I shall seal the heaven Chapter 1079

0 Comments

ตอนที่ 1079

นิมิตของประตูอาณาจักรโบราณ

ในตอนนี้ศิษย์ทั้งหมดที่อยู่ด้านนอก กำลังจ้องนิ่งไปยังประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองบานแรก และนามที่กำลังส่องแสงระยิบระยับอยู่บนพื้นผิวของแท่นศิลานั้น!

เมิ่งฮ่าวสามารถเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรก ของประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองอื่นๆ ได้ทั้งหมด จากแท่นศิลาที่สองไปจนถึงแท่นที่เก้า ตอนนี้ถ้าเขาบรรลุถึงสิบอันดับแรกในแท่นศิลาที่หนึ่งนี้ด้วยเช่นกันก็หมายความว่าเขาจะชนะและได้รับเงินเดิมพันเป็นหยกเซียนสามร้อยล้านชิ้น!

เมื่อผู้คนคิดไปถึงเดิมพันที่มีจำนวนมหาศาลเช่นนั้น พวกมันต่างก็สั่นสะท้าน แม้แต่ฝานตงเอ๋อร์ก็เช่นเดียวกัน มันเป็นจำนวนที่มหาศาลจนทำให้คนทั้งหมด รวมทั้งสำนักและตระกูลทั้งหลายต้องสั่นสะท้านอยู่ภายในใจ

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอาณาจักรเต๋า แต่ลำคอของปรมาจารย์อสูรก็เริ่มแห้งผากขึ้นมาในทันที ไม่ใช่ว่ากลุ่มผู้ฝึกตนอสูรไม่อาจจะจ่ายหยกเซียนสามร้อยล้านชิ้น แต่…มันยังคงเป็นจำนวนที่มหาศาลสำหรับพวกมันอยู่ดี

ด้วยการมีจิ่วผอและคนอื่นๆ อยู่ในที่แห่งนี้ พวกมันจึงไม่อาจจะนำเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ออกมาใช้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ รวมทั้งไม่อาจจะทำอะไรได้กับเมิ่งฮ่าวที่อยู่ในช่วงของการทดสอบ พวกมันได้แต่มองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเท่านั้น

คนทั้งหมดมองไปขณะที่นามของเมิ่งฮ่าวยังคงพุ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในที่สุดก็ไปหยุดอยู่ที่…ลำดับที่สิบห้า!

ได้ยินเป็นเสียงกระซิบกระซาบขึ้น และผู้คนมากมายเริ่มหอบหายใจออกมา

“ลำดับที่สิบห้า!! ขึ้นอยู่กับว่าเมิ่งฮ่าวจะสามารถอดทนอยู่ในความลึกนั้นได้นานเท่าใด มันอาจจะสามารถเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรกก็เป็นได้!”

“ทุกคนที่อยู่ในอันดับที่สิบห้าถึงอันดับห้า ต่างก็อยู่ที่ความลึกสองหมื่นจ้าง ซึ่งเป็นขอบเขตหลัก ความแตกต่างระหว่างพวกมันก็คือใครจะสามารถอดทนได้นานกว่ากัน!”

“ถ้ามันอดทนได้ถึงยี่สิบชั่วยาม มันก็สามารถจะบีบให้นามที่อยู่ในอันดับสิบของตอนนี้ ซึ่งอดทนได้เป็นเวลาสิบเก้าชั่วยามหล่นลงไป และเมิ่งฮ่าวก็จะไปแทนที่อันดับสิบนั้น! มีแต่อดทนได้เป็นเวลาสามสิบห้าชั่วยามเท่านั้น…ถึงจะบรรลุถึงอันดับห้า!”

เวลาผ่านไป หนึ่งชั่วยาม, สองชั่วยาม…ในที่สุดห้าชั่วยามก็ผ่านไป เมิ่งฮ่าวยังคงอยู่ใต้ทะเลของสำนัก ร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ แรงกดดันอันน่ากลัวคล้ายกับเป็นพลังโจมตีอันรุนแรง ยังคงกดทับลงมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ช่วงเวลาที่ผ่านไป

ไม่ใช่ว่าเมิ่งฮ่าวไม่แข็งแกร่งเพียงพอ หรือว่าเขามีพื้นฐานฝึกตนที่ไม่ค่อยลึกล้ำมากนัก แต่เขาไม่เคยอยู่ในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้ามาเป็นเวลานานพอ และเทียบไม่ได้กับผู้ฝึกตนที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากในที่แห่งนี้

ถึงแม้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะไม่มีกายเนื้อที่เทียบกับเมิ่งฮ่าวได้ ถึงแม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของพวกมันไม่อาจจะเทียบกับเขาได้ด้วยเช่นกัน แต่พวกมันก็มีความเหมาะสมตามธรรมชาติ สำหรับพวกมันแล้ว การจมลงไปและอดทนต่อแรงกดดันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับเมิ่งฮ่าว เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนออกมาอย่างมาก เพื่อที่จะไล่ตามคนอื่นๆ ได้ทันในช่วงเวลาสั้นๆ

เขายังคงอดทนต่อไป และในที่สุดก็ผ่านไปอีกสามชั่วยาม เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่นเป็นเวลาแปดชั่วยามแล้ว โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก และผิวหนังก็เริ่มแตกออกมา เท่าที่เห็นถ้าเขาขยับตัวไปแค่เล็กน้อย ก็คงจะต้องพลังทลายลงไปโดยสิ้นเชิง

อาณาจักรความเป็นนิรันดร์ของเขายากที่จะทำงานได้ และดวงตาก็กลายเป็นสีแดงก่ำไปโดยสิ้นเชิง รับรู้ได้ว่าแรงกดดันนี้คือข้อจำกัดของร่างกายที่สามารถจะรับได้

เนื่องจากความเข้มข้นของแรงกดดันนี้ ทำให้พื้นฐานฝึกตนของเขาต้องต่อสู้กลับไปอย่างบ้าคลั่งด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องเต็มอยู่ในจิตใจ

เสียงกระหึ่มกึกก้องนั้นยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ราวกับว่าทุกๆ การเต้นของหัวใจ และทุกๆ การพุ่งขึ้นมาของพื้นฐานฝึกตนของเขา จะทำให้ทั่วทั้งร่างต้องสั่นสะท้านไปมา ถึงแม้ว่าจะมีโลหิตไหลซึมออกมาจากทั่วทั้งร่าง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่า…ตนเองกำลังแข็งแกร่งมากขึ้น!

“เมื่อบรรลุถึงจุดที่ข้าสามารถจะปลดปล่อยพลังการต่อสู้ออกมาได้ทั้งหมดในระดับความลึกเช่นนี้ ก็จะเป็นการบ่งบอกว่า…ข้าสามารถจะปรับตัวที่ระดับความลึกสองหมื่นจ้างนี้ได้แล้ว!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น และกัดฟันจนแน่น

ในที่สุดชั่วยามที่สิบก็ผ่านไป สิบชั่วยาม, สิบห้าชั่วยาม…

ที่ด้านนอกของประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองบานแรก กลุ่มฝูงชนตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย เนื่องจากเขาสามารถจะอดทนได้นานถึงสิบห้าชั่วยาม นามของเมิ่งฮ่าวยังคงพุ่งสูงขึ้นไปจากลำดับที่สิบห้าไปยังสิบสี่ จากนั้นก็สิบสาม และในที่สุด…ก็เป็นสิบเอ็ด!!

“อีกสี่ชั่วยามเท่านั้น มันก็จะบรรลุถึงสิบอันดับแรก!”

“จากสมัยโบราณเป็นต้นมาจวบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ มีเพียงสี่คนเท่านั้นในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า ที่สามารถจะเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรกได้ทั้งหมด! ถ้าเมิ่งฮ่าวสามารถอดทนไปได้อีกสี่ชั่วยาม มันก็จะ…กลายเป็นคนที่ห้า!”

ขณะที่กลุ่มฝูงชนพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างร้อนแรง เมิ่งฮ่าวนั่งหลับตาเพื่อปกปิดเส้นโลหิตที่อยู่ภายใน พยายามอดทนต่อไปถึงแม้ว่าจะมีเสียงที่คล้ายกับเป็นเสียงฟ้าร้องคำราม กำลังฟาดลงมาอยู่ภายในร่างกาย

เขากำลังสั่นสะท้านไปมาขณะที่พื้นฐานฝึกตนได้ต่อสู้กลับไปยังแรงกดดันที่ด้านนอก เป็นแรงกดดันที่กำลังพยายามบดขยี้เขาให้ตกตายไป

“นานขึ้นอีกเล็กน้อย ข้าสามารถอดทนได้นานกว่านี้!” เมิ่งฮ่าวไม่แน่ใจว่านามของตนเองจะไปอยู่ตรงจุดไหนของรายชื่อ แต่ก็รู้ว่าในทุกๆ ช่วงเวลาที่สามารถอดทนได้ โอกาสที่เขาจะเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรกก็จะมีมากขึ้น

“เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตนเอง! และเพื่อหยกเซียนสามร้อยล้านชิ้น!” จู่ๆ ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็ลืมขึ้นมาในทันใด เผยให้เห็นแสงแห่งความบ้าคลั่ง เขาอาจจะสั่นสะท้าน และกัดฟันแน่นจนถึงจุดที่อาจจะแตกกระจายออกไปได้ทุกเมื่อ แต่เขาก็รู้ว่าสามารถจะอดทนต่อไปได้อีก

ในที่สุดชั่วยามที่สิบหกก็ผ่านไป จากนั้นก็เป็นสิบเจ็ดชั่วยาม,

สิบแปดชั่วยาม…จนกระทั่งถึงยี่สิบชั่วยาม!

บรรยากาศที่ด้านนอกของประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองระเบิดขึ้นมา คนทั้งหมดต่างก็สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง และดวงตาทั้งหมดต่างก็จ้องนิ่งไปยังนามที่มองเห็นได้อยู่ในลำดับที่สิบ

เมิ่งฮ่าว!

เขาทำได้สำเร็จ! เขาทำได้ดีกว่าบุคคลที่เคยอยู่ในอันดับสิบจากก่อนหน้านี้ และเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรกแล้วในตอนนี้!

“สิบอันดับแรก! ตอนนี้เมิ่งฮ่าวอยู่ในสิบอันดับแรกแล้ว!!”

“จากสมัยโบราณเป็นต้นมาจวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ มันคือคนที่ห้าที่สามารถทำเช่นนี้ได้!!” กลุ่มฝูงชนตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย และเสียงร้องอุทานของพวกมันก็ดังก้องออกไปในทั่วทุกทิศทาง

ฝานตงเอ๋อร์มีสีหน้าอันซับซ้อน นางต้องยอมรับอย่างช่วยไม่ได้ว่าเมิ่งฮ่าว…เก่งกว่าผู้ถูกเลือกในรุ่นเดียวกันทั้งหมด ราวกับว่าด้วยความยอดเยี่ยมที่ล้นเหลือของเขา ทำให้เขาอยู่เหนือกว่าคนอื่นๆ ทั้งหมดจนห่างออกไปไกล เขาคล้ายกับเป็นภูเขาอันกว้างใหญ่ ซึ่งตั้งตะหง่านอยู่ที่เบื้องหน้าของผู้ถูกเลือกทั้งหมดของขุนเขาทะเลที่เก้า เป็นภูเขาที่เห็นได้ชัดว่ายากต่อการข้ามผ่านไป

ปรมาจารย์อสูรยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ หลังจากผ่านไปชั่วขณะ มันก็แอบถอนหายใจออกมา จากนั้นก็หมุนตัวจากไป มันรู้ว่าตอนนี้ไม่อาจจะทำอะไรได้ เมิ่งฮ่าวชนะแล้ว มันต้องการจะยกเลิกการเดิมพันในครั้งนี้ แต่ก็รู้ว่าไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้

ด้วยความเกลียดชังที่อยู่ลึกในจิตใจ ปรมาจารย์อสูรแค่นเสียงอย่างเย็นชา ดวงตาสาดประกายขึ้นขณะที่กลายเป็นลำแสงพุ่งจนหายลับตาไป

ในตอนที่เมิ่งฮ่าวพยายามอดทนจนผ่านไปยี่สิบชั่วยาม โลหิตก็พุ่งออกมาจากทั่วทั้งร่าง เขาแทบจะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ และไม่อาจจะอดทนต่อไปได้อีก รับรู้ได้ว่าภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลนี้ พื้นฐานฝึกตนของตัวเองกำลังอ่อนแอลงไปอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเขาต่อสู้กลับไปมากเท่าใด ก็จะยิ่งอ่อนแอมากขึ้นเท่านั้น

แม้แต่ประกายตาก็เริ่มมืดสลัวเลือนรางลงไป ในตอนนี้เองที่ทันใดนั้น ร่างกายเขาก็สั่นสะเทือนขึ้น และแววตาแปลกๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตา

ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นว่า ถึงแม้ตนเองจะคล้ายกับเป็นเปลวเทียนที่แทบจะดับลงไปได้ทุกขณะจิต แต่คาดไม่ถึงว่า…ฉับพลันนั้นพลังแห่งเปลี่ยนแปลงได้พุ่งขึ้นมาจากภายในร่าง

เห็นได้ชัดว่าพลังนั้นถูกบังคับให้ปรากฏขึ้นมา อันเนื่องมาจากแรงกดดันอันเข้มข้นที่กดทับลงมาบนร่าง และตอนนี้เขาอยู่ในอาณาจักรแห่งจักรพรรดิเซียนด้วยเช่นกัน ในตอนนี้พลังที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในพื้นฐานฝึกตนของเขา กำลังถูกบีบให้ระเบิดออกมา

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้นมา และดวงตาก็เริ่มสาดประกายเจิดจ้ามากขึ้น พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ฟื้นฟูร่างกายเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้จิตใจต้องสั่นสะท้าน และกายเนื้อ…ทันใดนั้นก็ก้าวหน้ามากขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จนแข็งแกร่งกว่าพื้นฐานฝึกตนของเขาเอง เสียงเต้นของหัวใจ ดังราวกับเป็นเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ในหูของตนเอง

ด้วยทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ รอยฉีกขาดบนผิวหนังได้รับการรักษา และประตูขนาดใหญ่ค่อยๆ เปิดออกอยู่ที่เบื้องหน้าเขาอย่างช้าๆ!

ประตูนี้มีความโอ่อ่าเกรียงไกรมากกว่าประตูเซียนมากนัก และยังดูเก่าแก่โบราณมากกว่าด้วย อันที่จริงมันดูเก่าแก่โบราณจนทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง

ความรู้สึกที่กระจายออกมาจากประตูนั้นไม่ใช่เป็นความรู้สึกของเซียน แต่เป็นความรู้สึกที่เก่าแก่โบราณอย่างไร้ขอบเขต!

ในทันทีที่เมิ่งฮ่าวมองเห็นประตูนี้ จิตใจก็เริ่มเต้นรัวอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่ามันคืออะไร มันเป็นประตู…ที่นำไปสู่อาณาจักรโบราณ!

เมื่อผู้ฝึกตนผ่านเข้าไปในอาณาจักรโบราณ ประตูของอาณาจักรโบราณก็จะปรากฏขึ้น เช่นเดียวกับประตูที่ปรากฏขึ้นเมื่อผ่านเข้าไปในอาณาจักรเซียน เมื่อไหร่ที่ประตูนี้ถูกผลักให้เปิดออก ระฆังขนาดใหญ่ก็จะปรากฏขึ้น!

ระฆังนั้นเป็นระฆังโบราณ และเมื่อไหร่ที่มันถูกตีขึ้นมา มันก็จะไปจุดตะเกียงวิญญาณให้ลุกไหม้ขึ้น เปลวไฟของพลังชีวิตก็จะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างของสายลมขึ้นมา และจากวันคืนที่ผ่านไป…สายลมนั้นก็จะถูกใช้เพื่อดับตะเกียงวิญญาณ!

จากนั้นเขาก็จะผ่านเข้าไปในอาณาจักรที่ตะเกียงถูกดับลงไป แต่ผู้ฝึกตนยังไม่แตกดับไป เมื่อตะเกียงวิญญาณถูกดับลงไปทั้งหมด เขาก็จะอยู่ในขั้นสูงสุดของอาณาจักรโบราณ และจะสร้างเป็นพื้นฐานสำหรับอาณาจักรเต๋าต่อไป!

สิ่งที่เขากำลังมองเห็นอยู่ในตอนนี้คือ…นิมิตของอาณาจักรโบราณ!

ใครก็ตามนอกจากเมิ่งฮ่าวแล้ว สามารถที่จะก้าวเท้าเข้าไปในอาณาจักรโบราณได้นานแล้ว แต่เส้นทางที่เขาเดินไปมีความแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ทั้งหมด เขาไม่ยินดีที่จะก้าวเข้าไปในอาณาจักรโบราณจวบจนกระทั่งสามารถจะดูดซับผลเนี่ยผานเข้าไปสี่ผลได้ทั้งหมด

แต่ในที่แห่งนี้ได้ปรากฏเป็นนิมิตของอาณาจักรโบราณขึ้น ไม่ใช่เนื่องมาจากพื้นฐานฝึกตนของเขา แต่เป็น…

“กายเนื้อของข้า!” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาสาดประกายเจิดจ้าขึ้น เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะสามารถบังคับให้นิมิตของอาณาจักรโบราณปรากฏขึ้นมาได้ ในขณะที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับแรงกดดันของทะเลที่เก้า

“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยแสงแห่งความรู้แจ้ง อันที่จริงกายเนื้อของเขาได้ผ่านสิ่งที่กลายเป็นตัวกระตุ้นในฐานะที่เป็นกายเนื้ออาณาจักรเซียนมานานแล้ว แต่ประตูที่นำไปสู่อาณาจักรโบราณก็ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจะสอบถามคนอื่นๆ ได้ แม้แต่บันทึกโบราณของสำนักและตระกูลส่วนใหญ่ ก็ไม่มีร่องรอยใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย นอกจากนั้น…ในปีที่ผ่านมาจนนับไม่ถ้วนนี้ ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากที่จะพบเห็นร่างของผู้ฝึกตนบรรลุถึงกายเนื้อเซียนแท้ สำหรับกายเนื้ออาณาจักรโบราณ ก็ยิ่งหาได้ยากมากยิ่งกว่า ถึงแม้ว่าจะมีบุคคลเช่นนี้ปรากฏขึ้น แต่คนทั้งหมดต่างก็มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป และด้วยเช่นนั้นก็คงจะมีวิธีการที่แตกต่างกันเพื่อทำการทะลวงผ่าน

แต่ในตอนนี้ เมิ่งฮ่าวเข้าใจแล้วว่า จะต้องค้นหาเส้นทางของตนเองได้อย่างไร!

“ยิ่งกายเนื้อถูกทำลายไปมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น! นี่คือเส้นทางของข้า!

เมื่อเป็นเช่นนั้นถ้าข้าลึกลงไปอีก…บางทีข้าอาจจะสามารถผ่านเข้าไปในอาณาจักรโบราณได้ และกายเนื้อของข้าก็จะยิ่งมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น!”

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็สาดประกายขึ้น เขากำลังจะเริ่มลงมือแต่ก็ตระหนักว่าพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายในร่างกำลังจางหายไป ยิ่งไปกว่านั้นแรงกดดันอันไร้ขอบเขตของทะเลที่เก้าตรงส่วนลึกสองหมื่นจ้างนี้ กำลังบีบบังคับให้เขาต้องขึ้นไปจากตำแหน่งในตอนนี้!

ในชั่วพริบตาเขาก็หายตัวไป และเมื่อปรากฏตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เขาก็ไปอยู่ที่ด้านนอกของประตูแท่นศิลาตัวอักษรสีทองบานแรก ในทันทีที่เขาปรากฏกายขึ้นก็กระอักโลหิตออกมากองโต ในเวลาเดียวกันนั้นแรงกดดันจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เสียงแตกร้าวได้ยินออกมาจากภายในร่าง โดยที่ไม่มีแรงกดดันกดทับลงมา ทำให้ทันใดนั้นพื้นฐานฝึกตนของเขาก็ระเบิดสูงขึ้นไป เสียงกระหึ่มของกลุ่มฝูงชนดังก้องออกไปทั่ว

ศิษย์ของอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าทั้งหมด ที่มาเฝ้าคอยสังเกตดูต่างก็สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง พวกมันได้เห็นกับสองตาของตนเองว่านามของเมิ่งฮ่าวพุ่งสูงขึ้นไป พวกมันมองเห็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้! เป็นบุคคลที่ห้าที่ผ่านเข้าไปในสิบคนแรกของประตูสีทองได้ทั้งหมด!

เมิ่งฮ่าวถูกห้อมล้อมด้วยเสียงร้องตะโกนขึ้นมาของกลุ่มฝูงชน เขาหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อมองไปยังแท่นศิลาตัวอักษร และพบว่านามของตนเองอยู่ในอันดับที่สิบ

“อันดับสิบ…” เขาพึมพำ และดวงตาก็เต็มไปด้วยแสงแห่งความมุ่งหวัง

“ผู้อาวุโสจิ่วผอ ได้โปรดมอบเม็ดยาที่ช่วยฟื้นฟูอย่างฉับพลันให้กับข้าบ้าง!”

ทันใดนั้นเขาก็หมุนตัวไป ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำให้กับจิ่วผอ

จิ่วผอมองไปยังเมิ่งฮ่าวโดยละเอียด และกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ทันใดนั้นนางก็มองขึ้นไป ราวกับว่าเพิ่งจะสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง

ไม่เพียงแต่นางเท่านั้น ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าทั้งหมด รวมทั้งสองปรมาจารย์อสูรที่เพิ่งจากไป จู่ๆ ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“กลิ่นอายแห่งประตูยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณ นี่…”

จิ่วผอหอบหายใจออกมา และมองไปยังเมิ่งฮ่าว ลึกลงไปในดวงตาของนาง แสงแปลกๆ ได้สาดประกายขึ้นมา โดยไม่ลังเลอีกต่อไป นางโยนขวดยาที่ส่องประกายเก้าสีลงไปให้กับเมิ่งฮ่าว

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 244
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 243
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 242
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: