Skip to content

A World Worth Protecting 366

บทที่ 366 การประเมินและต่อรอง

หวังเป่าเล่อมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีที่ได้รับข้อความจากสำนักเจ้านครดาวอังคารหลังจากฝึกวิชารออยู่หลายวัน เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มใสซื่อที่เพิ่งเข้าร่วมสหพันธรัฐ       ชายหนุ่มรู้ดีว่าตำแหน่งใหม่ของตนสำคัญเช่นไร เขากำลังจะได้จัดตั้งเขตนครแห่งใหม่!

โครงการนี้จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและแรงงานมหาศาล เจ้านครจึงต้องพบปะพูดคุยกับหวังเป่าเล่อเพื่อแนะนำเรื่องต่างๆ จะได้วางใจให้เขาทำงานได้

หวังเป่าเล่อรีบลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อได้รับข้อความ เขายืนมองตนเองอยู่หน้ากระจก แม้จะชื่นชมความหล่อเหลาของตนมาเป็นล้านครั้งก็ดูเหมือนจะยังไม่พอ ชายหนุ่มจึงเริ่มชื่นชมรูปโฉมตนเองอีกครั้ง

ช่างผอมบาง ใบหน้าก็หล่อเหลา…หญิงสาวผู้โชคดีนางใดกันที่จะได้ชายหนุ่มรูปงาม   ผู้นี้ไปครอบครองในอนาคต… หวังเป่าเล่อหลงใหลในความงามของตนเอง เขาออกจากสำนัก ขึ้นเรือบินมุ่งหน้าไปยังสำนักเจ้านครด้วยความพึงพอใจ

เรือบินพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูง ไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทาง ชายหนุ่มดึงความสนใจจากผู้คนมากมายที่กำลังเดินเข้าออกสำนักขณะลงจากเรือบิน ชายหญิงมากหน้าหลายตาโค้งคำนับให้เขาทันที พวกเขารู้ดีว่าเจ้าอ้วนนี่…ได้ไต่เต้าขึ้นไปตำแหน่งสูงทำให้มีอำนาจมากมายในมือ!

ผู้ฝึกตนหญิงหลายคนมองทะลุผ่านรูปร่างผอมบางและใบหน้าอันหล่อเหลาเข้าไปถึงแก่นวิญญาณของหวังเป่าเล่อด้วยดวงตาเป็นประกาย

สายตาของพวกนางที่จับจ้องมาทำให้หวังเป่าเล่อพึงพอใจยิ่งนัก เขาลังเลใจ     คิดว่าตนไม่ควรทำตัวเย็นชา และต้องเป็นมิตรกับพวกนางเข้าไว้ ระหว่างทางไปยังห้องทำงานของเจ้านคร ชายหนุ่มหยุดทักทายผู้ฝึกตนหญิงหน้าตาดีหลายคนพร้อมแลกเปลี่ยนหมายเลขติดต่อกัน สร้างความแปลกใจและปีติยินดีแก่หญิงสาวเหล่านั้นยิ่งนัก

ตอนที่หวังเป่าเล่อมาถึงห้องทำงานของเจ้านคร เขาก็ได้รับหมายเลขติดต่อจาก   ผู้ฝึกตนหญิงมาแล้วหลายสิบคนทำให้ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ

เกิดมาหน้าตาดีนี่ลำบากจริงๆ ข้าจะติดต่อหาใครก่อนดีนะ… ขณะที่หวังเป่าเล่อกำลังว้าวุ่นใจอยู่ เสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากในห้อง เขารีบซ่อนความสุขใจไว้ภายใน ก่อนจะทำหน้าตาขึงขังขณะเปิดประตูเข้าไป เมื่อเห็นเจ้านคร ชายหนุ่มก็เชิดหน้าเหยียดอกขึ้นพร้อมพูดเสียงดัง

“ข้ารับใช้ผู้นอบน้อมขอคารวะท่านเจ้านครผู้ยิ่งใหญ่!”

เจ้านครก้มหน้าอ่านเอกสาร ไม่สนใจหวังเป่าเล่อ ปล่อยให้เขายืนอย่างนั้นอยู่สักพัก ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เจ้าชอบสะสมหมายเลขติดต่อผู้ฝึกตนหญิงหรือ”

ไม่รู้ว่าหวังเป่าเล่อคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำถามนั้น ชายหนุ่มคิดว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว ขนาดบิดามารดายังไม่เข้ามายุ่ง         แล้วทำไมเจ้านครอาณานิคมดาวอังคารถึงเข้ามายุ่งกัน

หรือว่า…นางจะมีลูกสาว เลยคิดจะให้ข้ามาแต่งเป็นลูกเขย ไม่รู้ว่าหวังเป่าเล่อไปเอาความคิดนี้มาจากที่ใด ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขณะจับจ้องไปทางเจ้านคร แม้ว่านางจะมีอายุแต่ก็ยังคงงามสะพรั่ง หวังเป่าเล่อว้าวุ่นใจขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่ได้ หวังเป่าเล่อผู้นี้เป็นคนยึดมั่นในอุดมการณ์ หวังเป่าเล่อสูดหายใจลึก เริ่มคิดหาทางปฏิเสธเจ้านครอย่างไรไม่ให้เสียมารยาทก่อนที่อีกฝ่ายจะแค่นเสียงทางจมูก

“ช่างเป็นเด็กไม่รู้จักโต เจ้าไม่ควรไปหลงมัวเมากับเรื่องรักใคร่ มิเช่นนั้นเจ้าจะรับผิดชอบหน้าที่ใหญ่โตด้วยพฤติกรรมเช่นนี้ได้อย่างไร!” เจ้านครมองหวังเป่าเล่อด้วยสายตาเย็นชา หวังเป่าเล่อตื่นตระหนกในทันที รู้ว่าที่เห็นรังสีสังหารจากสายตาของนางครั้งนี้คงไม่ได้คิดไปเอง

หวังเป่าเล่อตัวสั่น รีบหยิบเอาแหวนสื่อสารขึ้นมาลบหมายเลขติดต่อของผู้ฝึกตนหญิงที่ได้มาก่อนหน้านี้ออกหมดโดยไม่ลังเลใจต่อหน้าเจ้านคร

แม้หวังเป่าเล่อจะรีบลบในทันทีและสำนึกผิดกับสิ่งที่ตนทำไป เจ้านครก็ยังไม่หายผิดหวังในตัวเขา แต่นางก็พูดอะไรไม่ได้อีกเนื่องจากชายหนุ่มได้แสดงความรับผิดชอบไปแล้ว จึงหันมาเข้าประเด็นที่เรียกเขามาพบในครั้งนี้แทน

“ทางสหพันธรัฐและฝ่ายปกครองดาวอังคารจะช่วยเรื่องทรัพยากรในการจัดตั้งเขตนครใหม่จำนวนหนึ่ง…แต่ข้าต้องแจ้งให้เจ้าทราบว่าด้วยสถานะทางการเงินของอาณานิคมดาวอังคารในตอนนี้ ส่งผลให้เราช่วยเหลือเรื่องทรัพยากรเจ้าได้จำกัด      ทางสหพันธรัฐเองก็คงไม่ต่างกัน

“ทรัพยากรที่เราจัดหาให้จะสามารถช่วยเจ้าจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานของตัวนครได้เท่านั้น เจ้าต้องหาวิธีพัฒนาเขตนครของเจ้าต่อไปด้วยตนเอง

“นี่คือเรื่องแรกที่ข้าตั้งใจจะบอก เรื่องที่สองคือ ข้าให้เวลาเจ้าหกเดือน             ในการจัดตั้งเขตนคร เรื่องที่สาม เมื่อผ่านไปหกเดือน… เราจะย้ายประชากรจำนวนหนึ่งร้อยล้านคนไปอาศัยในเขตนครใหม่ ข้าจะเดินทางไปประเมินว่าเขตนครใหม่ของเจ้าเป็นที่น่าพึงพอใจ สามารถรองรับประชากรหนึ่งร้อยล้านคนได้หรือไม่!

“ทั้งหมดที่จะบอกมีแค่นี้ เจ้าจะได้เดินทางไปยังเขตนครใหม่พร้อมทรัพยากรที่เราเตรียมไว้ให้ในอีกสามวัน ข้าจะโยกคนจำนวนหนึ่งแสนคนไปช่วยเจ้าใน            การก่อสร้างเขตนครใหม่ในช่วงแรกเริ่ม เจ้าตัดสินใจเอาเองว่าจะใช้พวกเขาอย่างไร หวังเป่าเล่อ หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้เหล่าผู้คนที่เฝ้าจับตาดูอยู่ต้องผิดหวัง! อีกอย่าง      ข้าอยากจะย้ำเจ้าไว้ว่าเป้าหมายหลักของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่การก่อสร้าง             เขตนครใหม่ แต่เป็นการจัดตั้งวงแหวนปราณต่างหาก!”

เจ้านครยื่นแผ่นหยกให้หวังเป่าเล่อเมื่อพูดจบ ในแผ่นหยกมีพิมพ์เขียววงแหวนปราณสำหรับเขตนครใหม่ของอาณานิคมดาวอังคารซึ่งถือเป็นความลับสูงสุด นางสั่ง        หวังเป่าเล่อให้ระวังไม่ให้ใครได้เห็นพิมพ์เขียวทั้งหมดเด็ดขาด!

นางหันมองหวังเป่าเล่ออีกครั้งด้วยท่าทีนิ่งสงบ อ่านสายตาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้ามีประชุมต่อ เจ้ามีอะไรจะถามอีกไหม”

หวังเป่าเล่อนิ่งอึ้งไป เขาอ้าปากขึ้นอยากจะพูดอะไรสักอย่าง เจ้านครไม่ได้ยกถ้วยชาขึ้นจิบ แต่ก็เห็นได้ชัดว่านางไม่มีอะไรจะพูดต่ออีกและตนควรกลับออกไปได้แล้ว

ชายหนุ่มตื่นตระหนก เงื่อนไขข้อแรกที่เจ้านครบอกก็ถือว่าท้าทายมากแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะจัดหารวบรวมทรัพยากรที่ขาดด้วยตนเองได้ แม้ว่าจะอยากทำเพียงใด แต่มันก็มากเกินไป…

เงื่อนไขข้อสองที่จำกัดเวลาเพียงครึ่งปีและเงื่อนไขข้อสามเรื่องจำนวนประชากรก็ถือว่าท้าทายมากเช่นกัน จากประสบการณ์การก่อสร้างปราการนิรันดร์นั้น เขารู้ว่าต้องใช้ทรัพยากรและแรงงานจำนวนมหาศาลในการจัดตั้งเขตนครใหม่ภายในหกเดือนอีกทั้งยังต้องรองรับประชากรหนึ่งร้อยล้านคน และเรื่องนี้อาจเป็นไปไม่ได้เลย…

“ท่านเจ้านคร เงื่อนไขทั้งสามนั้นอาจเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้สำเร็จได้”       หวังเป่าเล่อว่าอย่างร้อนรน

“นั่นเป็นปัญหาของเจ้า ถ้าเจ้าทำไม่ได้ เราก็แค่หาคนมาแทนเจ้า!” เจ้านครขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มผิดหวังในตัวชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นางประทับใจหวังเป่าเล่อพอสมควรเมื่อได้เห็นความสามารถของเขาในการทดสอบ แต่ตอนนี้…นางเริ่มเห็นข้อด้อยปรากฏขึ้นเรื่อยๆ

หวังเป่าเล่อเหงื่อแตกพลั่ก รู้สึกว่าตนกำลังโดนเอาเปรียบ เขายอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้ แต่หากทำผิดพลาดขึ้นมาก็จะถูกทุกคนดูแคลนเอา

เห็นได้ชัดว่าเจ้านครไม่คิดจะให้การช่วยเหลือใดๆ เรื่องปัญหาทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ หวังเป่าเล่อพยายามซ่อนความรู้สึก สมองเริ่มแล่น นึกถึงวิธีการต่างๆ ที่เคยอ่านเจอในอัตชีวประวัติเจ้าพนักงานระดับสูง เจ้านครเริ่มขมวดคิ้วหนักขึ้น นางกำลังจะสั่งให้ชายหนุ่มกลับออกไป ทันใดนั้นหวังเป่าเล่อก็เงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเจ้านคร

“ท่านเจ้านคร เรื่องทรัพยากรที่ไม่เพียงพอนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่หน้าที่ความรับผิดชอบในการก่อตั้งเขตนครใหม่เป็นภารกิจที่หนักหนายิ่ง แม้หวังเป่าเล่อผู้นี้จะสามารถทำงานได้เทียบเท่าคนหนึ่งแสนคน แต่ข้าก็ไม่อยากทำให้ท่านต้องผิดหวัง     ข้าอยากขอสิทธิ์ในการเลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้ช่วย ตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนั้นต้องเป็นขุนนางระดับสี่ชั้นรอง!” หวังเป่าเล่อลองเสี่ยงดวง เขาจำที่ประมุขสำนักศึกษา  เต๋าศักดิ์สิทธิ์เคยพูดถึงเรื่องรองนายกเทศมนตรีได้ ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหวังพึ่งตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีในการจัดหาทรัพยากรเพิ่ม

เจ้านครยังคงมีสีหน้านิ่งเฉยเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายเอ่ยขอ นางจ้องหวังเป่าเล่อก่อน  จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าแต่งตั้งได้สองคน”

หวังเป่าเล่อตาเป็นประกายเมื่อได้ยินคำตอบ ตอนแรกเขาหวังไว้แค่หนึ่งคน      ไม่คิดว่าเจ้านครจะให้เขาแต่งตั้งได้ถึงสอง ชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าอมทุกข์พร้อมเอ่ยเสียงดัง

“ท่านเจ้านคร หากมีปัญหาอะไรในการก่อสร้างเขตนครใหม่ข้าจะต้องเป็น       คนรับผิดชอบ ในเมื่อข้าต้องแบกรับความผิดชอบนี้ ข้าจึงจำเป็นต้องมี                   รองนายกเทศมนตรีสิบคนเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น!”

“พอแค่นั้นแหละ เจ้าแต่งตั้งได้สี่คน!” เจ้านครอ่านแผนร้ายของหวังเป่าเล่อออกในทันที นางตอบเสียงเรียบ ไม่เปิดโอกาสให้ต่อรองอะไรได้อีก

ก่อนจะเอ่ยเสริมว่าหวังเป่าเล่อมีอำนาจในการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะกับตำแหน่ง   รองนายกเทศมนตรีเพียงเท่านั้น นางจะเป็นคนคัดเลือกเอง หมายความว่ามีโอกาสน้อยที่คนซึ่งหวังเป่าเล่อไม่อยากทำงานด้วยจะได้ดำรงตำแหน่งนี้

เนื่องจากเจ้านครต้องพิจารณาความคิดเห็นของหวังเป่าเล่อด้วยเช่นกัน

หวังเป่าเล่อเข้าใจว่ากระบวนการตามปกติก็เป็นเช่นนี้ เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เนื่องจากรู้ดีว่าคนที่จะขึ้นมาเป็นรองนายกเทศมนตรีจะมาจากกลุ่มคนที่ตนเสนอชื่อ จึงไม่ต้องทำให้ทุกอย่างโปร่งใสมากนักก็ได้ ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก     แจ้งเจ้านครว่าขอเสนอชื่อหลินเทียนหาวให้ขึ้นเป็นเจ้าสำนักศึกษาเต๋าหมอกขุนเขาก่อนจะกลับออกไป

เจ้านครย้ำกับเขาอีกครั้งก่อนกลับว่าเป้าหมายหลักของภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่       การก่อตั้งนครแต่เป็นการสร้างวงแหวนปราณ!

หวังเป่าเล่อตระหนักได้ว่าเรื่องนี้สำคัญกับเจ้านครเพียงใดหลังจากที่ฟังนางเน้นย้ำอยู่หลายครั้ง เขาจึงเลือกให้ความสนใจเรื่องที่นางย้ำเป็นหลัก

สีหน้าของเจ้านครผ่อนคลายลงหลังจากหวังเป่าเล่อกลับออกไป นางลุกขึ้นเดินไปทางหน้าต่าง ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มขึ้นเรือบินทะยานจากไป

เจ้าอ้วนนี่ไม่ได้โง่… นางหัวเราะ รู้สึกสบายใจขึ้น ความรู้สึกภายในแสดงออก   ผ่านสายตา หญิงจริงจังกับการตั้งเขตนครใหม่นี้มากกว่าหวังเป่าเล่อเสียอีก           นางคงผิดหวังไม่น้อยหากชายหนุ่มไม่สามารถคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและไม่รู้ว่าต้องจัดหาทรัพยากรมาสร้างเขตนครใหม่ได้อย่างไร แต่นางจะยังคงให้   การช่วยเหลือเป็นครั้งคราวเพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น

ถ้าเป็นเช่นนั้น นางคงหมดความเชื่อถือในตัวชายหนุ่มและเริ่มสรรหาคนที่เหมาะสมกว่าขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีคนต่อไปแทน

แต่หวังเป่าเล่อก็หาวิธีรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว นางพอใจในตัว   ชายหนุ่มมาก แต่พอคิดต่อไปถึงภายภาคหน้าก็เริ่มไม่มั่นใจ สายตาของนางดูเหมือนจะแอบประเมินค่าหวังเป่าเล่ออยู่

เจ้าหนู ถ้าเจ้ามีดีเพียงเท่านี้คงจะไม่พอหรอกนะ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!