I shall seal the heaven Chapter 1584

0 Comments

ตอนที่ 1584

หกเวทผนึกหลอมรวมเป็นหนึ่ง

“การเปลี่ยนแปลงครั้งที่หกของหลัวเทียน ข้าคือเซียน!” ดาวทั้งสิบดวงบนหน้าผากของยักษ์เทพสวรรค์ระเบิดออก ทำให้เมิ่งฮ่าวได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส แต่ร่างยักษ์ก็แห้งเหี่ยวลงไปโดยสิ้นเชิง ขณะที่หลัวเทียนละทิ้งร่างนี้ ก็หดตัวเล็กลงไปอย่างรวดเร็ว เวลาเดียวกันนั้นปราณเซียนอันเข้มข้นก็ระเบิดออกมาจากหน้าอกของมัน!

ขณะที่ปราณเซียนปะทุออกมา ทันใดนั้นมือทั้งสองข้างก็พุ่งออกมาจากภายในหน้าอกยักษ์ ส่งผลให้เศษชิ้นเนื้อและโลหิตพุ่งกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

เสียงฉีกขาดได้ยินมา ขณะที่หน้าอกยักษ์ถูกฉีกกระชากจนเปิดออก ปล่อยให้ปราณเซียนไหลออกมามากขึ้น

ธรรมชาติอย่างที่ยากจะอธิบายได้แห่งปราณเซียนพุ่งกระจายออกไป สร้างบางสิ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า ขณะที่หยกเซียนจำนวนมากจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวซึ่งถูกทำลายไป

หยกเซียนเปล่งประกายระยิบระยับด้วยแสงอันเจิดจ้า ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงการต่อสู้อันร้ายแรง แต่ภาพที่เห็นนี้ก็ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องมองไปด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็เลียริมฝีปากอย่างลืมตัวในทันที

“ช่างเป็นกลยุทธ์ที่แปลกนัก! แต่ก็ทรงประสิทธิภาพจริงๆ” เมิ่งฮ่าวคิด ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ที่จะรวบรวมสติให้เยือกเย็นลงได้ หลังจากที่ได้เห็นหยกเซียนเป็นจำนวนมากเช่นนี้

เวลาเดียวกันนั้น เงาร่างๆ หนึ่งก็โผล่ออกมาจากภายในหน้าอกยักษ์ ถูกปกคลุมด้วยปราณเซียนอย่างมากมายมหาศาล เป็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง ศีรษะล้านเลี่ยนและบนร่างกายก็ไร้เส้นขนใดๆ แม้แต่น้อย สีหน้าสงบนิ่งโดยสิ้นเชิง

หลังจากที่ปรากฏกายขึ้นก็โบกสะบัดมือไปทางด้านหลัง ทำให้ยักษ์เทพสวรรค์สั่นสะท้านและจากนั้นก็พังทลายลงไป แต่แทนที่จะกลายเป็นเถ้าธุลี ก็กลายเป็นผ้าคลุมหนังไป!

เป็นหนังที่ก่อตัวขึ้นมาจากผิวหนังของเทพสวรรค์ และขณะที่ผ้าคลุมหนังผืนนั้นลอยลงไปบนร่างของบุรุษวัยกลางคนพร้อมกับปราณเซียน ก็ทำให้ดูเหมือนว่าจะเย็นชาและป่าเถื่อนไปโดยสิ้นเชิง

“ข้าคือเซียน!” บุรุษผู้นั้นกล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว

“การที่เจ้าบังคับให้หลัวเทียนเรียกข้ามาได้ ก็หมายความว่าเจ้าเป็นศัตรูที่น่ากลัว…” ขณะที่เสียงของมันดังก้องออกมา บุรุษผู้นั้นก็หายตัวไปและจากนั้นก็ปรากฏขึ้นใหม่ที่ด้านหลังเมิ่งฮ่าว ก่อนที่เมิ่งฮ่าวจะทันได้หมุนตัวไป มันก็ฟาดฝ่ามือลงไปบนแผ่นหลังของเขาแล้ว

เสียงระเบิดดังก้องขึ้น และโลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว แต่ดวงตาก็ยังคงสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันดุร้าย และมือซ้ายก็พุ่งออกไปคว้าจับข้อมือของบุรุษผู้นั้นไว้

“เจ้าไม่ใช่เซียน!” เมิ่งฮ่าวตวาด บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ขณะที่เมิ่งฮ่าวกระชากมือมันออกไป ส่งผลให้บุรุษผู้นั้นลอยละลิ่วไปในอากาศ เวลาเดียวกันนั้นเมิ่งฮ่าวก็เริ่มบินตรงไปยังร่างมัน ยกมือขวาขึ้นมาขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ฟาดฝ่ามือลงไปโดยไม่ลังเลหรือหยุดชะงักใดๆ

“เวทรุ่นหก เวทเป็นตาย เวทผนึกนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่ออิสรภาพของเจ้า แค่ตัดสินความเป็นตายของเจ้าเท่านั้น!”

 

เสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ขณะที่ปราณเซียนที่ปกคลุมอยู่รอบตัวบุรุษผู้นั้นจู่ๆ ก็หายไป เมื่อมันปรากฏร่างขึ้นอีกครั้งก็ไปอยู่ในที่ห่างไกลอีกทิศทางหนึ่ง ทำให้เวทรุ่นหกของเมิ่งฮ่าวไม่อาจจะทำอะไรได้

“เวทผนึกเดียวยังไม่เพียงพอ ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้เวทรุ่นเจ็ด…?”

บุรุษผู้นั้นกล่าว ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยแสงแปลกๆ เห็นได้ชัดว่ามันกำลังใช้การพยากรณ์เพื่อขบคิดวิเคราะห์สถานการณ์ ความจริงก็คือว่าหลัวเทียนต้องการวิเคราะห์เวทผนึกของเมิ่งฮ่าวทั้งหมดอย่างละเอียด ถึงแม้ว่ามันจะเคยเห็นมาก่อนเมื่อในอดีต แต่ก็ไม่เคยพบเจอกับตัวเองจริงๆ

มีแต่ทำเช่นนี้ ถึงจะสามารถเตรียมพร้อมที่จะบดขยี้เมิ่งฮ่าวได้อย่างแท้จริง

“ถ้าเจ้าต้องการเห็นว่าเวทผนึกของข้าเป็นอย่างไรในตอนที่ข้าอยู่เหนือสูงสุด เจ้าก็ต้องแปลง

ได้

“เวทผนึกเดียวยังไม่เพียงพอ ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้เวทรุ่นเจ็ด…?”

บุรุษผู้นั้นกล่าว ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยแสงแปลกๆ เห็นได้ชัดว่ามันกำลังใช้การพยากรณ์เพื่อขบคิดวิเคราะห์สถานการณ์ ความจริงก็คือว่าหลัวเทียนต้องการวิเคราะห์เวทผนึกของเมิ่งฮ่าวทั้งหมดอย่างละเอียด ถึงแม้ว่ามันจะเคยเห็นมาก่อนเมื่อในอดีต แต่ก็ไม่เคยพบเจอกับตัวเองจริงๆ

มีแต่ทำเช่นนี้ ถึงจะสามารถเตรียมพร้อมที่จะบดขยี้เมิ่งฮ่าวได้อย่างแท้จริง

“ถ้าเจ้าต้องการเห็นว่าเวทผนึกของข้าเป็นอย่างไรในตอนที่ข้าอยู่เหนือสูงสุด เจ้าก็ต้องแปลงร่างให้ข้าเห็นเพิ่มอีก” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น แผนการต่อสู้ของเขาในครั้งนี้จริงๆ แล้วก็เหมือนกับหลัวเทียน หลัวเทียนต้องการเห็นเวทผนึกของตนเอง และเขาก็ต้องการจะตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของหลัวเทียนทั้งหมดอย่างละเอียด

“ข้าไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของหลัวเทียนจะมีเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด และนี่ก็เป็นแค่ร่างจำแลงเท่านั้น ไม่ใช่ร่างจริงของเจ้า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในระดับสูงบางอย่าง ที่เจ้าไม่อาจจะใช้ออกมาได้ในที่แห่งนี้”

บุรุษหนุ่มที่เต็มไปด้วยปราณเซียนแค่นเสียงเย็นชา ปราณเซียนที่หมุนวนไปมาอยู่รอบๆ ตัว เริ่มมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น และดวงตาก็คมกล้ามากขึ้นกว่าเดิม “เจ้าต้องการเห็น? ข้าก็จะแสดงให้เจ้าดู ให้เจ้าดูว่า…เซียนที่แท้จริงเป็นอย่างไร!”

“เซียน (仙) คือ หนึ่งคน (人 เหริน) หนึ่งภูเขา! (山 ซาน)” หลัวเทียนในรูปแบบเซียน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปเหนือศีรษะเพื่อก่อตัวเป็นรูปร่างของยอดเขา

 

“ซาน! (ภูเขา)” มันร้องคำรามออกมา ทันใดนั้นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวแห่งความว่างเปล่าไร้ขอบเขตก็เริ่มสั่นสะท้าน ขณะที่พลังเริ่มตกลงมาจากด้านนอกของความว่างเปล่าไร้ขอบเขต ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนไปมา ต้นไม้ใบหญ้า ดินแดนกว้างใหญ่ และโลกทั้งปวงต่างก็เกิดเป็นเสียงแตกร้าวภายใต้แรงกดดันนี้

เมิ่งฮ่าวรับรู้ได้ถึงพลังที่กำลังกดทับลงมานี้ ราวกับว่าโลกนับไม่ถ้วนกำลังบดขยี้ลงมาบนร่างของตนเอง

(山 ซาน)” หลัวเทียนในรูปแบบเซียน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปเหนือศีรษะเพื่อก่อตัวเป็นรูปร่างของยอดเขา

 

“ซาน! (ภูเขา)” มันร้องคำรามออกมา ทันใดนั้นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวแห่งความว่างเปล่าไร้ขอบเขตก็เริ่มสั่นสะท้าน ขณะที่พลังเริ่มตกลงมาจากด้านนอกของความว่างเปล่าไร้ขอบเขต ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนไปมา ต้นไม้ใบหญ้า ดินแดนกว้างใหญ่ และโลกทั้งปวงต่างก็เกิดเป็นเสียงแตกร้าวภายใต้แรงกดดันนี้

เมิ่งฮ่าวรับรู้ได้ถึงพลังที่กำลังกดทับลงมานี้ ราวกับว่าโลกนับไม่ถ้วนกำลังบดขยี้ลงมาบนร่างของตนเอง

เวลาเดียวกันนั้น เค้าโครงร่างของภูเขาก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ เหนือศีรษะของร่างจำแลงหลัวเทียน เป็นแค่เค้าโครงร่างเท่านั้น แต่ก็เต็มไปด้วยแรงกดดันอย่างไร้ขอบเขต จนดูเหมือนว่าจะมอบความสมบูรณ์แบบให้กับหลัวเทียน

เซียนก็คือหนึ่งคน หนึ่งภูเขา!

“เวทเซียนจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์หรือวิชาเวทใดๆ แต่มาจากแก่นแท้ มันคือ…แรงกดดันที่บดขยี้ลงมา!”

“จากสมัยโบราณจวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ การปรากฏขึ้นของแรงกดดันเซียน สามารถจะบดขยี้สิ่งทั้งหมดที่ไม่ใช่เซียน!”

“เมิ่งฮ่าวเจ้าบอกว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของข้า ข้าก็จะแสดงให้เห็นด้วยการบดขยี้เจ้าไป!” หลัวเทียนในรูปแบบเซียนมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยแววตาที่แวบประกายขึ้น จากนั้นก็ผลักสองมือออกไป ทำให้ภูเขาลอยตรงไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความรวดเร็วสูงสุด กระจายเป็นแรงกดดันอันเข้มข้นออกมา

เป็นพลังอันกล้าแกร่งที่สามารถจะบดขยี้ได้ทุกสรรพสิ่ง!

ร่างของหลัวเทียนในรูปแบบเซียนแวบไปปรากฏตัวขึ้นตรงยอดเขา ขณะที่ภูเขาลูกนั้นส่งเสียงดังกระหึ่มพุ่งลงไปยังร่างเมิ่งฮ่าว

 

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปยังภูเขาที่กำลังตกลงมา รับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันน่ากลัวที่กระจายออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือกว่าพลังของเทพสวรรค์ เทพสวรรค์ทำให้

เมิ่งฮ่าวได้รับบาดเจ็บ และยังบดขยี้ได้แม้แต่กระดูกของเขา แต่ก็ไม่อาจจะทำร้ายรากฐานอันลึกล้ำของตนเองได้ แต่กลับกันพลังบดขยี้จากภูเขาเซียนในตอนนี้ ทำให้แม้แต่แก่นแท้เต๋าของเมิ่งฮ่าวก็ยังต้องสั่นสะท้าน

“หนึ่งคน หนึ่งภูเขา นั่นคือเซียน…”

“ก็ดี เมื่อเจ้าแสดงความเป็นเซียนออกมา ก็ถึงเวลาที่ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นการหลอมรวมเวทผนึกของข้าบ้าง!” พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป ขยับมือร่ายเวทจนทำให้พื้นฐานฝึกตนปะทุเป็นพลังขึ้นมา จากนั้นเวทผนึกก็ถูกปลดปล่อยออกมาตามลำดับ

เวทรุ่นแรก!

เวทรุ่นสอง!

เวทรุ่นสาม!

เวทรุ่นสี่!

เวทรุ่นห้า!

เวทรุ่นหก!

หกเวทผนึกหลอมรวมเป็นหนึ่ง!

เวทผนึกที่หลอมรวมกันนี้ปลดปล่อยเป็นพลังอันมหาศาลออกไป เป็นพลังแห่งพันธมิตรผู้ผนึกอสูร เป็นพลังเพื่อที่จะผนึกสวรรค์และปฐพี เป็นพลังที่สามารถผนึกได้ทุกสรรพสิ่ง เวทผนึกทั้งหกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นหัตถ์ยักษ์ข้างหนึ่ง

หัตถ์ยักษ์นั้นมีเพียงแค่สี่นิ้วเท่านั้น แต่ก็ระเบิดเป็นพลังอันน่าตกใจอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ออกไป โดยไม่หยุดชะงักนิ่งแม้แต่น้อย หัตถ์ยักษ์ข้างนั้นพุ่งขึ้นไปปะทะกับหนึ่งคนหนึ่งภูเขาเพื่อสังหารเซียน!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: