและผู้ฝึกตนจากสำนักรุ่งสางจักรพิภพมีปฏิกิริยาในทันที พวกเขาขยับตัวหมายจะเข้าไปหยุดยั้งการรวมร่างนี้ ทว่าประมุขสำนัก รุ่งสางจักรพิภพผู้ขึงขังกลับหยุดเอาไว้เสียก่อน
“พวกมันต้องการจะล่อพวกท่านให้เข้าไปใกล้!”
บุรุษชุดดำยิ้มให้กับคำพูดของประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพ การรวมตัวที่เชื่องช้าก่อนหน้านี้พลันเร่งความเร็วขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ในทันใด ใช้เวลาไปไม่ถึงหนึ่ง ลมหายใจเท่านั้น ต้นไม้ยักษ์และหวงซานหายวับไป เหลือไว้เพียงบุรุษในชุดดำที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ พลังปราณอันรุนแรงปะทุขึ้นมาจากกายเขา
คลื่นพลังระดับขั้นกำเนิดแก่นในชั้นมหาวัฏจักรหลั่งล้นออกมา ก่อนจะส่งเสียงคำรามกึกก้องไปถึงสรวงสวรรค์ พลังนั้นเทียบเท่าพลังของประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพเลยทีเดียว!
หากเมื่อครู่นี้ผู้ฝึกตนพุ่งตัวเข้าไปห้ามต้นไม้ยักษ์เหล่านั้นไว้ พวกเขาคงจะถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวและตายคาที่ไปแล้วเป็นแน่ เป็นที่ชัดเจนว่า…การรวมร่างของชายชุดดำได้เสร็จสิ้นลงแล้ว การแสดงเมื่อครู่เป็นเพียงกับดักที่จะล่อให้พวกเขาเข้าไปตายเท่านั้น!
“น่าเสียดายที่ไม่มีใครหลงกลสักคน” บุรุษชุดดำยักไหล่ไปมา เมื่อพูดจบสายตาของเขาก็หันไปจับจ้องอยู่ที่ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพ ผู้ซึ่งขณะนี้ทำสีหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว
“มีคนบอกข้าว่าเจ้ายังมีแผนลับอย่างอื่นอยู่อีก ข้าเองก็เชื่อเช่นนั้น ดังนั้นข้าจึงเตรียมแผนของข้าไว้เช่นกัน ข้าได้ให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าไปตั้งแต่แรกเริ่มสองประการด้วยกัน!
“ประการแรกคือนิยายที่ว่าต้นแม่บนดวงจันทร์นั้นรอดชีวิตมาได้เพราะบุตรของนางเติบโตอยู่บนโลกมนุษย์ ข้อนี้ทั้งจริงและไม่จริงในเวลาเดียวกัน ความจริงก็คือ นางรอดมาได้ ส่วนความเท็จนั้น…คือตั้งแต่ก่อนที่จะย่างกรายเข้ามาในเขตจันทราเวท ข้าได้ดูดกลืนต้นไม้อีกสองต้นเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ข้าได้กลืนเอาความทรงจำและความรู้สึกของพวกเขา เข้ามาประกอบกับกายหลัก แล้วจำแลงพวกเขาออกไปเป็น ร่างแยกของข้าเท่านั้น!” บุรุษชุดดำแสยะยิ้มอย่างมีชัย เขากำลังจะพูดต่อ แต่ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพพลันหัวเราะเยาะขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ความเท็จประการที่สองก็คือเจ้าจัดฉากให้พวกข้าได้เห็นการตายของร่างแยกของเจ้า ความตายของเขาทำให้พวกข้าเข้าใจไปว่าต้นไม้ต้นที่สามไม่ได้ร่วมมือกับใคร และเดินทางมาที่ดวงจันทร์ด้วยตัวคนเดียว!
“ร่างแยกของเจ้าคงร่วมมือกับสหพันธรัฐใช่หรือไม่ กับสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าหรือคณะสิบเจ็ดเสนาบดีกันเล่า ไม่ใช่ใครเลยมากกว่า พวกเจ้าร่วมมือกับผู้นำสหพันธรัฐคนปัจจุบันใช่หรือไม่!” ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เปลือกตาของบุรุษชุดดำกระตุกเล็กน้อย เขาไม่แปลกใจที่คำโกหกของตนจะถูกเปิดโปงโดยประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพ พวกเขาทุกคนเปิดไพ่กันจนแทบจะหมด มือแล้ว คงจะน่าขายหน้าไม่น้อยหากมาถึงจุดนี้แล้ว ยังเดาทางของอีกฝ่ายไม่ออก
แม้กระนั้น บุรุษชุดดำก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาตั้งท่าระวังในทันที
ด้วยความช่วยเหลือของฝูงยุง หวังเป่าเล่อจึงมองเห็นและได้ยินบทสนทนานี้ทั้งหมด ความรู้สึกของชายหนุ่มตีกันยุ่งเหยิงจนเขาแทบจะหมดสติ ชั้นเชิงการวางแผนและสมคบคิดเหล่านี้หนักหนาเกินไปสำหรับเขา การหักหลังกันไปมา กระทั่งการพลิกกระดานอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นบนดวงจันทร์ ก็ล้วนแต่ผ่านการวางแผนเอาไว้แล้วทั้งหมด!
เห็นได้ชัดว่าสหพันธรัฐล่วงรู้ถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นบนดวงจันทร์มาตั้งแต่ ก่อนหน้านี้แล้ว!
พูดให้ตรงยิ่งกว่านั้นก็คือผู้นำของสหพันธรัฐรู้มาโดยตลอด สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าและขุมอำนาจการเมืองอื่นๆ ก็รู้ดีแก่ใจ แต่ก็ตามน้ำไปด้วยกันทั้งหมด…
แผนการก่อกบฏของตระกูลนภาห้าสมัยและสำนักรุ่งสางจักรพิภพในเขตจันทราเวท แท้จริงแล้วเป็นกับดักที่สหพันธรัฐตั้งเอาไว้สำหรับขุมอำนาจทั้งสองนั่นเอง!
วงแหวนปราณที่ผนึกเขตจันทราเวทเอาไว้ยังไม่แตกสลายก็เพราะอย่างนี้นี่เอง! ลมหายใจของหวังเป่าเล่อรัวเร็วขึ้น อารมณ์ของเขาปั่นป่วนอยู่ภายในราวกับพายุคลั่ง
หากเป็นเช่นนั้น ผู้คนก็น่าจะต้องเริ่มพูดกันปากต่อปากไปทั่วแล้วแน่นอน…อัตชีวประวัติเจ้าพนักงานระดับสูงกล่าวไว้ว่า ความเห็นของมวลชน…คืออาวุธของนักการเมือง!
ขั้นแรกคือสร้างประเด็นให้มวลชนถกเถียงกันเพื่อเกิดเป็นแรงกดดัน แล้วใช้บรรดาศิษย์จากขุมอำนาจการเมืองอื่นๆ ที่ติดอยู่ในมิติเวทเป็นข้อต่อรอง เพื่อรวบรวมกำลังพลมาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ สร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกไปพลางกดดันตระกูลนภาห้าสมัยและสำนักรุ่งสางจักรพิภพไปด้วย พวกเขาจะได้เปรียบทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมากและจะทำให้อำนาจของกลุ่มการเมืองทั้งสองลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ!
หวังเป่าเล่อเองก็ไม่รู้ว่าเขาเดาถูกหรือไม่ แต่ทุกอย่างที่เขาเห็นและได้ยินเมื่อครู่ดูจะชี้เป้าไปที่ข้อสรุปหนึ่งเดียวนี้
หัวใจของทุกอย่างอยู่ที่บุรุษชุดดำคนนี้ ทายาทคนสุดท้ายของต้นหอมหมื่นลี้บนดวงจันทร์!
เขาได้บรรลุข้อตกลงกับผู้นำสหพันธรัฐ และพลิกสถานการณ์จนเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าตระกูลนภาห้าสมัยและสำนักรุ่งสางจักรพิภพได้สำเร็จ ทั้งคู่ต่างก็พอใจกับข้อตกลงในส่วนของตน และต่างก็จะได้สิ่งที่ตนเองต้องการ…
แต่ในขณะที่หวังเป่าเล่อกำลังตกตะลึงกับข้อสรุปในใจอยู่นั้น ประมุขสำนัก รุ่งสางจักรพิภพก็หัวเราะออกมาบ้าง สายตาของเขาเปล่งประกายล้ำลึกขณะที่จ้องมองไปทางบุรุษในชุดดำ
“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเหตุใดต้วนมู่ฉือจึงมั่นใจนัก ว่าเจ้าจะช่วยให้แผนของเขาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่หากข้าเดาไม่ผิด ตามแผนที่เจ้าวางไว้กับผู้นำสหพันธรัฐ เขาและเพื่อนๆ จากขุมอำนาจการเมืองอื่นก็ควรจะต้องทำลายวงแหวนปราณสำเร็จและตามมาถึงภายในนี้ได้แล้ว ตอนนี้พวกเขาควรจะอยู่ที่นี่ พร้อมที่จะจับพวกเราไปลงโทษและทำเรื่องทุกอย่างให้จบแล้วมิใช่หรือ
“ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใดกันเล่า เหตุใดวงแหวนปราณจึงยังไม่เปิดออกเสียที
“สหายต้นหอมหมื่นลี้ ความทะเยอทะยานของเจ้าช่างสูงส่งนัก!” ประมุขสำนักรุ่งสางจักรพิภพหรี่ตาลงก่อนจะพูดอย่างเยือกเย็น
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกมาจากปากเขา สายตาของบุรุษในชุดดำก็ ส่องประกายขึ้นมาวาบหนึ่งในทันใด ความระแวดระวังที่เขามีต่อประมุขสำนัก รุ่งสางจักรพิภพเพิ่มพูนขึ้นในบัดดล ด้วยถ้อยคำไม่กี่คำชายหนุ่มสามารถจับพิรุธและเปิดโปงความจริงออกมาได้อย่างหมดเปลือก
“ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูกอีกแล้ว…” ประมุขสำนักหัวเราะออกมา
“ข้าขอเดาอีกครั้งก็แล้วกัน ต้วนมู่ฉืออาจจะควบคุมเจ้าได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ยังไม่อาจควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นเหตุให้เจ้ายังหลอกลวงเขาได้จนป่านนี้ เป้าหมายของเจ้าตั้งแต่แรกคือยึดเอาผลไม้ไปเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว…พูดง่ายๆ ก็คือเจ้าหวังจะรวมร่างกับผลไม้ลูกนี้เพื่อเป็นผู้บรรลุขั้นจุติวิญญาณเป็นคนแรกในสหพันธรัฐ และด้วยระดับการฝึกตนนั้น เจ้าก็ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเกรงกลัวอีกต่อไป!”
