Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 421

I Shall Seal The Heaven Chapter 421

ตอนที่ 421

สายเบ็ดตกปลาเส้นนั้น

ร่างกายมั่วฟางระเบิดออกเป็นชิ้นๆ แต่โลหิตและชิ้นเนื้อไม่ได้หายไป กลับรวมตัวเข้าด้วยกัน เพียงชั่วพริบตา ก็กลายเป็นมังกรวารีแปดหัว หลังจากนั้นต่อมา ก็มีความยาวหนึ่งร้อยจ้าง มังกรวารีแปดหัวปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้ามั่วจื่อ

ดวงตามั่วจื่อกลายเป็นสีแดงเจิดจ้า ขณะที่มันเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงกู่ร้องออกมา มังกรวารีที่เบื้องหน้ามันก็ส่งเสียงคำรามออกมา ขณะที่พุ่งตรงไปยังมังกรปีกวารีที่ใกล้เข้ามา

“สังหารมัน!” มั่วจื่อร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

มังกรวารีแปดหัวแตกต่างเป็นอย่างมากกับมังกรวารีธรรมดาทั่วไป และสามารถต่อต้านแรงกดดันที่กระจายออกมาจากตัวมังกรปีกวารีได้ มันพุ่งตรงไปพร้อมกับเสียงคำราม จากนั้นก็กระแทกเข้าไปยังมังกรปีกวารี

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเหมือนเช่นเคยขณะที่มองไปด้วยความเย็นชา ซือหลงที่อยู่รอบๆ มองดูภาพที่เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ด้านนอกของเกราะป้องกันสีทอง กลุ่มคนจากห้าชนเผ่าต่างก็หอบหายใจ พวกมันเพ่งมองไปยังการต่อสู้ของมังกรอย่างใจจดใจจ่อ!

เสียงระเบิดพุ่งขึ้นไปจนถึงท้องฟ้า ตามมาด้วยเสียงแผดร้องอย่างโหยหวน สามในแปดของมังกรวารีแปดหัวกลายเป็นกลุ่มเมฆโลหิตและชิ้นเนื้อ ขณะที่มังกรปีกวารีกลืนพวกมันลงไป ห้าหัวที่เหลือส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่งออกมา และพยายามจะกัดมังกรปีกวารี, มังกรปีกวารีชูศีรษะขึ้นไปในท้องฟ้าและคำรามออกมา เป็นเสียงที่ราวกับว่าศักดิ์ศรีของมันกำลังถูกล่วงเกิน! ร่างของมันเริ่มขยายขนาดใหญ่ขึ้น จนกระทั่งยาวกว่าหนึ่งร้อยจ้าง จากนั้นมันก็กระแทกเข้าไปยังมังกรวารีอีกครั้ง

ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนขณะที่แรงระเบิดกระจายออกไปเป็นระลอกคลื่น ห้าหัวที่เหลือของมังกรวารีส่งเสียงร้องแหลมเล็กออกมา ทั่วร่างมันสั่นสะท้าน

ท่าทางหวาดกลัวปรากฎขึ้นบนใบหน้า และเริ่มถอยหลังออกไป เมื่อเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้น ทั่วทั้งร่างของมังกรวารีเริ่มระเบิดกลายเป็นโลหิตและชิ้นเนื้อ ซึ่งมังกรปีกวารีได้ดูดกลืนพวกมันทั้งหมด และกินเข้าไปในครั้งเดียว

จิตใจมั่วจื่อเกิดความหวาดกลัวขึ้น สมองมันหมุนคว้างขณะที่ล่าถอยไปด้านหลัง

“ข้ายอมแพ้!!” มันร้องออกมา ความหวาดกลัวเต็มอยู่ในจิตใจโดยสิ้นเชิง ในตอนนี้เองที่แสงสีทองจากเกราะป้องกันได้หมุนพริ้วตรงมาที่มัน เตรียมจะดึงมันออกไปจากลานประลอง

มังกรปีกวารีร้องคำรามขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้น เปลวไฟก็ปรากฎขึ้น ราวกับว่าร่างกายของมันกำลังจะลุกไหม้ เปลวไฟพุ่งขึ้นไปจนถึงท้องฟ้า ขณะที่มังกรปีกวารีพุ่งตรงไปยังมั่วจื่อ ทันทีที่มั่วจื่อถูกดึงออกไปจากภายในเกราะป้องกันสีทอง มังกรปีกวารีก็กระแทกเข้าไปที่แสงสีทอง เพื่อไล่ตามมันไป

“เมื่อเมิ่งฮ่าวต้องการสังหารใคร ไม่ว่าหน้าไหนก็สอดแทรกเข้ามาไม่ได้!”

เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ ค่อยๆ ยกนิ้วมือขวาขึ้นมาช้าๆ ทันใดนั้นภาพของต้นชิงมู่ก็เริ่มมองเห็นได้จากบนหน้าผากของเขา พลังของธาตุไม้กระจายออกมา ตามด้วยทิศทางของนิ้วเมิ่งฮ่าวชี้พุ่งตรงไปยังเกราะป้องกันสีทอง

เนื่องจากเกราะป้องกันสีทองถูกสร้างขึ้นมาจากพลังของธาตุไม้และธาตุทอง พลังของต้นชิงมู่จึงทำให้มันเริ่มพริ้วเป็นระลอกคลื่นและสั่นไหวไปมา มังกรปีกวารียื่นศีรษะออกไปจากเกราะป้องกันสีทอง ในตอนที่มั่วจื่อกำลังถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา ขณะที่มันคิดว่าหลบหนีมาได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดมิด

เป็นเพราะว่าปากของมังกรปีกวารีได้งับลงไปที่ตัวมัน

เสียงแผดร้องอย่างโหยหวนได้ยินออกมาจากมั่วจื่อ จากนั้นก็ถูกตัดไปกลายเป็นเสียงขบเคี้ยว ร่างครึ่งท่อนบนของมั่วจื่อถูกมังกรปีกวารีกลืนลงไป

มังกรปีกวารีหายไปอย่างช้าๆ ภาพอันน่าตกใจนี้ ทันใดนั้นก็ทำให้เกิดเป็นเสียงพูดคุยดังก้องไปทั่วกลุ่มคนของทั้งห้าชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่ด้านนอกเกราะป้องกันสีทอง

“มันเป็น…มันเป็นต้าซือหลง!!”

“มังกรนั่น…มันคือมังกรอะไร? ข้าไม่เคยเห็นสัตว์ปีศาจเช่นนั้นมาก่อน!!”

“แม้แต่เกราะบรรพบุรุษก็ยังไร้พลังที่จะต่อต้าน เห็นได้ชัดว่ามั่วจื่อยอมแพ้ไปแล้ว แต่ก็ยังคงถูกสังหาร!”

อย่างช้าๆ สายตาทุกคู่ของคนในเผ่าทั้งหมด มาหยุดนิ่งอยู่ที่เมิ่งฮ่าว

หัวหน้าเผ่าอูต๋าจ้องมาด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง ผู้เฒ่าสูงสุดรีบมองไปยังหัวหน้าเผ่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งหัวหน้าเผ่าก็มองกลับมา คนทั้งคู่มองเห็นความประหลาดใจในสายตาของกันและกัน

ทั้งสองคนกำลังคิดในเรื่องเดียวกัน “ต้าซือหลง! ในอดีตมันต้องได้รับบาดเจ็บมา จึงเป็นเหตุให้สัตว์ปีศาจของมันปรากฎตัวขึ้นได้เพียงแค่เป็นภาพลวงตา ตอนนี้มันไม่อาจจะเรียกร่างจริงของมังกรตัวนั้นออกมาได้!”

ไม่เพียงแต่พวกมันเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าเผ่าและผู้เฒ่าสูงสุดจากเผ่าอื่นๆ ทั้งหมดต่างก็คิดสรุปออกมาเช่นเดียวกัน

ผู้เฒ่าของเผ่าอูต๋าสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่มันมองไปยังเมิ่งฮ่าว สายตาของมันไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังและดูถูกอีกต่อไป แต่ตอนนี้มันมองไปยังเมิ่งฮ่าวราวกับว่า มันกำลังมองไปยังใครบางคนที่มีศักดิ์ฐานะเท่าเทียมกัน

อูหลิงกำลังหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นกำมือแน่น อีกครั้งที่นางเตือนตัวเองว่า เมิ่งต้าซือเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุด ซึ่งนางสามารถพึ่งพาให้ช่วยยกระดับนางและอูเฉินภายในเผ่าได้

สำหรับอูเฉิน ดวงตามันเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ในสายตาของมัน เมิ่งฮ่าวก็คืออำนาจแห่งสวรรค์ ในชีวิตของมันไม่เคยจะนับถือใครมากมายเช่นนี้มาก่อน

ขณะที่บุรุษซี่งแปลงร่างมาจากสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ มันยืนอยู่ที่นั่นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง กำลังพึมพำกับตัวเอง

ทุกคนมีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน โดยที่ยังไม่ได้พูดถึงคนทั้งหมดที่อยู่ด้านในของเกราะป้องกันสีทอง กู่ลาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเสียใจ ในที่สุดมันก็แอบถอนหายใจต่อโชคชะตาของตัวเอง บุคคลที่แข็งแกร่งเช่นเมิ่งฮ่าว ไม่ใช่คนที่มันจะไปตอแยด้วยได้ จึงไม่มีทางเลือกใดๆ นอกจากต้องยอมรับไว้ ในเวลาเดียวกัน มันก็ค่อนข้างจะมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง

“นายน้อยแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม ดูเหมือนว่าการติดตามมันไป ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใด” ดวงตามันสาดประกายด้วยความครุ่นคิด ขณะที่พิจารณาว่าจะแสดงความชื่นชมยกย่องอย่างไรดี เผื่อจะช่วยให้มันยกระดับขึ้น มากกว่าการเป็นคนเลี้ยงสัตว์ของเมิ่งฮ่าว

ในตอนนี้เมื่อทุกคนยังคงตกตะลึงอยู่ หญิงชรา, ชายชราผมขาวโพลน และซือหลงที่สวมชุดคล้ายกับชาวประมง คนทั้งสามเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน สัตว์ปีศาจของพวกมันส่งเสียงแผดร้องขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว ซึ่งตอนนี้ไม่มีภาพลวงตาของมังกรปีกวารีปรากฎอยู่

มองเห็นความละโมบจากภายในดวงตาของพวกมันได้ ในฐานะที่เป็นซือหลง พวกมันสามารถอ่านสายตากันได้ พวกมันรู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเกี่ยวกับภาพลวงตามังกรปีศาจของเมิ่งฮ่าว มันไม่อาจจะคงอยู่ได้นานก่อนที่จะหายไป ถ้าพวกมันสามารถสังหารเมิ่งฮ่าวได้ พวกมันก็จะได้ครอบครองสัตว์ปีศาจที่เหลือของเขาทั้งหมด

“มันเป็นต้าซือหลงที่บาดเจ็บ! มันมีอำนาจแห่งต้าซือหลง แต่…มันก็ยังไม่ใช่ต้าซือหลงที่ไม่อาจจะสังหารได้ในตำนานอย่างแท้จริง!”

“การมาพบกับต้าซือหลงที่บาดเจ็บเช่นนี้ จริงๆ แล้วก็เป็นความโชคดีของข้า!”

คนทั้งสามเข้าโจมตีโดยพร้อมเพรียงกัน เห็นได้ชัดว่ามีความเข้าใจเหมือนกัน สำหรับกู่ลามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของห้าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เพียงช่วงเวลาสั้นๆ

ซือหลงคนอื่นๆ ไม่ได้คุ้นเคยกับมันมากเท่าใด ดังนั้นจึงไม่ได้รวมมันเข้าไปด้วยในการตัดสินใจโจมตีครั้งนี้

ขณะที่พวกมันโจมตีมา เมิ่งฮ่าวก็หันหน้ามา ดวงตาสาดประกายความเย็นชาและรังสีสังหาร เขาโบกสะบัดมือขวา ทำให้รอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์ดักแด้ไร้ตาแสดงปฏิกิริยาขึ้น เส้นใยไหมลอยออกมาล้อมรอบตัวเขา

เมิ่งฮ่าวไม่ขยับตัว ขณะที่สัตว์ปีศาจจากซือหลงทั้งสามแผดร้องพุ่งเข้ามาโจมตี

“ไร้ยางอาย!!” อูหลิงตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย คนอื่นๆ จากเผ่าอูต๋ามีท่าทางไม่พอใจโดยสิ้นเชิง หัวหน้าเผ่าและผู้เฒ่าสูงสุด แม้แต่ผู้เฒ่าของเผ่า ต่างก็พุ่งขึ้นไปในอากาศเพื่อจะไปช่วยเหลือเมิ่งฮ่าว แต่โชคร้าย ที่พวกมันถูกขวางกั้นไว้ด้วยหัวหน้าเผ่าและผู้เฒ่าสูงสุดจากเผ่าอื่นๆ ในทันที

ในเวลาเดียวกันนั้น บนลานประลอง กู่ลามองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ทั้งหมด สีหน้ามันเปลี่ยนไป โดยไม่ลังเล มันส่งฝูงสัตว์ปีศาจของตัวเองให้พุ่งฝ่าอากาศเป็นเสียงแหลมเล็ก ตรงไปยังซือหลงทั้งสาม

ในช่วงวิกฤตนี้ เสียงกระหึ่มกึกก้องขนาดใหญ่ก็กระจายออกเป็นระลอกคลื่น พุ่งผ่านอากาศออกไปทั่วทุกทิศทางจากตำแหน่งที่เมิ่งฮ่าวอยู่ เสียงนี้ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นเสียงจากเส้นใยไหมของดักแด้ไร้ตา ซึ่งหมุนวนอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น ก็พุ่งออกไปทั่วทุกทิศทาง กรีดเฉือนผ่านสัตว์ปีศาจที่ใกล้เข้ามา เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นกลุ่มเมฆแห่งโลหิต

ต่อจากนั้น เมิ่งฮ่าวก็ก้าวเนิบนาบออกมาจากภายในทะเลแห่งโลหิต เส้นไหมหมุนวนไปรอบๆ ร่างอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มองไปยังคนที่เพิ่งจะโจมตีเขาทั้งสามอย่างเย็นชา ขณะที่พวกมันมีสีหน้าเปลี่ยนไป และเริ่มก้าวถอยไปด้านหลัง

ในตอนนี้เองที่สายตาของหญิงชราสาดประกายด้วยโทสะ ทันใดนั้น ลิงยักษ์ตาเดียวซึ่งนางได้เก็บสำรองไว้ ก็พุ่งตรงเข้ามาโจมตีเมิ่งฮ่าว

“ยักษ์เถื่อน?” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยเสียงเฉยชา ฉับพลันนั้น ยักษ์เถื่อนก็แผดร้องและวิ่งตรงมา มันจับลิงยักษ์ตาเดียวยกขึ้น จากนั้นก็กัดเข้าไปอย่างดุร้าย ส่งผลให้โลหิตสาดกระจายออกไปทั่ว เมื่อลิงยักษ์ตาเดียวส่งเสียงกรีดร้อง ใบหน้าหญิงชราก็บิดเบี้ยว นางกำลังพยายามจะหลบหนีในตอนที่แสงสีขาวแวบขึ้น ทันใดนั้น ต้าเหมาก็มายืนอยู่ด้านหลังนาง ดวงตาของมันเย็นเยียบและดุร้าย โดยไม่ลังเล มันกัดลงไปบนลำคอของหญิงชราอย่างโหดเหี้ยม

นางต้องการจะดิ้นรนต่อสู้ แต่จากนั้นค้างคาวดำก็ปรากฎขึ้น คมเขี้ยวของมันจมลึกลงไปในร่าง และนางก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนออกมา ขณะที่พลังชีวิตถูกดูดออกไป เพียงชั่วพริบตา ก็กลายเป็นซากศพที่เหี่ยวแห้ง

ในขณะที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ชายชราผมขาวโพลนที่มีท่าทางราวกับเซียนผู้วิเศษ ซึ่งอยู่บนหลังของกระเรียนสีขาวก็พุ่งตรงไปยังเกราะป้องกันสีทอง ด้วยความตั้งใจจะหลบหนีออกไปจากลานประลองนี้ ทันทีที่มันปรากฎกายขึ้นที่ด้านนอก ก็มองกลับมายังเมิ่งฮ่าว สีหน้ามันซีดขาว จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา

ย้อนกลับไปที่ลานประลอง เมิ่งฮ่าวไม่สนใจมัน และเริ่มเดินตรงไปยังชาวประมงชรา แต่ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็กล่าวว่า “นกแก้ว?”

ทันใดนั้น บุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนของเผ่าอูต๋าที่ด้านนอกเกราะป้องกัน ก็ส่งเสียงแผดร้องออกมา และพุ่งตรงไปยังชายชราที่เพิ่งจะโผล่ออกมาจากเกราะป้องกัน

ชายชราผู้นั้นร้องออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสียงแผดร้องอย่างโหยหวน ขณะที่มันถูกกระชากออกเป็นชิ้นๆ สำหรับนกกระเรียนขาว มันส่งเสียงแผดร้องออกมาจนทำให้ฟังดูน่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิม

บนลานประลอง ซือหลงที่อ่อนแอคนอื่นๆ ต่างก็หลบหนีจากไป ที่เหลืออยู่มีเพียงเมิ่งฮ่าว, กู่ลา และชาวประมงชรา

ใบหน้าชาวประมงชราขาวซีด และเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินเนิบนาบตรงมาที่มัน ราวกับว่าเท้าของเมิ่งฮ่าวกำลังเหยียบย่ำลงไปบนจิตใจของมัน มันรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรุนแรง และตระหนักดีกว่ามันไม่อาจจะหลบหนีไปได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มันยังรู้อีกว่า ถึงแม้เมิ่งฮ่าวจะเป็นต้าซือหลงที่ได้รับบาดเจ็บ เขาก็ยังคงเป็นคนที่ใครก็ไม่อาจจะไปตอแยด้วยได้

อย่างไรก็ตาม ชาวประมงชราก็รู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงวิกฤตแห่งความเป็นตาย ดวงตามันสาดประกายที่จะต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป มันโบกสะบัดมือขวา ทำให้ไส้เดือนขนาดใหญ่ส่งเสียงร้องอย่างดุร้ายออกมา ในเวลาเดียวกัน ไส้เดือนมากมายนับไม่ถ้วนภายในก้อนตะกอน จู่ๆ ก็ลอยขึ้นมาและไปเกาะติดอยู่บนร่างของไส้เดือนยักษ์ กลายเป็นเส้นหนวดที่ยืดยาวออกไป ทำให้ไส้เดือนยักษ์ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

ในเวลาเดียวกันนั้น ชาวประมงชราก็พ่นโลหิตออกมาจากปาก จากนั้นก็เริ่มร่ายเวทอาคมพร้อมกันทั้งสองมือ

“เวทกรรมลี้ลับ!” มันร้องออกมา ทันใดนั้น ไส้เดือนยักษ์ก็ก้มศีรษะลง อ้าปากขึ้นและกระทำการบางอย่างซึ่งทำให้พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมดตกตะลึง…มันกลืนชาวประมงชราลงไปทั้งตัว หลังจากนั้น ที่ด้านบนสุดของศีรษะไส้เดือนยักษ์ก็นูนขึ้นมา และทันใดนั้นใบหน้าของชาวประมงชราก็ปรากฎขึ้นที่นั่น

“ข้าไม่ได้หวังว่าจะสามารถต่อสู้กับต้าซือหลงได้” มันร้องขึ้น

“แต่เวทกรรมลี้ลับนี้ เป็นวิชาที่ข้าได้เรียนรู้มาเมื่อหลายปีที่แล้ว จะช่วยให้ข้ารวมร่างกายเข้ากับสัตว์ปีศาจ และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่! ถึงเจ้าจะเป็นต้าซือหลง เจ้าก็ไม่อาจจะต่อสู้กับข้าได้ในตอนนี้!”

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป และเขาก็ล่าถอยไปในทันที ท่าทางเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเต็มอยู่บนใบหน้า พื้นฐานฝึกตนของเขาในตอนนี้โคจรหมุนเวียนอย่างเต็มที่ ดวงตาสาดประกายด้วยแสงเจิดจ้า สิ่งที่เขากำลังมองไป ไม่ใช่ชายชรา แต่เป็นบางสิ่งที่อยู่บนอากาศ

สิ่งที่เขามุ่งความสนใจไปจริงๆ แล้วก็คือ…เวทกรรมลี้ลับ!

ภายใต้วิชาเวทอันลึกลับนี้ เมิ่งฮ่าวสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของตระกูลจี้!

ทันใดนั้น กระแสวังน้ำวนขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้นในท้องฟ้า ภายในมีเส้นใยสีเงินปรากฎขึ้นซึ่งดูคล้ายกับเป็นสายเบ็ดตกปลาเป็นอย่างมาก มันพุ่งตรงลงมายังชายชราซึ่งหลอมรวมเข้ากับไส้เดือน

ฉับพลันนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบสงบ เมิ่งฮ่าวสังเกตดูทั้งหมดด้วยความประหลาดใจ รวมทั้งหัวหน้าเผ่าต่างๆ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้ถูกแช่แข็งไว้!!

ราวกับว่าทุกคนในโลกนี้ได้กลายเป็นฝูงปลาที่อยู่บนเขียง รอให้สายเบ็ดมาเกี่ยวพวกมัน และนำตัวจากไป

เห็นได้ชัดว่า เขาเป็นเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่สามารถมองเห็นเส้นใยสีเงินนี้

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: