Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1223

I shall seal the heaven Chapter 1223

ตอนที่ 1223

ชีวิตคนเฉกเช่นความฝัน

เมิ่งฮ่าวไม่ตอบคำถามในทันที เขาหลับตาลงก่อน ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะตอบอย่างไรดี เมื่อลืมตาขึ้นมา สองตาก็สาดประกายเจิดจ้า หยิบเอาพู่กันขึ้นมา และเริ่มเขียนคำตอบแรกลงไปในทันที

ในช่วงเวลาเดียวกับที่พู่กันจรดลงไปบนกระดาษ ทันใดนั้นกลิ่นอายอันสูงส่งเที่ยงธรรมก็ปรากฏขึ้นมาในทันที ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไปในท้องฟ้า พร้อมกันนั้นภายในราชวังต้องห้ามของเมืองหลวง หวงตี้ (ฮ่องเต้) กำลังถือเม็ดหมากล้อมนั่งอยู่ที่นั่น ที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามกระดานหมากล้อมเป็นนักพรตชราผู้หนึ่ง พร้อมรอยยิ้มที่ดูสง่างามราวเทพเซียน

ทันใดนั้นสีหน้าของนักพรตชราก็เปลี่ยนไป และมองไปยังทิศทางของสนามสอบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“หนึ่งในนักศึกษาที่มาทำข้อสอบมีกลิ่นอายที่สูงส่งเที่ยงธรรม! คือใครกัน?”

นักพรตชราชี้นิ้วออกไป ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทั้งกระดานหมากล้อม จากนั้นก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยภาพของสนามสอบ

สายตาของนักพรตชรากวาดมองไป ทำให้สามารถมองผ่านเข้าไปในสนามสอบ เพื่อค้นหาสิ่งที่มันต้องการ ในที่สุดก็ไปหยุดนิ่งอยู่ที่ห้องๆ หนึ่ง ซึ่งตอนนี้เมิ่งฮ่าวกำลังเขียนตัวอักษรลงไปราวกับเมฆเคลื่อนคล้อยสายน้ำไหลริน

นักพรตชรามองไปยังหวงตี้ด้วยความประหลาดใจ และจากนั้นก็มองกลับไปยังเมิ่งฮ่าว พร้อมกับรอยยิ้ม

“เด็กผู้นั้นมีอะไรที่พิเศษหรืออย่างไร?” หวงตี้เอ่ยถาม

“พิเศษ! พิเศษเป็นอย่างยิ่ง!” นักพรตชรากล่าวตอบ หัวเราะออกมา ดวงตาที่สาดประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้น มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว

“ในช่วงการเดินทางตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่าเต้า (นักพรตชรา) ได้เห็นใครบางคนที่มีกลิ่นอายอันสูงส่งเที่ยงธรรมเช่นนี้ นับจากนี้ไปมันจะกลายเป็นผู้สืบทอดแห่งสำนักเฮ่าหรัน! (สูงส่งเที่ยงธรรม)” นักพรตชราหัวเราะขึ้นมาเป็นเสียงดัง จากนั้นก็ยืนขึ้น ก้าวเดินไปยังทิศทางของสนามสอบ

แทบจะเป็นเวลาเดียวกับที่ชายชราในเทียนเสินเต้า ทำการกวาดผ่านบริเวณนี้ด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมัน

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมันอยู่ในอาณาจักรเต๋าแล้ว และถูกเกื้อหนุนด้วยของวิเศษบรรพบุรุษเทียนเสินเต้าด้วยเช่นกัน ทำให้มีพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ ช่วยเพิ่มขยายขอบเขตออกไป นอกจากนี้มันยังได้ทุ่มออกมาอย่างสุดกำลังเพื่อทำการค้นหาในครั้งนี้อีกด้วย ขณะที่มันกวาดผ่านดาวลั่วเหอไป แรงสั่นสะเทือนก็เกิดขึ้นไปทั่วทั้งดวงดาว

เมิ่งฮ่าวหยุดเขียนไปชั่วขณะ ค่อยๆ หลับตาลงไป เขารับรู้ได้ถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์จากเมื่อครู่นี้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้หยุดที่ร่างเขาโดยเฉพาะ แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกตรวจสอบอยู่

“น่าเสียดาย ที่ข้ายังทำข้อสอบได้ไม่ถึงครึ่ง…” เมิ่งฮ่าวพึมพำ มองลงไปยังกระดาษข้อสอบ จากนั้นก็ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ไม่สนใจเรื่องของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป เขียนคำตอบลงไปอย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปบนขุนเขาที่แปด ในเทียนเสินเต้า ชายชราที่นั่งขัดสมาธิอยู่ลืมตาขึ้นมาในทันที ใบหน้าซีดขาวเล็กน้อย แต่กระนั้นก็ยังคงโบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป ทันใดนั้นแผ่นหยกนับแสนก็ลอยออกไปจากขุนเขาที่แปด พุ่งผ่านความว่างเปล่ามุ่งหน้าออกไปในทั่วทุกทิศทาง

แผ่นหยกเหล่านั้นไปปรากฏขึ้นอยู่ในมือของผู้ฝึกตนจำนวนมาก ซึ่งจากนั้นก็ได้ยินเสียงของชายชรากล่าวขึ้นมาในจิตใจพวกมัน

“ผู้ฝึกตนแปลกหน้าที่กวาดล้างเฮยหุนเต้า อยู่บนดาวลั่วเหอในตอนนี้ กำลังสอบคัดเลือกเป็นขุนนางอยู่ในเมืองหลวงแห่งแคว้นเฮ่าหรัน!”

แผ่นหยกนั้นยังได้บ่งชี้ตำแหน่งของเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ฝึกตนคนใดก็ตามที่ถือแผ่นหยกนี้อยู่ในมือก็จะค้นหาเขาได้อย่างง่ายดาย

เงาร่างมากมายเริ่มพุ่งออกไปยังทิศทางของดาวลั่วเหอ พวกมันต่างก็วิตกว่าตนเองจะชักช้าเกินไป ทำให้คนอื่นๆ สามารถจะได้รางวัลตัดหน้าไปก่อน

ที่ไหนสักแห่งในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว บุรุษวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบปีผู้หนึ่ง กำลังเดินไปเรื่อยๆ โดยที่ไพล่มืออยู่ทางด้านหลัง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวสั่นสะท้านขณะที่มันเดินไป ที่ด้านหลังมัน มองเห็นเงาร่างขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกับเป็นเทพสวรรค์ กำลังส่องแสงอันเจิดจ้าอย่างไร้ขอบเขตออกมา

ขณะที่บุรุษผู้นั้นเดินไป แผ่นหยกชิ้นหนึ่งก็พุ่งมาที่มัน เมื่อมันคว้าจับไว้ ดวงตาก็สาดประกายขึ้นด้วยความดุร้าย ยิ้มออกมามุ่งหน้าตรงไปยังดาวลั่วเหอ

ตรงสถานที่อีกแห่ง กลุ่มหมอกหนึ่งพันจ้างพุ่งกระจายไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ภายในนั้นมีสัตว์อสูรอันแข็งแกร่งอยู่หลากหลาย กำลังแยกเขี้ยวแผดร้องคำรามออกมา ขณะที่พยายามดิ้นรนจะหลุดออกมาจากกลุ่มหมอกนั้น แต่ในที่สุดเสียงแตกร้าวก็ได้ยินมา ขณะที่ร่างกายพวกมันพังทลายลงไป และถูกกลุ่มหมอกสีโลหิตดูดกลืนเข้าไป

ทันใดนั้น แผ่นหยกก็ลอยผ่านท้องฟ้าเข้าไปในกลุ่มหมอกสีโลหิต ไม่นานต่อมาเสียงหัวเราะอย่างโหดเหี้ยมก็ดังก้องออกมา

“ในที่สุดก็พบมันแล้ว…น่าสนใจ ช่างน่าสนใจนัก…” กลุ่มหมอกโลหิตเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าตรงไปยังดาวลั่วเหอ

ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวซึ่งห่างออกไปไม่ไกลมากนักจากดาวลั่วเหอ มองเห็นหญิงสาวนางหนึ่งบินมา ดูคล้ายกับเป็นคนป่าโดยสิ้นเชิง มีแส้เส้นหนึ่งผูกอยู่ข้างลำตัว และมีแววตาก็ดูป่าเถื่อน ทันใดนั้นงูเหลือมขนาดใหญ่ยักษ์หลายตัวได้ปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวนาง จากนั้นก็นำนางมุ่งตรงไปยังทิศทางของดาวลั่วเหอ

หญิงสาวนางนั้นถึงจะมีผิวคล้ำแต่ก็งดงามเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เข้าไปใกล้ดาวลั่วเหอ นางก็เป่าปากเป็นเสียงแหลมเล็กออกมาในทันที เสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่ผลลัพธ์ก็คืออสรพิษทั้งหมดบนดาวลั่วเหอจู่ๆ ก็เริ่มขู่ฟ่อๆ เป็นเสียงดังออกมา

แค่ช่วงเวลาสั้นๆ พันธมิตรเทพสวรรค์ทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนไหว ที่เริ่มระดมพลกันเป็นกลุ่มแรกก็คือสำนักที่อยู่บนดาวลั่วเหอเอง พวกมันจะคาดคิดได้อย่างไรว่า บุคคลที่พันธมิตรเทพสวรรค์กำลังค้นหามาอยู่บนดาวของพวกมัน?

ดาวลั่วเหอคือหนึ่งในสี่ดวงดาวอันยิ่งใหญ่แห่งขุนเขาทะเลที่แปด นอกจากสำนักเฮ่าหรันแล้ว ก็ยังมีอีกสามสำนักบนดาวดวงนี้

ทั้งสี่สำนักเหล่านี้ต่างก็เป็นผู้ครอบครองดาวลั่วเหอแห่งนี้ และมีตำแหน่งที่สำคัญเป็นอย่างมากอยู่ภายในพันธมิตรเทพสวรรค์ ตอนนี้ทั้งสี่สำนักกำลังรวบรวมกำลังพล และมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองหลวงของมนุษย์

ลำแสงอันเจิดจ้าพุ่งออกไปทั่วในอากาศ อสรพิษทั้งหมดโผล่ออกมาจากป่าและภูเขา ขู่ฟ่อๆ เป็นเสียงดังก้อง พวกมันไม่ได้ทำร้ายผู้คน แต่มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองหลวง

สีสันแวบขึ้นไป สายลมกรีดร้องระงม และพื้นดินก็สั่นสะเทือน แต่เมิ่งฮ่าวก็ยังคงอยู่ในห้องสอบเล็กๆ นั้น ทำการเขียนคำตอบต่อไป เขาต้องการจะทำข้อสอบเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นทั้งหมด เพื่อชดเชยความล้มเหลวเมื่อหลายปีก่อน

หลังจากที่ผ่านไปสิบอึดใจ เมิ่งฮ่าวก็เขียนตัวอักษรสุดท้ายเสร็จสิ้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเป่าลงไปบนกระดาษข้อสอบเพื่อให้หมึกแห้ง จากนั้นก็วางพู่กันลง

“น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจจะรอจนกว่าจะรู้ผลลัพธ์ ข้าต้องไม่สอบตกอีกอย่างแน่นอนในครั้งนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงจะแย่นัก ข้าคงไม่อาจจะกลายเป็นขุนนาง เพื่อทำให้ความฝันที่จะกลายเป็นเศรษฐีของข้าเป็นจริงขึ้นมาได้…” พร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ เขายืนขึ้นมา ในตอนนี้เองที่มีสายลมพัดเข้ามาจากด้านนอก และทันใดนั้นก็มีบางสิ่งพุ่งเข้ามาในสนามสอบด้วยความรวดเร็ว ที่มากเกินไปกว่าผู้ฝึกตนธรรมดาทั่วไปทั้งหมด มันคือ…ลาตัวหนึ่ง

ในทันทีที่ลาตัวนั้นผ่านเข้ามาในสนามสอบ คนทั้งหมดก็จ้องมองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ขุนนางที่กำลังดำเนินการสอบอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ขณะที่ลาตัวนั้นเอาศีรษะโขกไปบนผนังห้องสอบของเมิ่งฮ่าวจนกลายเป็นรูโหว่ และมันก็พุ่งเข้าไปด้านใน

เมิ่งฮ่าวหัวเราะและกระโดดขึ้นไปบนหลังลา ซึ่งส่งเสียงร้องออกมาขณะที่มันพุ่งทะลวงผนังกำแพงทั้งหมดออกไป จากนั้นทุกคนที่กำลังมองดูก็ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย ขณะที่ลาตัวนั้นบินขึ้นไปในอากาศ

“เซียน…”

“แต่…ทำไมเซียนต้องมาสอบเป็นขุนนางด้วย?”

“สวรรค์ คาดไม่ถึงว่าข้าเพิ่งจะสอบร่วมกับเซียน!!” เสียงร้องด้วยความประหลาดใจมากมายดังก้องขึ้นไปในอากาศ

แทบจะในทันทีที่เมิ่งฮ่าวขี่ลาบินขึ้นไปในอากาศ ลำแสงอันเจิดจ้าก็ใกล้เข้ามา ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นนักพรตชราซึ่งเต็มไปด้วยสีหน้าแปลกๆ มันไม่ได้รับแผ่นหยก ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเมิ่งฮ่าวคือใคร เห็นได้ชัดว่ามันไม่สนใจเรื่องนั้น และไม่สนใจด้วยว่าเมิ่งฮ่าวจะเป็นผู้ฝึกตนหรือไม่

“สหายน้อย อย่าได้ไป! ไม่ต้องกลัว เหล่าฟูเรียกว่าสวี่หรันแห่งสำนักเฮ่าหรัน เอ่อ…เจ้าสนใจที่จะเข้าสังกัดหรือไม่?”

“ถ้าเจ้าเข้าสังกัดสำนักพวกเรา ก็จะได้ทุกสิ่งตามที่ต้องการ สำนักเฮ่าหรันมีตำราเวทแห่งเต๋านับพัน วิชาเวทอีกสามพันชนิด และศิษย์นับไม่ถ้วน พวกเราอยู่ในอันดับเจ็ดของกลุ่มพันธมิตรเทพสวรรค์!”

“พวกเราครอบครองดาวลั่วเหอสามในสิบส่วน ถ้าเข้าสังกัดสำนักพวกเรา เจ้าก็จะได้ทุกสิ่งตามที่ต้องการ!”

ในทันทีที่เมิ่งฮ่าวได้ยินคำพูดของชายชรา ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะทันได้กล่าวตอบกลับไป ลำแสงอันน่าตกใจนับไม่ถ้วนจู่ๆ ก็พุ่งลงมาจากด้านบน

“เมิ่งฮ่าว!! มันคือเมิ่งฮ่าว!”

“มันอยู่ที่นี่นี่เอง! สังหารมัน และเจ้าก็จะได้ปรมาจารย์เฮยหุนเป็นข้าทาสไปหนึ่งพันปี!!”

“สังหารมัน!” เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นมากมายได้ยินมา ขณะที่ผู้ฝึกตนไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนเริ่มมารวมตัวกันในบริเวณนี้จากทั่วทุกทิศทาง

ลาของเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน จากนั้นก็มองอย่างอ้อนวอนไปที่เขา เมิ่งฮ่าวหัวเราะหึๆ และกระโดดลงมาจากหลังลา ซึ่งจากนั้นก็มีเสียงปะทุดังขึ้นจนกลายเป็นผีโต้ง ลอยเข้าไปในถุงสมบัติของเมิ่งฮ่าว

“น่าเสียดายนัก” เมิ่งฮ่าวกล่าว ส่ายหน้าไปมา รอยยิ้มอันเย็นชาปรากฏขึ้น และทันใดนั้นกลิ่นอายของเขาก็เปลี่ยนไป ไม่ได้ดูคล้ายกับเป็นนักศึกษาอีกต่อไป แต่กลายเป็นปีศาจร้ายแทน พลังพุ่งขึ้นมา ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือนขณะที่เขาโบกสะบัดมือออกไป ทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงสีโลหิตอย่างไร้ขอบเขต รอยแตกขนาดใหญ่เปิดขึ้น และอสูรโลหิตก็โผล่ออกมา แผดร้องคำรามขณะที่พุ่งตรงไปยังผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร เขาจะไม่แสดงความเมตตาต่อผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่แปด ซึ่งพยายามจะมาสังหารเขาอย่างแน่นอน

ประกายแสงแวบขึ้นมาขณะที่เมิ่งฮ่าวกลายร่างเป็นวิหคยักษ์สีฟ้า พุ่งเข้าไปในกลุ่มผู้ฝึกตนศัตรูราวกับเป็นสายฟ้า ภูเขาเซียนตกลงมา จันทราม่วงสาดประกายขึ้น และดวงตะวันก็เริ่มดูดกลืนแสงทั้งหมดในบริเวณนั้นเข้าไป จากนั้นก็ปล่อยออกมาด้วยพลังระเบิด ในชั่วพริบตาเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจนับสิบก็ได้ยินดังก้องออกมา ขณะที่ศัตรูตกลงมาจากท้องฟ้า

โลหิตพุ่งกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง กลายเป็นพิรุณโลหิตตกลงไปบนพื้นดิน

จากผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น มีอยู่หลายร้อยคนที่สวมใส่ชุดนักพรตสีเขียว พวกมันไม่ได้โจมตีมาในทันที แต่เริ่มพึมพำออกมา จากนั้นก็ทำให้เกิดเป็นกลิ่นอายอันน่าประหลาดใจระเบิดออกไป ซึ่งมีแต่พวกมันเท่านั้นที่สามารถจะมองเห็นได้

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น เขามองไม่เห็นกลิ่นอายนั้นด้วยเช่นกัน แต่ก็รู้สึกได้ว่าผู้ฝึกตนกลุ่มนี้ต้องฝึกฝนวิชาเวทที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

มันเป็นเวทแห่งเต๋าที่โดดเด่นเช่นเดียวกับเวทแห่งเต๋าของเซียงหั่วเต้า (เต๋าธูปมอดไหม้) ที่เขาเคยพบเจอมาในขุนเขาทะเลที่เก้า

ในตอนที่เมิ่งฮ่าวสังเกตเห็นสิ่งที่พวกมันกำลังกระทำอยู่นี้ ทันใดนั้นนักพรตชราก็มีโทสะขึ้นมาในทันที เดินตรงไปยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของผู้ฝึกตนนับร้อย ร้องตะโกนออกมาว่า “พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่? พวกเจ้าไม่อาจทำร้ายมัน คนผู้นี้คือซือซู (อาจารย์อา) ของพวกเจ้า!” ในทันทีที่นักพรตชรากล่าวจบ ผู้ฝึกตนเหล่านั้นก็หยุดชะงักนิ่งและจ้องมองไปด้วยความตกใจ ชายชราที่เป็นผู้นำของคนกลุ่มนี้ก้าวเดินออกมา ฝืนยิ้มให้กับนักพรตชรา จากนั้นก็ประสานมือและโค้งตัวลง

“ซือจู่ (ท่านปรมาจารย์) คนผู้นี้…คนผู้นี้คือเมิ่งฮ่าว”

“เมิ่งฮ่าวแล้วจะอย่างไร!?” นักพรตชรากล่าวตอบ จ้องมองไป

ชายชราลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็จำได้ว่านักพรตชรามักจะหลงลืมเลอะเลือนอยู่เป็นประจำ จึงรีบอธิบายขึ้นว่า “เมิ่งฮ่าว…คือบุคคลที่กวาดล้างเฮยหุนเต้าไปทั้งสำนัก”

“กวาดล้างเฮยหุนเต้า?” นักพรตชรากล่าว หมุนตัวไปมองยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าแปลกๆ กว่าก่อนหน้านี้

“ฮา ฮา ฮา! สมแล้วที่จะเป็นผู้สืบทอดของเหล่าเต้า (นักพรตชรา) ผู้นี้ ไม่เลว! ไม่เลว! ข้ารำคาญพวกสารเลวแห่งเฮยหุนเต้ามานานหลายปีแล้ว เห็นได้ชัดว่าเจ้าถูกลิขิตมาให้กลายเป็นศิษย์ของข้า เจ้าไม่ต้องแสดงความเคารพข้าในฐานะอาจารย์อย่างเป็นทางการก็ได้ ในเมื่อเจ้าช่วยแก้ปัญหาให้กับอาจารย์ไปแล้ว!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: