บทที่ 356 ปวดใจแทนเจ้าลา
ในเวลาเดียวกันนั้น ฉากที่หวังเป่าเล่อคร่าศพผีโบราณยักษ์สองตนที่มีปราณ ขั้นรากฐานตั้งมั่นสมบูรณ์แบบ ก็ทำให้ทั้งสามสำนักศึกษาเต๋าที่เหลือปั่นป่วนโกลาหล สำนักศึกษาเต๋ากวางขาวได้แต่นิ่งเงียบ ส่วนประมุขแห่งสำนักศึกษาเต๋าธารสวรรค์และสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวสาขาย่อยต่างมองด้วยดวงตาใคร่รู้ ทั้งสองรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าหากพลังของหวังเป่าเล่อยังคงพัฒนาขึ้นด้วยอัตราเร็วเท่านี้ วันหนึ่งผลงานในอนาคตของสี่สำนักศึกษาเต๋าอาจพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็เป็นได้!
หากเจ้าหนุ่มนี่บรรลุปราณขั้นกำเนิดแก่นในละก็… ขณะที่สี่สำนักศึกษาเต๋า กำลังประหลาดใจ กลุ่มอำนาจอื่นในสหพันธรัฐก็ไม่ได้มีสภาพต่างกันเท่าใดนัก สมาชิกของสำนักรุ่งสางจักรพิภพกัดฟันกรอด เพราะคงไม่มีใครในที่แห่งนี้ที่พวกเขาชิงชังมากไปกว่าหวังเป่าเล่ออีกแล้ว แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะประมุข สำนักตน บัดนี้กำลังรับการลงโทษให้ถือสันโดษหกสิบปีจากเหตุการณ์บนดวงจันทร์ พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอยู่อย่างเงียบๆ ในเมื่อบัดนี้อำนาจของสำนักตนอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก
เหล่าคนใหญ่คนโตในสำนักสหชุมนุมสกุณาและตระกูลนภาห้าสมัย ต่างพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่หวังเป่าเล่อ ผู้ที่ได้กลายเป็นคนสำคัญตั้งแต่เหตุการณ์สะเทือนขวัญบนดวงจันทร์ แต่ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่นแรกเริ่ม ซึ่งอนาคตยังไม่แน่นอน ทว่าตอนนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะกลับตาลปัตร…
เมื่อครั้งยังเป็นผู้ฝึกตนรากฐานตั้งมั่นระดับต้น เขาก็สามารถคร่าชีวิตผู้ฝึกตนในระดับรากฐานตั้งมั่นเหมือนกันได้นับไม่ถ้วน เมื่อเขาก้าวเข้าสู่ระดับกลาง ความสามารถในการต่อสู้ของเขาก็พุ่งขึ้นอีกครั้ง เขาฆ่าผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่น ชั้นสมบูรณ์ได้อย่างไม่คณนามือ นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ทุกคนตกใจ เพราะผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่นชั้นสมบูรณ์ถือเป็นกำลังสำคัญของทั่วทั้งสหพันธรัฐที่ไม่ได้มี ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดแก่นในมากมายนัก
ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่นชั้นสมบูรณ์จึงมีความสำคัญมาก และจะไม่ถูกเรียกใช้งานนอกจากจะเป็นเหตุสำคัญจริงๆ คนที่ทำงานจิปาถะต่างๆ ให้สหพันธรัฐจึงเป็นผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่นทั่วไป ที่ไม่ได้มีปราณชั้นสมบูรณ์
ทว่าหวังเป่าเล่อแสดงให้คนทั้งอาณาจักรเห็นว่าเขาสังหารผู้ฝึกตนระดับรากฐานตั้งมั่นชั้นสมบูรณ์ได้ ความสามารถในการต่อสู้ของเขาเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอให้ทุกคน ตกตะลึง และจำเป็นต้องเฝ้าระวังเขาไว้ทุกฝีก้าว แม้ในกลุ่มอำนาจอื่นจะมีผู้ฝึกตนระดับกำเนิดแก่นในอยู่มากมาย แต่บรรยากาศภายในกลุ่มอำนาจทั้งหลายก็ยังคง เคร่งขรึม นี่เป็นเพราะพวกเขาได้ประจักษ์แล้วว่า แม้ตอนนี้หวังเป่าเล่อจะยังไม่ถือว่าเป็นผู้ทรงอำนาจ แต่ก็มีความสามารถที่เรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์
หากหวังเป่าเล่อกำชัยไปได้ในคราวนี้ และกลายเป็นนายกเทศมนตรีแห่งเขตนครใหม่ของดาวอังคาร ผู้ซึ่งมีอำนาจควบคุมโครงการเก็บกู้อาวุธเทพและดำรงตำแหน่ง ขุนนางระดับสี่ชั้นสูง หวังเป่าเล่อจะกลายเป็นผู้ทรงอำนาจที่แท้จริง จนอาจได้ต่อแถวเพื่อปรับลำดับชั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหพันธรัฐคนต่อไป!
เหตุผลที่ทำให้หลี่หว่านเอ๋อร์สามารถกดจั่วอี้เซียนเอาไว้ได้จนทำให้นางกลายเป็นก้างชิ้นใหญ่ของตระกูลจั่ว ไม่ใช่แค่เพราะตระกูลของนางเท่านั้น แต่เป็นเพราะอำนาจหน้าที่และความสามารถของตัวนางเองที่จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด!
สำหรับกลุ่มอำนาจอื่นรวมถึงกลุ่มไตรจันทราก็ล้วนตกใจกับสิ่งที่เห็น ดวงตาของจินตั้วหมิงบ่งบอกถึงความฉงน หวังเป่าเล่อซึ่งอยู่ในเขตนครใหม่ไม่ได้สนใจอสูรร้ายที่กำลังหนีตายไปทุกทิศทางแม้แต่น้อย เขาก้าวที่ละก้าวกลับไปฐานที่มั่นของตน และลากศพผีโบราณยักษ์ที่ขาดครึ่งกลับไปด้วย ท่ามกลางสายตาหลายล้านคู่ที่กำลังจับจ้อง
ระหว่างทางไม่มีอสูรตนใดกล้าเข้ามายุ่ง เมื่อหวังเป่าเล่อกลับมาถึงประตูฐานที่มั่น เขาก็โยนศพที่ขาดครึ่งไปด้านข้างพร้อมกะโหลกศีรษะ
ศพและกะโหลกนี้เป็นป้ายเตือนไม่ให้ใครเข้าใกล้!
หลังจากที่หวังเป่าเล่อกลับมายังที่ของตนเรียบร้อย เขาก็นั่งลงทันที และรีบหยิบขนมถุงออกมากินด้วยสีหน้าซีดเผือด
ข้าหิวจนจะเป็นลมตายแล้ว! ทำไมการปล่อยพลังทั้งหมดถึงทำให้ท้องร้อง ได้ขนาดนี้นะ… หรือเป็นเพราะพลังที่ใช้ไปกับการฟื้นตัว… หวังเป่าเล่อไม่ได้คิดอะไรมากมายและตั้งหน้าตั้งตากิน แต่ยิ่งกินมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งหิวมากขึ้นเท่านั้น นั่นทำให้เขารู้สึกใกล้บ้า ท่าทางหยิ่งยโสน่าหวั่นเกรงที่เขาแสดงให้ทุกคนเห็น ก่อนหน้านี้หายไปในพริบตา เมื่อความหิวกระหายถึงขีดสุดเข้าครอบงำ…
ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะกินอาหารและขนมเข้าไปมากมายจนเริ่มน่ากลัว หวังเป่าเล่อก็ยังไม่อิ่มแต่อย่างใด เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าลาที่กำลังเหยาะย่างเข้ามาหาตนเองจากระยะไกล ก่อนหน้านี้ตอนเขามองเจ้าลา สายตาของเขามีแต่ความรำคาญหงุดหงิด
แต่ตอนนี้ดูเหมือนอะไรๆ จะเปลี่ยนไปแล้ว
ขนของมันเงางามมากเหลือเกิน แปลว่ามันมีไขมันปกคลุมพอตัวเลยสินะ แถมขาก็ยังมีเนื้อมีหนัง หน้าแข้งก็ดูคุณภาพดี หากข้าจับมันมาปิ้งย่างพร้อมไขมันที่อุดมอยู่ในเนื้อ จะต้องอร่อยมากแน่ๆ … กีบเท้าทั้งสี่นั่น ข้าว่าเอามาต้มซุปได้… หูก็กินได้เช่นกันนี่นา และหัวมัน… ก็มีเนื้อเยอะอยู่… ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวหวังเป่าเล่ออย่างอดไม่ได้ เมื่อเห็นเจ้าลากำลังเดินเข้ามาหา เขาก็เริ่มประเมินสัดส่วนของ สัตว์เลี้ยงคู่ใจในทันที
สายตาที่น่ากลัวของหวังเป่าเล่อทำให้เจ้าลาตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความกลัวจับจิต เจ้าลารีบถอยหนีไปทันทีราวกับรู้สึกได้ว่าเหตุอาเพศ กำลังจะเกิดขึ้น เจ้าลาทำหน้าที่ของตนเองอย่างแข็งขัน และไม่ยอมให้อสูรย่างกรายเข้ามาเหยียบพื้นที่ของหวังเป่าเล่อแม้แต่ตนเดียว มันทำสำเร็จเพราะก่อนหน้านี้ หวังเป่าเล่อดึงความสนใจของเหล่าอสูรไปจนหมดสิ้น แม้จะมีบางตนที่หลงเข้ามา
แต่เจ้าลาก็มีปราณที่ใกล้ขั้นรากฐานตั้งมั่นเข้าไปทุกที อีกทั้งความเร็วของมันก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าหวังเป่าเล่อเท่าไหร่ มันจึงควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามมากนัก
ดังนั้นเมื่อเห็นหวังเป่าเล่อกลับมา เจ้าลาจึงอยากเข้ามารับรางวัลสำหรับผลงานของตนเอง หลังจากได้เห็นขนมถุงแล้วถุงเล่าที่เจ้านายหยิบออกมา มันก็เริ่มตื่นเต้นและเร่งความเร็วขึ้น แต่หลังจากที่หวังเป่าเล่อมองมันด้วยสายตาน่าขนลุก มันก็ตัวสั่นด้วยความสยองขวัญและรีบหนีไปหลบหลังกำแพงเมืองในทันที พร้อมพ่นลมเยาะเย้ยเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวมันเองเหี้ยมโหดเพียงใด แต่ดูเหมือนมันจะคิดว่านั่นยังแรง ไม่พอ เจ้าลาจึงกระโจนเข้าใส่ฝูงอสูร และคาบอสูรร้ายเจ็ดตนที่มันกินไปครึ่งหนึ่ง เข้ามาวางไว้ในระยะสายตาของหวังเป่าเล่อ
ความคิดของมันเรียบง่าย มันต้องการแสดงให้เจ้านายเห็นว่าตนเองเหี้ยมโหดเพียงใด เพื่อรายงานว่ามันเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับและฆ่าอสูรทั้งเจ็ดตนเสียราบคาบ แต่เมื่อเห็นว่าสายตาของหวังเป่าเล่อยังน่าขนลุกเช่นเดิม เจ้าลาก็ตื่นตระหนกเสียจนน้ำตาแทบไหล มันกัดฟันและวิ่งหนีออกจากฐานที่มั่นไปพร้อมส่งเสียงกรีดร้อง
หวังเป่าเล่อตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พลางคิดไปว่าเจ้าลาเริ่มฉลาดขึ้นจน เข้าใจสีหน้าท่าทางของเขาได้แล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าลา และเห็นว่าสัตว์เลี้ยงของตนบุกตะลุยเข้าหาฝูงอสูรและกัดอสูรทุกตนที่มันเห็น มันดูเหี้ยมโหด น่าประทับใจ และเก่งกาจเป็นอันมาก ทั้งยังหันมามองหวังเป่าเล่อเป็นระยะเพื่อดูปฏิกิริยาอีกด้วย
ทุกคนในสหพันธรัฐกำลังมองฉากนี้อยู่เช่นกัน จากความตื่นตกใจแปรเปลี่ยนมาเป็นความฉงน และในตอนนั้นเองพวกเขาก็รู้สึกว่า หวังเป่าเล่อคนเดิมที่พวกเขารู้จักกลับมาแล้ว
ขณะเดียวกันทุกคนก็เข้าอกเข้าใจเจ้าลาเป็นอย่างดีว่าเหตุใดมันต้องทำเช่นนั้น…
“ข้าละปวดใจแทนเจ้าลาจริงๆ …”
“ข้าพนันเลยว่าภายในสามปี หวังเป่าเล่อจะต้องฆ่าเจ้าลากินแน่!”
ขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่นั้น หวังเป่าเล่อก็ยังคงเคี้ยวขนมกร้วมๆ ก่อนจะตบพุงอย่างสบายใจเฉิบ จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งให้เจ้าลาซึ่งกำลังพัวพันอยู่ในหมู่อสูรร้ายกลับมาหา
“กลับมานี่ได้แล้ว อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้าพยายามแฝงตัวเข้าไปในหมู่พวกมัน โดยหลอกว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกัน”
หูเจ้าลาตั้งตรงขึ้น มันตกใจและรู้สึกผิดเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำสั่งของหวังเป่าเล่อ เจ้าลารู้สึกว่าหวังเป่าเล่อช่างเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้เอาเสียเลย ดังนั้นมันจึงเลิกคิด จะหนี และรีบวิ่งกลับมาเมื่อเห็นว่าหวังเป่าเล่ออิ่มแล้ว
สองเหตุการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกำลังเกิดขึ้นในสนามรบตอนนี้ ด้านของหวังเป่าเล่อแทบไม่มีอสูรเลย ขณะที่อีกด้านหนึ่งกลับยั้วเยี้ยไปด้วยอสูรมากมาย แม้หลายคนจะลอกเลียนแบบหวังเป่าเล่อและฆ่าศพผีโบราณยักษ์ตายไปหลายตน แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จด้วยตนคนเดียว พวกเขาหลายคนต้องรวมตัวกันเพื่อโค่น ศพผีโบราณ และด้วยความที่หวังเป่าเล่อเปิดฉากโจมตีก่อนเป็นคนแรก เหล่าอสูรจึงตกใจเกรงกลัวเขามากกว่า
ทว่าในที่สุดเหตุอสูรหลั่งไหลครั้งที่สี่ก็ผ่านพ้นไป ผลกระทบนั้นใหญ่หลวงกับ ทุกคนยกเว้นเพียงหวังเป่าเล่อ ตัวแทนทั้งเจ็ดต้านทานเหล่าอสูรเอาไว้ไม่ไหว เมื่ออสูรเริ่มบางตาลง ตัวแทนคนหนึ่งก็ถูกส่งออกจากสมรภูมิและตกรอบไปในที่สุด
ทันทีที่เหตุอสูรหลั่งไหลผ่านพ้นไป หวังเป่าเล่อก็เริ่มดำเนินการอีกครั้ง เขาปล่อยหุ่นเชิดหนึ่งพันตัวออกมา พวกมันพุ่งตรงไปยังอาณาเขตที่ถูกปล่อยทิ้งร้างของ ตัวแทนที่ตกรอบ
ความจริงแล้วเขาหมายตาอาณาเขตนั้นมานานแล้ว ทันทีที่ได้รับคำสั่ง หุ่นเชิดนับพันก็เริ่มถอดชิ้นส่วนและย้ายวัตถุดิบกลับมายังอาณาเขตของหวังเป่าเล่อ
ฝ่ายขั้วอำนาจอื่นๆ ก็ทนไม่ไหวและเริ่มเข้าแย่งทรัพยากรที่เหลืออยู่เช่นกัน แต่ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการต่อสู้ในสนามรบ ทำให้ทุกคนสู้หุ่นเชิดก่อสร้าง มีนับพันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้แม้ทุกคนจะร่วมแย่งชิงชิ้นส่วนจากซากฐานที่มั่น แต่ หวังเป่าเล่อก็ยังเก็บวัตถุดิบส่วนใหญ่ไปได้อยู่ดี
หวังเป่าเล่อดวงตาเป็นประกายด้วยความคาดหวังเมื่อเห็นชิ้นส่วนที่ตนเองกอบกู้กลับมาได้ เขาเริ่มกระบวนการสร้างปราการนิรันดร์ตามพิมพ์เขียวของตนทันที ด้วยปริมาณวัตถุดิบมหาศาลที่เขาชิงมาได้ ฐานที่มั่นของเขาก็กลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดมหึมาที่เห็นได้แต่ไกลอย่างรวดเร็ว!
กล่องนี้โอบล้อมฐานที่มั่นของหวังเป่าเล่อเอาไว้มิด จนคนภายนอกมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน เห็นเพียงกำแพงขนาดใหญ่ภายนอกที่สร้างจากวัสดุแตกต่างกันเท่านั้น กำแพงนั้นเหมือนงานปะหลากสีสร้างจากวัสดุก่อสร้างชั้นดี ทำให้มันแข็งแรงเป็นพิเศษ
ภายในกล่องนั้นอื้ออึงด้วยเสียงก่อสร้างที่ดังลอดออกมาภายนอก ทำให้ทุกคนที่เกาะขอบจออยู่ทางบ้านต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
“หวังเป่าเล่อกำลังสร้างอะไรอยู่กันแน่”
“ข้าเข้าใจแล้ว การทดสอบแต่ละรอบจะทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ก็ยากเกินกว่าจะรับมือไหว เป็นไปได้ว่าการทดสอบรอบสุดท้ายจะไม่ได้วัดความสามารถในการต่อสู้ของตัวแทนแล้ว แต่เป็นคุณภาพและพลังของฐานที่มั่น ที่สร้างขึ้นต่างหาก!”
