Skip to content

A World Worth Protecting 380

บทที่ 380 ความตายจะมาเยือนผู้ที่เฝ้าตามหา

เจ้าเยี่ยเหมิงมีสีหน้าเหนื่อยอ่อนเมื่อได้ยินคำทักทายแสนไร้ยางอายของ         หวังเป่าเล่อ นางค้นพบนานแล้วว่าเมื่อถูกใครเข้ามาขัด เพียงเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ พวกนั้นก็จะรีบก้มหัวอย่างลนลานทันที และนางก็ใช้กลยุทธ์นี้ขับไล่พวกที่       ไม่สำคัญกับชีวิตออกไป

แต่หวังเป่าเล่อนั้นช่างหน้าด้านหน้าทน กลยุทธ์นี้ใช้กับเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มนั้นเคยช่วยชีวิตตนเองเอาไว้ อีกทั้งนางยังรู้สึกสนิทใจกับหวังเป่าเล่อมากกว่าคนอื่นๆ

เจ้าเยี่ยเหมิงยิ้มเมื่อได้ยินประโยคที่คาดไม่ถึงจากชายหนุ่ม โชคดีที่ไม่มีใครผ่านมาเห็นรอยยิ้มของนาง เพราะถ้ามีใครบังเอิญมาเห็นเข้า พวกนั้นคงจะงุนงงไปตามๆ กัน เพราะเจ้าเยี่ยเหมิงในหัวของพวกเขาคือ หญิงสาวผู้สูงศักดิ์แสนไกลเกินคว้า          คอยสงวนท่าทีไม่แสดงความรู้สึกให้ใครได้เห็น รอยยิ้มจากใจบนใบหน้าของนางถือเป็นสิ่งล้ำค่าหายาก

“ไปเจอปัญหาอะไรบนดาวอังคารเข้าหรือถึงได้ติดต่อมาหาข้า” เจ้าเยี่ยเหมิงยิ้มพร้อมกับกล่าวอย่างเป็นมิตร

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าคือผู้นำของสมาคมคนหน้าตาดีขั้นเทพที่ทุกคน    ต่างรักใคร่ ข้าเดินไปทางไหนก็มีดอกไม้ขึ้นตามทางที่ผ่าน ทุกคนตกหลุกรักข้าหัวปักหัวปำตั้งแต่ข้าลงเหยียบบนดาวอังคาร” หวังเป่าเล่อกระแอมกระไอพร้อมกับทุบอก

“ใช่แน่หรือ” เจ้าเยี่ยเหมิงหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อ

หวังเป่าเล่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อที่ตนพูด ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจจึงเริ่มยกตัวอย่างมากมายให้อีกคนได้ประจักษ์…

“เจ้าไม่เชื่อข้าอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะเผยความลับของข้าให้เจ้าได้รู้ เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเจ้านครอาณานิคมดาวอังคารมาบ้างไหม นางชอบมองข้าด้วยสายตาแปลกพิกล…” หวังเป่าเล่อพูดเสียงเบาด้วยความภาคภูมิใจ ไม่รู้เลยว่าเจ้าเยี่ยเหมิงกำลังทำหน้าแปลกๆ ขณะวางเอกสารลง

“ข้านั้นทรงเสน่ห์เกินไป รู้ได้เลยว่าเจ้านครหลงใหลในตัวข้า นางอาจคิดหาทางรับข้าเป็นบุตรบุญธรรมอยู่ แต่นั่นก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะข้าโด่งดังเกินไป รู้ไหมว่าหญิงสาวบนดาวอังคารตบตีกันเพียงแค่จะได้ให้หมายเลขติดต่อกับข้า ผู้หญิงสมัยนี้เป็นโรคจิตไปกันหมด! ข้าต้องเจอปัญหามากมายเพียงเพราะเป็นคนหน้าตาดีอันดับหนึ่งบนดาวอังคาร ถ้าข้าหล่อน้อยลงได้ก็คงจะดี” หวังเป่าเล่อตื่นเต้นดีใจ รอบตัวเขาไม่มีใครเลยที่จะพูดเรื่องเช่นนี้ให้ฟังได้ ทำให้เขาห้ามตัวเองไม่อยู่และเริ่มคุยโว         โอ้อวดต่อ

หลังจากโม้อยู่นาน ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความเงียบเชียบจากปลายสายจึงตัวแข็งทื่อไป

“เยี่ยเหมิง”

เจ้าเยี่ยเหมิงเลิกคิ้ว หันไปมองแหวนสื่อสาร หวังเป่าเล่อบอกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มอยู่หรือไม่เมื่อเห็นนางหรี่ตา ช่างเป็นโอกาสหายากที่จะเห็นนางมีท่าทีเช่นนี้

“โอ้ เจ้าช่างสุดยอดไปเลย!” ผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าเยี่ยเหมิงก็พูดขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล กำลังจะเอื้อมมือไปกดวางสาย หวังเป่าเล่อเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย เขาหัวเราะอย่างเก้อเขิน จากนั้นก็เปิดประเด็นเข้าเรื่อง        ชายหนุ่มบอกเจ้าเยี่ยเหมิงเกี่ยวกับแนวคิดการแปลงกระบวนเวทของตนให้เป็น       วงแหวนปราณ

เจ้าเยี่ยเหมิงนั้นมาจากตำหนักวงแหวนปราณของสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์        มีทักษะด้านวงแหวนปราณอันเหนือชั้น นางเริ่มครุ่นคิดเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายเล่า ทั้งสองพูดคุยกันต่อในรายละเอียดต่างๆ จากนั้นหวังเป่าเล่อก็ส่งวิชากลืนปราณฉบับย่อไปให้

พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกสักพัก หวังเป่าเล่อบอกเจ้าเยี่ยเหมิงว่าตนจะไปแจ้งให้ประมุขสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ เสร็จแล้วจะมาศึกษาเรื่อง       วงแหวนปราณกับนางต่อ

การสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น เจ้าเยี่ยเหมิงวางแหวนสื่อสารลง นึกแปลกใจว่า  เหตุใดเสียงคุยโวของหวังเป่าเล่อยังดังก้องอยู่ในหัว

นางครุ่นคิดอยู่สักพักก็เปิดใช้งานแหวนสื่อสาร ค้นเจอหมายเลขติดต่อหมายเลขหนึ่งจึงต่อสายไป นางพูดคุยกับอีกฝ่ายอยู่สักพักก็ตัดสายไปด้วยความอิ่มเอมใจ จากนั้น   ก็เริ่มศึกษาวิชากลืนปราณฉบับย่อที่หวังเป่าเล่อให้มา

ขณะเดียวกัน หวังเป่าเล่อก็ติดต่อไปยังประมุขสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ ชายหนุ่มไม่ปิดบังแผนการอันแสนทะเยอทะยานของตนเองเลยแม้แต่น้อย เจ้าสำนักตื่นตะลึงเมื่อได้ฟังแผนการของหวังเป่าเล่อ เขาสูดหายใจ ดวงตาฉายแสงวาบ

“เป่าเล่อ เจ้าแน่ใจนะว่าวงแหวนปราณช่วยเร่งกระบวนการกัดกร่อนกำแพงอาวุธเทพได้จริง”

“ท่านประมุขสำนัก ข้าขอเอาชีวิตของรองนายกเทศมนตรีทั้งสี่เป็นเครื่องรับประกัน!”

ประมุขสำนักเงียบไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น ตระหนักว่าตนไม่น่าถามยืนยันว่าแผนการจะสำเร็จหรือไม่ เขาผุดยิ้มขึ้น

“ถ้าเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา ข้าจะติดต่อไปหาเจ้าเยี่ยเหมิงเพื่อคุยเกี่ยวกับการปรับแต่งวงแหวนปราณและทำตามที่นางแนะนำ พวกเราจะคอยให้การสนับสนุนเจ้าและเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ!”

เมื่อตัดสายไป ในใจของหวังเป่าเล่อก็อัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม รู้สึกราว   กับว่าตนได้เปิดประตูเข้าไปสู่โลกใบใหม่ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เหลือเพียงแค่รอการปรับแต่งวงแหวนปราณ เมื่อจัดตั้งวงแหวนปราณได้เสร็จสมบูรณ์ เขาก็จะได้เลื่อนขึ้นเป็นขุนนางระดับสามชั้นต้น!

ชายหนุ่มเดินไปตรวจตรารอบๆ ด้วยความสุขใจ เห็นเจ้าลาเดินผ่าน แทนที่จะ  เข้าไปเตะ เขากลับทำสิ่งที่ผิดแปลกไปเพราะกำลังอารมณ์ดี หวังเป่าเล่อตรงเข้าไป  ลูบหัวเจ้าลา นัยน์ตาฉายแววรักใคร่ห่วงใย

เจ้าลาที่เตรียมใจโดนเตะตื่นตะลึงไป แววตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สัมผัสได้ว่าหวังเป่าเล่อทำตัวแปลกไปจึงเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา คิดว่าเดี๋ยวคงมีหายนะตามมาเป็นแน่แท้ เจ้าลายังตัวสั่นด้วยความตื่นตกใจไม่หายแม้หวังเป่าเล่อจะเดินจากไปแล้ว มันครุ่นคิดอยู่สักพักก็รีบพุ่งหนีไป เลือกที่จะหลบหน้าไม่เจอชายหนุ่มไปสักพัก

เมื่อตรวจสอบรอบๆ เสร็จ หวังเป่าเล่อก็เข้าสู่การถือสันโดษ หนึ่งคืนล่วงผ่านไป เช้าวันที่สองแสนสดใส ชายหนุ่มกำลังจะออกตรวจตรารอบพื้นที่ ทันใดนั้นก็ได้รับข้อความเสียงจากเจ้านครอาณานิคมดาวอังคาร

เขาแปลกใจยิ่งนักเมื่อเจ้านครเปิดบทสนทนาด้วยการถามถึงความคืบหน้าต่างๆ นางเพิ่งจะตรวจสอบไปเมื่อวาน เหตุใดถึงได้ติดต่อมาถามตนเกี่ยวกับเขตนครใหม่

ถึงกระนั้น หวังเป่าเล่อก็รายงานความคืบหน้าทั้งหมดอีกครั้งอย่างนอบน้อม    ก่อนจะได้รายงานจนจบ เจ้านครก็พบบางสิ่งที่ชายหนุ่มมองข้ามไป นางโกรธจัด    เปิดฉากดุด่าว่ากล่าวทันที เขาโดนตักเตือนอยู่ครึ่งชั่วโมงก่อนนางจะตัดสายไป

หวังเป่าเล่องุนงงยิ่งนักที่โดนด่า…ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะได้สติกลับมาอีกครั้ง      เขาจ้องแหวนสื่อสารด้วยความตื่นตะลึง ไม่เข้าใจว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เจ้านครที่ปกติยุ่งอยู่ตลอด มีเวลาพบปะพูดคุยกับเขาเพียงสามสิบนาที แต่นางกลับเลือกที่จะดุด่าตนด้วยเวลาทั้งหมดที่มี ทำไมนางถึงทำเช่นนั้นกัน…

นางติดต่อมาเพื่อที่จะว่ากล่าวข้าโดยเฉพาะ…หรือจะมีใครคอยว่าร้ายข้าอยู่ลับหลัง    มีคนแอบส่งรายงานไปให้เจ้านครอย่างนั้นหรือ หวังเป่าเล่อหอบหายใจ นัยน์ตา     แข็งกร้าวขึ้น

ต้องเป็นหลี่อี้แน่!

หวังเป่าเล่อคิดว่าหลี่อี้ช่างต่ำช้ายิ่งนัก รู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างมากที่นางคิดแอบ  แทงตนจากข้างหลัง หลินเทียนหาวเดินตามหาหวังเป่าเล่อหวังจะรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้ฟัง ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียด ทันใดที่พบคนที่ตามหา ชายหนุ่มก็รีบเอ่ยปากรายงานทันใด สายตาของหวังเป่าเล่อเริ่มแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้ฟัง

“ท่านนายกเทศมนตรี หลี่อี้ทำการปรับแต่งโครงสร้างพื้นฐานของเขตนครตามใจชอบ เบื้องหน้าเหมือนนางกำลังก่อสร้างปราการนิรันดร์อยู่ แต่แท้จริงแล้วแอบสร้าง      เขตนครต้นแบบของตัวเอง!”

“หา?” หวังเป่าเล่อเลิกคิ้วสูง ดาวตาฉายแสงวาบ หลินเทียนหาวรีบรายงาน     สิ่งที่ค้นพบให้อีกฝ่ายทราบทันที

หลี่อี้คอยระวังทุกการเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่นางก็ปิดบังทุกอย่างไว้ได้ไม่มิด ความเลินเล่อของนางปรากฏให้หลินเทียนหาวที่จับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิดได้เห็นเป็นพักๆ เขาตรวจสอบสิ่งที่พบต่อไปจนเห็นเรื่องที่แม้แต่ตนเองก็ต้องตื่นตะลึง

หลี่อี้ใช้อำนาจของตัวเองปรับแต่งพื้นที่บางส่วนในเขตนครใหม่ ภายนอกดูจะสร้างขึ้นตามแบบของปราการนิรันดร์ แต่แก่นหลักสำคัญและโครงสร้างภายในนั้น    อิงมาจากแบบนครโลกาศักดิ์สิทธิ์

นางปรับแต่งอย่างระมัดระวัง หลายๆ จุดนั้นยากมากที่จะมองออก หลินเทียนหาว   จับตาดูหญิงสาวอยู่นานกว่าจะจับไต๋นางและหาหลักฐานมายืนยันได้

หวังเป่าเล่อเริ่มเคร่งเครียดขึ้นขณะฟังรายงาน เขาให้อำนาจมากล้นกับหลี่อี้ไปเพื่อที่จะหาข้อผิดพลาดของนาง ไม่คิดว่านางจะกล้าดีถึงเพียงนี้ นางไม่ได้แค่ทำอะไรผิดพลาด แต่สิ่งที่นางทำจะส่งผลกระทบต่อวงแหวนปราณที่ทำงานอย่างเป็นระบบ หายนะที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้านั้นแสนโหดร้ายเหนือจินตนาการ

อีกไม่นานจะมีการขนย้ายประชากรจำนวนมากเข้ามา หากมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นหลังจากย้ายประชากรเข้ามา ผลกระทบที่ตามมานั้นคือหายนะครั้งใหญ่!

หวังเป่าเล่อโกรธจัด เรียกจินตั้วหมิงกับกงเต๋าให้มาหาและสั่งให้หลี่อี้มาพบเขาในทันที

กงเต๋าและจินตั้วหมิงมาถึงก่อน พวกเขานั่งรออยู่ในห้องทำงานของหวังเป่าเล่อ มองดูใบหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ทั้งสองสังเกตเห็นหลินเทียนหาวที่ไม่แสดงอาการอะไรเช่นกัน กงเต๋ากับจินตั้วหมิงมองหน้ากัน          แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ไม่นานหลี่อี้ก็เดินเข้ามา ขณะที่นางกำลังจะนั่งลง          หวังเป่าเล่อก็ตบโต๊ะเสียงดัง

“หลี่อี้ เจ้าไปโดนเจ้าลาเตะหัวหรือเอาหน้าไปฉาบปูนที่ไหนมา ถึงได้ใจกล้า    หน้าด้านถึงเพียงนี้!”  ฝ่ามือของชายหนุ่มตบเข้าที่โต๊ะอย่างรุนแรง ความเดือดดาลในกายหวังเป่าเล่อปะทุออกมาประหนึ่งว่ามีพายุหมุนรุนแรงก่อตัวขึ้นภายในห้อง

“หวังเป่าเล่อ เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้า” หลี่อี้เงยหน้ามองกลับด้วยสายตาเย็นชา นางเองก็เดือดดาลไม่แพ้กัน เมื่อคิดว่าตนมีสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าคอยหนุนหลังอยู่ หญิงสาวจึงกล้าประจันหน้ากับหวังเป่าเล่อที่กำลังโกรธจัด

“พูดเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ” หวังเป่าเล่อหยิบแผ่นหยกที่หลินเทียนหาวเขียนรายงานข้อมูลต่างๆ ที่ค้นพบขึ้นมาปาใส่หลี่อี้

“ข้าให้เจ้ารับผิดชอบดูแลการก่อสร้างเขตนครใหม่ แต่เจ้ากลับแอบสร้างเขตเมืองที่เจ้าใช้ในการทดสอบลับหลังข้า หลี่อี้ เจ้าตั้งใจจะทรยศข้า ตั้งใจจะพังแผนการ     ดาวอังคารและขัดคำสั่งของทางสหพันธรัฐอย่างนั้นหรือ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!