I shall seal the heaven Chapter 1142

0 Comments

ตอนที่ 1142

ใครเรียกข้ามา

เมิ่งฮ่าวไม่ได้เย่อหยิ่งจนคิดว่าพื้นฐานฝึกตนของตัวเองในตอนนี้ สามารถจะบังคับให้ภาพวาดอันน่ากลัวนี้ต้องล่าถอยออกไปได้

ในบรรดาวิชาเวททั้งหมดที่เมิ่งฮ่าวเคยพบเห็นมาตลอดชั่วชีวิตของตนเอง ม้วนภาพวาดนี้น่าหวาดกลัวมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่อยู่ภายในภาพวาดนั้น เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันน่ากลัว แทบจะราวกับว่ามันคือ…ต้นกำเนิดของกลิ่นอายอันน่ากลัวทั้งหมดในสวรรค์และปฐพี

เมิ่งฮ่าวไม่มั่นใจว่าต้องสังหารผู้คนไปมากน้อยเท่าใด หรือว่าต้องใช้เวลานานกี่ปีถึงจะสามารถสร้างเป็นกลิ่นอายอันน่ากลัวเช่นนั้นขึ้นมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นมันก็เป็นเพียงแค่ภาพวาดเท่านั้น ไม่ใช่บุคคลที่แท้จริง แต่ก็ดูเหมือนว่าเพียงแค่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่ากลัวนั้นออกมา ก็สามารถจะทำลายอาณาจักรขุนเขาทะเลไปได้ทั้งหมดโดยไม่ยุ่งยากแม้แต่น้อย

บางทีอาจจะมีบุคคลประเภทเดียวเท่านั้นที่สามารถจะต่อสู้กับคนในภาพวาดนี้ได้จริงๆ…ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือบุรุษชุดดำในภาพวาด…ก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน!

อย่างน้อยนี่ก็คือข้อสรุปของเมิ่งฮ่าว ยิ่งไปกว่านั้นใครก็ตามที่วาดภาพผู้ยิ่งใหญ่นี้ ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งจนไม่อาจจะล้อเล่นด้วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเมิ่งฮ่าวจำได้ว่า บุรุษที่อยู่ในภาพวาดได้พึมพำบางอย่างเกี่ยวกับว่าสุดยอดสะพานยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ขนคอของเมิ่งฮ่าวต้องลุกตั้งชี้ชันขึ้นมา

จากตอนแรกที่เขามองไปยังม้วนภาพวาดนี้ เมิ่งฮ่าวก็เริ่มอยากได้มันมาครอบครอง แต่น่าเสียดาย…ที่มันไม่ใช่เป็นแค่ของวิเศษเท่านั้น มันคือเวทผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวต้องการจะขโมยมาก็ตามทีคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น

มีทางเดียวเท่านั้นที่อาจจะเป็นไปได้ คือต้องค้นหาให้ได้ว่าเต้าเทียนได้มันมาจากที่ไหน จากนั้นก็ได้รับความรู้แจ้งเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะทำให้เวทผู้ยิ่งใหญ่นี้เป็นของตนเอง

แต่ถ้าไม่ใช้วิชาควาญวิญญาณก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เต้าเทียนคือผู้ฝึกตนลำดับขั้นที่แข็งแกร่งมากที่สุดมาก่อน และคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้วิชาควาญวิญญาณไปบนร่างมัน

ดังนั้นเมิ่งฮ่าวจึงพยายามที่จะใช้วิธีอื่น ขณะที่หมัดของเขาพุ่งลงไป ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน และพลังอันรุนแรงก็ระเบิดออกไป มันคือพลังจากทั้งกายเนื้อและความแข็งแกร่งของเซียนทุกชั้นฟ้า ทำให้สีหน้าเต้าเทียนสลดลง และมันก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ในขณะที่พลังนั้นกระแทกลงมา โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากของมัน และร่างก็ลอยละลิ่วไปทางด้านหลัง ไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้แม้แต่น้อย

แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นที่ร่างมันเริ่มลอยไปทางด้านหลัง เมิ่งฮ่าวก็ชี้นิ้วออกไป ปลดปล่อยเวทผนึกอสูรตรงไปยังภาพวาดผู้ยิ่งใหญ่

เวทรุ่นเจ็ด, เวทผนึกรรม!

อย่างน่าตกใจยิ่ง เขากำลังใช้เวทผนึกนี้ไปค้นหาเส้นใยกรรม ที่เชื่อมต่ออยู่กับม้วนภาพวาด พยายามจะค้นหาว่ามันมาจากที่แห่งใด

ขณะที่พลังจากนิ้วของเมิ่งฮ่าวพุ่งฝ่าอากาศไป ก็เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น รูปปั้นชุดดำในภาพวาดจู่ๆ ก็มองขึ้นมา ดวงตาเย็นชาและไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ขณะที่จ้องนิ่งมายังเมิ่งฮ่าว

สายตานั้นทำให้จิตใจเมิ่งฮ่าวหมุนคว้างและร่างกายก็สั่นสะท้าน โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก และถูกบังคับให้ต้องถอยไปทางด้านหลัง ในเวลาเดียวกันนั้น เวทผนึกกรรมของเขาก็ตกกระทบลงไปบนภาพวาด และทันใดนั้นเส้นใยกรรมนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้น

อย่างน่าแปลกใจยิ่ง ในทันทีที่เส้นใยกรรมปรากฏขึ้น พวกมันทั้งหมดกลายเป็นสีเทาไป เส้นใยแต่ละเส้นกลายเป็นฝุ่นธุลี ไม่มีแม้แต่เส้นเดียวที่จะยังคงหลงเหลืออยู่

“เป็นไปไม่ได้!” เมิ่งฮ่าวคิดพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ซึ่งคนทั้งหมดเคยพบเห็นเคยรู้จักมา…ได้ตายไปเรียบร้อยแล้ว! หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า คนทั้งหมดที่มันเคยพบเห็นหรือรู้จักมา ต่างก็คิดว่ามันได้ตายไปแล้ว!

เนื่องจากเช่นนั้น ทำให้เส้นใยกรรมถูกทำลายไปจนหมดสิ้น!

ยิ่งไปกว่านั้นบุคคลที่เส้นใยกรรมถูกทำลายไปทั้งหมด ก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ถ้าคนทั้งหมดในโลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทั้งหมดที่รู้จักมัน ถูกเชื่อว่าพวกมันได้ตายไปแล้ว ความคิดเช่นนั้นก็จะมีอิทธิพลต่อกฎธรรมชาติ…จนอาจจะสังหารพวกมันไปได้จริงๆ

“มีคนเช่นนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน? เป็นไปได้หรือไม่ว่านี่เป็นภาพวาดของคนที่ตายไปแล้ว!?!?” จิตใจเมิ่งฮ่าวกำลังสั่นสะท้าน และแทบไม่อาจจะยอมรับสถานการณ์นี้ได้ จากนั้นดวงตาก็สาดประกายขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและกัดฟันแน่น ในที่สุดเขาก็กัดลงไปที่ปลายลิ้นเล็กน้อยและใช้สองมือขยับร่ายเวท ทันใดนั้นระลอกคลื่นพันธมิตรแห่งผู้ผนึกอสูรก็ปะทุออกมาจากร่าง

เขากำลังใช้พลังของเซียนทุกชั้นฟ้า เพื่อไปกระตุ้นหยดโลหิตของจิ่วเฟิงจื้อจุน เหมือนกับตอนที่ใช้หยดโลหิตนี้ไปดูดซับผลเนี่ยผานลูกแรกเข้ามาได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการทำเช่นนี้ เขาสามารถจะใช้กลิ่นอายของผู้ผนึกอสูรไปเชื่อมต่อกับสวรรค์และปฐพี เพื่อสื่อสารกับอาณาจักรขุนเขาทะเล

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้นมา ขณะที่อาณาจักรขุนเขาทะเลที่อยู่ห่างไกลเริ่มสั่นสะเทือนขึ้น ขุนเขาทะเลสั่นสะท้าน

ดวงตะวันและจันทราเริ่มกระจายแสงอันเจิดจ้าออกมา แทบจะราวกับว่าของวิเศษอันล้ำค่าที่อยู่ด้านในพวกมัน กำลังก่อตัวเป็นเสียงสะท้อนกับเมิ่งฮ่าวอยู่ในตอนนี้

ความรู้สึกถึงมรดกแห่งผู้ผนึกอสูรผันผวนอยู่ภายในจิตใจเมิ่งฮ่าว ทำให้เขาต้องสั่นสะท้านขึ้นมา วิชาเวทผนึกอสูรทั้งหมดของเขาเริ่มสั่นไปมา ขณะที่ชี้นิ้วตรงไปยังบุรุษชุดดำในภาพวาด

ผนึกอสูร, เวทรุ่นเจ็ด!

โดยไม่สนใจต่อค่าตอบแทนอันน่าเหลือเชื่อที่เขาต้องจ่ายออกไป เมิ่งฮ่าวพึ่งพาศักดิ์ฐานะในอนาคตของตนเอง เรียกร้องขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรขุนเขาทะเล เพื่อปลดปล่อยเวทผนึกที่ทรงพลังมากที่สุดออกมา ในทันทีที่มันปรากฏขึ้น เสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ก็ดังก้องออกมาจากร่างเขา นิ้วนั้นแตะลงไปและทันใดนั้นเอง เส้นใยกรรมก็ปรากฏขึ้นบนร่างของบุรุษในภาพวาดอีกครั้ง

ครั้งนี้เส้นใยกรรมดูเลือนรางเป็นอย่างยิ่ง และแตกกระจายไปในทันที แทบจะดูเหมือนกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อนหน้านี้ ทำให้จิตใจเมิ่งฮ่าวต้องหมุนคว้าง อย่างไรก็ตามชั่วขณะต่อมาดวงตาเขาก็เริ่มเบิกกว้างขึ้น

สิ่งที่เมิ่งฮ่าวเห็นก็คือว่า เส้นใยกรรมที่ถูกทำลายลงไปนั้นไม่ได้กระจัดกระจายออกไป แต่พวกมันกลับรวมตัวเข้าด้วยกันอยู่ที่ด้านหลังของบุรุษผู้นั้น อย่างน่าประหลาดใจยิ่ง…พวกมันก่อตัวขึ้นมาเป็นเค้าโครงร่างของบุคคลผู้หนึ่ง

บุคคลผู้นั้นแวบประกายขึ้นสองสามครั้ง และจากนั้นก็กลายเป็นภาพวาดไป เป็นภาพของบุรุษผู้หนึ่งกำลังหันหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้าม มีเส้นผมที่ยาวจนขาวโพลนไปทั่วทั้งศีรษะ

ยิ่งไปกว่านั้น บุรุษผู้นั้นก็ถูกห้อมล้อมด้วย…เส้นใยกรรม! เส้นใยกรรมเหล่านี้ดูแปลกๆ และแทบไม่อาจจะคาดคิดได้ แม้แต่จะคิดคำพูดมาอธิบายเมิ่งฮ่าวก็ยังไม่อาจจะทำได้

ดูเหมือนว่าจะมีเป็นจำนวนมาก จนแทบจะไร้จุดสิ้นสุด จนทำให้เมิ่งฮ่าวต้องเต็มไปด้วยความประหลาดใจโดยสิ้นเชิง เขาไม่เคยเห็นใครมีเส้นใยกรรมอันน่าตกใจเช่นนี้มาก่อน

ขณะที่เส้นใยกรรมเหล่านั้นกระจายออกไป ส่วนใหญ่แล้วก็หายเข้าไปในความว่างเปล่าที่ด้านนอก มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่กระจายกลับลงมาตรงไปยังอาณาจักรขุนเขาทะเล!

“คนผู้นี้เป็นใคร?!” เมิ่งฮ่าวคิดพร้อมกับหอบหายใจออกมา ในตอนนี้เองที่บุรุษชุดดำในภาพวาดจู่ๆ ก็สั่นสะท้านขึ้นมา เงยหน้าขึ้นและโบกสะบัดมือออกไป ทำให้ภาพของบุรุษเส้นผมสีขาวตรงด้านหลังมันหายไป เส้นใยกรรมก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน

อันที่จริง…ม้วนภาพวาดได้ฉีกขาดออกไปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยตัวของมันเอง หายไปโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม…บุรุษชุดดำก็ไม่ได้หายไปพร้อมกับภาพวาดด้วย แต่กลับเดินออกมาพร้อมกับเสียงพึมพำกับตัวเอง

“ข้าไม่ควรจะมาอยู่ในที่แห่งนี้…มันคือใคร? ใครกันที่ปลุกข้า? ใคร…เรียกให้ข้าออกมายังที่แห่งนี้!?!?”

เสียงของมันเต็มไปด้วยพลังที่แปลกประหลาด เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งอย่างไร้ที่เปรียบ ขณะที่เสียงนั้นดังก้องออกมา ทั่วทั้งอาณาจักรสายลมก็สั่นสะเทือน ท้องฟ้ามืดสลัวลงไป และสายลมก็กรีดร้องระงม

เห็นได้ชัดว่า ก่อนหน้านี้ที่มันจะปรากฏตัวขึ้น มันสามารถจะตัดสินใจได้ว่า จะให้ผู้คนในโลกด้านนอกรับรู้ถึงมันได้หรือไม่ หรือว่าเลือกที่จะตกอยู่ในความเงียบต่อไป แต่ในครั้งนี้มันเลือกที่จะสอบถามปัญหาเหล่านี้ขึ้นมา ทำให้กลิ่นอายของมันกระจายออกไปในทั่วทุกที่ เกิดเป็นเสียงสะท้อนไปทั่ว แม้แต่กรรมก็ยังต้องสะท้อนไปมา

ถึงแม้ว่านี่คือเวทผู้ยิ่งใหญ่ของเต้าเทียน แต่มันก็ส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา โลหิตไหลซึมออกมาจากดวงตา, หู, จมูกและปาก มันพุ่งถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากบาดแผลทั่วร่างของหลินชง และส่งเสียงแผดร้องโหยหวนออกมาขณะที่ร่างกายแห้งเหี่ยวลงไป หานชิงเหลย, อวี่เหวินเจียน แม้แต่ผู้ฝึกตนลำดับขั้นจากขุนเขาที่ห้า และผู้ฝึกตนอื่นๆ ทั้งหมดที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

เมิ่งฮ่าวกระอักโลหิตออกมาเช่นกัน และถอยไปทางด้านหลังในทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เช่นเดียวกับจ้งอู๋หยา ซึ่งได้กระอักโลหิตออกมา และมองไปด้วยความตกตะลึง

จักรพรรดิที่ตาบอด ตอนนี้กำลังสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง มันมองไม่เห็นบุรุษชุดดำ สิ่งเดียวที่มันสามารถมองเห็นได้คือกลิ่นอายอันน่ากลัว ที่ก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนอยู่ตรงจุดที่บุรุษผู้นั้นกำลังยืนอยู่ กระแสน้ำวนนั้นเต็มไปด้วยใบหน้านับไม่ถ้วนและสิ่งมีชีวิตที่ไร้จุดสิ้นสุด ทั้งหมดกำลังแผดร้องออกมา ราวกับว่าพวกมันปรารถนาที่จะพุ่งทะลวงออกมาจากด้านใน

“ท่าน…คือใคร!?!?” จักรพรรดิที่ตื่นตระหนกถามขึ้นด้วยความเคารพ ไม่กล้าจะเรียกบุรุษผู้นั้นด้วยคำอื่น นอกจาก ‘ท่าน’ เท่านั้น

ฉับพลันนั้นไม่ใช่ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ตกตะลึง ใกล้กับขุนเขาที่เก้า บนหนึ่งในสี่ดวงดาวซึ่งก็คือตระกูลหวัง ในตอนนี้สายโลหิตของตระกูลหวังทั้งหมดเริ่มส่งเสียงหึ่งๆ ขึ้นมา จิตใจพวกมันหมุนคว้าง และกระอักโลหิตออกมากองโต ยิ่งไปกว่านั้นตรงเขตพื้นที่หวงห้ามแห่งหนึ่งของตระกูลหวัง ในป่าไผ่ซึ่งมีชายชราที่อ่อนเปลี้ยผอมแห้งผู้หนึ่ง กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น

สำหรับมันแล้ว ผู้อาวุโสในตระกูลทั้งหลาย ต่างก็เป็นกลุ่มคนรุ่นเยาว์ของมัน ทันใดนั้นชายชราเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง

“กลิ่นอายนั่น…” ทันใดนั้นร่างมันก็หายไป มาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอยู่ที่ด้านนอกในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว สั่นสะท้านไปทั้งร่าง มองออกไปยังทิศทางของอาณาจักรสายลม ด้วยสีหน้าที่ตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ

ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ด้านนอกซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนักจากอาณาจักรสายลม ใบหน้าของไห่เมิ่งจื้อจุนเยือกเย็นลงอย่างถึงที่สุด และราชันจักรพรรดิสายลมจู่ๆ ก็หยุดชะงักนิ่งและหันหน้าไป สีหน้าของราชันจักรพรรดิสายลมเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และจิตใจก็เต็มไปด้วยคลื่นแห่งความประหลาดใจ

“ไห่เมิ่ง เจ้ารู้อยู่แล้ว…เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร? ทำไมถึงไม่ลงมือ!?!?” มันพึมพำด้วยใบหน้าที่ซีดขาว เห็นได้ชัดว่ามัน…รู้ว่าบุรุษชุดดำผู้นี้คือใคร!!

“บ้าไปแล้ว?” ไห่เมิ่งกล่าวตอบเสียงราบเรียบพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ออกมา “บางทีมีเพียงสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ที่บ้านข้าคือเก้าขุนเขา คนสนิทของข้าทั้งหมดต่างก็ถูกฝังอยู่ที่ด้านล่างของขุนเขาเหล่านั้น แต่ข้าก็ยังคงมีชีวิตอยู่…”

“ข้าไม่มีอะไรให้สูญเสียอีกต่อไป ถ้าจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น…ก็ปล่อยให้โลกทั้งหมดวุ่นวายไป ทั้งอาณาจักรขุนเขาทะเล หรือว่าสามสิบสามสวรรค์ หรือแม้แต่โลกที่ด้านนอก” ที่ฝังอยู่ภายใต้รอยยิ้มของนางเป็นความโศกเศร้าเสียใจอย่างลึกล้ำ และอาจจะเป็นความบ้าคลั่งอีกด้วย

ลมพายุที่อยู่ในร่างแหขนาดใหญ่ตรงด้านบนของอาณาจักรสายลมกำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บุคคลที่เฝ้ารออยู่ตรงด้านนอกความปั่นป่วนนั้นต่างก็จ้องมองไปยังบุรุษชุดดำด้วยร่างที่สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง พวกมันตกใจ, ตกตะลึง, หอบหายใจออกมา พวกมันทั้งหมดเริ่มถอยไปทางด้านหลัง

“นั่น…นั่นคือมัน!!”

“ไม่ใช่ ดูไม่เหมือน…”

“เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ดูแปลกๆ กำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!?!”

“รายงานเรื่องนี้ไปโดยด่วน! นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่!!!”

เสียงกระหึ่มดังเต็มไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี อาณาจักรสายลมสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง บุรุษชุดดำหลับตาลงและเริ่มเดินจากไป นำพากลิ่นอายอันน่ากลัวไปพร้อมกับมันด้วย ราวกับว่ามันคือวิญญาณอันโดดเดี่ยวที่กำลังลอยห่างออกไป ไม่มีสถานที่แห่งใดที่มันจะเรียกว่าบ้านได้ ห่างไกลออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ

เต้าเทียนกวาดเช็ดโลหิตออกมาจากมุมปาก และร้องตะโกนขึ้นมาอย่างเร่งรีบ “ท่านอาจารย์!!”

บุรุษชุดดำมุ่งหน้าต่อไป พูดพึมพำกับตัวเองแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เริ่มหายเข้าไปในความว่างเปล่า

เต้าเทียนพยายามจะปลดปล่อยเวทผู้ยิ่งใหญ่ของมันออกมาอีกครั้ง ผลที่ได้ทำให้ดวงตามันต้องเบิกกว้างขึ้น และโลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปาก แววตาสิ้นหวังปรากฏขึ้นขณะที่ตระหนักว่ามันไม่อาจจะใช้เวทผู้ยิ่งใหญ่ของตนเองออกมาได้! เห็นได้ชัดว่า…มันถูกลบไปแล้วโดยสิ้นเชิง!

เต้าเทียนหมุนตัวมา และจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว

“เมิ่งฮ่าว!! เอาเวทผู้ยิ่งใหญ่กลับคืนมาให้ข้า!! เอาอาจารย์ข้ากลับมา!!” มันแผดร้องจากนั้นก็พุ่งตรงมาโจมตี

เมิ่งฮ่าวไม่เคยคาดคิดว่าเวทผนึกกรรมของตนเอง จะทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้ เขาเริ่มหอบหายใจออกมา ขณะที่บุรุษชุดดำอยู่ห่างไกลออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ จิตใจสั่นสะท้าน ทันใดนั้นก็สามารถจะรับรู้ได้ว่าในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขามีปฏิกิริยาร่วมกับบุรุษชุดดำ เขาได้สร้างเป็นกรรมที่แปลกๆ บางอย่างเชื่อมต่ออยู่กับมัน

—————————

หมายเหตุ

: ชายชราร่างผอมแห้งแห่งตระกูลหวังเคยปรากฏตัวขึ้นในตอนที่ 802: เหรียญเต๋าเซียนโบราณ! และ 964: พวกเรากำลังรออยู่!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 215
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 214
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: