Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 212

I Shall Seal The Heaven Chapter 212

ตอนที่ 212

พรสวรรค์เริ่มปรากฎ!

หญิงสาววัยเยาว์ซึ่งมีนามว่าเฉินหลิง ดูเหมือนจะกระวนกระวาย เมื่อนางได้ยินไป๋หยุนหลายพูด ด้วยความกังวล นางตรวจสอบแผ่นหยกนั้นอย่างจริงจัง บางทีพรสวรรค์ของนางอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไป หลังจากมองดูชั่วลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง นางยื่นมือไปด้านหน้า แสงสีม่วงก็เริ่มกระจายออกมา…

ดวงตาไป๋หยุนหลายเริ่มส่องประกาย

“ไม่เลว, ศิษย์น้องเฉิน! อย่างนั้นก็หยิบเอาเมล็ดสมุนไพรออกมา”

เฉินหลิงเปิดถุงสมบัติของนาง หยิบเอาเมล็ดพืชออกมาอย่างรวดเร็ว วางไว้บนฝ่ามือของนาง จากนั้น ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก นางเริ่มเร่งปฏิกิริยาของมัน ลมปราณม่วงในมือเข้มข้นมากขึ้น จนกระทั่งไม่อาจเข้มข้นมากกว่านี้ เมล็ดพืชเริ่มบิดตัวไปมา จากนั้นก็แตกใบอ่อนออกมาสามใบ

คนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นเริ่มสังเกตเห็น จึงมองมายังเฉินหลิง ใบหน้าของนางเริ่มเป็นสีแดงเรื่อ เห็นได้ชัดว่านางกำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มองไปยังไป๋หยุนหลายด้วยความมุ่งหวัง

“สร้างได้สามใบในการพยายามครั้งแรก แสดงให้เห็นว่า เจ้ามีพรสวรรค์ที่ค่อนข้างดี ศิษย์น้องเฉิน จากการคำนวนของข้า เจ้ามีโอกาสที่จะกลายเป็นอาจารย์ปรุงยาในอนาคตหนึ่งในสิบส่วน” มันถอนหายใจออกมา ดูท่าทางอิจฉาอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าใครก็ตามทีสามารถสร้างขึ้นมาได้สามใบ จะเป็นคนไม่ธรรมดาท่ามกลางเด็กฝึกปรุงยานับแสนนี้ ไป๋หยุนหลายรีบบันทึกผลลัพธ์การเร่งปฏิกิริยาของนางไว้อย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น…

เสียงของบุรุษที่กำลังบรรยายเกี่ยวกับวิชาการปรุงยาก็ดังมา เสียงของมันราบเรียบ และเคร่งขรึม “เจ้าไปอยู่ที่เขตสองหุบเขาสิบสาม” ใบหน้าของมันเข้มงวดขณะที่มองไปยังนาง

ด้วยเสียงแผ่วเบา ไป๋หยุนหลายช่วยอธิบายเพิ่มเติม “เด็กฝึกปรุงยาหนึ่งแสนคนของแผนกเม็ดยาบูรพา ถูกแบ่งออกเป็นสี่เขต กล่าวโดยทั่วไป เฉพาะคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเท่านั้น ถึงจะเข้าไปอยู่ในเขตสองได้ ศิษยน้องเฉิน ไปที่นั่นไปหาท่านอาจารย์ลุงโจว ความโชคดีมาอยู่กับเจ้าแล้วในวันนี้!” ด้วยท่าทางตื่นเต้นและกังวลใจ เฉินหลิงวิ่งออกไปในทันที

“ศิษย์น้องฟาง, ตอนนี้ก็ถึงตาของเจ้าแล้ว” ไป๋หยุนหลายพูดพร้อมถอนหายใจ มองมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นอย่างครุ่นคิดสักพัก วิชาที่อธิบายอยู่ในแผ่นหยกเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่เห็นได้ชัดว่า การทำให้เป็นผลสำเร็จเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง หลักสำคัญของมันก็คือ การเร่งปฏิกิริยาให้ต้นสมุนไพรเติบโตเร็วขึ้น และด้วยการกระทำเช่นนั้น ก็อาจจะมองได้ว่าเป็นการใช้พลังของธรรมชาติ

“ดูเหมือนว่าต้นสมุนไพรทั่วไปจะถูกเร่งปฏิกิริยาโดยการใช้วิชานั้นได้” เมิ่งฮ่าวคิด “โดยพื้นฐานแล้ว เป็นการใช้พลังลมปราณไปหล่อเลี้ยงต้นสมุนไพร แต่ก็เป็นวิชาที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ข้าสงสัยนักว่าสำนักจื่อยิ่นจะป้องกันไม่ให้วิชานี้ถูกขโมยไปได้อย่างไร…” เขาหยิบเอาเมล็ดสมุนไพรออกมาจากถุงสมบัติอย่างเงียบๆ และวางไปบนฝ่ามือ มองไปที่เมล็ดนั้นสักพัก จากนั้นก็ใช้วิชาที่อธิบายในแผ่นหยกเพื่อเริ่มเร่งปฏิกิริยามัน

เขามีทะเลลมปราณอยู่สองแห่ง แห่งแรกประกอบด้วยเสาแห่งเต๋าสมบูรณ์ห้าต้น ก่อนที่จะมายังสำนักจื่อยิ่น เขาได้ใช้วิชาในคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ สร้างทะเลลมปราณแห่งที่สองขึ้นมาอีกครั้ง

ในตอนนี้ คนภายนอกมองเห็นพื้นฐานฝึกตนของเขา ได้จากทะเลลมปราณแห่งที่สองนี้เท่านั้น พลังของมันทำให้แสงสีม่วงปรากฎขึ้นบนฝ่ามือ มันส่องแสงเข้มข้นและเจิดจ้ากว่าที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเฉินหลิงในทันที

ทันใดนั้น เมล็ดที่อยู่ในมือของเมิ่งฮ่าวก็เริ่มบิดตัวไปมา จากนั้นก็แตกยอดอ่อนออกมา หนึ่งใบ, สองใบ, สามใบ…เพียงชั่วพริบตา มันก็มียอดอ่อนถึงเจ็ดใบ!

แสงสีม่วงในมือเมิ่งฮ่าวส่องประกายเจิดจ้าเต็มอยู่ในอากาศ ทันใดนั้น เด็กฝึกปรุงยาที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นทั้งหมดต่างก็มองมาด้วยความตกตะลึง สายตาทุกคู่มองมายังเมิ่งฮ่าว

เป็นลำแสงที่เจิดจ้าอย่างคาดไม่ถึงและน่าเหลือเชื่อ บุรุษที่กำลังบรรยายเกี่ยวกับวิชาปรุงยามองมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง จ้องมายังเมิ่งฮ่าว ด้านข้างมัน เฉินหลิงจ้องมาด้วยความตกตะลึง

สำหรับไป๋หยุนหลาย มันอ้าปากค้าง ยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างจริงจัง ก่อนที่จะจ้องมองมาอย่างตกตะลึงโดยสิ้นเชิง

ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัด ขณะที่พวกที่มุงดูทั้งหมดจ้องไปยังแสงสีม่วง และเมล็ดสมุนไพรในมือเมิ่งฮ่าว จากนั้น เมิ่งฮ่าวก็ยังคงใช้วิชาอย่างต่อเนื่อง เขาตกลงไปในขั้นที่แปลกๆ ราวกับว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นธรรมชาติ และเมล็ดพืชนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา

มันเป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อ และขณะที่เมิ่งฮ่าวจมอยู่ในความรู้สึกนั้น เมล็ดสมุนไพร ทันใดนั้น ก็แตกยอดอ่อน แปดใบ, จากนั้นก็เก้า…เสียงแตกร้าวของเปลือกเมล็ดพืชดังออกมา ขณะที่มันยังคงเติบโตต่อไป ใบสีเขียวมรกตขยายใหญ่ขึ้น จนมีขนาดประมาณแขนขวาของเมิ่งฮ่าว

ชายชราผมหงอกขาว ใบหน้าเหี่ยวย่น ซึ่งกำลังหลับอยู่ด้านหลังไป๋หยุนหลาย ลืมตาขึ้นมา ส่องแสงเก่าแก่โบราณ และเต็มไปด้วยความตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวไม่เพียงแต่จะทำให้เมล็ดพืชแตกใบอ่อนใหม่ออกมา เขายังได้ทำให้มันเติบโตเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์ จิตใจเมิ่งฮ่าวหมุนเคว้งคว้าง ขณะที่เสียงแตกร้าวก่อนหน้านี้ ได้ดึงเขาให้ออกมาจากขั้นแปลกประหลาดที่เขาเพิ่งจะเข้าไปอยู่ในนั้น ดวงตาสาดประกาย และเขาก็ขมวดคิ้ว เขาไม่ได้ตั้งใจจะแสดงออกถึงพรสวรรค์เช่นนี้ และจริงๆ แล้ว เขาได้จมอยู่ในขั้นที่แปลกๆ เมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นตัวชักนำเขาให้กระทำเช่นนั้น

เขาลังเลอยู่สักพัก ใบหน้าซีดขาว พื้นฐานฝึกตนเหือดแห้ง และตามด้วยการลดลงของพลังลมปราณ ต้นสมุนไพรเริ่มแห้งเหี่ยวลงอย่างช้าๆ ในที่สุด มันก็ตาย และตกลงไปจากมือของเมิ่งฮ่าว

หอบหายใจ, เมิ่งฮ่าวถอยหลังไปสองสามก้าว ดวงตาส่องประกายด้วยความสับสน

ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัดราวความตาย ดูเหมือนไป๋หยุนหลายไม่เข้าใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น มันอยู่ในสำนักจื่อยิ่นมาหลายปี และไม่เคยเห็นใครมีความสามารถอย่างน่าประหลาดใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฝึกฝนวิธีการเร่งปฏิกิริยาเช่นนี้มาก่อน มันมองยังเมิ่งฮ่าวราวกับว่าเขาไม่ใช่มนุษย์

เด็กฝึกปรุงยาที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดต่างก็ตกตะลึงกันทั้งหมด ความสำเร็จที่พวกมันเห็นช่างเกินกว่าจินตนาการของพวกมันมากนัก บุรุษวัยกลางคนหอบหายใจ ขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าว ดวงตาของมันส่องประกายด้วยความปรารถนา

“อืมมม…” เมิ่งฮ่าวกล่าว ลังเลอยู่สักพัก เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าควรจะกล่าวอะไรดี ในตอนนี้ ชายชราที่ด้านหลังไป๋หยุนหลายลุกขึ้น และเดินตรงมายืนข้างเมิ่งฮ่าว มันยื่นมือออกมาจับข้อมือเขาไว้ พลังลมปราณของมันระเบิดออกมา ไหลผ่านเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าว กำลังตรวจสอบเขา

พลังนั้นไม่อาจตรวจสอบเมิ่งฮ่าวได้อย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะมีความสงสัย มันก็เพียงแต่เห็นทะเลลมปราณแห่งที่สองของเขา ซึ่งประกอบด้วยพลังของระดับหกขั้นรวบรวมลมปราณ

มันไม่อาจมองเห็นสีที่แท้จริงของทะเลลมปราณด้วยเช่นกัน ขณะที่ทะเลลมปราณนี้ได้ถูกเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ด้วยพลังของผีโต้ง ที่ชายชรามองเห็นได้ก็ปกติหมดทุกอย่าง

ในที่สุด มันก็ปล่อยข้อมือเขา หยิบต้นสมุนไพรที่แห้งเหี่ยวขึ้นมา มองดูอย่างละเอียดสักพัก จากนั้นก็เปลี่ยนมาจ้องเมิ่งฮ่าว ดวงตาของมันในตอนนี้ เต็มไปด้วยแสงแห่งความภาคภูมิใจ

“พรสวรรค์อันดับหนึ่ง!! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมพลังเร่งปฏิกิริยาของมันถึงได้น่าประหลาดใจนัก!”

“ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ มันถูกลิขิตให้กลายเป็นอาจารย์ปรุงยา ซึ่งพวกเราไม่เคยพบเห็นมาหลายปีแล้ว…”

“วาว, ข้าเคยแต่ได้ยินว่าผู้คนมีพรสวรรค์อันดับหนึ่ง แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีบางคนที่เหมือนไม่ใช่มนุษย์เช่นนี้มาก่อน! มันเร่งปฏิกิริยาให้ต้นสมุนไพรเติบโตโดยสมบูรณ์!”

ขณะที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย ไป๋หยุนหลายก็เข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว ดวงตาส่องประกายด้วยความตื่นเต้น “ศิษย์น้องฟาง” มันกล่าว “ต้องดูแลตัวเองให้ดีนับจากนี้ไป เจ้ามีพรสวรรค์อยู่ในอันดับหนึ่ง!”

“มันอาจจะเป็นความผิดพลาดได้หรือไม่?” เมิ่งฮ่าวถาม ยังคงลังเล

“ไม่มีทาง! ผู้อาวุโสหวังตรวจสอบเจ้าด้วยตัวเอง ท่านจะทำผิดพลาดได้อย่างไร? ดูเหมือนท่านจะนำต้นสมุนไพรไปให้ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ดู ฮา ฮา! ศิษย์น้องฟาง, เจ้ากำลังจะมีชื่อเสียงแล้ว! มา มา ข้าจะนำเจ้าไปยังเขตหนึ่ง หุบเขาแรก มันดูเหมือนสรวงสวรรค์เลยทีเดียว ข้ามองเข้าไปทุกครั้งที่ผ่านไป แต่ไม่เคยเข้าไปด้านในมาก่อน” มันลากเมิ่งฮ่าวไปพร้อมกับมัน ทิ้งเสียงพูดคุยไว้เบื้องหลัง แม้แต่หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว ความปั่นป่วนก็ยังคงดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง

เวลผ่านไป ในที่สุดครึ่งเดือนก็จากไป ตอนนี้เมิ่งฮ่าวมีชื่อเสียงมากกว่าเดิม ในแผนกเม็ดยาบูรพา แห่งสำนักจื่อยิ่น หุบเขาแรก ไม่ได้ใหญ่มากนัก มีเพียงไม่กี่คนที่อาศัยอยู่ในที่นี้ เห็นได้ชัดว่าน้อยกว่าที่หุบเขาอื่นๆ มาก

เป็นทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง ภูเขาเขียวชอุ่ม และลำธารเล็กๆ บนภูเขาก็ไหลลงมาจากด้านบน ฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ในส่วนลึกของลำธาร เมิ่งฮ่าวสามารถมองเห็นได้จากบ้านของเขา ซึ่งตั้งอยู่ตรงทิศเหนือของลำธาร มันเป็นบ้านหลังเล็กๆ มีลานบ้านอยู่ด้านนอก

ภายในลานบ้านเป็นสวนเล็กๆ ที่เขาสามารถปลูกต้นสมุนไพรได้ ตอนนี้ เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิในลานบ้าน ถือม้วนตำราไม้ไผ่อยู่ในมือ ม้วนตำราเต็มไปด้วยลายพู่กันและรูปภาพ ทั้งหมดอธิบายถึงสมุนไพรที่แตกต่างกัน

เมิ่งฮ่าวนั่งอยู่ที่นั่นตลอดทั้งเช้าจนถึงเที่ยง อ่านตำรานั้น ในที่สุด เขาก็เงยหน้าขึ้น สูดได้กลิ่นหอมของต้นสมุนไพรเต็มอยู่ในอากาศ และนั่งฟังเสียงน้ำไหลของลำธาร หมอกบางๆ ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น ทำให้หุบเขานี้ดูเหมือนสรวงสวรรค์อย่างแท้จริง บางทีนี่อาจจะเป็นการพูดเกินความจริงไปบ้าง แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ที่นี่ก็คือสถานที่ในฝันสำหรับผู้ฝึกตน

นี่เป็นหุบเขาอันดับหนึ่ง สำหรับเด็กฝึกปรุงยาในสำนักทั้งหมด เมิ่งฮ่าวพบว่ารวมเขาแล้ว มีน้อยกว่าห้าสิบคนทั้งสำนัก ที่จะมีพรสวรรค์อันดับหนึ่งที่จะมาอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ได้ ทุกคนมีเขตที่พักอาศัยเป็นของตัวเอง ที่ซึ่งพวกมันสามารถศึกษาเรียนรู้, ปลูกต้นสมุนไพร และฝึกฝนการปรุงยา

มันเป็นสถานที่เงียบสงบ และเมิ่งฮ่าวก็รู้สึกเหมือนกับอยู่ที่บ้านของตัวเอง เขามีความสุขเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการได้อ่านตำรา ซึ่งไม่ใช่แผ่นหยก แต่เป็นม้วนตำราจริงๆ มันทำให้เขาระลึกถึงชีวิตที่เคยเป็นนักศึกษาของเขาในเมืองหยุนเจี๋ย

“สมุนไพรหนึ่งแสนต้น ทั้งหมดแตกต่างกัน และถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่หลากหลาย ข้าไม่เพียงต้องจดจำพวกมันได้ ข้ายังจำเป็นต้องรู้ถึงลักษณะและคุณสมบัติของพวกมันว่า จะปลูกและเก็บเกี่ยวพวกมันอย่างไร จะเก็บรักษาพวกมันอย่างไร ข้าจำเป็นต้องจำว่าสมุนไพรชนิดไหน ที่ไม่อาจนำมาผสมกันได้ จะปลูกพวกมันอย่างไร จะปลูกที่ไหน และอัตราส่วนที่เหมาะสมเมื่อนำพวกมันมาใช้”

“ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เพียงแค่สมุนไพรทั้งหมด ใบ, ลำต้น และยางของต้นไม้ต่างๆ ทั้งหมดก็แตกต่างกัน ผสมสมุนไพรเข้าด้วยกัน ก็จะนำไปสู่รูปแบบหลากหลายอย่างนับไม่ถ้วน พวกมันพูดถึงสมุนไพรหนึ่งแสนต้น แต่จริงๆ แล้ว เมื่อนำทุกสิ่งทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน มันก็มีมากกว่าหนึ่งล้านชนิด” เมิ่งฮ่าวเอามือลูบจมูก ครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรอยู่ทุกวัน

การเป็นเด็กฝึกปรุงยาขอสำนักจื่อยิ่น เขาต้องจดจำข้อมูลทั้งหมดนี้ให้ได้ แน่นอนว่า มันมีข้อมูลอย่างมากมาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจารึกทั้งหมดไว้ในจิตใจด้วยเวทอาคม วิธีเดียวที่ทำได้ก็คือท่องจำ

ยิ่งเขาท่องจำได้มากเท่าไหร่ เขาก็สามารถเตรียมพร้อมได้มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งรู้ก่อนล่วงหน้า ก็ยิ่งเตรียมตัวได้มากขึ้น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ไม่อาจใช้กลอุบายใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ นอกจากนั้น เมิ่งฮ่าวก็ไม่รู้สึกว่ามันน่ารำคาญแต่อย่างใด เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักศึกษา และสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ก็เหมาะกับเขาค่อนข้างมาก

ไม่มีการสังหาร ไม่มีอันตราย หรือการทรยศหักหลังใดๆ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับลมฝนของโลกภายนอก เมิ่งฮ่าวพยายามที่จะไม่คิดถึงอดีตที่ผ่านมา และทำตนให้กลายเป็นฟางมู่อย่างเต็มตัว ตอนนี้เขาอยู่ในสำนักจื่อยิ่น และตั้งใจจะหาประโยชน์จากความเงียบ และความสงบสุขนี้ให้มากที่สุด ขณะที่เขาตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่ให้เด็กฝึกปรุงยาเรียนรู้ จิตใจก็เริ่มหมุนเคว้งคว้างด้วยภาพมากมาย ตอนนี้เขารู้แล้วว่า นั่นเป็นความคุ้นเคยชนิดหนึ่ง เป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: