Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1076

I shall seal the heaven Chapter 1076

ตอนที่ 1076

บดบังตา!

ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบไปโดยสิ้นเชิง กลิ่นคาวโลหิตฟุ้งกระจายออกไป และพื้นดินก็ถูกย้อมชโลมไปด้วยโลหิต…

มองเห็นซากศพกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกที่ เป็นซากศพของกลุ่มคนที่ไม่ยอมถูกสังหารไปโดยศิษย์ร่วมสำนัก แต่ยอมจบชีวิตของพวกมันเอง

พวกมันยอมตายเพื่อแสดงความจริงใจ!

บางคนพยายามหลบหนีจากไป แต่ก็ถูกกำจัดไปทั้งร่างกายและวิญญาณ

ในที่สุด เสียงถอนหายใจก็ได้ยินออกมาจากปากของหนึ่งในสามเงาร่างที่ด้านบน

“พี่หลี่ ท่านก็เป็นปีศาจร้ายด้วยเช่นกัน!”

ทันใดนั้น สองในสามเงาร่างก็รวมพลังกันเพื่อโจมตีไปยังเงาร่างที่สาม กลิ่นอายแก่นแท้กระจายออกมาจากพวกมันทั้งสามในทันที

อย่างน่าตกใจยิ่ง คนทั้งสามต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋า

เงาร่างที่สามในตอนนี้มีสีหน้าที่ขมขื่นและซับซ้อน ไม่ได้อธิบายอะไรออกมา เพียงแค่ถอนหายใจและเริ่มทำการต่อสู้ เสียงระเบิดดังก้องออกมาขณะที่มันถอยไปทางด้านหลัง ค่อยๆ เข้าไปใกล้กลุ่มฝูงชนที่มีเมิ่งฮ่าวยืนอยู่อย่างช้าๆ มันมองขึ้นไปยังอีกสองคนที่กำลังโจมตีมา และถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“เจ้าคิดว่าปีศาจได้แทรกซึมเข้ามาในกลุ่มพวกเรา…?

เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียไปโดยไม่จำเป็น และเหล่าฟูก็มีชีวิตเหลืออยู่อีกไม่ถึงหนึ่งร้อยปีแล้ว ดังนั้น…”

“ไม่สำคัญว่าพวกเจ้าจะคิดอย่างไร ถ้ากลุ่มคนรุ่นเยาว์สามารถจะสังหารตนเองเพื่อพิสูจน์ยืนยันความจริงใจของพวกมันได้ แล้วเหล่าฟูจะหวาดกลัวต่อความตายไปได้อย่างไรกัน!?”

ด้วยเช่นนั้นมันจึงมองกลับมายังกลุ่มฝูงชนรวมทั้งเมิ่งฮ่าวด้วยสายตาที่แฝงความหมายอันลึกล้ำ มีสีหน้าที่บอกให้รู้ว่ามันไม่ต้องการจะจากพวกเขาไป และในเวลาเดียวกันนั้นก็ปรารถนาให้พวกเขามีชีวิตที่ดี จากนั้นมันก็ฟาดฝ่ามือลงไปบนศีรษะของตนเอง

ฝ่ามือที่ฟาดลงไปนั้นทำให้เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่าง จากนั้นกลิ่นอายของแก่นแท้อันไร้ขอบเขตก็กระจายออกมา

“เหล่าฟูยินดีที่จะตายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ”

มันกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เก่าแก่โบราณ

“ปล่อยให้พื้นฐานฝึกตนของข้าช่วยเกื้อหนุนศิษย์ทั้งหมดของสำนัก ช่วยให้พวกมัน…ต่อสู้กับผู้รุกราน! ช่วยให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น!”

ขณะที่ร่างมันจางหายไป กลิ่นอายก็กระจายออกมาและหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของศิษย์ต่างๆ

ซึ่งก็รวมทั้งเมิ่งฮ่าวด้วย เขารู้สึกว่ามีความอบอุ่นบางอย่างกำลังไหลผ่านเข้ามาในร่าง ทำให้พื้นฐานฝึกตนของตัวเองพุ่งสูงขึ้นไป

รวมทั้งประกายแสงที่พุ่งขึ้นมาอยู่รอบๆ ตัว แทบจะดูคล้ายกับเป็นเกราะป้องกันบางอย่าง

ภายในเกราะป้องกันนั้น เขารู้สึกได้ถึงเจตจำนงที่เก่าแก่โบราณ เต็มไปด้วยความเมตตาและโศกเศร้าเสียใจ

คนทั้งหมดยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ จิตใจกำลังเต้นรัว ความสงสัยในจิตใจพวกมันกำลังมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

“มีศัตรูกำลังบุกรุกเข้ามาจริงๆ?”

นั่นคือคำถามที่กำลังวิ่งผ่านไปทั่วในจิตใจของคนทั้งหมด เมิ่งฮ่าวก็กำลังคิดในเรื่องเดียวกันนี้ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

สองผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋ามองไปยังเกราะป้องกันที่อยู่รอบๆ ศิษย์ทั้งหมด และสีหน้าของพวกมันก็เปลี่ยนไป พวกมันสบตากัน และกำลังจะกล่าวอะไรออกมา แต่ทันใดนั้นเองที่เสียงกระหึ่มก็ดังก้องอยู่ในท้องฟ้า กลุ่มเมฆแตกกระจายออกไป ขณะที่รอยแยกขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น ราวกับว่ามีมือยักษ์กำลังฉีกกระชากมันให้ขาดออก ต่อมาแสงสีโลหิตก็กระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง!

ภายในรอยแยกนั้น มองเห็นเป็นสิ่งที่ทำให้โลกต้องตกตะลึง โลกแห่งนั้นกลายเป็นสีแดงไปโดยสิ้นเชิง ราวกับว่ามันได้กลายเป็นสีแดงโลหิตนานหลายปีมาแล้ว ย้อมโลกทั้งหมดนั้นให้กลายเป็นสีเดียวกัน

ที่ยิ่งน่าตกใจมากไปกว่านั้นก็คือว่า มองเห็นทะเลที่ถูกสร้างขึ้นมาจากโลหิตทั้งหมด

แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังเป็นสีแดง ทำให้ใครก็ตามที่มองไปต้องประทับภาพของโลกแห่งนั้นไว้อย่างลึกล้ำในทันที

ต่อมาเงาร่างนับไม่ถ้วนในชุดยาว ได้แหวกฝ่าอากาศออกมาจากภายในรอยแยกนั้นจนเกิดเป็นเสียงแหลมเล็กขึ้น ใบหน้าพวกมันซีดขาว แต่สีหน้าก็เต็มไปด้วยความยินดี มีอยู่หลายคนที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขออกมาอีกด้วย ขณะที่พวกมันมองไปรอบๆ บริเวณนั้น

แทบจะในทันทีที่กลุ่มคนเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้น ก็มีเสียงตะโกนดังก้องอยู่ในหูของเมิ่งฮ่าว พร้อมกับหูของผู้ฝึกตนทั้งหมด “สังหารพวกมัน!”

คนทั้งหมดลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็บินขึ้นไปในอากาศ ตรงไปยังผู้ฝึกตนที่กำลังออกมาจากภายในรอยแยกนั้น และเริ่มสังหารพวกมันไป

ผู้ฝึกตนที่ออกมาจากรอยแยกจ้องมองมาด้วยความตกใจ และทันใดนั้นก็เริ่มร้องตะโกนกล่าวคำอธิบายออกมา แต่พวกมันก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงจากการถูกสังหารไปได้

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มารุกราน พวกมันหลายคนดูเหมือนว่ากำลังยิ้มออกมาด้วยความสุภาพอีกด้วย

หลังจากที่ลังเลอยู่ชั่วขณะ เขาก็โจมตีไป แตะไปที่หน้าผากของหนึ่งในผู้ฝึกตนที่เป็นศัตรู ทำให้ร่างกายของคนผู้นั้นแตกกระจายออกไป ดูเหมือนว่ามันจะอ่อนแอราวกับเป็นมนุษย์ธรรมดา ในช่วงก่อนที่มันจะตกตายไป ได้มองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความตกใจ

“พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย พวกเรากำลังหลบหนีมายังสถานที่แห่งนี้! ได้โปรดปล่อยพวกเราไป…”

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว และส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ม้วนกวาดออกไป ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้กำลังพยายามหลีกเลี่ยงและกล่าวคำอธิบายออกมา เมิ่งฮ่าวตระหนักขึ้นอย่างรวดเร็วว่าด้วยการใช้ประตูเคลื่อนย้ายทางไกลมายังที่แห่งนี้ ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณก็สามารถจะเดินทางมาได้อย่างปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในท่ามกลางกลุ่มพวกมัน ก็ไม่ได้ทำการโจมตีกลับมาแม้แต่น้อย พวกมันกำลังกล่าวคำอธิบายด้วยความกระวนกระวายใจ และกำลังถอยไปทางด้านหลังเพื่อหลบหนี แทบจะราวกับว่าพวกมันกำลังจะหลบหนีเข้าไปในรอยแยกเพื่อออกไปจากโลกแห่งนี้

ศิษย์ในสำนักที่เมิ่งฮ่าวสังกัดอยู่เริ่มลังเล ดูเหมือนว่าคนทั้งหมดกำลังสับสน และกลุ่มคนที่กำลังโจมตีไปก็ดูเหมือนว่ากำลังฝืนใจตนเองอยู่ มีเพียงกลุ่มคนไม่กี่หยิบมือเท่านั้น ที่โจมตีไปด้วยความดุร้าย เต็มไปด้วยความต้องการสังหารอย่างมากมาย

“ทดสอบการสังหาร?” เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตนเอง

เมิ่งฮ่าวลังเล ตกอยู่ที่ด้านหลังของกลุ่มคนที่กำลังโจมตีไป ในตอนนี้เองที่เสียงอันเคร่งเครียดได้ส่งผ่านเข้ามาในหูของเขา

“พวกมันคือปีศาจร้ายจากด้านนอกของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว! ทำไมเจ้าถึงไม่สังหารพวกมันไป!?”

เสียงนั้นดังก้องราวกับเป็นเสียงฟ้าคำราม หนึ่งในสองปรมาจารย์อาณาจักรเต๋า มาปรากฏตัวขึ้นอยู่ที่ด้านข้างเมิ่งฮ่าว และจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เคร่งขรึม

“เมื่อเจ้ามองไป ก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีจิตใจที่ดีมีเมตตา นั่นคือสิ่งที่เจ้าคิด แต่ถ้าเจ้าเชื่อถือสำนักแล้วละก็ เจ้าจะต้องสังหารพวกมันไป! ถ้าเจ้าไม่เชื่อมั่นในสำนัก แล้วจะมาเข้าร่วมการทดสอบนี้ไปเพื่ออะไร? ถ้าเจ้าไม่ทำการสังหารให้กับสำนัก ก็ให้ออกไปจากที่แห่งนี้!”

คนผู้นั้นโบกสะบัดชายแขนเสื้อ ทำให้เกิดเป็นพลังมหาศาลพุ่งขึ้นมาอยู่รอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว ราวกับว่าทั่วทั้งโลกแห่งนี้กำลังจะส่งเขาออกไปด้วยพลังนั้น!

แต่ในตอนที่เมิ่งฮ่าวกำลังจะหลุดออกมาจากโลกแห่งนี้ ผู้ฝึกตนที่อยู่ในรอยแยกได้หยุดหลบหนีไปในทันที รอยยิ้มที่เมตตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้น และชุดเต๋าหลากสีของพวกมันก็กลายเป็นสีแดงราวกับโลหิต!

กลิ่นอายอันน่ากลัวระเบิดออกมาจากร่างพวกมัน และรอยยิ้มก็ยิ่งมีความดุร้ายมากขึ้น ตอนนี้พวกมันดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง เสียงกระหึ่มกึกก้องได้ยินมา ปีกสีโลหิตงอกออกมาจากแผ่นหลังของพวกมัน ทำให้ตอนนี้พวกมันดูเหมือนกับเป็นปีศาจร้ายอย่างแท้จริง

“มีใครบางคนในโลกแห่งนี้รู้แผนการของพวกเรา…ช่างน่าเบื่อยิ่งนัก! ต้องมีผู้ฝึกตนบางคนจากหนึ่งในโลกอื่นๆ ที่พวกเราทำลายไปแล้ว มีชีวิตรอดมาได้อย่างแน่นอน!”

“สนใจไปทำไม? ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยสนุกนัก แต่อย่างน้อย…พวกเราก็สามารถกินพวกมันไปได้ทั้งหมด! นั่นเป็นความรู้สึกที่น่าพึงพอใจซึ่งสามารถจะชดเชยความสนุกที่หายไปได้บ้าง”

“ช่างน่าเสียดายนัก ที่พวกมันรู้ถึงแผนการของพวกเรา”

เสียงแผดร้องอย่างน่ากลัว ได้ยินออกมาจากปากของผู้ฝึกตนปีศาจร้าย หนึ่งในพวกมันที่เพิ่งจะตายไปเมื่อครู่นี้ กลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่และเริ่มทำการโจมตีไป ทำให้เกิดเป็นบรรยากาศอันชั่วร้ายพุ่งกระจายออกไป

โลกสีโลหิตที่อยู่ภายในรอยแยกนั้น จู่ๆ ก็กระจายแสงสีแดงโลหิตออกมา วิญญาณมากมายนับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าตกใจยิ่ง ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนออกมา ดูเหมือนว่าจะเป็นวิญญาณของกลุ่มคนที่ถูกผู้ฝึกตนสีแดงโลหิตเหล่านี้สังหารไป

สิ่งที่ทำให้ดวงตาเมิ่งฮ่าวต้องเบิกกว้างมากขึ้นไปกว่าเดิม และสิ่งที่ทำให้จิตใจของศิษย์ที่ลังเลอยู่นั้นต้องเต็มไปด้วยความตกตะลึงก็คือว่า…โลหิตที่อยู่บนพื้นเริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน…และกลายร่างเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายมากขึ้น

อย่างน่าตกใจยิ่ง…พวกมันคือศิษย์ของสำนักที่ถูกระบุว่าเป็นปีศาจร้ายก่อนหน้านี้! แม้แต่คนที่จบชีวิตของตนเองไปก็เริ่มลุกขึ้นมายืน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันดุร้าย

“เจ้าพวกปัญญาอ่อน! ช่างน่าเบื่อนัก!”

“พวกเราเพิ่งจะเริ่มสนุกแต่มันก็จบไปแล้ว! น่าเศร้าใจจริงๆ คาดไม่ถึงว่าพวกมันจะรู้ว่าพวกเราคือผู้ทรยศ!”

ขณะที่พวกมันลุกขึ้นมายืน หยดโลหิตนับไม่ถ้วนก็ประกอบกลับเข้าด้วยกันเพื่อก่อตัวเป็นผู้ฝึกตนอาณาจักรเต๋า ปากของมันบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ท้าทาย และกลิ่นอายที่แข็งแกร่งทรงพลังก็พุ่งขึ้นมาจากร่างมัน

“ปะทุขึ้น” มันกล่าวออกมา ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ ทั้งหมดที่ได้ดูดซับพลังการฝึกตนของมันเข้าไป ก็รู้สึกว่าร่างกายกำลังสั่นสะท้าน โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว และตอนนี้ความอบอุ่นที่กระจายออกไปทั่วร่างได้กลายเป็นพิษร้าย อวัยวะภายในเริ่มเน่าเปื่อยลงไปในทันที

ในตอนนั้น คำพูดเดียวกันนี้ได้พุ่งขึ้นมาในจิตใจของคนทั้งหมดที่อยู่ตรงบริเวณนั้น

สำนักถูกต้อง!

สำนักบอกว่าบุคคลเหล่านี้คือปีศาจร้าย และพวกมันก็ใช่!

สำนักบอกว่าปรมาจารย์อาณาจักรเต๋าคือปีศาจร้าย และมันก็เป็นจริงๆ!

สำนักบอกว่าผู้บุกรุกเหล่านี้ไม่ได้มีจิตใจที่ดีงามมีเมตตา แต่เป็นปีศาจร้าย พวกมัน…เป็นปีศาจร้ายจริงๆ!

ผิดแล้ว! ศิษย์ทั้งหมดที่รู้สึกลังเลต่างก็คิดผิด!

ความเป็นจริงทั้งหมดนี้ทำให้สำนักมีความถูกต้องในทุกเรื่องโดยที่ไม่ต้องสงสัยใดๆ!

ตอนนี้การสังหารที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้น และเสียงระเบิดก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ

จิตใจเมิ่งฮ่าวหมุนคว้าง ขณะที่เขากำลังจะถูกขับไล่ออกไปจากโลกแห่งนี้ จู่ๆ เขาก็ยกมือขึ้นและชี้นิ้วเข้าไปในอากาศ ทันใดนั้น หนึ่งในผู้ฝึกตนปีศาจสีโลหิตที่กำลังออกมาจากรอยแยกก็ระเบิดขึ้น

ฉับพลันนั้น พลังแห่งการขับไล่ก็จางหายไป

ปรมาจารย์ที่ถูกห้อมล้อมด้วยแสงอันเจิดจ้ามองมายังเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็หมุนตัวและบุกตะลุยเข้าไปต่อสู้

เมิ่งฮ่าวไม่กล่าวอะไรออกมา แต่ดวงตาเริ่มสาดประกายเจิดจ้าขึ้น หลังจากที่ประกายตาแวบขึ้นมาสองสามครั้งเขาก็ถอนหายใจออกมา

“เชื่อมั่นในสำนัก…ช่างทำได้ดีจริงๆ อาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า แค่การทดสอบนี้ พวกเจ้าก็ทำการเพาะเมล็ดพันธุ์เช่นนี้อยู่ในจิตใจของศิษย์ทั้งหมด ครั้งก่อนที่ข้าทำการทดสอบอยู่ในประตูสีทองที่ห้า มันยังไม่เป็นเช่นนี้”

ในประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองที่ห้า ไม่มีอะไรจะสำคัญมากไปกว่ากุญแจของการทดสอบทั้งหมดนี้…ซึ่งเป็นข้อความที่ว่า อย่าได้เชื่อมั่นในการตัดสินใจของเจ้า จงเชื่อมั่นในสิ่งที่สำนักได้บอกกับเจ้าไว้

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าเมิ่งฮ่าวได้ยืนกรานเต๋าของตนเอง

เพื่อให้บรรลุกลายเป็นเซียนแท้ จนมีจิตเต๋าอันแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง และมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนแล้วละก็

แม้แต่การเชื่อมั่นในตนเองก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น เมล็ดพันธุ์นั้นก็จะถูกบ่มเพาะเติบโตอยู่ภายในร่างเขาด้วยเช่นเดียวกัน

“เพื่อที่จะผ่านการทดสอบนี้ไปจนอยู่ในสิบคนแรก ข้าต้องสังหารไปจนถึงจุดสูงสุด” เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และพื้นฐานฝึกตนก็ปะทุเป็นพลังขึ้นมา ตอนนี้เมื่อเขาเข้าใจแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เขาจึงโจมตีไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย สังหารจนกลายเป็นเส้นทางที่คล้ายกับเป็นมังกรซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยโลหิต

ที่ด้านนอก นามของเมิ่งฮ่าวจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนประตูแท่นศิลาตัวอักษรที่ห้า อยู่ที่ไหนสักแห่งในหนึ่งพัน แวบขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า

หนึ่งพัน, เจ็ดร้อย, ห้าร้อย, สามร้อย…จนกระทั่งผ่านหนึ่งร้อยไป!

นามนั้นปีนป่ายสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แปดสิบ, เจ็ดสิบ, สี่สิบ…

ผู้คนที่อยู่ด้านนอกอ้าปากค้างยังรายนามของเขาที่ปีนป่ายสูงขึ้นไปด้วยความรวดเร็ว

มีแต่จิ่วผอ และหลิงอวิ๋นจื่อ รวมทั้งปรมาจารย์ของกลุ่มผู้ฝึกตนอสูร และผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าคนอื่นๆ เท่านั้น ที่มองไปยังแท่นศิลาตัวอักษรด้วยดวงตาที่สาดประกายเจิดจ้า ตกอยู่ในห้วงภวังค์

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: