I shall seal the heaven Chapter 1016

0 Comments

ตอนที่ 1016

เต่าชราเอกะเทวะ

ระฆังเต๋าเริ่มดังขึ้นยี่สิบเจ็ดครั้ง กลายเป็นเสียงสะท้อนไปมา อยู่ในจิตใจของกลุ่มคนตระกูลฟางทั้งหมดบนดาวตงเซิ่ง การที่เสียงระฆังได้ดังขึ้นมาหลายครั้งเช่นนี้ ทำให้จิตใจของคนทั้งหมดเต็มไปด้วยคลื่นแห่งความตกตะลึง

เม็ดยาวิญญาณตะวันทุกชั้นฟ้า!

เม็ดยาแยกทะเลต่อต้านสวรรค์!

เม็ดยาคิดถึงฟ้า!

หลายปีนับไม่ถ้วนมาแล้ว ไม่มีใครสามารถปรุงเม็ดยาในตำนานทั้งสามของตระกูลฟางได้มาก่อน แต่ในวันนี้…เมิ่งฮ่าวได้ทำมันต่อหน้าคนทั้งหมด ในที่สุดเขาก็จะกลายเป็นตำนานไป!

เขายังได้กลายเป็น…เจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาอีกด้วย!

ขณะที่เสียงกระหึ่มของระฆังได้กระจายออกไปในขุนเขาทะเลที่เก้า เสียงเก่าแก่โบราณก็พูดออกมาจากระฆัง เป็นคำพูดที่ได้ยินแต่ในจิตใจของคนทั้งหมดในตระกูลฟางเท่านั้น

“คนทั้งหมดของตระกูลฟาง ต้องโค้งคำนับให้กับเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!”

เสียงนั้นคือเจตจำนงแห่งระฆังเต๋า ที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นพยานหลักฐานขั้นสูงสุด เพื่อเป็นสักขีพยานกับการเกิดขึ้นมาของเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!

นักปรุงยาทั้งหมดในแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาได้โผล่ออกมาปรากฏตัวขึ้น เด็กฝึกปรุงยาทั้งหมดที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น แม้แต่ฟางตานอวิ๋นก็ก้าวเท้าออกมาจากยอดเขาของท่าน ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมอย่างถึงที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นนักปรุงยาระดับใด คนทั้งหมดใกล้เข้ามาจากทั่วทุกทิศทาง มารวมตัวกันอยู่ที่รอบๆ ศาลาเม็ดยา สายตาทุกคู่จ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว ซึ่งได้ยืนอยู่ที่นั่นเหนือศาลาเม็ดยา

“ขอคารวะ…เจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!!”

ยากที่จะบอกได้ว่าใครเป็นคนเริ่มพูดขึ้นมาก่อน แต่ในที่สุดคำพูดเดียวกันนี้ได้ดังก้องออกมาจากทั่วทุกทิศทาง คนทั้งหมดในแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาประสานมือและโค้งตัวลงให้กับเมิ่งฮ่าว ตั้งแต่เด็กฝึกปรุงยาขึ้นไปทั้งหมด

“ขอคารวะ…เจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!!”

“พวกเราขอคารวะ เจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!!”

ฟางตานอวิ๋นประสานมือและโค้งตัวลงต่ำให้กับเมิ่งฮ่าว เป็นเรื่องธรรมดาที่ท่านรู้ว่าเมิ่งฮ่าวได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมในตอนท้าย แต่ก็ไม่สำคัญแม้แต่น้อยเมื่อคิดว่า…ระฆังเต๋าได้ยอมรับ!

ระฆังเต๋าคือของวิเศษที่ตกทอดมาจากปรมาจารย์รุ่นแรกของตระกูลฟาง และเป็นของวิเศษแห่งตระกูลฟาง มันไม่ได้สอดแทรกเข้ามาในช่วงของการเกิดกลียุคและการก่อกบฎก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์พิเศษเฉพาะที่มีการปะทะกันเองภายใน ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น ระฆังเต๋าก็คงจะแทรกแซงเข้าไปก่อนที่ร่างจำแลงของปรมาจารย์รุ่นแรกได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว

ในตอนนี้ระฆังเต๋าได้ส่องแสงอันไร้ขอบเขตออกไป ทำให้เกิดเป็นสัญลักษณ์เวทอันลี้ลับอยู่เป็นจำนวนมาก สัญลักษณ์เวทเหล่านั้นส่องแสงระยิบระยับ ก่อตัวกันเป็นทะเลแห่งแสง ที่หมุนวนไปมาอยู่รอบๆ ตระกูลฟาง

เนื่องจากแสงอันเจิดจ้านั้น เสียงร้องตะโกนที่อยู่ในแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาก็ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น ดังก้องออกไปจากแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาทั่วทุกทิศทาง จนกระทั่งแม้แต่ในคฤหาสน์โบราณก็สามารถจะได้ยินเสียงเหล่านั้น

เสียงมากมายนับไม่ถ้วนรวมตัวเข้าด้วยกัน และกลายเป็นเจตจำนงที่เป็นหนึ่งเดียวกันของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา

เจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา…มีแต่คนในตระกูลที่ปรุงเม็ดยาคิดถึงฟ้าได้เท่านั้น ถึงจะได้รับการประทานตำแหน่งเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยานี้ได้!

ตลอดหลายปีมานี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยถูกเรียกว่าเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา ซึ่งก็คือปรมาจารย์รุ่นแรก จวบจนกระทั่งถึงวันนี้…จึงได้มีคนใหม่เกิดขึ้นมาเป็นเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาคนที่สอง!

ในตอนนี้ตระกูลฟางเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย และเสียงระฆังก็ทำให้โลหิตของคนในตระกูลต้องเดือดพล่านขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้พวกมันหลายคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาหรือไม่ก็ตามที เพื่อตอบรับกับคำร้องเรียกแห่งสายโลหิต พวกมันจึงได้ร้องตะโกนออกไปจนสุดเสียงว่า

“ขอแสดงความยินดีต่อแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา ที่ได้เจ้าแห่งการปรุงยาขึ้นมาแล้ว!”

“ขอแสดงความยินดีต่อเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!”

เสียงตะโกนโห่ร้องดังเต็มไปทั่วทั้งตระกูลฟาง และดังก้องออกไปทั้งดาวตงเซิ่งเกือบครึ่งดวง แม้แต่กลุ่มคนของตระกูลฟางในสำนักเย่าเซียนก็ยังได้ยืนอยู่ที่นั่นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จิตใจหมุนคว้าง พวกมันประสานมือและโค้งตัวลงไปยังทิศทางของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาทีละคน ทีละคน

ในตอนนี้ ชื่อเสียงของเมิ่งฮ่าวได้บรรลุถึงจุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

แม้แต่ฟางเหยียนซวีและฟางโส่วเต้าก็ต้องสูดลมหายใจเข้าไปอย่างลึกๆ ก้าวเดินตรงไป และจากนั้นก็ไปปรากฏกายขึ้นในกลางอากาศเหนือแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาอย่างน่าตกใจยิ่ง สำหรับฟางเหยียนซวี ท่านมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยท่าทางจริงจัง จากนั้นก็ประสานมือและโค้งตัวลง!

 

แน่นอนว่าท่านไม่ได้โค้งตัวลงให้กับตัวของเมิ่งฮ่าวเอง แต่ได้โค้งตัวให้กับศักดิ์ฐานะใหม่ของเมิ่งฮ่าวในตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา!

ฟางโส่วเต้าลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะในที่สุดก็ลดสายตาลงและโค้งตัวให้กับเมิ่งฮ่าว มันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำเช่นนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นปรมาจารย์อาณาจักรเต๋า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นผู้นำตระกูล แต่เมื่อเจตจำนงของระฆังเต๋าได้พูดขึ้นมา ก็ไม่มีใครในกลุ่มคนของตระกูลฟางจะสามารถต่อต้านขัดขืนได้!

การต่อต้านระฆังเต๋าก็เท่ากับเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของท่านปรมาจารย์รุ่นแรก!

ฟางเหยียนซวีและฟางโส่วเต้า รวมทั้งผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณที่ยังเหลืออยู่อีกสามคน ซึ่งมีตะเกียงวิญญาณที่ดับลงไปแล้วมากกว่าสิบดวง รวมทั้งปรมาจารย์รุ่นเจ็ด ทั้งหมดต่างก็ปรากฏกายขึ้นและโค้งตัวลง

ในตอนนี้เองที่ทั่วทั้งตระกูลฟางกำลังก้มศีรษะลงให้กับเมิ่งฮ่าว

เสียงระฆังยังคงดังก้องต่อไป สิบแปดครั้ง สิบเก้าครั้ง…จนกระทั่งดังไปถึงครั้งที่ยี่สิบเจ็ด ทำให้ดาวตงเซิ่งสั่นสะเทือนไปโดยสิ้นเชิง

จากนั้นแสงอันเจิดจ้าได้สาดประกายออกมาจากระฆังเต๋าตกลงไปบนร่างของเมิ่งฮ่าว ปกคลุมเขาไว้ทำให้ต้องลอยขึ้นไปในอากาศตรงไปยังตัวของระฆังเอง

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้คนทั้งหมดต้องจ้องมองไปด้วยความตกตะลึง

ต่อมาเสียงโบราณก็พูดออกมาจากระฆังเต๋า ดังก้องเข้าไปในจิตใจของกลุ่มคนตระกูลฟางทั้งหมด

“เจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาสามารถเคาะระฆังเต๋าได้หนึ่งครั้ง ทำให้วิญญาณมารวมตัวกัน, แผ่ขยายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป และปล่อยให้เจตจำนงของตระกูลตกลงไปบนร่าง!”

เสียงนั้นดังก้องเข้าไปในจิตใจของกลุ่มคนตระกูลฟางทั้งหมด ดวงตาพวกมันเบิกกว้างขึ้นขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวซึ่งอยู่ภายในแสงนั้น

สีหน้าของเมิ่งฮ่าวยังคงสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย แต่ในจิตใจกำลังเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น

“มันเป็นเรื่องจริง! คำพูดของท่านปรมาจารย์รุ่นแรกไม่ใช่ของปลอม!”

“ข้าพบเห็นร่องรอยในบันทึกโบราณของตระกูล และกลายเป็นว่าพวกมันเป็นความจริง!”

“ระฆังเต๋าไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่การเปล่งเสียงออกมาด้วยตนเองเท่านั้น แต่…สามารถจะดังออกมาจากคนอื่นได้ด้วย!”

“และการที่จะทำเช่นนี้ได้ก็มีแต่ต้องกลายเป็นผู้นำของตระกูลหรือ…เป็นเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาเท่านั้น!” เมิ่งฮ่าวลอยผ่านลำแสงตรงไปยังระฆังเต๋า

กลุ่มคนในตระกูลมากมายนับไม่ถ้วนกำลังมองไป และจิตใจของฟางโส่วเต้าก็เริ่มเต้นรัว มันได้มองข้ามเรื่องของระฆังเต๋าไป รวมทั้งความจริงที่ว่าผู้นำตระกูลที่แท้จริง หรือเจ้าแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาสามารถจะเคาะระฆังนี้ได้

นอกจากนั้นหลายปีนับไม่ถ้วนของตระกูลฟางที่ผ่านมา ก็ไม่มีผู้นำตระกูลที่แท้จริงได้ปรากฏขึ้น นอกจากปรมาจารย์รุ่นแรกเท่านั้น!

ถ้าภาพนี้ไม่ได้ปรากฏออกมาอยู่ในตอนนี้ มันก็คงคาดคิดไม่ถึงว่าจะสามารถเกิดขึ้นมาได้

ลางสังหรณ์เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ภายในจิตใจของฟางโส่วเต้า ทันใดนั้นมันก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ไม่อาจจะควบคุมได้ ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งที่เลวร้ายมากๆ กำลังจะเกิดขึ้น และฉับพลันนั้นมันก็คิดไปถึงเวลาหนึ่งเดือนที่เมิ่งฮ่าวได้ใช้ในการศึกษาค้นคว้าบันทึกโบราณของตระกูล

“เจ้าบัดซบน้อยนี่กำลังจะทำอะไรกันแน่?” มันครุ่นคิดพร้อมกับขมวดคิ้ว

กลุ่มคนทั้งหมดของตระกูลมองไปขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตรงขึ้นไปยังระฆังเต๋า เข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไปอยู่ตรงเบื้องหน้าระฆัง

มันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่เป็นเพราะว่ามันมักจะปรากฏขึ้นในอากาศ โดยที่ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ได้ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าขนาดของมันช่างใหญ่โตจนน่าตกตะลึงยิ่ง แต่ตอนนี้เมิ่งฮ่าวได้ไปอยู่ที่เบื้องหน้ามัน ทำให้ดูเหมือนว่าร่างกายเขามีขนาดไม่ได้ใหญ่โตไปกว่าสัญลักษณ์เวทที่ถูกแกะสลักอยู่บนพื้นผิวของระฆัง

ในตอนนี้ จิตใจของกลุ่มคนในตระกูลฟางทั้งหมดต่างก็สั่นสะท้านไปตามๆ กัน

ความรู้สึกอันเลวร้ายในจิตใจของฟางโส่วเต้า ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม

เมิ่งฮ่าวไปยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของระฆังเต๋า สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และจากนั้นก็มองลงไปยังพื้นดินที่ด้านล่าง มองไปยังคฤหาสน์โบราณ, มองไปยังแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา และมองไปยังฟางโส่วเต้า

จากนั้นเขาก็ยิ้มเยาะเย้ยออกมา ยกมือขวาขึ้นไป และโบกให้กับฟางโส่วเต้า แทบจะราวกับว่าเขากำลังกล่าวคำอำลา

ทันใดนั้นก็ทำให้ดวงตาของฟางโส่วเต้าต้องเบิกกว้างขึ้น และจิตใจของมันก็หมุนคว้าง

“แย่แล้ว!” ฟางโส่วเต้ากำลังจะพุ่งตรงมา แต่มือของเมิ่งฮ่าวก็กำขึ้นจนกลายเป็นหมัดและเขาก็…ต่อยลงไปยังระฆังเต๋า ทำให้เกิดเป็นเสียงดังก้องขึ้นมา

ครั้งนี้ระฆังเต๋าไม่ได้ดังขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง แต่มันถูกตีขึ้น ในทันทีที่มือของเมิ่งฮ่าวไปแตะสัมผัสโดนมัน เสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกมา ซึ่งแตกต่างไปจากเสียงดั้งเดิมของมันเมื่อดังขึ้นมาเอง

เป็นเสียงที่ดังกังวาน ฟังดูเก่าแก่โบราณ เต็มไปด้วยกาลเวลาอันไร้ขอบเขต เป็นเสียงที่แทบจะคล้ายกับเสียงถอนหายใจ ซึ่งดังก้องออกไปในทั่วทุกทิศทางอย่างฉับพลัน

กลุ่มคนทั้งหมดของตระกูลฟาง ไม่ว่าพวกมันจะมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ระดับใด ตราบเท่าที่สายโลหิตของตระกูลฟางยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในร่างพวกมัน เมื่อได้ยินเสียงที่ก้องกังวานนั้น ก็ทำให้จิตใจพวกมันเริ่มว่างเปล่าไป

ไม่สำคัญว่าฟางโส่วเต้าจะมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักรเต๋าหรือไม่ ในตอนนี้สีหน้ามันได้กลายเป็นความว่างเปล่า ขณะที่เสียงอันไร้ขอบเขตของระฆังเต๋าได้เต็มอยู่ในจิตใจมัน ในเวลาเดียวกันนั้นจู่ๆ แสงอันเจิดจ้าก็ได้ปกคลุมไปทั่วร่างกายของกลุ่มคนในตระกูลฟางทั้งหมด

จิตใจเมิ่งฮ่าวก็กำลังสั่นสะท้านขึ้นด้วยเช่นกัน และรู้สึกราวกับว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของเขากำลังถูกดูดเข้าไปในระฆังเต๋า จากนั้นขณะที่เสียงระฆังดังก้องออกมา มันก็กระจัดกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง

ไม่เพียงแต่กลุ่มคนของตระกูลฟางเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ ดินแดนทั้งหมด ทั่วทั้งโลกแห่งนี้ ทั่วทั้งดาวตงเซิ่งต่างก็ได้รับผลกระทบด้วย มนุษย์ธรรมดา, ต้นไม้ใบหญ้า, สัตว์ป่า, สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเมื่อได้ยินเสียงอันก้องกังวานของระฆัง ฉับพลันนั้นจิตใจของพวกมันก็ว่างเปล่าไป

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฮ่าวไหลออกไปพร้อมกับเสียงของระฆัง ในชั่วพริบตาก็กระจายเต็มไปทั่วทั้งดาวตงเซิ่ง ดินแดนทั้งหมดในโลกแห่งนี้ทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้นอยู่ในจิตใจของเมิ่งฮ่าว ดูกระจ่างชัดราวกับเป็นแก้วผลึก

เขามองเห็นพื้นที่ทั้งหมดของดาวตงเซิ่ง สิ่งมีชีวิตทั้งหมด ด้วยระดับพื้นฐานฝึกตนของเขาในตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทำได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ด้วยการช่วยเหลือจากพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของระฆังเต๋าและเสียงก้องกังวานของมัน ทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาในตอนนี้สามารถกระจายออกไปโดยไร้ขีดจำกัด

ในตอนนี้ทั่วทั้งดาวดวงนี้มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังมีสติแจ่มใสอยู่ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างก็มีจิตใจที่ว่างเปล่า แม้แต่ฟางโส่วเต้าซึ่งในตอนนี้ไม่อาจจะติดตาม หรือยื้อให้เมิ่งฮ่าวหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเมิ่งฮ่าวสามารถจะใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลออกไปได้ ฟางโส่วเต้าก็ไม่อาจจะค้นหาร่องรอยใดๆ ของเขาได้

เสียงระฆังดังก้องกังวานออกไปในทั่วทุกทิศทาง ม้วนกวาดออกไปยังร่องรอยใดๆ ทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นต่อมาได้!

สำหรับเมิ่งฮ่าวแล้ว เสียงของระฆังเต๋านี้ช่างมีประโยชน์อย่างถึงที่สุด นี่คือโชควาสนาที่ทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้กระจายออกไป และมั่นคงเสถียรขึ้นด้วยระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน…

เขามองเห็นสำนักเย่าเซียน รวมทั้งเมืองมนุษย์จำนวนมาก มองเห็นภูเขา, มหาสมุทรและแม่น้ำ เขามองเห็นผู้ฝึกตนทั้งหมดบนดาวดวงนี้ รวมทั้งต้นไม้ใบหญ้าทุกชนิด

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานั้นเองที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้กระจายออกไปทั่วทั้งดาวตงเซิ่งนี้ ขณะที่คนทั้งหมดงุนงงไม่อาจจะขยับตัวเคลื่อนไหวได้ จู่ๆ เมิ่งฮ่าวก็อ้าปากค้างขึ้นด้วยความตกตะลึง สิ่งที่เขาเพิ่งจะได้เห็น…คือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากตระกูลฟางบนดาวตงเซิ่งนี้ ที่นั่นมีเกาะแห่งหนึ่งลอยอยู่ในน้ำ เกาะแห่งนั้นมีรูปร่างคล้ายกับเต่า

ในตอนที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้มองไปยังมัน ทันใดนั้นเกาะแห่งนั้นก็สั่นสะท้านขึ้นมา และศีรษะขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น

 

“บัดซบ! บัดซบ! เมิ่งฮ่าวเจ้าสารเลว เจ้า เจ้า เจ้า…เหลาจู่ (ปรมาจารย์) มาที่นี่เพื่อมาหาเซียงห่าว (ชู้รัก) ไม่ได้มารอคอยสารเลวน้อยเช่นเจ้า แต่เจ้าก็ยังเคาะระฆังเพื่อตามจับข้า!?!?”

เต่าเริ่มก่นด่าสาปแช่ง ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ ทั้งหมดกำลังงุนงงและไม่อาจจะขยับตัวได้ แต่มันก็บินขึ้นมาจากทะเลด้วยโทสะ ตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า แบกทวีปอยู่บนหลังของมันขณะที่พุ่งขึ้นไป

ทวีปที่อยู่บนหลังของมันไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นแคว้นจ้าว มันนำภูเขาต้าชิงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนไปด้วย กู๋อี่ติงซานอวี่ก็อยู่ในแคว้นจ้าวด้วยเช่นกัน กำลังมองตรงมายังเมิ่งฮ่าว และเอามือปิดปากไว้ขณะที่นางหัวเราะออกมา

“เต่าชราเอกะเทวะ!!” เมิ่งฮ่าวจ้องมองไปด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาพบเจอกับปรมาจารย์เอกะเทวะอีกครั้งบนดาวตงเซิ่งแห่งนี้!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: