Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 464

I Shall Seal The Heaven Chapter 464

ตอนที่ 464

นิ้วก้อย

ในที่สุดชายคาก็หายไป ต่อมาสายตาเมิ่งฮ่าวก็ตกระทบลงบนบันไดที่ปูขึ้นไปสู่อาคารราชวัง หลังจากแนวบันไดเหล่านั้น ต่อมาก็เป็นกำแพง

ใช้เวลาไม่นานนักสำหรับอาคารราชวังที่เคยโอ่อ่าสง่างามก่อนหน้านี้ จะกลายเป็นความว่างเปล่าและสะอาดเกลี้ยงเกลาโดยสิ้นเชิง โครงสร้างหลักที่เคยอยู่ที่นั่น แต่ในตอนนี้ มันดูแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถนำออกไปได้จากพื้นผิวด้านนอกของมัน หายไปหมดสิ้น…

ถ้าไม่ใช่เพราะเวทป้องกัน และผนึกที่คอยปกป้องอยู่ด้านในของอาคารราชวัง เมิ่งฮ่าวก็คงจะรื้อออกไปหมดทั้งโครงสร้าง เขาพยายามที่จะควบคุมความตื่นเต้นไว้ มองไปยังอาคารราชวังหลังต่อไป พุ่งทะยานตรงไปยังอาคารหลังนั้นด้วยความตื่นเต้น และเริ่มรื้อมันออก

สำหรับเซียนผู้ที่ก่อสร้างอาคารราชวังเหล่านี้ ก่อนที่สติสัมปชัญญะของพวกมันจะหลอมรวมเข้าไปในสะพาน พวกมันได้จัดวางเวทผนึกป้องกันไว้ในสถานที่แห่งนี้ เพราะพวกมันตระหนักดีว่าอาจจะมีผู้คนให้ความสนใจต่อสิ่งของที่อยู่ด้านใน อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีบางคนเช่นเมิ่งฮ่าวจะมาทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นเช่นนี้ เขาไม่ได้สนใจในทรัพย์สมบัติที่อยู่ด้านใน แต่ต้องการจะขโมยวัตถุที่ใช้ก่อสร้างตัวอาคาร

เวลาผ่านไป ด้วยความกระตือรือร้นอย่างพากเพียร เมิ่งฮ่าวทำการรื้อโครงสร้างจากอาคารหลังหนึ่งไปยังอีกหลังหนึ่ง รื้อทำลายโครงสร้างภายนอกของอาคารเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้แต่ตัวอาคารที่เปลือยเปล่า…โครงสร้างราชวังที่ว่างเปล่า สิ่งใดที่สามารถรื้อหรืองัดออกมาได้ เมิ่งฮ่าวก็จัดการไปจนเกลี้ยง

แม้แต่ต้นหญ้าที่อยู่บนพื้นก็ดูเหมือนจะดูดซับปราณของดินเซียนมาบ้าง เมื่อได้เห็นความไม่ธรรมดาของต้นหญ้าเหล่านั้น เขาก็เก็บรวบรวมพวกมันไว้โดยไม่ลังเล

“ถ้าข้าไม่หยิบฉวยจนมือเป็นตะคริว ข้าก็ไม่ได้มีนามว่าเมิ่งฮ่าว!” เขากล่าว ดวงตาสาดประกายขณะที่ดึงกระเบื้องที่พื้นขึ้นมา ถ้ามีคนรู้จักมาเห็นเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ พวกมันก็คงจะคิดว่ากำลังมองดูไปที่คนแปลกหน้า แววตาของเขาในตอนนี้ช่างแตกต่างไปจากความเย็นชา ที่มักจะแสดงออกมาให้เห็นอยู่เป็นประจำโดยสิ้นเชิง

นี่เป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกส่วนตัวของเขาที่ถูกฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ส่วนนี้ของเขาจะแสดงออกมาหลังจากที่ได้เห็นสิ่งของมีค่าต่างๆ

ถึงแม้เขาจะบรรลุพื้นฐานฝึกตนถึงระดับปัจจุบันนี้แล้ว แต่ก็ยังคงไม่อาจจะลืมเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเป็นหนี้ท่านลุงโจวอยู่สามตำลึง แน่นอนว่าหลังจากที่เริ่มฝึกฝนวิถีแห่งเซียน ความรักชอบที่เขามีต่อเงินทองก็ได้เปลี่ยนเป็นทรัพยากรของการฝึกตน

ยกตัวอย่างเช่น ดินเซียน ในตอนนี้ เขาไม่ได้สนใจอะไรอื่นมากไปว่าดินเซียนนี้อีกแล้ว

นอกจากนี้…ความทะเยอทะยานก็เป็นสิ่งที่ดี ด้วยความทะเยอทะยานนั้น เมิ่งฮ่าวก็ยังมีความสุขถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยหรือเจ็บปวดก็ตามที ในตอนนี้ เขาเหมือนกับเป็นตั๊กแตนในรูปแบบของมนุษย์ ทุกๆ อาคารราชวังอันโอ่อ่าหรูหราที่เขาผ่านไปพบเห็น ดูเหมือนจะถูกห้อมล้อมไปด้วยลมพายุ หลังจากที่พายุร้ายพัดผ่านไป อาคารเหล่านั้นก็เปลือยเปล่าโดยสิ้นเชิง

ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป สิบอาคาร, ยี่สิบอาคาร, สามสิบอาคาร…หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม อาคารราชวังมากกว่าเจ็ดสิบหลังก็ถูกรื้อถอนโดยเมิ่งฮ่าวไปทั้งหมด

สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และกำลังหายใจอย่างหนักหน่วง ในตอนนี้ มีอาคารเหลืออยู่ไม่ถึงสามสิบหลังที่ยังสมบูรณ์ดีอยู่ เมิ่งฮ่าวเพิ่งจะไปยังอาคารที่เหลืออยู่นั้นพร้อมกับพลังเฮือกสุดท้าย แต่จ้าวโยวหลันทันใดนั้นก็เดินโซเซออกมาจากอาคารราชวังขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านตรงข้ามของบึงน้ำ

หลังจากที่นางโผล่ออกมา ทั่วทั้งอาคารราชวังนั้นก็พังทลายลงมาพร้อมกับเสียงกระหึ่มกึกก้อง จ้าวโยวหลันมีท่าทางตื่นเต้น จื่อเซียงตัวเล็กที่นั่งอยู่บนไหล่ของนางก็ยิ่งมีความตื่นเต้นมากกว่า อย่างน่าตกใจ นางถือขวดสีเขียวใบเล็กๆ อยู่ในมือ

“ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามที่จะได้ของชิ้นนี้มา” จื่อเซียงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “แต่ขวดเล็กๆ ใบนี้คือของวิเศษที่ ครั้งหนึ่งเคยเป็นของหนึ่งในเก้าเซียนที่โดดเด่นมากที่สุด หนึ่งชั่วยามเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ก็คุ้มค่า เสี่ยวไกว้ไกว้เป่าเป้ย (ของวิเศษน้อยที่เชื่อฟัง) พวกเราต้องรีบไปยัง…อือ…หือ…? อะไร?” เมื่อสายตาของนางตกกระทบไปยังเมิ่งฮ่าว ดวงตาก็เบิกกว้างและอ้าปากค้าง นางยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างจริงจัง ไม่กล้าจะเชื่อในสิ่งที่นางกำลังมองเห็น

เมื่อจ้าวโยวหลันได้เห็นภาพแปลกๆ นั้น ดวงตานางก็เบิกกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตกตะลึง

คนทั้งสอง…ไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง ฉากที่คนทั้งสองมองเห็นอยู่ในตอนนี้แตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเห็นมา ก่อนที่จะเข้าไปในอาคารราชวังก่อนหน้านี้

ต้นหญ้าที่ก่อนหน้านี้เคยเขียวขจีอยู่ในบริเวณนั้นได้หายไปโดยสิ้นเชิง มีแต่ความว่างเปล่า เหลือแต่พื้นดินที่ตะปุ่มตะป่ำไม่ราบเรียบ…

มองไม่เห็นแผ่นกระเบื้องเซียนอีกต่อไป พื้นกลายเป็นดินที่ไม่ราบเรียบ…

สัตว์มงคลที่คอยปกป้องอาคารราชวัง ซึ่งดูสง่างามและไม่ธรรมดาได้หายไป…

บันไดที่แกะสลักเป็นลายมังกรและหงส์ ในตอนนี้ก็หายไป…

กำแพงที่ตกแต่งอย่างสวยงามไร้ที่เปรียบ ซึ่งครั้งหนึ่งได้โอบล้อมอยู่รอบๆ อาคารราชวัง ได้เปลือยเปล่าราวกับว่าพวกมันถูกกวาดล้างไปโดยลมพายุอันดุร้ายรุนแรง…

มีอาคารราชวังอยู่เพียงแค่สามสิบหลังที่ยังคงมีหน้าตาเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม อาคารอื่นๆ มากกว่าเจ็ดสิบกว่าหลังก็กลายเป็นโครงสร้างที่เปล่าเปลือย…

ดูสะอาดหมดจดโดยสิ้นเชิง

ภูติสาวจื่อเซียงจ้องมองไปด้วยความตกตะลึง และเริ่มพึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้สึกตัว “สุนัขฟ้าจากดาวตงเซิ่ง (ชัยชนะตะวันออก) มายังที่แห่งนี้? หรือว่าเป็นเซียนตั๊กแตนจากดาวเป่ยหลู (ต้นกกทางเหนือ)?”

ทุกสิ่งทุกอย่างเปลือยเปล่า ราวกับว่าถูกเลียให้สะอาดโดยสุนัข หรือถูกกวาดผ่านไปโดยกองทัพตั๊กแตน

ในขณะที่จ้าวโยวหลันและจื่อเซียงแน่นิ่งด้วยความตกตะลึงอยู่นั้น พวกนางก็มองเห็นเมิ่งฮ่าวกำลังยืนอยู่ที่เบื้องหน้าอาคารราชวังที่ยังสมบูรณ์ปกติ กำลังใช้กระบี่บินขุดพื้นกระเบื้องขึ้นมาอย่างชั่วร้าย กระบี่เล่มนั้นแตกหักและบิดเบี้ยวไปมา ดูเหมือนกำลังส่งเสียงร้องอย่างอัปยศอดสูออกมา

เสียงปังได้ยินมา ขณะที่พื้นกระเบื้องแตกออก เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อเก็บรวบรวมไว้ เลียริมฝีปาก ใช้วิธีการเดียวกันกับที่ได้รวบรวมรื้อถอนอาคารเจ็ดสิบแห่งต่อไป พื้นกระเบื้องมั่นคงแข็งแรง แต่เมื่อไหร่ที่ทำให้หนึ่งแผ่นแตกออกมาได้ การรวบรวมส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องที่ง่ายดาย

เมิ่งฮ่าวมองเห็นจ้าวโยวหลันและจื่อเซียงมานานแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้สนใจพวกนางเท่าใดนัก เขากำลังทุ่มเทอยู่กับการงัดแงะพื้นกระเบื้อง หญิงสาวทั้งสองมองมาด้วยความงุนงง

จ้าวโยวหลันสูดลมหายใจเข้าไปเต็มแรง ดวงตาหงส์ของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นเมิ่งฮ่าว นางจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเมิ่งฮ่าวที่เจ้าเล่ห์, เย็นชา, โหดเหี้ยมและเลือดเย็น จะกระทำเรื่องราวเช่นนี้?

“คนผู้นี้คงจะมีโลหิตของสุนัขฟ้าบางส่วนอยู่ในร่าง หรือมันอาจจะกำลังฝึกฝนวิถีแห่งเซียนตั๊กแตน บัดซบ, แม้แต่พื้นกระเบื้องมันก็ยังไม่เหลือทิ้งไว้” จื่อเซียงกำลังหอบหายใจ นางมองเห็นความตั้งอกตั้งใจอยู่ในแววตาเมิ่งฮ่าว ทำให้นางรู้สึกสงสัยขึ้นเล็กน้อย “มันไม่เกรงกลัวต่อคำสาปแช่ง?”

จ้าวโยวหลันจ้องมองไปยังภาพแปลกๆ ที่เบื้องหน้า และทันใดนั้นก็เริ่มคิดว่า เมิ่งฮ่าวผู้นี้จริงๆ แล้วก็ช่างน่ากลัวกว่าเมิ่งฮ่าวปกติมากนัก ความรู้สึกอันรุนแรงที่มันกำลังรื้อถอนอาคารราชวังเป็นสิ่งที่เกินกว่าความเข้าใจของนาง เนื่องด้วยเช่นนั้น นางจึงพบว่าเหตุการณ์นี้ช่างน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเมิ่งฮ่าวเสร็จสิ้นกับการรื้อพื้นกระเบื้อง และจากนั้นก็เอาสิงโตเฝ้าประตูเก็บเข้าไป หลังจากนั้น ก็ลอกเสา และเริ่มดึงเอาสิ่งของประดับตกแต่งกำแพงออกมา จ้าวโยวหลันต้องสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ

นางแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น อันที่จริง นางแน่ใจได้ว่าถ้าเมิ่งฮ่าวได้ค้นพบวิธีการจัดการกับเผ่าห้าพิษ ก็คงจะมีความน่ากลัวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คงใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามที่ทั่วทั้งเผ่าจะถูกกวาดล้างอย่างขุดรากถอนโคน

จื่อเซียงเต็มไปด้วยความสงสัยและลังเลอยู่ชั่วขณะ ในที่สุด นางก็ตะโกนออกไป “อืม…สหายเต๋า…”

“อย่ามารบกวนข้า!” เมิ่งฮ่าวกล่าว ไม่แม้แต่จะหันหน้ามองมา เขาลอกสิ่งของที่ประดับตกแต่งกำแพงออก จากนั้นก็ดึงเอากระบี่บินออกมาขุดต่อไป

“เจ้ารู้หรือไม่” จื่อเซียงกล่าวตอบในทันที “ห้องโถงหลักตรงจุดศูนย์กลาง ถูกสร้างขึ้นมาจากวัตถุที่ดีกว่าของที่นี่ ดินเซียนที่นั่นมีความลึกล้ำประณีตกว่ามาก”

คำพูดของนาง ทำให้เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักการดึงสิ่งประดับของกำแพงในทันใด หันหน้ามามองยังจ้าวโยวหลันและจื่อเซียง

จื่อเซียงกล่าวต่อในทันที “เมื่อเทียบกับห้องโถงหลักแล้ว วัตถุต่างๆ ในที่แห่งนี้ก็เหมือนกับขยะ ดินเซียนในที่นั่น…อืม พื้นกระเบื้องที่นั่นมีค่ามากกว่าที่นี่ถึงหนึ่งร้อยเท่า!”

“สหายเต๋า, เห็นได้ชัดว่าท่านมีทักษะที่ไม่ธรรมดามาแต่กำเนิด ท่านมีงานอดิเรกที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร และเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เห็นได้ชัด เป็นผู้กล้าที่น่าอัศจรรย์ใจนัก! ข้าคิดว่าพวกมันจำเป็นต้องร่วมมือกันมากกว่านี้ ท่านคิดว่าอย่างไร?”

“ท่านรื้อห้องโถงหลัก และข้าจะเปิดเวทเกราะป้องกัน ด้วยวิธีนี้ การรื้อถอนของท่านก็จะทำได้เร็วมากขึ้น จากนั้นพวกเราก็จะแบ่งทรัพย์สมบัติที่อยู่ด้านในกันคนละครึ่ง ท่านจะว่าอย่างไร?”

เมื่อจ้าวโยวหลันได้ยินคำพูดของจื่อเซียง ใบหน้านางก็เคร่งขรึมลง ไม่มีทางที่นางจะคบหาเป็นสหายกับ ‘ผู้ยิ่งใหญ่’ และ ‘ผู้กล้าที่น่าอัศจรรย์ใจ’ เช่นเมิ่งฮ่าวได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่นางเห็นก็คือ ปีศาจแห่งการทำลายล้าง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย และนิ่งเงียบไปสองสามอึดใจ จากนั้นก็กล่าวขึ้น “รออีกสักครู่”

“ไม่เป็นไร” จื่อเซียงกล่าวตอบด้วยความตื่นเต้น “สหายเต๋า, ข้าเข้าใจว่าท่านจำเป็นต้องเข้าฌาณเพื่อพักผ่อนสักพัก ไม่เป็นไร ข้าสามารถ…” ทันใดนั้น ดวงตานางก็เบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ทันทีที่เมิ่งฮ่าวพุดจบ เขาก็กลับไปขูดเอาสิ่งของเครื่องประดับกำแพงออกมา แต่ในครั้งนี้ เขากระทำด้วยความรวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้

จื่อเซียงกำลังสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเต็มแรง ขณะที่นางมองเมิ่งฮ่าวเก็บกวาดอาคารราชวัง และจากนั้นก็เคลื่อนที่ไปยังอาคารหลังอื่น เพียงแค่ครึ่งชั่วยาม อาคารราชวังที่ยังเหลืออยู่สามสิบหลังก็ถูกกวาดจนเกลี้ยงเกลา ในที่สุด เขาก็มองไปยังอาคารอีกเกือบร้อยที่จ้าวโยวหลันและจื่อเซียงเพิ่งจะออกมา และสีหน้าเสียดายก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า

เขามองกลับไปยังอาคารราชวังอันโอ่อ่าที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง “นั่นก็คือห้องโถงหลักที่ท่านพูดถึง?” เขาถาม

อาคารหลังนั้นถูกรายล้อมไปด้วยกำแพง ภายในมีสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่สง่างามอยู่สี่แห่ง ซึ่งดูไม่ธรรมดาเป็นอย่างมาก สายตาที่เชี่ยวชาญของเมิ่งฮ่าวกวาดผ่านไปยังสถานที่แห่งนั้น และสังเกตพบว่ากระเบื้องปูพื้นที่มีขนาดเกือบครึ่งจ้างส่องประกายราวกับเป็นทองคำ ปราณดินเซียนที่กระจายออกมาช่างเข้มข้นอย่างถึงที่สุด

จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นบันไดที่หนาและแข็งแกร่ง สิ่งประดับกำแพงดูโปร่งใสราวกับเป็นหยก ดูน่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เขามองไปยังประตูหลักของอาคารหลังนั้น และบอกได้ว่าปราณดินเซียนที่กระจายออกมาช่างเข้มข้นอย่างน่าเหลือเชื่อนัก

ภายใต้สายตาของผู้เชี่ยวชาญเช่นเมิ่งฮ่าว ส่วนที่อยู่บนกำแพงเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มรื้อถอนอย่างเห็นได้ชัดเจน สำหรับพื้นกระเบื้อง เขาระบุได้อย่างรวดเร็วถึงแผ่นที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นรื้อถอน เขายังสังเกตเห็นกระเบื้องหลังคาแผ่นหนึ่งที่สามารถดึงออกมาได้ โดยไม่ไปรบกวนเวทเกราะป้องกัน

สายตาที่คมกริบของเขาตกกระทบไปบนร่างจ้าวโยวหลัน ทำให้นางต้องสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกราวกับว่าเสื้อผ้านางกำลังถูกถอดออกไป เมื่อสังเกตเห็นว่าจื่อเซียงไม่ได้ให้ความสนใจ นางก็ยกมือขึ้นมาอย่างลวกๆ และชูนิ้วก้อยขึ้นมา เมื่อนางแน่ใจว่าเมิ่งฮ่าวมองเห็น นางก็ค่อยๆ ลดนิ้วก้อยลงอย่างช้าๆ

ที่ด้านข้าง จื่อเซียงมีท่าทียอมรับนับถืออยู่บนใบหน้า

“คนผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับพิเศษ มันแซ่เมิ่ง? ดูเหมือนมันจะเป็นต้าซือแห่งการรื้อถอนราชวังเซียนโบราณ โดยที่ไม่มีการแตะสัมผัสโดนเวทป้องกันเลยแม้แต่น้อย”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: