I Shall Seal The Heaven Chapter 584

ตอนที่ 584

เต๋าเดิมแท้เวทอสูรไฟมอดไหม้

ขณะที่เสียงอันคุ้นเคยนั้น ดังก้องอยู่ในหูเมิ่งฮ่าว เขาก็รู้สึกราวกับว่ามีสายลมอันบางเบา กำลังพัดพาให้เขาย้อนกลับไปยังวันคืนอันน่ามหัศจรรย์ ในสำนักเอกะเทวะอันโหดร้าย

ภายในสำนักนั้น มีเต่าชราที่เชื่อถือไม่ได้, พูดจากลับกลอก, ชั่วร้ายเลวทราม…

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้าง ขณะที่มองเห็นเงาสีดำปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า ในเวลาเดียวกันนั้น ท้องฟ้าก็มืดมิดลง และเสียงงับก็ได้ยินมา

เกราะป้องกันรอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าวเริ่มพังทลายลง และใกล้จะระเบิดออก จากนั้นเสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ได้ยินมา และพื้นที่ด้านบนขึ้นไปของเมิ่งฮ่าว ก็เริ่มมีแสงสว่างขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็น…เต่ายักษ์อันดุร้าย ล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

เต่าตัวนั้นมีความกว้างหลายพันจ้าง มีสีหน้ากระวนกระวายใจ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขนาดใหญ่โตของมัน จากนั้นก็จ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวอย่างดุร้าย

ด้วยความตกใจ เมิ่งฮ่าวถอยไปด้านหลังสองสามก้าว ขณะที่เกราะป้องกันซึ่งแตกร้าว ได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เขาก็ตระหนักว่า ถ้าไม่มีเกราะป้องกันนี้ ก็คงจะถูกบดขยี้อยู่ในปากของปรมาจารย์เอกะเทวะอันบัดซบนี้แล้ว

ปรมาจารย์เอกะเทวะในความทรงจำของเขา มีขนาดใหญ่โตกว่าเต่าที่เบื้องหน้านี้มากนัก แต่ท่าทางที่เชื่อถือไม่ได้, วิธีการลอบโจมตี และสุ้มเสียงของมันก็เหมือนกับ ปรมาจารย์เอกะเทวะที่เมิ่งฮ่าวเคยรู้จัก

สีหน้าแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมิ่งฮ่าว ขณะที่มองไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะ ความเกลียดชังใหม่ๆ สุมทับขึ้นไปในจิตใจ คิดย้อนกลับไปยังความทุกข์ยากลำบาก ที่เขาเคยช่วยเหลือปรมาจารย์เอกะเทวะ จนสุดท้ายเขาต้องถูกพิษอันร้ายแรงเพราะเต่าชราที่ตระหนี่ถี่เหนียวนี้

ท้ายที่สุดปรมาจารย์เอกะเทวะยังได้พยายามที่จะกินเขาลงไป! เป็นเพราะว่ากู๋อี่ติงซานอวี่ (ฝนเดือนสามในปีอี่ติงโบราณ) ได้เตือนไว้ และเขาก็ท่องคัมภีร์ผนึกอสูรได้ทันเวลา จนทำให้ปรมาจารย์เอกะเทวะที่เชื่อถือไม่ได้ต้องหลบหนีจากไป

“ช่างแปลกนัก” ปรมาจารย์เอกะเทวะกล่าว จ้องมาที่เขา “สีหน้าเจ้าดูเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ อย่าบอกข้านะว่า เจ้าจำปรมาจารย์ผู้ชรานี้ได้?” มันมีสีหน้าแปลกๆ ขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าว และเกราะป้องกันที่ห้อมล้อมอยู่รอบตัวเขา เมิ่งฮ่าวกัดฟันแน่น มีท่าทางเกลียดชังอย่างลี้ลับ

“ปรมาจารย์เกลียดเจ้าเด็กขี้โกงมากกว่าสิ่งอื่นใด เห็นได้ชัดว่าเจ้าก็คือพวกขี้โกง! เจ้า, เจ้า, เจ้า…เจ้ากล้าที่จะผ่านมาถึงที่นี่ด้วยเกราะป้องกันนั่น! เจ้าคนไร้ยางอาย!!”

เมิ่งฮ่าวถอยไปด้านหลังสองสามก้าว มองไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะด้วยความระมัดระวังตัว ทันใดนั้นก็กล่าวขึ้น “เต๋าโบราณ; ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะปิดผนึกสวรรค์…”

หลังจากที่กล่าวออกมาไม่กี่คำ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้นจากปรมาจารย์เอกะเทวะ อันที่จริง ดูเหมือนว่ามันจะรู้สึกประหลาดใจ, สับสน และอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

“บัดซบ! เจ้ากำลังสาปแช่งข้า?”

เมิ่งฮ่าวถอยไปด้านหลังอีกสองสามก้าว ยกเลิกคัมภีร์ผนึกอสูร หลังจากที่มองไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะออกมา

เป็นเสียงหัวเราะที่ประกอบไปด้วยความเขินอายเล็กน้อย แต่ในเวลาเดียวกันนั้น แสงแปลกๆ ก็มองเห็นได้จากในดวงตาที่สาดประกายของเขา สีหน้าทั้งหมดนี้ก็ทำให้ปรมาจารย์เอกะเทวะเริ่มสั่นสะท้านด้วยความประหลาดใจ

“ท่านย่ามันเถอะ เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น ไม่ถูกต้องอ่า? สีหน้าของเด็กผู้นี้ไม่ถูกต้องอ่า…”

“สารเลว! บิดาไม่เพียงแต่จะสาปแช่งเจ้าเท่านั้น ยังจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ อีกด้วย!” เมิ่งฮ่าวร้องคำรามออกมา พุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศ และตบไปที่ถุงสมบัติ ทำให้ยันต์ป้องกันมากมายปรากฏขึ้น

ยันต์แต่ละแผ่น กระจายพลังอันน่าตกใจ, แสงเจิดจ้า และแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อออกมา ดวงตาปรมาจารย์เอกะเทวะเบิกกว้าง

“ช่างดุร้ายนัก!!!” ปรมาจารย์เอกะเทวะร้องออกมา พุ่งถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกที่มันมีต่อยันต์ป้องกันนี้ ทำให้จิตใจต้องเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่มันจะล่าถอยไปได้ไกลกว่านี้ เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมือ ทำให้แผ่นยันต์ลุกไหม้เป็นเปลวไฟ มองเห็นเป็นแสงสีแดงขนาดใหญ่ จากภายในมีมังกรสายฟ้ามากมายนับไม่ถ้วนระเบิดออกมา เสียงคำรามของพวกมันดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พุ่งตรงไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะ

ท่ามกลางเสียงระเบิดดังกึกก้อง ปรมาจารย์เอกะเทวะส่งเสียงแผดร้องแหลมเล็ก หลบหลีกไปมา เพลิงโทสะของมันพุ่งขึ้น และกำลังจะกล่าวอะไรออกมา แต่เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมืออีกครั้ง ทำให้ยันต์เจ็ดสิบถึงแปดสิบแผ่นลอยออกไป ขณะที่ระเบิดออกมาอย่างวุ่นวาย อากาศก็สั่นสะท้าน พื้นดินถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ปรมาจารย์เอกะเทวะส่งเสียงแผดร้อง พุ่งตรงมายังเกราะป้องกันของเมิ่งฮ่าว

เห็นได้ชัดว่าเมิ่งฮ่าวไม่ต้องการจะหลบหนี หรือหลีกเลี่ยง เขาปล่อยให้เต่าชรากระแทกเข้ามาในเกราะป้องกัน หลังจากเสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแหลมเล็ก ปรมาจารย์เอกะเทวะลอยละลิ่วไปทางด้านหลังในทันที ในช่วงเวลานั้นเมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือ ทำให้ยันต์มากกว่าหนึ่งพันแผ่นถูกซัดออกไป

ยันต์ทั้งหมดนี้ถูกเคออวิ๋นไห่สร้างขึ้นมาด้วยตนเอง พวกมันไม่ต้องการให้เมิ่งฮ่าวกำหนดทิศทาง สิ่งที่เขาต้องทำทั้งหมดก็คือโยนมันออกไป และยันต์เหล่านั้นก็จะกลายเป็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์และเวทแห่งเต๋าด้วยตัวเอง ในอากาศด้านบน รูปปั้นมากกว่าพันชิ้นจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้น รูปปั้นทั้งหมดพุ่งลงไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะในทันที

การโจมตีอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ปรมาจารย์เอกะเทวะตกอยู่ในความงุนงง พุ่งถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง กระดองของมันแทบจะแตกกระจายออกมาได้ทุกเมื่อ จิตใจเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่แผดร้องอย่างมีโทสะออกมา

“ยอมแพ้แล้ว! ปรมาจารย์ยอมแพ้!…บัดซบ, เจ้ามันเป็นคนเลวที่ยิ่งใหญ่! ข้าไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน!!”

“ข้าไม่รับการยอมแพ้จากเจ้า!” เมิ่งฮ่าวร้องคำรามออกมา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแก้แค้นให้ได้ เขาโบกสะบัดมืออีกครั้ง ทำให้ยันต์อีกหนึ่งพันแผ่นปรากฏขึ้น เสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวดังก้องออกไปอย่างต่อเนื่อง ปรมาจารย์เอกะเทวะสั่นสะท้าน ขณะที่พยายามจะหลบหนีจากไป ความรู้สึกขัดข้องไม่พอใจบรรลุถึงขีดสุด

“บัดซบ, บัดซบ!” ปรมาจารย์เอกะเทวะแผดร้องออกมา “พวกเรามีความแค้นใดต่อกัน?!”

ตูม!

เมิ่งฮ่าวขว้างยันต์ออกไปอีกนับร้อย

“ข้าไปตอแยอะไรเจ้า? หือ? พูดมา!!” ปรมาจารย์เอกะเทวะแทบจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ มันไม่อาจจะหลบหนีจากไป และไม่อาจจะทำอะไรได้ นอกจากหดขาและศีรษะที่กำลังสั่นสะท้านเข้าไปในกระดอง “ข้าเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ยังไม่เติบโตเต็มที่เลย แล้วข้าจะไปตอแยเจ้าได้อย่างไรกัน?!?!”

“เจ้าไม่ได้ตอแยข้า” เมิ่งฮ่าวกล่าว “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้าจะไม่ตอแยข้าในอนาคต!” เขาโบกสะบัดมือขึ้นอีกครั้ง ทำให้เสียงแผดร้องแหลมเล็กดังออกมาจากปากปรมาจารย์เอกะเทวะมากขึ้น

“โผล่หัวเจ้าออกมาจากกระดอง” เมิ่งฮ่าวสั่ง หยิบแผ่นยันต์ออกมาอีกปึกใหญ่ จ้องมองไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะ

“ต่อให้ตีข้าจนตาย ข้าก็จะไม่โผล่หัวออกไป! เจ้ามันเป็นอันธพาลผู้ยิ่งใหญ่! ไม่มีใครเหมือนเจ้าอีกแล้ว! เจ้า…เจ้ามันคนไม่มีเหตุผล!!”

“ถ้าข้าไม่ข่มเหงเจ้าในตอนนี้ เจ้าก็จะข่มเหงข้าในวันข้างหน้า!” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงเย็นชา หยิบแผ่นยันต์ออกมาอีก จากนั้นก็โยนออกไปอย่างต่อเนื่อง เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ ตามมาด้วยเสียงแผดร้องโหยหวนของปรมาจารย์เอกะเทวะ มันล่าถอยออกไปมากขึ้น ร้องไห้ออกมา

กระดองของมันในตอนนี้แทบจะถูกทำลายลงไปถึงครึ่งหนึ่ง และร่างมันก็สั่นสะท้านราวกับว่ากำลังหนาวเย็น หดหัวแนบแน่นอยู่ในกระดอง ราวกับว่าถึงแม้จะตายไป มันก็จะไม่ยอมโผล่หัวออกมา

เมิ่งฮ่าวมองไปที่มัน จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังกระดอง ตบไปที่ถุงสมบัติหยิบเอาอาวุธเวทอื่น ที่เคออวิ๋นไห่สร้างขึ้นมาให้กับเขา มันเป็นใบมีดเล่มเล็กๆ ดูเหมือนจะทื่อ แต่ความจริงแล้วก็มีความแหลมคมน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง เมิ่งฮ่าวยกใบมีดนั้นขึ้นมา จากนั้นก็นั่งยองๆ ลงไป และเริ่มแกะสลักตัวอักษรลงไปบนกระดองของปรมาจารย์เอกะเทวะ

“เต่าของเมิ่งฮ่าว!”

หลังจากที่แกะสลักอักษรสี่ตัว เมิ่งฮ่าวก็ลูบไปที่กระดองเต่า จากนั้นก็ยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา

“วันนี้พวกเราพอกันแค่นี้ อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้า แต่ข้าก็หวังว่าในวันข้างหน้า เจ้าจะจำได้ว่า เจ้าก็คือเต่าของข้า!”

ปรมาจารย์เอกะเทวะจ้องมองมาที่เขา ขบฟันแน่น รู้ว่าเมิ่งฮ่าวได้แกะสลักอะไรบางอย่างอยู่บนหลังของมัน และแอบคิดด้วยความมุ่งมั่นอยู่ในใจว่า มันต้องเอาคืนการถูกเหยียดหยามนี้ให้จงได้

เมิ่งฮ่าวกระทืบเท้า และบินขึ้นไปในอากาศ เตรียมที่จะขึ้นไปบนชั้นที่เจ็ดสิบเอ็ด แต่ทันทีที่เขาบินขึ้นไป ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่าจะนึกขึ้นได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง มองลงไปยังปรมาจารย์เอกะเทวะ ขณะที่มันกำลังโผล่หัวออกมาจากกระดอง

ฉับพลันนั้นเมิ่งฮ่าวก็ยิ้มออกมา จากนั้นก็หยิบเอาแผ่นยันต์ออกมาโดยไม่รู้ตัว ด้วยความตกใจ ปรมาจารย์เอกะเทวะหดหัวกลับเข้าไปรวดเร็วปานสายฟ้า จากนั้นก็แผดร้องออกมา “เจ้าไม่ใช่บอกว่าวันนี้พวกเราพอกันแค่นี้?! เจ้า, เจ้า, เจ้า…เจ้าหลอกลวงข้า!!”

ร่างเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น จู่ๆ ก็ไปปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าปรมาจารย์เอกะเทวะ ซึ่งหดหัวอยู่ในกระดอง เกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของเขา ทำให้ไม่ต้องหวาดกลัวต่อการลอบโจมตีใดๆ ของเต่าตัวนี้

“ข้าจะปล่อยเจ้าไปในครั้งนี้” เมิ่งฮ่าวกล่าวอย่างจริงจัง “แต่ข้ากำลังตัดสินใจว่า จะทำลายเจ้าเพื่อให้ได้รางวัลสำหรับชั้นนี้ดีหรือไม่”

ปรมาจารย์เอกะเทวะสั่นสะท้านอยู่ภายในกระดองของมัน จากนั้นก็อ้าปากพ่นลำแสงสีทอง พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว ลำแสงนั้นแทงทะลุผ่านเกราะป้องกันเข้าไป กลายเป็นสัญลักษณ์เวท

สัญลักษณ์เวทนั้นมีรูปร่างเหมือนกับเมล็ดพืช ซึ่งกระจายแสงหลากสี รวมถึงแรงกดดันอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ มันปลดปล่อยสีสันออกไป ทำให้โลกส่วนที่เหลือเริ่มมืดลงไปในทันที ราวกับว่าตัวท้องฟ้าเองก็เลือนลางลง

เพราะว่ามันประกอบด้วยเต๋าแห่งสวรรค์และปฐพี การคงอยู่ในสถานที่แห่งนี้อยู่เหนือกฎธรรมชาติของโลกนี้ ใครก็ตามที่ฝึกฝนมันก็จะมีเต๋าอันยิ่งใหญ่!

นี่ก็คือหนึ่งในสิบเวทแห่งเต๋าของสามพันวิชา!

แม้แต่ในสำนักเซียนอสูร ก็ถือว่านี่เป็นวิชาเวทอันน่าตกใจและน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง เดิมทีมันยังไม่ชัดเจน และแม้แต่ในสมัยโบราณ ก็มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจมันได้อย่างชัดแจ้ง

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่ตรวจสอบเวทนี้ จิตใจเริ่มเต้นรัวจนยากจะควบคุมได้ นอกจากเวทแยกวิญญาณแล้ว นี่เป็นเวทแห่งเต๋าที่ทรงพลังมากที่สุด ซึ่งเขาเคยพบเห็นมา ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในสำนักเซียนอสูรแห่งโลกสมัยโบราณนี้

“ข้าอยากรู้นักว่านี่คือเวทแห่งเต๋าอะไร?!” เขาคิด

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และยกมือขึ้นกดนิ้วลงไปในสัญลักษณ์เวท ทันใดนั้นจิตใจก็เต็มไปด้วยเสียงกระหึ่มกึกก้อง

เครื่องหมายนี้ไม่จำเป็นต้องรู้แจ้ง ทันทีที่นิ้วเขาแตะสัมผัสไปโดน มันก็พุ่งเข้าไปในร่างกายจนถึงจิตใจ จากนั้นก็กลายเป็นเมล็ดพันธุ์

นี่ก็คือ…เมล็ดแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในสิบวิชาแรกของเวทแห่งเต๋า ไม่จำเป็นต้องรู้แจ้ง อันที่จริงถึงจะรู้แจ้งก็ไร้ประโยชน์ เมล็ดนี้จะแตกหน่ออยู่ในจิตใจของผู้ที่มีโชคชะตา ที่จะได้รับมันเท่านั้น!

ถ้ามีโชคชะตาเกิดขึ้นระหว่างเขาและเมล็ดนี้ มันก็จะอยู่ที่นั่นตลอดไป ถ้าไร้โชควาสนา ต่อให้ต้องบังคับมัน ก็ไร้ประโยชน์!

เมล็ดภาพลวงตานี้ แยกออกเป็นเก้าส่วนอย่างรวดเร็ว เจ็ดส่วนพุ่งตรงไปยังวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งเจ็ดอีกสองส่วน ยังคงมีอยู่ในจิตใจ

ทันทีที่เมล็ดทั้งเจ็ดมีการเชื่อมต่อกับวิญญาณแรกก่อตั้ง พวกมันก็เริ่มสั่นสะท้าน อย่างน่าตกใจ พวกมันเริ่มเปลี่ยนจากภาพลวงตา กลายเป็นบางสิ่งที่จริงแท้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่า…ที่เมิ่งฮ่าวต้องการก็คือการยอมรับจากพวกมันเท่านั้น และตอนนี้พวกมันก็ได้เลือกที่จะแตกหน่ออยู่ภายในร่างเขา!

เวลาเดียวกันนั้น ที่โลกด้านนอก สายตาทุกคู่ของศิษย์สำนักเซียนอสูรทั้งหมด ต่างก็จ้องนิ่งไปยังแสงเวทบนชั้นเจ็ดสิบของเจดีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกตนจากดาวหนานเทียน

แม้แต่สีหน้าของเคออวิ๋นไห่ ก็ยังเพิ่มความมุ่งหวังมากขึ้น สำหรับประมุขยอดเขาคนอื่นๆ พวกมันกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน ทุกคนรู้ว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้รับเวทแห่งเต๋าหนึ่งในสิบวิชาแรก

ตอนนี้ ท้องฟ้าเหนือสำนักเซียนอสูร จู่ๆ ก็เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆที่ม้วนตัวไปมา แสงสีแดงกระจายเต็มไปทั่วพื้นดิน และลำแสงเจิดจ้าก็พุ่งลงมา ทันทีที่ลำแสงนั้นปรากฏขึ้น ฉับพลันนั้น ประมุขยอดเขาที่เจ็ด ก็ลืมตาขึ้นมา ซึ่งสาดส่องเป็นประกายวาววับ

“นี่คือ…”

แสงนั้นตกลงมา กลายเป็นความสลัวเลือนลาง และจากนั้นก็แยกออกเป็นสามส่วน

ความหมายของสัญลักษณ์เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ แต่ประมุขยอดเขาทั้งหมด ซึ่งอยู่ในที่แห่งนี้ต่างก็มองไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

เคออวิ๋นไห่เริ่มหอบหายใจขึ้นเล็กน้อย เรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ไม่เคยทำให้มันต้องสะท้านใจได้เช่นนี้ แต่เมื่อมีผลกระทบต่อเคอจิ่วซือ มันก็ต้องมีปฏิกิริยาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตามันสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ มันแทบไม่อยากจะเชื่อว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องจริง

ลำแสงสามสายนั้นแยกออกอีกครั้ง กลายเป็นลำแสงเก้าสาย เพียงชั่วพริบตา ลำแสงทั้งเก้า…ก็รวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อตัวเป็นเงาร่างขนาดใหญ่อย่างน่าตกใจ

เป็นเงาร่างที่ค่อนข้างจะดูเลือนลางไม่ชัดเจน แต่ก็ยังคงจะสามารถมองเห็นได้ว่า นั่นก็คือ ใบหน้าของเมิ่งฮ่าว!

ราวกับเป็นภาพเวทขนาดยักษ์อันน่าตกใจ จนเพียงพอที่จะทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน

ต่อมาภาพเวทนั้นก็อ้าปาก และเริ่มกล่าวคำพูดด้วยเสียงที่เก่าแก่โบราณ จนดังกระจายไปทั่วทั้งสำนักเซียนอสูร

“หนึ่งสายโลหิต, กลายเป็นสามวิญญาณ สามวิญญาณกระจายเป็นเก้าเทวะ เก้าเทวะกลั่นสกัดเป็นร่างเดิมแท้ของข้า ข้าก็คือ…เต๋าเดิมแท้เวทอสูรไฟมอดไหม้!”

ในเวลาเดียวกันนั้น ด้วยเหตุผลที่ยากจะรับรู้ได้บางอย่าง หนึ่งในสามภูเขาอสูรที่กลับด้าน ซึ่งกำลังลอยอยู่ด้านบนของสำนักเซียนอสูร ภูเขาที่ดูเหมือนจะก่อตัวขึ้นมาจากหินลาวา…ทันใดนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือน!

ทุกคน รวมถึงเจ็ดประมุขยอดเขา และศิษย์ทั้งหมด ต่างก็สะท้านใจไปทั่วทุกตัวคนโดยสิ้นเชิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น