Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1190

I shall seal the heaven Chapter 1190

ตอนที่ 1190

งานพิธียิ่งใหญ่ในตระกูลฟาง

ตระกูลฟางคือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งขุนเขาทะเลที่เก้า ในอดีตที่ผ่านมาพวกมันดิ้นรนต่อสู้กับจี้เทียนเพื่อกลายเป็นผู้นำเหนือขุนเขาทะเลทั้งหมด ถ้านับรวมกับเหตุการณ์การต่อสู้บนดาวตงเซิ่ง ซึ่งปรมาจารย์รุ่นแรกระเบิดพลังออกไป ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งเหมือนเช่นเคย ถึงแม้ว่าจะสูญเสียโลหิตและทรัพยากรไปมากมาย อันเนื่องมาจากการต่อสู้กันเองภายในตระกูลก็ตามที

ถึงแม้จะมีข้อสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า ตระกูลนี้มีความอ่อนแอกว่าที่เห็นมากนัก แต่ถ้ามีเวลามากพอ พวกมันจะต้องมีความแข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

จากนั้นก็ยังมีศักดิ์ฐานะที่เป็นผู้ฝึกตนลำดับขั้นของเมิ่งฮ่าว เมื่อข่าวคราวนี้เริ่มแพร่กระจายออกไป รวมทั้งการที่เขามีความแข็งแกร่งจนม้วนกวาดผู้ถูกเลือกอื่นๆ ได้ทั้งหมด ก็ทำให้ตระกูลฟางอยู่ในจุดที่มีอิทธิพลมากขึ้นกว่าเดิม

คนทั้งหมดรู้ว่าตระกูลฟางมีปรมาจารย์รุ่นแรก, สองผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋า และผู้ถูกเลือกที่แข็งแกร่งมากที่สุดในขุนเขาทะเลที่เก้า เมื่อตระกูลเช่นนี้จัดงานแต่งตั้งผู้นำตระกูล ก็สามารถจะคาดคิดได้อย่างง่ายดายว่า จะทำให้เกิดเป็นความปั่นป่วนวุ่นวายได้มากน้อยแค่ไหน

เพราะว่าฟางซิ่วเฟิงก้าวเข้าไปในอาณาจักรเต๋าได้สำเร็จ ทำให้กองกำลังทั้งหมดของตระกูลฟางในตอนนี้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่หรือตระกูลจี้แล้ว ก็ไม่มีสำนักหรือตระกูลใดๆ ในขุนเขาทะเลที่เก้า จะสามารถเทียบกับพวกมันได้ในแง่ของกองกำลังอันแข็งแกร่ง

ขณะที่เกิดงานเลี้ยงเช่นนี้ขึ้น อาคารบ้านเรือนมากมายถูกก่อสร้างขึ้นมาบนดาวหนานเทียน วิหารนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมา ภูเขาลูกแล้วลูกเล่าถูกรื้อถอนออกไป ป้อมปราการของตระกูลฟางในตอนนี้ ดูคล้ายกับเป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่ขยายร่างยืดยาวออกไป

นอกจากนั้นก็ยังมีค่ายกลเวทที่เชื่อมต่อดาวหนานเทียนกับดาวตงเซิ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่นานนัก…ดาวหนานเทียนก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของตระกูลฟางไป

ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีข้อจำกัดไว้อย่างแน่นอน แต่ข้อจำกัดนั้นก็ช่วยปกป้องตระกูลฟางไว้ด้วยเช่นกัน ตอนนี้มีดาวอยู่สองดวงที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกมัน เห็นได้ชัดว่าพลังของพวกมันไม่ใช่สิ่งที่สามารถจะหยุดยั้งได้อย่างง่ายดาย

ผู้ฝึกตนตระกูลฟางนับล้าน ออกมาจากดาวตงเซิ่ง กระจายออกไปในเขตต่างๆ บนดาวหนานเทียน คฤหาสน์โบราณของตระกูลฟางมีขนาดใหญ่กว่าเดิมนับร้อยเท่า และงานพิธีก็ถูกจัดอยู่ตรงเขตจัตุรัสส่วนกลางของคฤหาสน์แห่งนี้

ยามรุ่งอรุณของวันนั้น ประตูเคลื่อนย้ายทางไกลบนดาวหนานเทียนแวบประกายขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ฝึกตนจากสำนักและตระกูลต่างๆ ตลอดทั้งขุนเขาทะเลที่เก้าได้มาถึง

มีทั้งสหายของตระกูลฟางและศัตรูด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับฟางซิ่วเฟิง มีอยู่หลายคนที่มาหาท่านโดยเฉพาะ บุคคลเหล่านี้ได้แต่แอบถอนหายใจออกมา เมื่อคิดไปถึงข่าวลือที่บอกว่า ท่านก้าวเข้าไปในเต๋าได้สำเร็จแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องการจะท้าประลองต่อสู้กับท่าน ซึ่งอันที่จริงก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ผู้คนมาถึงกันอย่างคึกคัก สามนิกายหกสำนักก็มา รวมทั้งตระกูลใหญ่อื่นๆ อีกมากมาย ยังมีสำนักเล็กๆ และผู้ฝึกตนเร่ร่อนนับไม่ถ้วนอีกด้วย ต่างก็แห่กันมายังดาวหนานเทียน ซึ่งตระกูลฟางก็จัดที่พักอาศัยให้กับบุคคลเหล่านั้นได้ทั้งหมด

สามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่มาถึงแล้ว แม้แต่ตระกูลจี้ก็ส่งคนของพวกมันมา โดยภายนอกแล้วไม่มีการแสดงออกถึงความเป็นศัตรูที่ไม่ตายไม่เลิกลา ระหว่างตระกูลฟางและจี้แม้แต่น้อย

ผู้ฝึกตนของสำนักและตระกูลต่างๆ มากมาย ถึงจะมีความแค้นกับเมิ่งฮ่าว แต่พวกมันทั้งหมดก็ส่งตัวแทนมา น่าแปลกใจยิ่ง…มองไม่เห็นผู้ถูกเลือกแม้แต่คนเดียว แทบจะราวกับว่าพวกมันมีความคิดเห็นตรงกันที่จะไม่มา สำหรับเจ้าอ้วน และสหายเก่าคนอื่นๆ ของเมิ่งฮ่าว ไม่มีใครถูกสำนักส่งมาให้เข้าร่วมงานพิธีในครั้งนี้

นั่นเป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจได้ ตอนนี้เมิ่งฮ่าวมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก จนทำให้แม้แต่รุ่นผู้อาวุโสก็ยังต้องรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ถ้าพวกมันส่งศิษย์รุ่นเยาว์มาเข้าร่วม ก็จะถูกมองว่าไม่เหมาะสมจนทำให้ต้องรู้สึกลำบากใจ

ยิ่งไปกว่านั้นอำนาจแห่งกรรมของเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ เป็นที่รู้จักกันไปทั่วในขุนเขาทะเลที่เก้า คนทั้งหมดรู้ว่าเขาชอบให้กลุ่มคนรุ่นเดียวกันเป็นหนี้ตนเองผ่านกรรม ดังนั้นยิ่งพวกมันพบเจอกับเขาน้อยลง ก็น่าจะเป็นการดีกว่า

ในที่สุด ผู้ฝึกตนรุ่นอาวุโสส่วนใหญ่ก็แสดงตัวขึ้น

ยามเที่ยงตรง เมื่อดวงตะวันสาดแสงลงมาจากเบื้องบน…งานพิธีก็เริ่มต้นขึ้น!

ลำแสงจำนวนมากลอยขึ้นไปในอากาศ ตรงเขตพื้นที่จัตุรัสส่วนกลางของคฤหาสน์โบราณ โต๊ะหลายแถวเรียงต่อกันลอยอยู่ในอากาศนับหมื่นตัว เมื่อผู้ฝึกตนมาถึง สมาชิกตระกูลฟางก็จะนำไปยังที่นั่งของแต่ละคนอย่างรวดเร็ว แม้แต่ระฆังเต๋าก็ยังถูกเคลื่อนย้ายทางไกล มาแขวนอยู่ในท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง

บนโต๊ะทั้งหมด ตระกูลฟางจัดเตรียมไว้ทั้งสุราลมปราณไปจนถึงผลไม้เซียน งานพิธีถูกจัดขึ้นเป็นเวลาสามวัน และค่าใช้จ่ายสำหรับงานเช่นนี้ก็มากมายจนน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีของขวัญแสดงความยินดีถูกนำมาเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

ฟางโส่วเต้าเป็นคนดูแลเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด ท่านเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้มากที่สุด

สำหรับงานพิธีในวันแรก คนทั้งหมดต่างก็เฝ้ามองไปขณะที่ฟางซิ่วเฟิงปรากฏตัวขึ้น ทำการกราบกรานต่อบรรพบุรุษและส่งเสียงเรียกไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว จากนั้นพิธีกรรมทั้งหมดก็ถูกจัดขึ้นมา ก่อนที่ส่วนของงานพิธีจะจบลง

ผู้ฝึกตนที่มาคอยเฝ้าสังเกตดูงานพิธี และเตรียมร่วมแสดงความยินดี ต่างก็เฝ้ารอคอยวันที่สอง โดยปกติแล้วพิธีแต่งตั้งผู้นำตระกูลที่จัดขึ้นสามวัน สำหรับตระกูลที่แข็งแกร่งเช่นตระกูลฟางนี้ มักจะรวมพิธีการตัดความเป็นปฏิปักษ์อย่างเป็นทางการอยู่ด้วย นั่นคือสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังเฝ้ารอคอย

เมิ่งฮ่าวยังคงสลบไสลไม่ได้สติ สำหรับเขาแล้วคล้ายกับเป็นความฝันอันยาวนาน ภายในความฝันนั้น เขาได้ไปยังโลกที่พิเศษเฉพาะแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ซึ่งอาณาจักรขุนเขาทะเลเพิ่งจะเริ่มปรากฏขึ้น เขามองเห็นตระกูลหนึ่งกำลังกราบกรานสักการะต่อเขา สร้างเป็นประตูบรรพบุรุษขึ้นมา รวมทั้งติดตั้งค่ายกลเวทไว้ด้วย

ยามรุ่งอรุณของวันที่สอง งานเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกจัดขึ้นมาในเขตพื้นที่จัตุรัส เสียงอันทรงพลังของฟางโส่วเต้าดังก้องออกไปในทั่วทุกทิศทาง “ตระกูลฟางเลือกฟางซิ่วเฟิงเป็นผู้นำตระกูล!”

“ท่านทั้งหลาย หนี้หรือความเป็นศัตรูใดๆ ที่มีอยู่จะจบลงในวันนี้ นับจากนี้เป็นต้นไป ฟางซิ่วเฟิงคือผู้นำตระกูล และใครก็ตามที่กล้ามาหาเรื่อง, พูดจาใส่ร้ายท่าน ก็จะต้องเผชิญพบกับความเกรี้ยวกราดของตระกูลฟางทั้งหมด!” ฟางโส่วเต้ามองไปรอบๆ อย่างช้าๆ ท่านได้เตรียมการมาอย่างมากมาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องร้ายใดๆ เกิดขึ้น

สิ่งสำคัญมากที่สุดก็คือว่าฟางซิ่วเฟิงอยู่ในอาณาจักรเต๋าแล้ว คนทั้งหมดต่างก็รู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าจะมีใครบางคนมารนหาที่ตายเอง นอกจากนั้นนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมาท้าทายต่อสู้กับผู้นำตระกูลอาณาจักรเต๋า

“เริ่มพิธีได้!” ฟางโส่วเต้านั่งอยู่ที่นั่น และเมื่อพูดขึ้นมา ก็เกิดเป็นเสียงดังก้องออกไปคล้ายกับเสียงฟ้าร้องคำราม ฟางซิ่วเฟิงนั่งอยู่ด้านข้างด้วยความเยือกเย็น ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีโทสะขึ้นมาก็ตามที ดูเหมือนว่าท่านจะเต็มไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น ทำให้คนทั้งหมดที่มองมาต่างก็สั่นสะท้านอยู่ภายในใจ และยังทำให้พื้นฐานฝึกตนของพวกมันไม่เสถียรมั่นคงอีกด้วย

ใครก็ตามที่อยู่ในอาณาจักรเต๋า แต่เมื่อมายังดาวหนานเทียนก็จะถูกสะกดข่มลงไปยังอาณาจักรโบราณ ซึ่งก็หมายความว่าไม่มีใครสามารถจะต่อสู้กับฟางซิ่วเฟิงได้ ท่านเป็นเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่อยู่ในอาณาจักรเต๋าอย่างแท้จริงบนดาวหนานเทียนแห่งนี้

เสียงพูดคุยหึ่งๆ ดังก้องออกมาจากกลุ่มผู้ชม ฟางโส่วเต้าเฝ้ารอเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่เห็นใครก้าวเดินออกมา ท่านหลับตาลงรอคอยให้เวลาผ่านไป ดูเหมือนจะไม่รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อยที่ไม่มีใครมาท้าทายต่อสู้ด้วย

อย่างไรก็ตามแทบจะในทันทีที่ท่านหลับตาลงไป บุรุษร่างกายกำยำแข็งแรงผู้หนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มฝูงชน มีความสูงถึงสามจ้างเต็ม กระจายระลอกคลื่นแห่งอาณาจักรเซียนออกมา ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนในทุกย่างก้าวที่มันเดินมา

“ฟางซิ่วเฟิง พวกเราไม่มีความเป็นศัตรูต่อกัน แต่ข้าจะขอท้าต่อสู้ด้วยในท่ามกลางกลุ่มคนทั้งหมด โอกาสเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้ว!”

บุรุษผู้นั้นยิ้มระรื่น กระทืบเท้าลงไปอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่พื้นฐานฝึกตนของมันปะทุขึ้นด้วยพลัง ทันใดนั้นลมพายุก็พุ่งขึ้นมาอยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ลมพายุนั้นมีขนาดเล็กมากเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าพื้นฐานฝึกตนของมันอยู่เพียงแค่อาณาจักรเซียนเท่านั้น

การมาท้าต่อสู้กับผู้นำตระกูลฟางพร้อมด้วยพื้นฐานฝึกตนเช่นนี้ ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นทั้งหมด รวมทั้งกลุ่มคนจากสามนิกายหกสำนัก ต่างก็มองไปด้วยสีหน้าแปลกๆ

ฟางโส่วเต้าขมวดคิ้ว และเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมา

“ฟางซิ่วเฟิง ข้าขอท้าสู้กับท่าน!” บุรุษร่างกำยำแผดร้องออกมา ดูเหมือนว่ามันจะมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้ามองดูให้ละเอียด ก็จะเห็นว่ามันกำลังสั่นสะท้าน ยิ่งไปกว่านั้นภายในแววตาของมันก็ยังแวบประกายแห่งความหวาดกลัวออกมาอย่างลึกล้ำอีกด้วย

คล้ายกับว่ามันเป็นมดที่กำลังมาต่อสู้กับยักษ์! แต่ก็เห็นได้ชัดว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างทำให้มันกลายมาเป็นตัวตลกเช่นนี้

ฟางซิ่วเฟิงลืมตาขึ้นมา และมองไปยังบุรุษผู้นั้นด้วยสายตาที่เย็นชา เห็นได้ชัดว่าบุรุษผู้นั้นขึ้นอยู่กับอะไรบางอย่าง มิเช่นนั้นทำไมถึงมีบุคคลเช่นนี้มาก่อกวนงานพิธียิ่งใหญ่นี้?

ผู้ฝึกตนตระกูลฟางลุกขึ้นมายืนและร้องตะโกนออกไปด้วยโทสะในทันที “ด้วยพื้นฐานฝึกตนของเจ้า ก็เห็นได้ชัดว่าจงใจที่จะมาสร้างปัญหา พวกเรา นำตัวมันออกไป!”

ผู้ฝึกตนตระกูลฟางบินตรงไปยังบุรุษร่างกำยำผู้นั้นในทันที

เห็นได้ชัดว่าบุรุษผู้นั้นคาดคิดไว้แล้วว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น มันพุ่งถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว กัดฟันแน่นหยิบเม็ดยาใส่เข้าไปในปาก ในทันทีที่มันขบเคี้ยวเม็ดยา ร่างกายก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง พื้นฐานฝึกตนของมันระเบิดเป็นพลังออกไปอย่างบ้าคลั่ง ฉับพลันนั้นมันก็ทะลวงผ่านอาณาจักรเซียน เข้าไปในอาณาจักรโบราณ

แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนออกมาด้วยร่างกายที่แห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว เม็ดยาที่มันกัดกินลงไปนั้นเห็นได้ชัดว่ามีพิษ ไปบังคับให้พลังชีวิตของมันมาช่วยเพิ่มพื้นฐานฝึกตนขึ้นไป

เมื่อคิดไปถึงค่าตอบแทนที่มันกำลังจ่ายออกมานี้ ทำให้สามารถจะอยู่ในสถานะนี้ได้แค่ธูปเผาไหม้หมดไปครึ่งดอกเท่านั้น จากนั้นมันก็จะถูกสังหารไปทั้งร่างกายและวิญญาณ ไม่มีใครจะสามารถช่วยเหลือมันได้

“ฟางซิ่วเฟิง มีใครบางคนต้องการให้ข้าถามท่านว่า ยังคงยึดถือคำพูดที่เคยกล่าวไว้บนดาวซีเฮ่อ (สุขสันต์ตะวันตก) หรือไม่?!” พร้อมกับเสียงแผดร้อง บุรุษผู้นั้นกระอักโลหิตออกมากองโต และจากนั้นก็กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังฟางซิ่วเฟิง

ขณะที่ฟางโส่วเต้ามองไปด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น ดวงตาฟางซิ่วเฟิงก็สาดประกายขึ้น และพยักหน้าให้ จากนั้นก็ชี้นิ้วขวาตรงไปยังบุรุษร่างกำยำที่พุ่งเข้ามา จนร่างกายมันสั่นสะท้านและจากนั้นก็ระเบิดขึ้นในกลางอากาศ

ในทันทีที่มันตกตายไป ผู้ฝึกตนอีกคนก็บินออกมา บุรุษผู้นี้ก็อยู่แค่ในอาณาจักรโบราณเท่านั้น แต่มันก็กลืนกินเม็ดยาลงไปด้วยเช่นกัน ทำให้พลังของมันพุ่งทะยานขึ้นไป ขณะที่ร้องตะโกนไปยังฟางซิ่วเฟิง ฟางซิ่วเฟิงนั่งครุ่นคิดอยู่ที่นั่นอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะชี้นิ้วออกไปอีกครั้ง

คนที่สาม, คนที่สี่, คนที่ห้า…

ผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่าปรากฏกายขึ้น จนกระทั่งมีทั้งหมดสี่สิบคน…ผู้ฝึกตนที่มาร่วมสังเกตดูงานพิธีต่างก็เฝ้ามองไปด้วยสีหน้าแปลกๆ ปฏิกิริยาเช่นนี้ยิ่งมองเห็นได้เด่นชัดมากขึ้นจากภายในตระกูลฟาง ไม่ว่าใครก็ตามที่มองเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ก็จะต้องบอกได้ว่ามีบางสิ่งแปลกๆ กำลังเกิดขึ้นอยู่

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวก็ยังไม่จบลงไป มีผู้ฝึกตนปรากฏกายขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดต่างก็กระทำเช่นเดียวกัน พวกมันยอมเสียสละชีวิตของตนเอง ทำให้พื้นฐานฝึกตนของฟางซิ่วเฟิงเริ่มลดลงไปอย่างช้าๆ ถ้าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในโอกาสอื่น ก็คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด แต่เต๋าของฟางซิ่วเฟิงยังคงบาดเจ็บอยู่ แม้แต่ต่อสู้ก็ไม่ควรจะกระทำ บางทีการโจมตีไปหนึ่งหรือสองครั้งอาจจะไม่เป็นไร แต่นี่คือวงจรที่ไม่รู้จบ ผู้คนที่มาโจมตีท่านอย่างต่อเนื่อง อาจจะมีพื้นฐานฝึกตนที่ไม่สูงมากนัก แต่เม็ดยาที่พวกมันกลืนกินลงไป ทำให้สามารถระเบิดเป็นพลังออกมาได้ชั่วคราว

ฟางซิ่วเฟิง อาจจะสามารถสังหารพวกมันไปได้อย่างง่ายดายราวกับบดขยี้มดปลวก…

อย่างไรก็ตาม…แม้แต่การบดขยี้มดปลวก ก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้ ถ้ามีจำนวนมากเกินไป!

เห็นได้ชัดว่า มีใครบางคนต้องการให้อาการบาดเจ็บของฟางซิ่วเฟิง บรรลุถึงจุดที่ไม่อาจจะรักษาให้หายขาดไปได้ พวกมันต้องการบังคับให้ท่านต่อสู้ด้วย

แน่นอนว่าท่านสามารถจะปฏิเสธได้ สามารถให้ผู้ฝึกตนจากตระกูลดูแลปัญหานี้ได้ แต่ใครก็ตามที่จัดเตรียมเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เห็นได้ชัดว่าได้คิดถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว และมั่นใจได้ว่ามันคงจะเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว

ดวงตาฟางซิ่วเฟิงสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเย็นชา

นี่คือสถานการณ์ที่ท่านไม่อาจจะยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ได้ นี่คือพิธีแต่งตั้งผู้นำตระกูล และผู้ที่มาท้าทายท่านก็อยู่แค่ในอาณาจักรเซียนเท่านั้น ถ้าท่านจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ตระกูลฟางก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปอีกหลายปี และจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่น่าตลกสิ้นดี

ใบหน้าฟางโส่วเต้าบูดบึ้งขึ้นเป็นอย่างมาก แม้ว่าการช่วยเหลือฟางซิ่วเฟิงจะทำให้เกิดเป็นปัญหาขึ้นมา ก็เป็นแค่เรื่องหน้าตาเท่านั้น

ทำให้ท่านคิดจะสอดมือเข้าไป จู่ๆ ฟางซิ่วเฟิงก็ขมวดคิ้วขึ้น ราวกับว่าท่านได้คิดไปถึงบางสิ่งบางอย่าง ท่านพยายามจะควบคุมอาการบาดเจ็บไว้ แต่ถ้าต้องมาต่อสู้กับผู้ฝึกตนนับร้อยเช่นนี้ ในที่สุดท่านก็ไม่อาจจะควบคุมได้ และอาการบาดเจ็บก็จะพุ่งขึ้นมาในทันที

ในตอนนี้เองที่ผู้ฝึกตนอีกคนบินออกมา ก่อนที่มันจะทันได้ใกล้เข้ามาก็ร้องตะโกนขึ้น

“ฟางซิ่วเฟิง เจ้าคนหยาบช้า พื้นฐานฝึกตนของข้าอาจจะอ่อนแอ แต่ข้าก็จะมาขอท้าประลองเจ้าด้วยเช่นกัน เจ้ากล้าต่อสู้กับข้าหรือไม่?!” ผู้ฝึกตนผู้นี้กำลังสั่นสะท้าน และเห็นได้ชัดว่ามันถูกบังคับให้ต้องทำเช่นนี้ แม้แต่คำพูดก็เช่นเดียวกัน แต่ก็เห็นได้ว่ามันยินดีที่จะโยนความหวาดกลัวทั้งหมดทิ้งไปกับสายลม

แววตาฟางซิ่วเฟิงเย็นชาลง และกำลังจะชี้นิ้วออกไป แต่ทันใดนั้นเอง เสียงอันเย็นชาก็ดังก้องออกไปทั่วในอากาศเต็มอยู่ในเขตพื้นที่จัตุรัส

“บุคคลเช่นเจ้า ก็คู่ควรมาท้าประลองเตียข้าด้วย?”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: