I Shall Seal The Heaven Chapter 457

0 Comments

ตอนที่ 457

อี้เฉินจื่อ

ในเวลาเดียวกับที่เมิ่งฮ่าวมองเห็นบุคคลเหล่านั้น พวกมันก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า และเห็นก้อนศิลาขนาดหนึ่งพันจ้างที่กำลังพุ่งฝ่าอากาศจนเป็นเสียงแหลมเล็กด้วยเช่นกัน พวกมันมองเห็นเมิ่งฮ่าวกำลังยืนอยู่บนก้อนศิลา เส้นผมพริ้วไสวไปมา ใบหน้าไร้ความรู้สึก

ดวงตาสาดประกายด้วยแสงเจิดจ้า ขณะที่ทันใดนั้นเขาเคลื่อนย้ายทางไกลออกมาจากก้อนศิลานั้น ไปปรากฎตัวอยู่ห่างจากพวกมันสิบจ้าง

เมิ่งฮ่าวอุทานด้วยความประหลาดใจออกมาเบาๆ เดิมทีเขาตั้งใจจะเคลื่อนที่ไปอยู่ข้างกลุ่มดินเซียนที่เรืองแสงอยู่นั้น แต่การปรากฎกายขึ้นในตำแหน่งนี้ก็ดูเหมือนว่า มีบางสิ่งได้มาขัดขวางการเคลื่อนย้ายทางไกลย่อยของเขา

เกือบจะในเวลาเดียวกับที่เมิ่งฮ่าวปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง หนึ่งในเจ็ดคนนั้น เป็นชายชราใบหน้าแดงก่ำ ส่งเสียงแค่นอย่างเย็นชาออกมา มันโบกสะบัดมือขวา ทำให้ทะเลสีแดงปรากฎขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ พุ่งขึ้นไปในอากาศและจากนั้นก็เริ่มตกลงมา กลายเป็นสายฝนสีแดงส่งเสียงดังกระหึ่มตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“เมื่อข้าไม่อาจจะเคลื่อนย้ายทางไกลได้, ก็ดี…” แสงสีโลหิตทันใดนั้นก็พุ่งออกมาอยู่รอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว มันแวบขึ้นและจากนั้นเมิ่งฮ่าวก็หายตัวไป อย่างน่าตกใจ เมื่อเขาปรากฎขึ้นอีกครั้ง ก็ไปอยู่ตรงหน้าชายชราใบหน้าแดงก่ำ ความรวดเร็วที่เขาเคลื่อนที่ไปน่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ม่านตาชายชราใบหน้าแดงก่ำหดเล็กลง มันถอยไปด้านหลัง ยกมือขวาขึ้นเพื่อเรียกทะเลแดงออกมาอีกครั้ง ดูคล้ายกับว่ามีทะเลแห่งโลหิตกำลังเดือดพล่านอยู่รอบๆ ตัวมัน

เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไป เส้นใยของดักแด้ไร้ตาพุ่งวนออกไปรอบๆ ตัว กระจายแสงสีเงินออกมา มันกรีดเฉือนเข้าไปในทะเลสีแดงที่ใกล้เข้ามา ขัดขวางมันไว้โดยสิ้นเชิง

สีหน้าของชายชราหน้าแดงก่ำเปลี่ยนไป และมันก็ถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง โชคร้ายที่มันช้าเกินไป มือของเมิ่งฮ่าวกำเป็นหมัด ต่อยออกไปในอากาศ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เกิดเป็นลมพายุอันรุนแรง กวาดผ่านออกไปทั่วทุกทิศทาง เมื่อมาเผชิญหน้ากับการโจมตีเช่นนี้ มือของชายชราขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ทำให้รอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์ของมันเริ่มเรืองแสงขึ้น ขณะที่มันพยายามจะป้องกันตัวเอง

เสียงระเบิดดังกระจายออกไป และชายชราก็พ่นโลหิตออกมาจากปาก มีสีหน้าประหลาดใจ ขณะที่มันล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าไม่อาจจะขัดขวางเมิ่งฮ่าวได้

เมิ่งฮ่าวไม่สนใจชายชรา แต่มุ่งหน้ากลับไปยังบุคคลเหล่านั้นแทน เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจจะไปเอาดินเซียน

ในตอนนี้ ไม่มีใครที่ไม่สนใจเมิ่งฮ่าว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ การที่เมิ่งฮ่าวบังคับให้ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งต้องล่าถอยออกไป ทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ

แม้แต่สองผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นกลางก็กำลังขมวดคิ้วอยู่ โชคร้ายที่พวกมันกำลังต่อสู้อยู่ในช่วงวิกฤต กลุ่มของดินเซียนอยู่ตรงหน้าพวกมัน แต่ก็ไม่มีใครจะสามารถคว้าจับไว้ได้

“สังหารคนผู้นั้น!”

“กำจัดมัน!”

บุรุษทั้งสองตะโกนออกมาในเวลาเดียวกัน ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ใส่ซึ่งกันและกันโดยพร้อมเพรียงกัน หนึ่งในพวกมันเรียกจระเข้สีม่วงออกมา ขณะที่อีกคน มีนกกระเรียนสีขาวปรากฎขึ้นที่ด้านข้าง คนทั้งสองต่อสู้กันต่อไป

สำหรับอีกสี่คนที่กำลังต่อสู้กันรอบๆ พวกมัน คนทั้งสี่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย พวกมันทั้งหมดฉับพลันนั้นก็พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ขณะที่คนทั้งสี่เข้ามาใกล้ ตัวอักษรมู่ (ต้นไม้) ที่อยู่บนหน้าผากเมิ่งฮ่าวก็เรืองแสงขึ้น ทันใดนั้น ต้นไม้ขนาดยักษ์ก็ปรากฎขึ้นรอบๆ ตัวเขา ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟอันไร้รูปร่าง พุ่งขึ้นไปจนถึงท้องฟ้า

“กระจาย!” มือเมิ่งฮ่าวขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เหวี่ยงแขนออกเป็นวงกว้าง ทะเลเปลวไฟส่งเสียงดังกระหึ่มขึ้น โดยมีเมิ่งฮ่าวเป็นจุดศูนย์กลาง ม้วนตัวออกไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในเปลวไฟ ภายใต้การสำแดงเดชของภาพศักดิ์สิทธิ์ธาตุไม้และธาตุไฟของเมิ่งฮ่าว ฉับพลันนั้นก็เริ่มมองเห็นเป็นหยดน้ำทองคำ ทะเลเปลวไฟกระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง เต็มไปด้วยพลังของภาพศักดิ์สิทธิ์ธาตุทอง, ธาตุไม้และธาตุไฟอย่างน่าตกใจ

ศัตรูทั้งสี่คนของเขามีสีหน้าเปลี่ยนไป และพวกมันก็ใช้วิธีการต่างๆ มาตอบโต้ ด้านข้างของคนผู้หนึ่ง มีเต่าเฉียนอู่ขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น อีกคนโบกสะบัดมือ ทำให้ตะขาบสีแดงขนาดใหญ่ส่งเสียงแผดร้องมีชีวิตขึ้นมาอยู่ข้างกายมัน

สำหรับอีกสองคน พวกมันทำให้ยักษ์ตาเดียวที่กำลังส่งเสียงคำรามปรากฎขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ เพื่อต่อสู้กับทะเลเปลวไฟ

ทะเลเปลวไฟราวกับเป็นปากอันกว้างใหญ่ คอยกวาดคนทั้งสี่กลืนกินพวกมันลงไป ส่งเสียงกระหึ่มกึกก้องอย่างน่าตกใจออกมา กวาดผ่านไปยังเต่าเฉียนอู่ ซึ่งส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนออกมา ขณะที่ร่างของมันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่กำลังบังคับให้เต่าเฉียนอู่ล่าถอยไปด้านหลังตัวสั่นสะท้าน โลหิตกระจายออกมาจากปาก

ขณะที่ตะขาบยักษ์ จริงๆ แล้วมันสามารถต่อต้านเปลวไฟ แต่เมื่อหยดน้ำทองคำแตะไปโดนตัว มันก็กลายเป็นรูปปั้นทองคำ ซึ่งจากนั้นก็ถูกหลอมละลายไปโดยเปลวไฟ ผู้ฝึกตนที่ควบคุมมันอยู่ก็รู้สึกประหลาดใจ เมื่อพบว่าตลอดทั้งแขนของมันได้กลายเป็นสีทอง แรงกดดันอันมหาศาลได้กดทับลงมา ซึ่งดูเหมือนจะทำให้ร่างของมันกลายเป็นสีทองในทันที

สำหรับยักษ์ตาเดียวทั้งสองตน พวกมันกรีดร้องออกมาอย่างน่าอนาถใจมากที่สุด ขณะที่ร่างของพวกมันถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นเศษชิ้นส่วนเหล่านั้นก็กลายเป็นหยดน้ำทองคำ ซึ่งระเหยกลายเป็นไอลอยขึ้นไปในอากาศ

นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งฮ่าวได้ปลดปล่อยพลังของภาพศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ทั้งสามออกมาอย่างเต็มกำลังอย่างแท้จริง ทันทีที่วิชาเวทนี้กระจายออกไป สี่ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งก็ถูกบังคับให้ล่าถอยออกไป กระอักโลหิตออกมาอยู่ตลอดเวลา

ร่างของเมิ่งฮ่าวกลายเป็นลำแสง ส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศอยู่ท่ามกลางทะเลเปลวเพลิง เปลวไฟยืดยาวออกมาจากด้านหลังเขาราวกับเป็นผ้าคลุม หยดน้ำสีทองและต้นไม้ไฟดูเหมือนเป็นเครื่องประดับอยู่บนผ้าคลุม

ถ้าสามารถวาดภาพของเรื่องราวที่เห็นอยู่นี้ ท่าทางอันโอ่อ่าสง่างามของเมิ่งฮ่าวนี้ คงจะน่าตกตะลึงจนถึงที่สุด!

ภาพที่เห็นนี้ทำให้จิตใจของสองผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นกลางสั่นสะท้าน พวกมันสบตากัน และหยุดการต่อสู้โดยพร้อมเพรียงกัน แต่ปลดปล่อยพลังเวทย์ของพวกมันตรงมายังเมิ่งฮ่าวแทนพลังของผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นกลางทั้งสองนี้ สูงเกินกว่าผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นต้นเมื่อครู่นี้เป็นอย่างมาก ทั้งภาพศักดิ์สิทธิ์จระเข้อันน่ากลัว และนกกระเรียนขาวยักษ์พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวในทันที กระจายกลิ่นอายอันดุร้ายซึ่งหลอมรวมเข้ากับแรงบดขยี้ของขั้นกลางวิญญาณแรกก่อตั้ง กดทับลงมาบนร่างเมิ่งฮ่าว

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย ก่อนหน้านี้ เขาได้มองเห็นคนทั้งสองต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงดินเซียน ในตอนที่เขาอยู่บนก้อนศิลาขนาดหนึ่งพันจ้างที่ลอยมา ในช่วงเวลานั้น เขาได้คิดแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ใช่การสังหารบุคคลเหล่านี้ แต่เป็นการแย่งชิงดินเซียนมา!

ในขณะที่สองผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นกลางเข้ามาใกล้ เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมือขวา ทำให้จู่ๆ ก็เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไป ทันใดนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นสีดำ และจากนั้นก็รวมตัวกันเป็นชายธงแรกของธวัชสามแฉก จี้สือจิ่วถูกปลดปล่อยชั่วคราวขณะที่ธวัชนี้พุ่งออกมา

ธวัชสามแฉกเป็นของวิเศษทรงพลังมากที่สุดซึ่งเมิ่งฮ่าวมีอยู่ในครอบครอง เมื่อมันปรากฎขึ้น ท้องฟ้าก็มืดสลัวลง สีหน้าบุรุษชุดม่วงสลดลง และมันรีบล่าถอยไปในทันที แต่โชคร้าย ถึงแม้มันจะร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ใช้ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ รวมถึงอาวุธเวทมากมาย มันก็ยังไม่อาจจะต่อสู้กลับไปยังความมืดที่กวาดตรงมาที่มันได้

เสียงระเบิดดังก้องออกมา และโลหิตก็กระจายออกมาจากปากของมัน รังสีสังหารกลายเป็นความตกใจ เต็มอยู่ในดวงตา ขณะที่มันลอยละลิ่วไปทางด้านหลังหลายร้อยจ้าง ก่อนที่จะหยุดลงในที่สุดในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็มุ่งหน้าต่อไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด ยกมือขึ้นมาพุ่งตรงไปยังผู้ฝึกตนชุดขาว ทันใดนั้นเขาก็ชี้นิ้วออกไป

“เวทผนึกอสูรรุ่นแปด!”

ทันทีที่เวทผนึกอสูรปรากฎขึ้น สีหน้าบุรุษชุดขาวก็เปลี่ยนไป เส้นใยมากมายนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาซึ่งมีแต่เมิ่งฮ่าวเท่านั้นที่สามารถมองเห็น เส้นใยเหล่านั้นพันธนาการบุรุษผู้นั้นไว้ในทันที ผนึกมันไว้โดยสิ้นเชิง

แน่นอนว่า การผนึกนี้ไม่คงอยู่ได้นาน เพียงแค่หนีงอึดใจเท่านั้น แต่…ก็เป็นเวลาทั้งหมดที่เมิ่งฮ่าวต้องการ

ขณะที่เขาพุ่งตรงไปยังดินเซียน ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่อยู่รอบๆ ทั้งเจ็ดต่างก็มองมา ดวงตาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร รวมถึงความกระวนกระวายใจ

อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ทันใดนั้นระลอกคลื่นก็ปรากฎขึ้นอยู่กลางอากาศที่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เงาร่างปรากฎขึ้น เป็นบุรุษหนุ่มสวมใส่ชุดยาวสีดำ ศีรษะของมันเล็กผิดปกติ และไม่สมส่วนกับร่างกายของมันโดยสิ้นเชิง มันดูค่อนข้างคล้ายกับหนู สีหน้ามันหม่นหมองไร้ราศรี และดวงตาก็สาดประกายกระหายเลือด หัวเราะอย่างชั่วร้าย พุ่งตรงมาด้วยความรวดเร็วมากกว่าเมิ่งฮ่าว มุ่งหน้าตรงไปยังดินเซียน

มันได้ใช้วิชาพิเศษเฉพาะเพื่อหลบซ่อนอยู่ในบริเวณนั้น ทำให้ไม่อาจจะตรวจพบเห็นได้ เดิมทีมันวางแผนจะรอคอยจนกระทั่งบุรุษที่ต่อสู้กันทั้งสองคนนั้น สู้กันจนไม่อาจจะแยกออกจากกันได้ และจากนั้นมันก็จะจู่โจมอย่างฉับพลันเพื่อเขี่ยคนทั้งสองออกไป

แต่เมื่อเมิ่งฮ่าวปรากฎกายขึ้น วิธีการที่เขาใช้จัดการผู้คนเหล่านั้นช่างน่าตกใจยิ่ง แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้กับมันด้วยเช่นกัน โดยไม่ลังเลมันตัดสินใจเคลื่อนไหว

“ขอบคุณมาก, สหายเต๋า!!” ผู้ฝึกตนศีรษะเล็กร้องตะโกนออกมา “คงเป็นการเสียมารยาทนัก ที่อี้เฉินจื่อจะปฏิเสธของกำนัลเช่นดินเซียนนี้!” ขณะที่มันเอื้อมมือไปคว้าจับดินเซียนไว้ รังสีสังหารก็สาดประกายอยู่ในดวงตาเมิ่งฮ่าว ดักแด้ไร้ตาทันใดนั้นก็ลอยออกมา เส้นใยของมันเริ่มห่อหุ้มไปรอบๆ ดินเซียน ในเวลาเดียวกับที่ผู้ฝึกตนอี้เฉินจื่อคว้าจับมันไว้

เสียงปังได้ยินออกมา ขณะที่ดินเซียนที่มีขนาดเท่าเล็บนิ้วจู่ๆ ก็แตกออกเป็นสองส่วน หนึ่งส่วนถูกดึงกลับไปยังเมิ่งฮ่าวโดยดักแด้ไร้ตา อีกส่วนถูกคว้าจับไว้ด้วยอี้เฉินจื่อ ซึ่งทันใดนั้นก็หันหลังและพุ่งออกไปยังทิศทางอื่น

เมื่อผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งเจ็ดมองเห็นอี้เฉินจื่อที่ศีรษะเล็ก สีหน้าพวกมันฉับพลันนั้นก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

“อี้เฉินจื่อ!”

“นั่นคือคนทรยศของเผ่าหลงจิ้ว (มังกรอินทรี) ผู้ที่ฆ่าล้างเผ่าของตัวเองไปจนหมดสิ้น, อี้เฉินจื่อ”

“บัดซบ! สันดานมันเป็นปีศาจ! ข้าได้ข่าวว่ามันได้นำเผ่าของตัวเองมาสังเวยเพื่อบรรลุพื้นฐานฝึกตนของมัน!”

เมิ่งฮ่าวคว้าดินเซียนไว้ จากนั้นก็ตบไปที่ถุงสมบัติ ดึงเอาหน้ากากสีโลหิตออกมา สวมใส่มันไปในทันที ทำให้พื้นฐานฝึกตนของเขาระเบิดพลังออกมา และปราณสีโลหิตพุ่งขึ้นมา พลังของเขากระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้ผู้ฝึกตนเหล่านั้นรู้สึกประหลาดใจกันไปทั่ว ม่านตาของสองผู้ฝึกตนขั้นกลางวิญญาณแรกก่อตั้งหดเล็กลง ขณะที่ในตอนนี้ พวกมันได้ตัดสินใจไม่ต้องการจะไปยุ่งเกี่ยวหรือมีเรื่องกับทั้งอี้เฉินจื่อและเมิ่งฮ่าว

“ไม่มีใครเป็นเจ้าของดินเซียนนี้” เมิ่งฮ่าวกล่าว “มันเป็นของใครก็ตามที่คว้ามันไว้ได้! ถ้าเจ้าสามารถหลบหนีไป มันก็จะเป็นของเจ้า!” ด้วยเช่นนั้น เขาก็พุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองลดน้อยลงในทันที เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือขวา ทำให้ใบหน้าสีโลหิตปรากฎขึ้น เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ใบหน้านั้นพุ่งตรงไปยังอี้เฉินจื่อที่กำลังหลบหนีไป สีหน้ามันสลดลงในทันที รีบใช้มือซ้ายร่ายเวทขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเกล็ดปลาที่ส่องแสงเจิดจ้าปรากฎขึ้นอยู่ในฝ่ามือ มันโยนเกล็ดปลานั้นมาทางด้านหลัง และเริ่มขยายขนาดใหญ่ขึ้นในทันที จนกระทั่งมีความยาวประมาณสามจ้าง

เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่พลังของใบหน้าเซียนโลหิตของเมิ่งฮ่าวกระแทกเข้าไปยังพลังที่มาขวางกั้น อี้เฉินจื่อกระอักโลหิตออกมา จากนั้นจู่ๆ ก็หายตัวไป เมื่อมันปรากฎร่างขึ้นอีกครั้ง ก็อยู่ห่างออกไปหนึ่งพันจ้าง มันเหลียวหลังมองกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่ากลัว

“เวทอินทรีมังกร!” มันร้องตะโกนออกมา ทันใดนั้นเกล็ดปลาก็ระเบิดออก ปราณสีดำเดือดพล่านเต็มอยู่ในท้องฟ้า กลายเป็นนกอินทรีขนาดใหญ่ มีดวงตาสีแดงจ้า ขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวสีหน้าเมิ่งฮ่าวไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ขณะที่เขากล่าวว่า “หนึ่งคำ”

ฉับพลันนั้น ใบหน้าก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง ปากของมันเริ่มขยับขณะที่ระลอกคลื่นอันไร้รูปร่างกระจายออกไป ดูเหมือนนกอินทรีที่น่ากลัวนั้นจู่ๆ ก็เริ่มสั่นสะท้าน จากนั้นก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที เมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า พุ่งทะลุผ่านเศษชิ้นส่วนของนกอินทรีไป

ทำให้สีหน้าของอี้เฉินจื่อสลดลง มันหมุนตัวไปรอบๆ ในทันทีและเริ่มหลบหนีไปอีกครั้ง“บัดซบ เจ้าสารเลวนั่นทำไมถึงได้มีความสามารถศักดิ์สิทธิ์มากมายเช่นนี้ มันมีสามภาพศักดิ์สิทธิ์, ทอง, ไฟและไม้ และหน้ากากเมื่อครู่นี้เป็นอาวุธเวทอะไรกัน?”

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่เขาใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลย่อย พุ่งไล่ตามอี้เฉินจื่อไป

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 244
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 243
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 242
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: