I shall seal the heaven Chapter 1296

0 Comments

ตอนที่ 1296

หอกเล่มนั้น

“นั่นคือราชันขุนเขาทะเล เทียนเสินต้าเหริน?”

“ต้องใช่ท่านอย่างแน่นอน มีแต่เทียนเสินต้าเหรินเท่านั้นถึงจะมีพลังที่ม้วนกวาดไปทั่วทั้งขุนเขาทะเลที่แปดได้เช่นนั้น!” ผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่แปดทั้งหมดกำลังรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเป็นอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ความรู้สึกที่ถูกสะกดข่มโดยราชันแห่งขุนเขาทะเลที่เจ็ดกดทับลงมายังพวกมัน แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นได้หายไปแล้ว ถึงแม้ว่าคนทั้งหมดจะรู้สึกตื่นเต้น แต่หัวหน้าผู้พิทักษ์เต๋าแห่งเทียนเสินเต้า รวมทั้งราชันเต๋าอื่นๆ แห่งขุนเขาทะเลที่แปด ต่างก็สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง สีหน้าพวกมันเต็มไปด้วยความสับสน ขณะที่มองออกไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ตรงตำแหน่งของระลอกคลื่นที่คนทั้งหมดคิดว่า ออกมาจากราชันขุนเขาทะเลของพวกมัน

“นั่นไม่ใช่…เทียนเสินต้าเหริน…” หัวหน้าผู้พิทักษ์เต๋าครุ่นคิดด้วยจิตใจที่สั่นสะท้าน มันรู้สึกได้ว่าเทียนเสินอยู่บนขุนเขาที่แปดในตอนนี้ และยังคงหลับใหลอยู่ อันที่จริงราชันเต๋าทั้งหมดแห่งขุนเขาทะเลที่แปดต่างก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน

“ถ้าไม่ใช่เทียนเสินต้าเหรินแล้ว…มันคือใคร…?” นี่เป็นคำถามที่พุ่งขึ้นมาในจิตใจของหัวหน้าผู้พิทักษ์เต๋าและราชันเต๋าคนอื่นๆ จากนั้นพวกมันก็เริ่มสั่นสะท้าน ขณะที่…คนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในจิตใจ

เป็นคนที่เคยปลดปล่อยเวทแห่งเต๋าอันน่าตกใจออกมาในการต่อสู้เมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้สนามรบต้องว่างเปล่าไป…

“เมิ่งฮ่าว!” หัวหน้าผู้พิทักษ์เต๋ากล่าวขึ้นพร้อมกับหอบหายใจออกมา

ในทันทีที่นามนี้หลุดออกมาจากปากมัน จิตใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน ในตอนนี้มันมั่นใจว่าบุคคลที่กำลังกระจายพลังที่คล้ายคลึงกับราชันแห่งขุนเขาทะเลต้องเป็นเมิ่งฮ่าวอย่างแน่นอน

ผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่แปดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ผู้ที่มาจากขุนเขาทะเลที่เจ็ดต่างก็ตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง ความแตกต่างในพลังของพวกมันจากก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น และการสู้รบก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่การสู้รบนั้นไม่ได้รุนแรงมากนัก ดูเหมือนว่าไม่มีใครต้องการจะต่อสู้ในตอนนี้ และการที่สนามรบเริ่มสงบลง ทำให้คนทั้งหมดเปลี่ยนความสนใจไปยังตำแหน่งที่อยู่ห่างไกลออกไป…ที่ซึ่งการต่อสู้จะเป็นตัวตัดสินโชคชะตาของสองขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่!

มันคือ…การต่อสู้ของราชันแห่งขุนเขาทะเล!

ถ้าไป๋จู่พ่ายแพ้ ขุนเขาทะเลที่แปดก็จะพลิกสถานการณ์กลับคืนมาได้ ถ้าราชันแห่งขุนเขาทะเลที่เจ็ดถูกสังหารไปจริงๆ ผู้ฝึกตนจากขุนเขาทะเลแห่งนั้นก็จะพังทลายลงไป และขุนเขาทะเลที่เจ็ดก็จะประสบกับการสูญเสียอย่างที่ไม่อาจจะฟื้นคืนกลับมาได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าไป๋จู่ชนะ ขุนเขาทะเลที่แปดก็จะ…ไม่คงอยู่อีกต่อไป

คนทั้งหมดกำลังเฝ้ารอคอย…ที่จะเห็นการต่อสู้นี้ว่าจะมีผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร!

ตูม!

ที่ด้านนอกรอยแตก พลังของเมิ่งฮ่าวพุ่งทะยานขึ้นไป สุดยอดสะพานที่อยู่ภายในร่างพุ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง และพื้นฐานฝึกตนก็โคจรหมุนวน ตะเกียงวิญญาณลอยออกมา กลิ่นอายพุ่งกระจายออกไป และพลังแห่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวต้องสั่นสะเทือน

จากนั้น เขาก็เดินตรงไปหนึ่งก้าว

ก้าวที่เดินไปนั้นคล้ายกับเป็นการปะทุขึ้นมาของภูเขาไฟ พลังของเมิ่งฮ่าวรวมตัวกันอยู่รอบกาย ก่อตัวเป็นสิ่งที่คล้ายกำแพงอันแข็งแกร่ง ซึ่งจากนั้นก็บดขยี้ตรงไปยังไป๋จู่

ไป๋จู่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยแววตาแปลกๆ สีหน้าไร้ความดูถูกแม้แต่น้อย และจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยากลำบากนัก

สามารถจะบอกได้ว่าเมิ่งฮ่าวคือภัยคุกคามอันน่าเหลือเชื่อสำหรับมัน

เมื่อมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงพลังของเมิ่งฮ่าวที่กำลังพุ่งตรงมา ไป๋จู่ก็โบกสะบัดมือ ทำให้แสงเจิดจ้าสีขาวพุ่งกระจายออกไป จากนั้นก็กลายเป็นภาพกระบี่หนึ่งล้านเล่ม พุ่งทะลวงออกไปในทั่วทุกทิศทาง เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องไปทั่ว เมื่อพลังของเมิ่งฮ่าวที่พุ่งเข้ามาพังทลายลงไป

ในท่ามกลางการพังทลายนั้น ไป๋จู่ก้าวเดินไปข้างหน้า ชี้นิ้วตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ส่งผลให้กระบี่แสงหนึ่งล้านเล่มพุ่งตรงไปที่เขาราวกับเป็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะดูคล้ายกับเป็นแม่น้ำแห่งดวงดาวที่ม้วนกวาดไปด้วยพลังที่สามารถจะทำลายโลกแห่งนี้ลงไปได้ทั้งหมด!

อย่างน่าตกใจยิ่ง กระบี่แสงแต่ละเล่มประกอบไปด้วยพลังทำลายล้างอันน่ากลัวของอาณาจักรเต๋า และเมื่อรวมเข้าด้วยกัน ก็ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

ม่านตาเมิ่งฮ่าวหดเล็กลง แต่ก็ไม่ยอมถอยหลังไป กลับเดินตรงไปอีกหนึ่งก้าว กำหมัดจนแน่นและต่อยออกไป

มันคือหมัดทำลายล้างชีวิต!

แสงดาวแตกกระจายไป และลำแสงกระบี่ก็บิดเบี้ยวไปมา หมัดของเมิ่งฮ่าวทำให้เกิดเป็นกระแสน้ำวนส่งเสียงดังกระหึ่ม ขณะที่หมุนวนไปมาก็ทำลายแสงกระบี่ไป ถ้ามองมาจากที่ห่างไกลก็จะดูเหมือนว่ากระแสของแม่น้ำแห่งดวงดาวนั้น จู่ๆ ก็ถูกขัดขวางไปในทันที

แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เมิ่งฮ่าวเดินไปเป็นก้าวที่สาม ต่อยหมัดกลายเป็นปีศาจออกไป ราวกับว่าถ้าคนผู้หนึ่งยินดีที่จะทนทุกข์ทรมาน ตกอยู่ในห้วงความบ้าคลั่งไปชั่วนิรันดร์ หมัดกลายเป็นปีศาจถูกเกื้อหนุนด้วยพลังและความมุ่งมั่นของเมิ่งฮ่าว กระแทกเข้าไปยังแสงกระบี่ที่ยังเหลืออยู่ ทำให้เกิดเป็นเสียงกึกก้องดังขึ้นไป ขณะที่กระบี่มากกว่าครึ่งแตกกระจายไปโดยสิ้นเชิง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น ขณะที่เดินไปเป็นก้าวที่สี่ และ…หมัดสังหารเทพก็ปรากฏขึ้น!

เจตจำนงแห่งหมัดสังหารเทพหลอมรวมเข้ากับฟ้าดิน ผนึกเข้าไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว รวมกับพลังของกายเนื้อจากผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนซึ่งสามารถจะทำลายล้างได้ทุกชั้นฟ้า บดขยี้พื้นดินให้แหลกละเอียดไป ในฐานะที่เป็นการสังหารเทพ!

ตูมมมมมมม!

ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวแตกกระจายไป และเริ่มฉีกขาดออกเป็นชั้นๆ กระบี่แสงที่ยังเหลืออยู่สั่นสะท้านไปมา และจากนั้นก็พุ่งกลับไปทางด้านหลัง ตรงไปยังไป๋จู่ราวกับเป็นสายลมอันคลุ้มคลั่ง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เดินไปเป็นก้าวที่ห้า ใช้มือขวาขยับร่ายเวททำให้อสูรโลหิตปรากฏขึ้น และพุ่งตรงไปยังไป๋จู่พร้อมกับปากที่อ้ากว้าง

ม่านตาไป๋จู่หดเล็กลง แค่นเสียงเย็นชา กล่าวว่า “น่าสนใจไม่น้อย เจ้าทำให้ข้าต้องเอาจริงบ้างแล้ว”

ต่อมามันใช้มือขวาขยับร่ายเวท จากนั้นก็กดลงไปบนหน้าอก ทำให้ความหนาวเย็นราวน้ำแข็งปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ตัว ตามมาด้วยกลิ่นอายแห่งแก่นแท้

แต่นี่ไม่ใช่แก่นแท้แห่งน้ำแข็ง เป็นสิ่งอื่น…เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อพลังแก่นแท้ที่เป็นของคนอื่น มันคือ…การกำจัดความรู้สึก!

สิ่งสำคัญที่จะเป็นผู้ไร้อารมณ์ความรู้สึกก็คือการกำจัดอารมณ์ทั้งเจ็ดและความปรารถนาทั้งหกออกไป ทำให้คนผู้นั้นเย็นชาราวน้ำแข็ง และกลายเป็นเจตจำนงแห่งการทำลายล้าง ขณะที่ดรรชนีนั้นชี้ขึ้นไปในอากาศ เมิ่งฮ่าวก็สั่นสะท้านขณะที่โลหิตทั่วร่างกลายเป็นน้ำแข็งไปในทันที ดูเหมือนว่าดรรชนีของไป๋จู่จะกดลงไปยังวิญญาณของเมิ่งฮ่าว เพื่อกวาดล้างอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดของเขาออกไป!

ความรักของครอบครัว, มิตรภาพ, ความรักของหนุ่มสาว…

ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกลอกออกไปจากจิตใจเมิ่งฮ่าว ขณะที่พวกมันกำลังจะจางหายไป เมิ่งฮ่าวก็แหงนหน้าขึ้นและกู่ร้องออกมา ทำให้แสงอันไร้ขอบเขตสาดประกายออกมาจากร่าง สุดยอดสะพานพุ่งขึ้นมาในทันที กลายเป็นสะพานที่ทำให้ฟ้าดินต้องสั่นสะท้านด้วยกลิ่นอายที่เก่าแก่โบราณอย่างถึงที่สุด

ในทันทีที่สะพานปรากฏขึ้น ทุกสรรพสิ่งก็เริ่มสั่นสะเทือน แก่นแท้แห่งการกำจัดความรู้สึกของไป๋จู่หยุดชะงักนิ่งอย่างฉับพลัน

ในตอนนี้เองที่ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยความเย็นชา และขณะที่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ศิลาดวงดาวก็หลอมละลายไป ทำให้เมิ่งฮ่าวกลายร่างเป็นอุกกาบาต ซึ่งก็คือหนึ่งรำพึงกลายเป็นดวงดาวนั่นเอง ม้วนกวาดตรงไปยังไป๋จู่ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อในทันที

เขากำลัง…พยายามเอาชนะให้ได้ในตอนนี้!

ในชั่วพริบตาเมิ่งฮ่าวก็เข้าไปใกล้พร้อมกับพลังที่ระเบิดออกมา ทำให้ไป๋จู่ต้องขมวดคิ้ว จากนั้นก็ยกมือขวาขึ้นมาและผลักออกไปในอากาศ

พลังแห่งพื้นฐานฝึกตนห้าแก่นแท้ขั้นสูงสุดของมัน กลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่ ส่งเสียงดังก้องพุ่งตรงไปยังอุกกาบาต และจากนั้นก็คว้าจับไว้!

หัตถ์ยักษ์ข้างนั้นดูเหมือนว่าจะสามารถบดขยี้อุกกาบาตได้ด้วยการคว้าจับไปของมัน และเสียงแตกร้าวก็ได้ยินมาขณะที่รอยร้าวเริ่มกระจายออกไปทั่วทั้งพื้นผิวของอุกกาบาต ก่อนที่จะทันได้เข้าไปใกล้ไป๋จู่ ขณะที่อยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งร้อยจ้าง อุกกาบาตก็ระเบิดขึ้นมาในทันที

ตรงบริเวณนั้นปรากฏเป็นแสงสีฟ้าพุ่งขึ้นมา เคลื่อนที่ออกไปจากอุกกาบาตด้วยความรวดเร็วอย่างที่ยากจะอธิบายได้ ขณะที่แสงนั้นพุ่งผ่านหัตถ์ยักษ์ออกไป ก็เห็นได้ชัดว่ามันคือวิหคยักษ์สีฟ้า!

ในชั่วพริบตาเมิ่งฮ่าวก็แทบจะไปอยู่ที่เบื้องหน้าของไป๋จู่ กางกรงเล็บที่แหลมคมจนเพียงพอที่จะเฉือนเหล็กกล้าป่นศิลาให้กลายเป็นผุยผงได้ออกมา ขณะที่กรีดเฉือนกรงเล็บออกไป เวทกลืนภูเขาก็เรียกให้ภูเขาจำนวนมากบดขยี้ลงมาจากด้านบน

แต่ก็ยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้ ทันใดนั้นหอกยาวก็ปรากฏขึ้นอยู่ที่ด้านข้างของวิหคยักษ์สีฟ้าอย่างน่าตกใจ เป็นหอกเดียวกับที่ตันหลางช่วยปลดผนึกให้ ซึ่งมีด้ามจับทำมาจากต้นเจี้ยนมู่และปลายหอกเป็นมังกร

หอกเล่มนั้นส่งเสียงดังกระหึ่มพุ่งฝ่าอากาศ ตรงไปยังหน้าผากของไป๋จู่

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบาย แต่จริงๆ แล้วก็เกิดขึ้นในช่วงจุดประกายหินเหล็กไฟเท่านั้น กล่าวกันโดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึงระดับพื้นฐานฝึกตน การต่อสู้ระหว่างเมิ่งฮ่าวและไป๋จู่น่าจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือแม้แต่เป็นปี กว่าที่จะได้ข้อสรุป

นอกจากนั้นการต่อสู้ระดับนี้ก็เป็นสิ่งที่ยากจะพบเห็นในอาณาจักรขุนเขาทะเล และมีความเป็นไปได้ที่ขุนเขาทะเลที่แปดอาจจะถูกทำลายไปในการต่อสู้ครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม…เมื่อใครคนใดคนหนึ่งกำลังพยายามทุ่มออกมาจนสุดตัว การต่อสู้อันยาวนานก็อาจจะหดสั้นลงเป็นหลายเท่าตัว

ในตอนนี้บุคคลที่ทุ่มจนสุดตัวก็คือ เมิ่งฮ่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไป๋จู่คาดคิดว่าเขาคงจะไม่กระทำเช่นนั้น ไม่กล้าที่จะเสี่ยงชีวิตอย่างไร้สติเช่นนั้น แต่เขากลับกระทำไปจริงๆ

แม้แต่ไป๋จู่ก็คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นเช่นนี้ได้ มันขมวดคิ้ว และรังสีสังหารก็เติมเต็มอยู่ในดวงตาอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะไปครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ มันรีบฟาดมือขวาออกไปในทันที ทำให้เล็บนิ้วทั้งห้าแตกกระจายไป ก่อตัวเป็นจันทร์เสี้ยวห้าดวง กระจายเป็นพลังคำสาปแช่งอันน่าตกใจออกมา ขณะที่พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ขณะที่เวทกลืนภูเขาของเมิ่งฮ่าวพังทลายลงไป สุดยอดสะพานเริ่มสั่นสะท้าน และกรงเล็บของวิหคยักษ์สีฟ้าก็แตกกระจายไป ขณะที่เลือดเนื้อกระจัดกระจายออกไป เมิ่งฮ่าวก็ปรากฏตัวขึ้นและคว้าจับไปที่ตัวหอก จากนั้นความเร็วของหอกก็เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว และคมหอกก็แทงตรงไปยังหน้าผากของไป๋จู่ จนกระทั่งอยู่ห่างเพียงแค่เจ็ดชุ่นเท่านั้น!

ดวงตาไป๋จู่เบิกกว้างขึ้น รู้สึกได้ถึงวิกฤตอันร้ายแรงที่พุ่งขึ้นมาในจิตใจ อ้าปากขึ้นและกู่ร้องออกมา ทันใดนั้นเสียงอันน่าตกใจก็ทำให้ภาพลวงตาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังมัน และแผดร้องคำรามตรงไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน

พลังนั้นคล้ายกับเป็นลมพายุอันปั่นป่วนวุ่นวาย ทำให้แสงทั้งหมดต้องมืดสลัวลงไป!

มังกรบนหอกยาวของเมิ่งฮ่าวแผดร้องคำราม แต่เมื่อเทียบกับยักษ์ตนนั้นก็อ่อนแอกว่า เสียงกู่ร้องของไป๋จู่ทำให้หอกเริ่มแตกกระจายไป และอีกไม่นาน…ก็จะกลายเป็นเถ้าธุลีไป!

“ช่างอ่อนแอนัก” ไป๋จู่กล่าวเสียงราบเรียบ แต่ภายในใจกลับเต้นรัวด้วยความวิตก

ในทันใดนั้นเองที่หอกในมือของเมิ่งฮ่าวเริ่มสั่นสะท้านขึ้น

“เยาปิง, ฮวงจ่ง!” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นมาสี่คำ (อาวุธอสูร, สุสานเดียวดาย)

ตูม!

หอกที่แตกกระจายออกไป เผยให้เห็นว่าจริงๆ แล้วก็ยังมี…หอกอื่นซ่อนอยู่ข้างใน!!

หอกนั้นมีสีดำสนิท และดูเหมือนว่าจะก่อตัวขึ้นมาจากวิญญาณจำนวนมาก มันคือ…เยาปิงฮวงจ่ง ซึ่งเป็นของวิเศษอันล้ำค่าที่โดดเด่นเฉพาะสำหรับ…ผู้ผนึกอสูร!

ในทันทีที่หอกนั้นปรากฏขึ้น พลังของเมิ่งฮ่าวก็พุ่งขึ้นไป และคมหอกก็พุ่งตรงไปยังหน้าผากของไป๋จู่ต่อไป

ทุกสิ่งทุกอย่างจากก่อนหน้านี้มีการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ตอนแรกเมิ่งฮ่าวระเบิดเป็นพลังโจมตีออกไป จากนั้นก็เกือบตกตายไป จากการแตกกระจายไปของอุกกาบาต ภูเขาพังทลายลงมา หอกมังกรแยกออกจากกัน เห็นได้ชัดว่า…ทั้งหมดนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ…การโจมตีจากหอกนี้เท่านั้น!

สีหน้าไป๋จู่สลดลงไปโดยสิ้นเชิง!

——————–

หมายเหตุ: อารมณ์ทั้งเจ็ด ประกอบด้วย ดีใจ โกรธ เสียใจ ฟุ้งซ่าน ซึมเศร้า หวาดกลัวและตกใจ ความปรารถนาทั้งหก ประกอบด้วย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และความคิด

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 215
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 214
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: