บทที่ 281 อาวุธเทพดวงดาราแดง
ตอนนั้นเอง เสียงคำรามลั่นดังก้องมาจากใต้พื้นพสุธาบริเวณใจกลางด้านมืดของดวงจันทร์ คลื่นเสียงนั้นแผ่กระจายไปทั่วทั้งดวงจันทร์จนท้องฟ้าสั่นสะเทือน
ทุกคนที่ได้ยินเสียงนั้นต่างประหลาดใจและเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเสียงนั้นเป็นเสียงกรีดร้องสุดท้ายของใครคนหนึ่งก่อนเสียชีวิต ราวกับว่ามีใครถูกบังคับให้ ลืมตามองคนที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ราวกับเป็นเรื่องสลดเวลาที่เจ้าของบ้านเห็นบ้านของตนพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เป็นความน่าหดหู่และน่าแค้นเคืองราวกับว่าผู้นั้น ไม่มีกำลังพอจะแก้แค้นเอาคืนได้
ดวงจันทร์ทั้งดวงสั่นสะท้านตลอดเวลาที่เสียงนั้นโหยหวน โดยเฉพาะฐานที่มั่นทั้งหลายที่สร้างขึ้นบนนี้ ผู้ที่สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนได้มากที่สุดเห็นจะเป็นบรรดาชนชั้นสูงจากสหพันธรัฐที่กำลังโจมตีวงแหวนปราณกันอยู่ ภายใต้การนำของผู้นำสหพันธรัฐต้วนมู่ฉือ ซึ่งปักหลักอยู่ภายนอกเขตวงแหวนปราณ
พวกเขาต่างผงะเมื่อได้ยินเสียงดังสนั่น บางคนถึงกับหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีตื่นขึ้นมาแล้วหรือ”
“เสียงนี้…ฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าครั้งก่อนที่มันตื่นขึ้นมาเสียอีก บัดซบ! ไม่ใช่ว่ามันตายเป็นศพนอนแน่นิ่งอยู่นานแล้วหรืออย่างไรกัน เป็นไปได้หรือว่าที่ผ่านมามันเพียงแค่จำศีลบำเพ็ญตนอยู่เท่านั้น”
“มันแค่ฟื้นสภาพระดับการฝึกตนของตนเองเท่านั้น ทุกครั้งที่ราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีหลับใหล ระดับการฝึกตนบางส่วนของมันจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น!” ผู้คนภายนอกวงแหวนปราณตื่นตระหนกอย่างยิ่ง สายตาของผู้นำสหพันธรัฐต้วนมู่ฉือนั้นทอประกาย เขาหายใจหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย พลางมองด้วยสายตามุ่งมั่น ก่อนจะยก มือขวาขึ้น!
“จงมา!”
จู่ๆ คลื่นพลังก็หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทางหลังจากสิ้นคำนั้น รูปปั้นของต้วนมู่ฉือในนครหลวงของสหพันธรัฐบนพื้นโลกฉายแสงสว่างเจิดจ้า ก่อตัวเป็นลำแสงยิงขึ้นสู่ ท้องนภา
ท่ามกลางลำแสงนั้น มีกริชเล่มหนึ่งเหาะเหินอยู่ภายใน!
เมื่อกริชเหาะเหินสีแดงทั้งด้ามเล่มนั้นปรากฏขึ้น ก็ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังลั่นท้องฟ้า และเปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นสีแดงฉานปานสีเลือด เช่นเดียวกันกับพืชพันธุ์ทั้งหมดและทุกสิ่งทุกอย่างตรงนั้น ต่างถูกย้อมเป็นสีแดงในทันที!
นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอายประหลาดแผ่กระจายไปทั่ว ราวกับว่ามันคือ พลังอันแข็งแกร่งที่สุดที่เคยสำแดงมา สิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าจะอยู่ในระดับการฝึกตนใดต่างก็สัมผัสถึงมันได้ ตอนนั้นใครๆ ต่างก็อดไม่ได้ถึงกับต้องสวดมนต์ภาวนา
สิ่งที่ทุกคนกำลังสวดอ้อนวอนอย่างขึงขังเพื่อมวลมนุษยชาตินั้น คืออาวุธเทพเพียงหนึ่งเดียวของสหพันธรัฐ!
ชื่อของมันคือ…ดวงดาราแดง!
ในขณะนั้น ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ทุกส่วนบนโลกราวกับถูกย้อมด้วยสีแดงในชั่วพริบตา ฉับพลันกริชเหาะเหินพุ่งผ่านท้องนภาออกมาจากพื้นโลกอย่างรวดเร็ว เปล่งแสงสีแดงตามท้ายมาเป็นทางราวกับพายุหมุนสีชาด
ปลายทางของมันคือดวงจันทร์ หากระบุให้ชัดเจนก็มันกำลังพุ่งตรงไปหาผู้นำสหพันธรัฐต้วนมู่ฉือ ที่กำลังยกมือสูงขึ้นสู่ฟ้ารอรับมันอยู่นั่นเอง!
ทุกคนภายนอกวงแหวนปราณต่างกำลังสับสนอลหม่าน ระหว่างที่ต้วนมู่ฉือกำลังอัญเชิญอาวุธเทพนั้นเอง ภายในอุโมงค์ลึกใต้พื้นผิวด้านมืดของดวงจันทร์ ใครบางคนหวาดกลัวจนเสียสติ ต้นไม้ยักษ์ในร่างบุรุษชุดดำชักมือขวากลับมาและล่าถอยทันที ด้วยเกรงว่าจะทำให้หวังเป่าเล่อยิ่งหงุดหงิดหากเข้าไปใกล้ หลังจากเห็นชายร่างอ้วนร่ายคาถา ปลุกให้ราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรี ส่งเสียงโหยหวนครวญครางชวนสั่นสะท้านออกมา เขารีบแผดเสียงลั่นโต้ตอบทันที
“สหายหวังเอ๋ย อย่าวู่วาม! โปรดใจเย็นก่อน! เรามาตกลงเรื่องนี้กันอย่างสันติเถิด!”
หวังเป่าเล่อไม่คิดว่ามาก่อนว่าแค่กระตุ้นดอกบัวสีเขียวภายในกายนิดเดียว จะส่งผลต่อราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีได้ถึงเพียงนี้ เขารีบทำให้ดอกบัวสีเขียว สงบลง เสียงคำรามของราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีจึงได้แผ่วลงตาม ชายหนุ่มมองไปยังต้นไม้ยักษ์ในร่างบุรุษชุดดำก่อนเอ่ยขึ้นว่า
“ตอนนี้ผลไม้จะไม่ถูกแบ่งเป็นสามส่วนอีกต่อไป เพราะเหลือเพียงแค่พวกเราสองคน ข้าไม่ต้องการอะไรมาก ขอเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น!”
ต้นไม้ยักษ์ในร่างบุรุษชุดดำมองลึกเข้าไปในดวงตาของหวังเป่าเล่อ เขาประทับใจในตัวชายหนุ่มอย่างมาก แม้ว่าจะมีความรู้สึกของต้นไม้ยักษ์ทั้งสองในกายปะปนอยู่ด้วย แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก
เดิมทีเขาวางแผนจะฆ่าหวังเป่าเล่อเสียให้สิ้น แต่พอชายหนุ่มข่มขู่เขาเช่นนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะยอมรับข้อเสนอแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
จริงๆ แล้ว บุรุษชุดดำไม่อาจจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นวางลงบนผลไม้ลูกนั้น เรือนผม ของเขาตั้งชันก่อนจะเริ่มดูดกลืนในทันทีโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกต่อไป
หวังเป่าเล่อหรี่ตาลง ชายหนุ่มยกมือขึ้นทาบลงบนผลไม้ลูกนั้นด้วย พลางจับตาดูบุรุษชุดดำตรงหน้า เมล็ดแห่งการดูดกลืนในร่างกายของเขาถูกปลุกขึ้นมา และปลดปล่อยพลังดูดกลืนอันน่าอัศจรรย์ไหลผ่านฝ่ามือของชายร่างอ้วนเข้าไปภายในกาย
ผลของต้นหอมหมื่นลี้สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับมีโพรงเจาะเข้าไปดูดเอากระแสพลังชีวิตเหนียวหนืดออกมาจากมันอย่างต่อเนื่องฉับพลัน ก่อนแล่นเข้าสู่ร่างกายของหวังเป่าเล่อและเมล็ดแห่งการดูดกลืนของเขา
ร่างกายของหวังเป่าเล่อสั่นสะท้าน ชายหนุ่มตระหนักได้ในทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เมื่อเมล็ดแห่งการดูดกลืนนั้นดูเหมือนจะแบ่งกระแสพลังชีวิตเหนียวหนืดนั้นออกเป็นสองส่วน!
ส่วนหนึ่งยังคงเป็นกระแสพลังชีวิต ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก่อตัวขึ้นเป็น หยดน้ำค้างสีดำ!
หยดน้ำค้างนั้นแผ่มวลพลังชั่วร้ายอย่างชัดเจน ราวกับเป็นทั้งยาพิษและยาถอนพิษ ในเวลาเดียวกัน หวังเป่าเล่อประหลาดใจเมื่อตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เกิดขึ้นกับผลไม้ลูกนี้!
หรือนี่จะเป็นเนื้อแท้ของมัน หรือว่ามีใครไปทำอะไรกับมันอย่างนั้นหรือ หวังเป่าเล่อหายใจหอบถี่พลางมองบุรุษชุดดำ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ และยังคงดูดกลืนมันต่อไปเรื่อยๆ
หวังเป่าเล่อค่อนข้างฉงนใจ ในขณะที่กำลังลังเลอยู่นั้น ดอกบัวสีเขียวภายในเมล็ดแห่งการดูดกลืนก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรงในทันที ก่อนจะดูดกลืนพลังชีวิตรวมทั้งสารพิษที่ก่อตัวขึ้นเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม!
สารพิษอันตรายนั้นกลับกลายเป็นดั่งอาหารเสริม ทำให้ดอกบัวสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีหยก แม้แต่กลีบที่โรยราของมันก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!
มันสามารถดูดกลืนสารพิษได้หรือนี่ หวังเป่าเล่อตะลึงงันอย่างสุขใจ
เมล็ดแห่งการดูดกลืนยังคงดูดพลังชีวิตจนผลไม้ลูกนั้นแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว ระหว่างกระบวนการดูดกลืนนี้ดำเนินไป หวังเป่าเล่อพบว่าดอกบัวสีเขียวเติบโตขึ้นอย่างน่าแปลกใจ แม้ว่ามันจะเปลี่ยนไปอย่างเชื่องช้า แต่กลับเห็นได้ชัดเจน ภายในดอกบัวสีเขียวนั้นมีบางอย่างกำลังไหลเวียนออกมา มันไม่ใช่ทั้งปราณวิญญาณหรือพลังชีวิตแต่อย่างใด แม้ชายร่างอ้วนจะไม่รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไร แต่ก็รู้สึกได้ว่าพลังที่ไหลเวียนออกมานั้นประสานเข้ากับร่างของตนอย่างรวดเร็ว!
การหลอมรวมกันนี้เสมือนกับการบำรุงรักษา ช่วยให้หัวใจของชายหนุ่มมีความแข็งแกร่งดุดันเพิ่มขึ้น เขาหายใจถี่ระรัวอย่างไม่มั่นคง พลังกายของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในระยะเวลาอันสั้น!
หวังเป่าเล่อมีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งนั้นเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเก่า เป็นสิ่งที่พบได้ยากในผู้ฝึกตนขั้นรากฐานตั้งมั่นทั้งหลาย อย่างไร ก็ตามกระบวนการเสริมพละกำลังยังไม่สิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น!
ขั้นตอนการดูดกลืนยังคงดำเนินต่อไปและดอกบัวสีเขียวยังคงเติบโตเรื่อยๆ ทำให้ชายหนุ่มแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระดูก หรือเลือดเนื้อ ทุกส่วนของร่างกายกำลังพัฒนาสู่ขั้นสุดยอด!
สวรรค์! เจ้าดอกบัวสีเขียวนี่ช่างไม่รู้จักพอเสียจริง หรือเป็นเพราะผลไม้นั่นผิดปกติกันแน่… หวังเป่าเล่อหายใจเข้าลึกๆ และกลืนน้ำลายอย่างไม่อยากเชื่อ ตอนนั้นเองบุรุษชุดดำผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับเขาก็เริ่มส่งเสียงสบถพ่นลมหายใจออกมา พลางจ้องหน้าชายหนุ่มตาถลนแทบหลุดออกจากเบ้า
ระยำนัก! เจ้านั่นดูดกลืนรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไรกัน…จำได้แล้ว ก่อนหน้านี้ที่แอ่งแผ่นดินเค่อหลุน เขาก็เคยใช้วิธีดูดกลืนแปลกๆ เช่นนี้มาก่อนเหมือนกัน…
บุรุษชุดดำตะลึงงันอย่างขุ่นเคือง ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการใช้พลังดูดกลืนผลต้นหอมหมื่นลี้ เขารู้สึกว่าระดับการฝึกตนของตนนั้นเพิ่มพูนขึ้นช้าๆ บุรุษชุดดำใช้วิธีการนี้บรรลุระดับการฝึกตนสู่ขั้นจุติวิญญาณได้ในเวลาไม่นาน และไม่มีใครจาก ขุมอำนาจใดในสหพันธรัฐจะสามารถบรรลุระดับเดียวกับเขาได้!
ปัญหาเพียงอย่างเดียวคือ…หวังเป่าเล่ออาจจะเป็นหนามยอกอกของบุรุษชุดดำก็ได้ ในจังหวะที่สายตาของเขาทอประกายความปรารถนาอันเกินควบคุมนั้น ดอกบัว สีเขียวในร่างกายของหวังเป่าเล่อก็ยังคงดูดกลืนกระแสพลังชีวิตจนงอกงามขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มันขยายตัวใหญ่ขึ้นนั้น จู่ๆ เม็ดดอกบัวก็ผุดขึ้นมาและส่องประกายแวววาวราวกับกำลังจะเบ่งบาน
พลังของเมล็ดแห่งการดูดกลืนในตัวของหวังเป่าเล่อนั้นได้รับการกระตุ้น จนขยายขนาดอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทำเอาบุรุษชุดดำผู้นั้นถึงกับตกใจ!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ผลไม้พลันแห้งเฉาอย่างรวดเร็ว ชายทั้งสองต่างแย่งชิงต้นกำเนิดพลังชีวิตกันอย่างบ้าระห่ำ บุรุษชุดดำล่าช้ากว่าชายร่างอ้วนเป็นสิบเท่าทำให้ตามอีกฝ่ายแทบไม่ทัน!
เป็นไปไม่ได้! บุรุษชุดดำกรีดร้องในใจอย่างเดือดดาล เส้นเลือดสีเขียวผุดพล่านกลางหน้าผากของตน ขณะนั้นเอง ดอกบัวภายในร่างกายของหวังเป่าเล่อก็เผยเม็ดบัวเม็ดแรกออกมา
ความเร็วระหว่างชายทั้งสองคนนี้แตกต่างกันถึงสิบห้าเท่าเลยทีเดียว
เมื่อความเร็วแตกต่างกันที่สามสิบเท่า เม็ดบัวเม็ดที่สอง สาม และสี่ก็เริ่มผุดออกมา
หวังเป่าเล่อประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะรู้สึกว่าบุรุษชุดดำตรงหน้าเอง ก็แข็งแกร่งขึ้นมากจนน่ากลัว มิหนำซ้ำสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายยังแปลกพิกล ใบหน้านั้นดำทมิฬจนแทบจะบีบออกมาเป็นน้ำหมึกได้เลยทีเดียว
อย่างไรเล่า หรือข้าควรจะปลุกราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีออกมาดี เห็นทีต้นไม้ยักษ์ตนนี้จะข่มอารมณ์โกรธเกรี้ยวไว้มากมายจนจะปะทุเข้าให้แล้ว…. หวังเป่าเล่อรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา จึงตัดสินใจจะปลุกราชาแห่งเผ่าพันธุ์อมตะราตรีให้ตื่นขึ้น ในเวลาเดียวกัน อาวุธเทพกริชเหาะเหินที่ย้อมทุกอย่างใกล้ตัวให้เป็นสีแดงนั้น ก็พุ่งเข้ามาถึงตัวผู้นำสหพันธรัฐต้วนมู่ฉือพอดี
มันโคจรครบรอบหนึ่งก่อนจะส่องแสงสีแดงเลือดขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วพุ่งตรงไปยัง วงแหวนปราณแห่งเขตจันทราเวท!
กริชเหาะเหินปรี่เข้าใกล้เป้าหมายขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสกับวงแหวนปราณบน เขตจันทราเวท!
ปัง!
