I shall seal the heaven Chapter 1376

0 Comments

ตอนที่ 1376

แคว้นชิงสุ่ย…

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น ขณะที่จ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มในชุดสีเขียว เดินตรงไปโดยไม่พูดจา และจากนั้นก็ปรากฏกายขึ้นบนยอดเขา

“เปิ่นจุนรอเจ้ามานานมากแล้ว จนไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าใดแล้ว…แค่จำได้ว่าเคยต่อสู้กับบุรุษผู้หนึ่ง พวกเราวางเดิมพันไว้ว่า ถ้าใครแพ้ก็ต้องสัญญาว่าจะทำเรื่องหนึ่งให้กับอีกฝ่าย”

“เปิ่นจุนสัญญาว่าจะเฝ้ารอใครบางคนอยู่ที่นี่…เพื่อมอบเวทผนึกให้แก่คนผู้นั้น”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเริ่มสาดประกายเจิดจ้าขึ้น ขณะที่กล่าวว่า “เก๋อเซี่ย (ใต้เท้า) คือ…?”

“ลืมไปแล้ว นี่ไม่ใช่ร่างจริงของเปิ่นจุน เป็นแค่ร่างจำแลงเท่านั้น แม้แต่นามก็ลืมไปแล้ว จำได้แต่…สถานที่แห่งนั้น” บุรุษหนุ่มส่ายหน้าไปมา และชี้ลงไปยังหุบเขาที่อยู่ตรงด้านล่าง

เมิ่งฮ่าวมองลงไปในทิศทางเดียวกันนั้น แต่ก็มองไม่เห็นอะไรนอกจากหุบเขานั้น

“มองไม่เห็น? …ก็ไม่แปลก เวทผนึกนี้มีอยู่หลายชื่อ ในตอนนั้นบุรุษที่เปิ่นจุนต่อสู้ด้วย เคยบอกว่ามันก็มีเวทผนึกที่คล้ายคลึงกันนี้ แต่ก็ไม่ใกล้เคียงกับพื้นฐานแก่นแท้เช่นเดียวกับของข้า”

“มันคาดว่าอีกหลายปีต่อมา จะมีใครบางคนจากในท่ามกลางกลุ่มผู้สืบทอดของมัน อาจจะสามารถใช้เวทรุ่นหนึ่งของมันเพื่อปลดปล่อยเวทผนึกอื่นๆ ที่มี แต่เนื่องจากกฎธรรมชาติที่แปลกประหลาดของเวทผนึกนั้น ทำให้ไม่อาจจะส่งต่อลงไปจากรุ่นสู่รุ่นได้”

“ดังนั้น มันจึงคาดหวังว่าข้าจะสามารถเฝ้ารอคนผู้นั้นอยู่ในที่แห่งนี้ และส่งต่อเวทผนึกของข้าให้กับมัน”

บุรุษผู้นั้นยิ้มน้อยๆ มองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยแววตาที่สงบนิ่งและกล่าวว่า “หลังจากที่ผ่านมานานหลายปี เจ้าคือคนแรกที่มายังที่แห่งนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าคือคนที่ข้าเฝ้ารอคอยอยู่”

“มา มาหาข้าที่นี่”

เมิ่งฮ่าวตรวจสอบบุรุษหนุ่มผู้นั้นอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็ยิ้มออกมา รู้สึกว่าบุรุษผู้นี้ไม่น่าหวาดกลัว และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธ จึงเดินเข้าไปใกล้

และขณะที่ทำเช่นนั้น ดวงตาของบุรุษหนุ่มผู้นั้นก็สาดประกายขึ้นด้วยความชื่นชม หลังจากที่เมิ่งฮ่าวไปยืนอยู่ตรงหน้ามัน บุรุษหนุ่มก็กล่าวว่า “ตอนนี้ ลองมองไปอีกครั้ง”

เมิ่งฮ่าวหมุนตัว มองกลับไปยังหุบเขาที่อยู่ด้านล่าง ทันใดนั้นแสงสีก็แวบขึ้นมาในดวงตา

หุบเขาที่เดิมทีว่างเปล่า ในตอนนี้มีกำแพงเมืองอยู่ด้านใน เห็นได้ชัดว่ามันคือเมืองแห่งหนึ่ง มีทั้งราชวัง, ขุนนาง และสามัญชนทั่วไป!

เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่นับแสนคน

ที่น่าตกใจมากที่สุดสำหรับเมิ่งฮ่าวก็คือว่าในท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้นทั้งหมด ไม่ว่าพวกมันจะเป็นคนชราหรืออยู่ในวัยฉกรรจ์, บุรุษหรือสตรี…นับตั้งแต่หวงตี้ (ฮ่องเต้) ลงมาจนถึงสามัญชนทั่วไป คนทั้งหมดมีกลิ่นอายเช่นเดียวกัน!

และกลิ่นอายนั้นก็เหมือนกับกลิ่นอายของบุรุษหนุ่มชุดเขียวด้วยเช่นกัน บางทีผู้ฝึกตนทั่วไปไม่อาจจะสังเกตเห็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ได้โดยที่ไม่สังเกตดูอย่างลึกซึ้ง แต่เมิ่งฮ่าวก็สังเกตเห็นได้ และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แผ่นหยกอสูรโบราณที่อยู่ภายในถุงสมบัติก็เริ่มสั่นไหวไปมา

ในที่สุดเมิ่งฮ่าวก็ตระหนักว่ากลุ่มคนนับแสนเหล่านั้นเป็น…ร่างจำแลง!!

พวกมันทั้งหมดต่างก็เป็นร่างจำแลงของบุรุษหนุ่มชุดเขียวผู้นี้!

เมิ่งฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่ตรวจสอบดูเมืองตรงด้านล่าง หวงตี้กำลังศึกษาดูรายงานต่างๆ นางสนมกำลังทะเลาะวิวาทกัน เหล่าขุนนางกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สามัญชนทั่วไปกำลังอยู่ร่วมกับคนในครอบครัว และท้องถนนก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจากกิจการต่างๆ

พ่อค้าข้างถนนร้องตะโกนขายสินค้า ผู้คนดื่มกิน, ผู้คนโต้เถียงและต่อสู้กัน, ผู้คนหัวเราะเล่าเรื่องขำขัน เสียงเหล่านั้นรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นเสียงเซ็งแซ่ ทำให้เมืองนั้นดูเหมือนของจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ อันที่จริงก็ยากที่จะเชื่อว่าสถานที่แห่งนั้นทั้งหมด…มีประชากรเป็นร่างจำแลงกันทุกคน

นอกจากนั้นนามของเมืองนี้ก็ถูกเขียนไว้อยู่เหนือประตูเมือง

ประกอบด้วยสามตัวอักษร

ชิงสุ่ยกั๋ว! (แคว้นน้ำใส)

“เวทผนึกนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ซือจุน (ท่านอาจารย์) ส่งมอบให้กับข้า ข้ารู้แจ้งด้วยตนเอง แม้แต่ซือตี้ (ศิษย์น้องบุรุษ) ข้าก็ไม่อาจจะใช้มันออกมาได้ แต่ไม่เป็นไร ข้าจะส่งมอบให้กับเจ้าเพื่อตัดกรรมที่ผ่านมา”

“จะใช้มันออกมาได้หรือไม่ ก็ขึ้นกับโชควาสนาของเจ้าแล้ว” บุรุษหนุ่มส่ายหน้าและยิ้มออกมา ไม่สนใจเมิ่งฮ่าวอีกต่อไป หมุนตัวลอยขึ้นไปในท้องฟ้า

“ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดแล้ว ในที่สุดเปิ่นจุนก็ได้กระทำตามสัญญาแล้ว และตอนนี้…ก็ถึงเวลาที่จะจากไปแล้ว ร่างนี้เป็นแค่กระแสแห่งเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ไม่อาจจะเทียบกับร่างจริงได้ ข้าจากมานานมากแล้ว และคิดถึงใครบางคนอยู่บ้าง”

“ต้องไปแล้ว เปิ่นจุนไปแล้ว” บุรุษหนุ่มโบกสะบัดชายแขนเสื้อ และขณะที่ลอยสูงขึ้นไปในอากาศ ร่างกายก็ค่อยๆ เริ่มเลือนรางลงไป ในที่สุดก็กลายเป็นจุดแสงสีเขียวนับไม่ถ้วน กระจัดกระจายออกไปและจากนั้นก็หายลับตาไป

เมิ่งฮ่าวมองลงไปยังหุบเขา และตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเลือนรางไป รีบนั่งลงและเพ่งสมาธิในทันที เฝ้ามองไปในขณะที่เงาร่างตรงด้านล่างเริ่มจางหายไป เมืองเริ่มกระจัดกระจายออกไป และแม้แต่ตัวอักษร ‘ชิงสุ่ยกั๋ว’ ก็หายไป ในที่สุดสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือหุบเขานั้น

“เวทผนึก เวทผนึกอสูร…”

“ยกเว้นเวทผนึกที่ข้าต้องสร้างขึ้นมาเองแล้ว ข้าสามารถจะรวบรวมได้ทั้งหมด ยกเว้นเวทรุ่นแรกและรุ่นสี่ เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่รุ่นแรก ซึ่งหมายความว่ามันต้องเป็น…เวทรุ่นสี่!”

จิตใจเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน จากพื้นฐานฝึกตนในตอนนี้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ปราณและโลหิต หรือพลังแห่งฟ้าดินมากนัก เพื่อก้าวเข้าไปในจุดตีบตัน ก่อนที่จะสามารถทะลวงผ่านออกไปได้ อันที่จริงในตอนนี้เขามีสองเส้นทางให้เลือกเท่านั้น เส้นทางหนึ่งคือผ่านอาณาจักรโบราณไปอย่างสมบูรณ์

อีกเส้นทางก็คือรวบรวมเวทผนึกทั้งหมด และจากนั้นก็เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นแก่นแท้

หนึ่งในเส้นทางเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนสายโลหิตแห่งเซียนเต๋าทุกชั้นฟ้า อีกเส้นทางคือเวทผนึกแห่งพันธมิตรผู้ผนึกอสูร เขามารถเดินไปได้ทั้งสองทาง แต่เส้นทางแรกต้องใช้เวลามากกว่า จำเป็นต้องมีพื้นฐานฝึกตน, ปราณและโลหิตที่สูงไปกว่านี้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดก็คือเพียงแค่เพิ่มโอกาสในการดับตะเกียงวิญญาณได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับเส้นทางที่สอง จำเป็นต้องรู้แจ้งและได้ครอบครองโชควาสนา

เมิ่งฮ่าวนั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ มองลงไปยังหุบเขา ในที่สุดก็หลับตาลง และทุกสรรพสิ่งที่เพิ่งจะมองเห็นเมื่อครู่นี้ก็ปรากฏขึ้นมาในจิตใจ ขณะที่เริ่มวิเคราะห์ไตร่ตรอง ก็ค่อยๆ ตกลงไปสู่ห้วงภวังค์อย่างช้าๆ

ผู้คนส่วนใหญ่ยากที่จะเข้าใจเวทผนึกอสูรด้วยการมองไปแค่ครั้งเดียว

แต่เมิ่งฮ่าวแตกต่างออกไป เขาคือผู้ผนึกอสูรรุ่นที่เก้า และมีเวทผนึกที่แตกต่างกันอยู่แล้วหกเวท ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเปลี่ยนให้เวทรุ่นแปดกลายเป็นแก่นแท้เริ่มต้นได้สำเร็จอีกด้วย

สำหรับเมิ่งฮ่าวแล้ว ตราบเท่าที่ตนเองมีองค์ประกอบพื้นฐานของเวทผนึกอสูร และดำเนินไปตามวิถีทางที่ถูกต้อง เขาก็จะสามารถเข้าใจมันได้อย่างแน่นอน

เวลาเลื่อนผ่านไป ในขณะที่เมิ่งฮ่าววิเคราะห์ใคร่ครวญถึงเวทผนึกรุ่นสี่ สามสิบสามผู้ถูกเลือกที่อยู่ภายในสามสิบสามนรก ต่างก็บรรลุถึงจุดวิกฤตในขั้นตอนการดูดซับและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเปลวไฟวิญญาณพร้อมทั้งโชควาสนาที่มีอยู่ในนั้น

สามสิบสามนรกเงียบกริบเป็นอย่างยิ่ง เวลาเดียวกันนั้นเวลาตรงด้านนอกในอาณาจักรขุนเขาทะเลก็ค่อยๆ เลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ การเตรียมตัวเพื่อทำสงครามเสร็จสิ้นจนเกือบหมดแล้ว และผู้ฝึกตนก็หวงแหนเวลาช่วงสุดท้ายก่อนที่สามสิบสามสวรรค์ในส่วนที่เหลือจะตกลงมา ด้วยการใช้เวลาร่วมกับคนรัก, คนในครอบครัวและสหายสนิทให้มากที่สุด

ตรงด้านบนขึ้นไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว สวรรค์ชั้นที่สิบเจ็ดจนถึงชั้นที่สามสิบสามเริ่มมองเห็นได้อย่างช้าๆ ตรงจุดสูงสุดของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

สูงเกินกว่าสามสิบสามสวรรค์ในความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ เป็นดินแดนสองแห่งที่มีขนาดใหญ่โตกว่าสามสิบสามสวรรค์ ซึ่งกำลังใกล้เข้ามาด้วยความรวดเร็วอย่างยากจะอธิบายได้

เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของพวกมันก็คืออาณาจักรขุนเขาทะเล!

ในตอนนี้พวกมันเข้ามาใกล้เป็นอย่างมาก…

อันที่จริงก็เป็นไปได้ว่าเมื่อพวกมันมาถึง…สงครามก็อาจจะจบสิ้นพอดี

เวลาอีกสี่เดือนได้เลื่อนผ่านไป เป็นช่วงสี่เดือนที่เฝ้ารออยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่ไร้ดวงตะวันและจันทรา เป็นช่วงสี่เดือนแห่งการรอคอย…ให้ความมืดมิดสนิทที่แท้จริงใกล้เข้ามา

ทั้งสามสิบสี่คนที่อยู่ภายในสามสิบสามนรก ต่างก็ตกอยู่ในห้วงวิกฤตอันร้ายแรงสำหรับการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน ความสงบเงียบก่อนหน้านี้ถูกทำลายไปด้วยเสียงแผดร้องหรือกู่ร้องออกมาเป็นระยะ

ขั้นตอนการได้ครอบครองโชควาสนาในที่แห่งนี้ เป็นความเจ็บปวดสำหรับผู้ถูกเลือกทั้งสามสิบสามคน นอกจากนั้นในช่วงของการพยายามดูดซับเปลวไฟวิญญาณ พวกมันต่างก็ต้องหลีกเลี่ยงจากการถูกยึดครองร่างด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากเวทป้องกันในสถานที่แห่งนี้ ถ้าพวกมันถูกยึดร่าง ก็จะต้องตายไปในทันที

แต่ละคนมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดนั้นก็เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด ในตอนนี้ผู้ถูกเลือกแต่ละคนต่างก็สกปรกแปดเปื้อน พร้อมกับเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเป็นกระเซิง ทำให้ดูแทบจะเหมือนกับภูติผี แต่พวกมันก็ยังคงกัดฟันแน่นและพยายามต่อไปด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

“ข้าไม่อาจจะล้มเหลว…”

“ข้าต้องทำได้!”

“ถ้าข้าเสียสละอายุขัย และจบลงด้วยการมีชีวิตอยู่แค่หกสิบปี ข้าก็สามารถจะปกป้องตระกูลได้…”

“ข้าจะไม่ยอมตายอยู่ในที่แห่งนี้! ถ้าข้ากำลังจะตายไป ข้าต้องตายในช่วงการต่อสู้กับคนนอกคอก!!”

เสียงระเบิดได้ยินขึ้นมา เช่นเดียวกับเสียงแผดร้อง ทำให้สามสิบสามนรกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

ในส่วนลึกมากที่สุดของสถานที่แห่งนี้ ในนรกชั้นที่สามสิบสาม เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา กำลังมองลงไปยังหุบเขาด้านล่าง ค่อยๆ เริ่มมองเห็นว่าหุบเขาไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่กลับมีโครงร่างของเมืองขึ้นมาอย่างคลุมเครือ…

อย่างไรก็ตามเมืองนั้นก็ไม่ใช่ชิงสุ่ยกั๋ว แต่เป็นเมืองหยุนเจี๋ย มีภูเขาอยู่ที่นั่น ตรงด้านล่างเป็นแม่น้ำสายหนึ่ง มองเห็นผู้คนอยู่ภายในเมือง เป็นภาพที่เลือนรางไร้ใบหน้า แต่ขณะที่เมิ่งฮ่าวได้รับความรู้แจ้งอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เงาร่างเหล่านั้นก็ค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

มีทั้งบุรุษและสตรี ชราและเยาว์วัย ดูแตกต่างกันออกไป แต่ก็เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง…มีกลิ่นอายของเมิ่งฮ่าว อันที่จริงถ้าเขาต้องการ ก็สามารถจะกลายเป็นเงาร่างใดๆ ก็ได้ในทันที

พวกมันคือร่างจำแลงของเมิ่งฮ่าว!

เวทรุ่นสี่คือ…เวทผนึกร่างจำแลงมวลชน! ซึ่งมีนามว่า…เวทตนเอง!

ร่างจำแลงจำนวนมากเหล่านั้น คือตัวข้าเอง!

ด้วยการใช้มันออกมาจนถึงขีดจำกัด ใครก็ตามในท่ามกลางร่างจำแลงเหล่านั้น สามารถจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับชีวิตใหม่ ด้วยการมีร่างจำแลงเหล่านั้น การเกิดใหม่ไม่มีทางจะถูกทำลายลงไปได้ ตราบเท่าที่หนึ่งในพวกมันยังคงอยู่ คนผู้นั้นก็สามารถจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้

เมิ่งฮ่าวตกอยู่ในห้วงภวังค์ ไม่รับรู้ถึงเรื่องราวทางภายนอก จมอยู่ในเวทผนึกนี้ ในที่สุดก็มีผู้คนปรากฏอยู่ในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ และเมิ่งฮ่าวก็เริ่มมอบจิตสำนึกที่แตกต่างกันให้แต่ละคน

มีแต่จิตสำนึกที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น ถึงจะสามารถครุ่นคิดได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ร่างจำแลงทั้งหมดต่างก็มีเส้นใยที่มองไม่เห็นเชื่อมต่ออยู่กับเมิ่งฮ่าว โดยมีเมิ่งฮ่าวเป็นจุดศูนย์กลาง พร้อมกับจุดนับไม่ถ้วนที่กระจายออกไปเพื่อก่อตัวเป็นใยแมงมุม ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในใยแมงมุมนั้นคือส่วนที่ยืดขยายออกมาจากเมิ่งฮ่าว

ผู้คนที่อยู่ภายในเมืองเริ่มดำเนินชีวิตของตนเองไปอย่างช้าๆ จนถึงจุดที่ถ้ามีใครมองไปยังภาพที่เห็นนี้ ก็ยากที่จะบอกได้ว่ามันไม่ใช่ของจริง แต่เมิ่งฮ่าวก็ยังคงไม่พึงพอใจ ขณะที่ทำการวิเคราะห์และได้รับความรู้แจ้งไปอย่างต่อเนื่อง เวทผนึกอสูรก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และภาพของเมืองหยุนเจี๋ยก็ยิ่งมองเห็นได้เด่นชัด เมืองนั้นเริ่มก่อตัวเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเมืองใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ…

เมื่อถึงเดือนที่สิบ ก็ไม่ได้มีแค่เมืองเดียวอีกต่อไป แต่เป็นสามเมือง…ภายในเมืองทั้งสามอาศัยอยู่ด้วยผู้คนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดนั้นต่างก็เป็น…เมิ่งฮ่าว

ตอนนี้เองที่ในท่ามกลางของผู้ถูกเลือกทั้งสามสิบสามคน บ้างก็ตกตายไป บ้างก็…โผล่ออกมา!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: