I Shall Seal The Heaven Chapter 744

0 Comments

ตอนที่ 744

ร่างจริงที่สอง ปรากฏขึ้น!

เมื่อชายชราผมแดงแห่งสำนักจินหาน มองเห็นหยดโลหิตลอยออกมา มันก็กล่าวอย่างทรนงว่า “ปรมาจารย์อสูรโลหิต เจ้ากำลังต่อสู้กับพวกเราทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่ก็ยังจะแบ่งแยกสมาธิไปอีก? ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย”

ในเวลาเดียวกันนั้น มันก็ขยับมือร่ายเวท ทำให้หุ่นเชิดจำนวนมากปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ร่างมัน หุ่นเชิดแต่ละตัวมีความสูงสิบจ้าง และดูเหมือนทั้งของจริงและเป็นภาพลวงตาในเวลาเดียวกัน ทันทีที่พวกมันปรากฏขึ้น ก็กลายเป็นลำแสงหลากสี พุ่งตรงไปยังปรมาจารย์อสูรโลหิต

“ปรมาจารย์อสูรโลหิต ความตายของเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” ปรมาจารย์รุ่นสามตระกูลหลี่กล่าว “เจ้าไม่อาจจะหลบหนีร่างแหของพวกเราไปได้! เมื่อไหร่ที่ภูเขาอสูรโลหิตพังทลายลง ร่างจริงของเจ้าก็จะต้องเผชิญหน้ากับแสงแห่งสวรรค์ ร่างกายและวิญญาณของเจ้าก็จะถูกทำลายไป!” มันแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็โบกสะบัดมือ ทำให้หลัวผานพร้อมกับสัญลักษณ์เวทมากมายนับไม่ถ้วนสาดประกายเจิดจ้า สัญลักษณ์เวทเหล่านั้นก่อตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นค่ายกลเวทชั้นแล้วชั้นเล่า ขณะที่พวกมันพุ่งตรงไป

ปรมาจารย์อสูรโลหิตไม่พูดอันใด ไม่มีแม้แต่ร่องรอยแห่งความตื่นตระหนกอยู่บนใบหน้า สีหน้ามันเรียบเฉย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถแปลงสวรรค์เปลี่ยนปฐพีได้

“ผู้อาวุโสเซี่ยเยา” ร่างจำแลงเซียนรุ่งอรุณกล่าว ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้ารู้ว่าร่างจริงของท่านไม่อาจจะเผชิญหน้ากับแสงแห่งสวรรค์ได้ เดิมทีหยดโลหิตของท่านได้กลายเป็นอสูร และสวรรค์ก็สามารถจะเปลี่ยนร่างจริงของท่านให้กลับเป็นหยดโลหิตได้ สิ่งที่ข้าไม่รู้ก็คือว่า…ท่านยังมีกลยุทธ์อะไรเหลืออยู่?” ด้านหลังนาง กิ่งก้านของดอกปี่อ้านภาพลวงตาสะบัดไปมาอย่างดุร้าย และแรงกดดันอันเข้มข้นก็กระจายออก เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่กิ่งก้านมากมายนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปห้อมล้อมปรมาจารย์อสูรโลหิตไว้

เซียนรุ่งอรุณเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของมัน ดังนั้นปรมาจารย์อสูรโลหิตจึงได้เพ่งสมาธิหกในสิบส่วนไปที่นาง อีกสี่ส่วนถูกแบ่งออกไประหว่างปรมาจารย์ผมแดงแห่งสำนักจินหาน และปรมาจารย์รุ่นสามตระกูลหลี่

ทั้งสองฝ่ายต่างก็ตรึงซึ่งกันและกันไว้ ถึงแม้ว่าจะดูคล้ายกับว่าพวกมันกำลังต่อสู้กันอยู่ แต่ในความเป็นจริง แต่ละฝ่ายต่างก็มีความะมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก รอคอยให้อีกฝ่ายใช้พลังพื้นฐานฝึกตนออกมาจนมากพอ เมื่อถึงจุดวิกฤต การโจมตีที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าก็จะเกิดขึ้น

ที่ด้านล่างลงไป เสียงกระหึ่มดังก้องออกมาจากสนามรบ เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่ด้านในของเกราะป้องกันชั้นที่สอง กระบี่ไม้หมุนวนไปมาในอากาศรอบๆ ตัว เสียงหึ่งๆ ได้ยินมาจากกระบี่ และพลังแห่งกาลเวลาที่กระจายออกมาเป็นระยะ ทำให้อากาศที่อยู่รอบๆ ตัวกระบี่บิดเบี้ยวไปมา ศิษย์สำนักเซี่ยเยาทั้งหมดต่างก็อยู่ที่ด้านหลังเกราะป้องกันชั้นที่สอง จ้องมองไปยังผู้ฝึกตนนับแสนที่อยู่อีกด้าน รวมทั้งชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยน ซึ่งกำลังเผาไหม้พลังชีวิตอันยาวนานของมันอย่างคลุ้มคลั่งเพื่อให้มีพลังเพิ่มมากขึ้น

ชายชราชุดเขียวโกรธแค้นและผิดหวังอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ มันไม่ต้องการอะไรมากไปว่าการกำจัดเมิ่งฮ่าวไปครั้งแล้วครั้งเล่า และจากนั้นก็นำของวิเศษอันล้ำค่าของสำนักอีเจี้ยนกลับมา

ขณะที่มันโจมตี ถึงแม้ว่าจะไม่มีกระบี่อยู่ในมือ แต่เจตจำนงแห่งกระบี่ก็ได้กระจายออกมาจากร่างมัน กลายเป็นกระบี่ขนาดใหญ่กรีดลงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สองอย่างต่อเนื่อง

เกราะป้องกันห้าชั้นของสำนักเซี่ยเยามีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม นอกจากนี้การโจมตีกลับไปของเกราะป้องกันก็เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ เกราะป้องกันชั้นที่สองในตอนนี้กลายเป็นสีโลหิต อันเนื่องมาจากหยดโลหิตจากสระโลหิตที่อยู่ภายในภูเขาอสูรโลหิต พลังของมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะทำลายลงไปได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้นเกราะป้องกันชั้นที่สองก็ไม่ได้ถูกเจาะทะลวงโดยใบไม้ก่อนหน้านี้ มีเพียงชั้นที่ห้า, สี่และสามเท่านั้นที่ถูกเจาะไป เกราะป้องกันชั้นที่สองยังคงครบถ้วนสมบูรณ์

เกราะป้องกันสั่นสะเทือนและบิดเบี้ยวไปมา ขณะที่ชายชราชุดเขียวระบายโทสะของมันลงไป อย่างไรก็ตามเกราะป้องกันก็ยังสามารถยืนหยัดต่อต้านได้!

กองกำลังสำนักเซี่ยเยานั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบกริบ เช่นเดียวกับเมิ่งฮ่าว เขามองออกไปอย่างเย็นชาขณะที่ชายชราชุดเขียวโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตา ซึ่งกระบี่ไม้ก็สามารถรับรู้ได้ ขณะที่มันเริ่มกระจายเสียงหึ่งๆ อย่างเข้มข้นออกมา

ตูม!

เกราะป้องกันสั่นสะเทือน และชายชราชุดเขียวก็กระเด็นกลับไปที่ด้านหลัง มันเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงแผดร้องออกมาจนสุดเสียง “ผู้ฝึกตนทั้งหลาย ฟังคำสั่งข้า! โจมตีเกราะป้องกันด้วยทุกสิ่งที่พวกเจ้ามี! ทำลายมันให้จงได้!!”

ผู้ฝึกตนนับแสนลังเลอยู่ชั่วขณะ ผู้ที่มีการแสดงออกเป็นกลุ่มแรกก็คือศิษย์สำนักอีเจี้ยน กระบี่บินนับหมื่นส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศตรงไปยังเกราะป้องกัน ตามติดด้วยศิษย์สำนักจินหานและสมาชิกตระกูลหลี่ ยังมีผู้ฝึกตนเร่ร่อนด้วยเช่นกัน พวกมันทั้งหมดปลดปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกมาโจมตีไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สองสีโลหิต

ทันใดนั้น เสียงกระหึ่มกึกก้องขนาดใหญ่ก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ถูกทำลายลงไป ภูเขาเหี้ยนเตียน และพื้นดินทั้งหมดดูเหมือนจะถูกกวาดออกไปโดยกองกำลังทั้งหมดที่ร่วมมือกันโจมตีมาโดยพร้อมเพรียงกัน

ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล เทือกเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักเซี่ยเยาในตอนนี้ ถูกบดขยี้จนกลายเป็นที่ราบ ต้นไม้ใบหญ้าในบริเวณนั้นตายไปจนหมดสิ้น และไร้สิ่งมีชีวิตคงอยู่แม้แต่น้อย

ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นซากปรักหักพัง ยกเว้นแต่ตรงจุดศูนย์กลางของทั้งหมด เป็นสถานที่ซึ่งเกราะป้องกันสีโลหิตกำลังส่องแสงเจิดจ้า ถึงแม้ว่ามันจะกลายเป็นระลอกคลื่นและบิดเบี้ยวไปมาอย่างรุนแรงก็ตามที แต่มันก็ยังไม่พังทลายลงไป!

ศิษย์ห้ายอดเขาของสำนักเซี่ยเยาในตอนนี้ ต่างก็เพ่งมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความเคร่งเครียด

หลังจากที่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออก กองกำลังของฝ่ายศัตรูก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีย้อนกลับของเกราะป้องกันด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ฝึกตนมากมายนับไม่ถ้วนกระอักโลหิตออกมาและล่าถอยออกไป อย่างไรก็ตามคนอื่นๆ ก็พุ่งตรงมาแทนที่ในทันที

วงจรเช่นนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การโจมตีนับไม่ถ้วนกำลังเกิดขึ้น

ชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยนกำลังมุ่งเน้นไปที่การโจมตีนี้โดยเฉพาะ ทุกครั้งที่มันขยับตัวเคลื่อนไหว ปราณกระบี่อันไร้ขอบเขตก็ส่งเสียงดังกระหี่มโจมตีไปยังเกราะป้องกันสีโลหิต สองวันต่อมา ในที่สุดเกราะป้องกันก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงสัญญาณแห่งการพังทลายลงมา

เมื่อวันที่สามมาถึง รอยแตกร้าวก็กระจายออกไปทั่วทั้งเกราะป้องกันสีโลหิตมากยิ่งขึ้น ศิษย์สำนักเซี่ยเยานั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น

ในที่สุดเสียงแตกหักก็ดังก้องออกไป รอยแตกร้าวมากมายนับไม่ถ้วนรวมเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นสิ่งที่ดูคล้ายกับเป็นรอยแผลขนาดใหญ่ ชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยนระเบิดพลังพื้นฐานฝึกตนขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าออกมา กฎแห่งธรรมชาติตกลงมาและหมุนวนไปมา กลายเป็นกระบี่สวรรค์อันน่าเหลือเชื่อ

ทันทีที่กระบี่ปรากฏขึ้น สายฟ้าก็ปะทุขึ้นมาที่ด้านบนท้องฟ้า ทันใดนั้นกระบี่ก็แวบขึ้น ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังแห่งสายฟ้า ขณะที่มันพุ่งตรงมายังเกราะป้องกันชั้นที่สอง

ตูมมมมมมมม!

เกราะป้องกันชั้นที่สองไม่อาจจะต่อต้านแรงระเบิดนี้ได้ กระบี่ที่ไร้รูปร่างแทงเข้ามา และเกราะป้องกันก็แตกกระจายไป เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ศิษย์สำนักเซี่ยเยาและเมิ่งฮ่าวล่าถอยไปอยู่ที่ด้านหลังของเกราะป้องกันชั้นสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่

“สู้เลยหรือไม่ เจ้าสำนักน้อย!?!?”

“ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องตายแล้ว แทนที่จะนิ่งเฉยอยู่ที่นี่ พวกเราน่าจะออกไปสังหารพวกมันกันดีกว่า!”

“ถ้าพวกเราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงความตายได้ ข้าขอออกไปต่อสู้จนตัวตาย!” ดวงตาศิษย์สำนักเซี่ยเยาสาดประกายด้วยแสงสีแดงจ้า แม้แต่ผู้แข็งแกร่งตัดวิญญาณก็กำลังมองมายังเมิ่งฮ่าว

เกราะป้องกันชั้นแรกนี้เป็นแนวป้องกันสุดท้ายแล้ว เมื่อไหร่ที่มันพังลงไป สำนักเซียเยาก็จะไร้กำลังที่จะปกป้องตนเอง ผู้ฝึกตนนับแสนจะพุ่งเข้ามา เมื่อเกิดขึ้นเช่นนั้น…พวกมันอาจจะสามารถต่อต้านได้นานขึ้นเล็กน้อย แต่สุดท้ายพวกมันทั้งหมดก็จะตายไปอยู่ดี

หวังโหย่วฉายมองไปยังเมิ่งฮ่าว กำลังรอคอยให้เขาตัดสินใจ

หลี่ซือฉีก็กำลังมองไปยังเมิ่งฮ่าวเช่นเดียวกัน เขาเป็นเจ้าสำนักน้อย และได้รับความเคารพอันเนื่องมาจากความแข็งแกร่ง เขาเพียงลำพังพุ่งเข้าไปต่อสู้โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง จึงทำให้เขาได้รับความเคารพอย่างสูงสุด

คนทั้งหมดต่างก็กำลังมองมายังเขา

อย่างไรก็ตาม สายตาของเมิ่งฮ่าว…ก็ตกกระทบไปที่สวี่ชิง

นางกำลังยืนอยู่ที่ด้านนอกของหุบเขาเจ้าสำนักน้อย เฝ้ามองดูการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เมื่อเมิ่งฮ่าวมองมายังนาง นางก็มองกลับไป

ในตอนนี้มีเพียงแค่คนทั้งสองในสำนักเซี่ยเยาแห่งนี้ ด้านหลังเกราะป้องกันสีโลหิต ปกคลุมไปด้วยเสียงระเบิดจากโลกที่ด้านนอก คนทั้งสองมองดูซึ่งกันและกัน และเมิ่งฮ่าวก็มองเห็นแววตาที่คอยให้กำลังใจจากนาง รวมทั้ง…

ท่านอยู่ ข้าอยู่, ท่านตาย ข้าตาย!

ตูม!

ระลอกคลื่นจากการพังทลายลงไปของเกราะป้องกันชั้นที่สองจางหายไป และปรมาจารย์ชุดเขียวสำนักอีเจี้ยนก็นำกองกำลังพุ่งเข้ามา แสงกระบี่อันไร้ขอบเขตกระจายอยู่รอบๆ ตัว ขณะที่มันพุ่งตรงมายังเกราะป้องกันชั้นแรก

เสียงระเบิดดังก้องออกไปทั่วทุกที่ จากกองกำลังผู้ฝึกตนหลายแสนคนในตอนแรก ตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่สองแสนคนเท่านั้น ทั้งหมดต่างก็ได้รับบาดเจ็บและเหน็ดเหนื่อย การต่อสู้ได้ดำเนินมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นพวกมันหรือศิษย์สำนักเซียเยา นี่เป็นการต่อสู้ที่ดุร้ายและยาวนาน

“มันเกือบจะจบลงแล้ว!”

“พวกเราต้องทำลายแนวป้องกันสุดท้ายนี้ให้ได้ และสำนักเซี่ยเยา…ก็จะถูกกวาดล้างไป!”

“อีกสี่วัน! ในอีกสี่วัน ก็จะไม่มีสำนักเซี่ยเยาอยู่ในดินแดนด้านใต้อีกต่อไป!” ดวงตาของผู้ฝึกตนทั้งสองแสนคนต่างก็เป็นสีแดงเจิดจ้า ถึงแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บ แต่พวกมันก็ยังคงพุ่งทะยานโจมตีเข้าไปยังเกราะป้องกันด้วยพลังทั้งหมดที่สามารถรวบรวมได้

ตูมมมมมมม!

เกราะป้องกันสั่นไปมา แต่เกราะป้องกันชั้นแรกนี้ก็ยังเหนียวแน่นแข็งแกร่งกว่าชั้นที่สอง และมีพลังการโจมตีสะท้อนกลับได้มากกว่าอีกด้วย เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า เพียงไม่นานก็เห็นได้ชัดว่า เกราะป้องกันนี้ไม่อาจจะถูกทำลายลงไปได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

แต่โชคร้าย ถึงแม้ว่าเกราะป้องกันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ ยังไงก็ไม่อาจจะต่อต้านกับการรวมพลังกันของผู้ฝึกตนสองแสนคนได้นานนัก

“เจ้าสำนักน้อย พวกเราออกไปสู้กันเถอะ!!” ศิษย์สำนักเซี่ยเยาที่อยู่ด้านในเกราะป้องกันลุกขึ้นมายืน เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ รังสีสังหารของพวกมันมีความรุนแรงมากกว่าก่อนหน้านี้

เมิ่งฮ่าวเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันแน่นกล่าวว่า “รออีกสี่วัน!”

ร่างจริงที่สองของเขาต้องการเวลาก่อนที่จะตื่นขึ้นมา!

นั่นก็คือสี่วันสุดท้ายนี้!

เมิ่งฮ่าวไม่รู้ว่าร่างจริงที่สองนี้จะแข็งแกร่งมากเท่าใดหลังจากที่ตื่นขึ้นมา ถ้าเขาใช้สิ่งอื่นที่ไม่ใช่วิญญาณเซียน เขาอาจจะสามารถคาดเดาได้ แต่เมื่อมีวิญญาณเซียนอยู่ในร่างจริงที่สอง เขาก็ไม่มีทางจะคาดเดาได้ จำเป็นต้องรอจนกระทั่งมันตื่นขึ้นมา…เพื่อดูว่ามันจะต่อต้านสวรรค์ได้อย่างแท้จริงหรือไม่

“มันต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน!” เมิ่งฮ่าวคิด มองออกไปที่ด้านนอกของเกราะป้องกัน

หนึ่งวันผ่านไป

เกราะป้องกันสั่นไปมาอย่างรุนแรง ภายใต้การโจมตีของผู้ฝึกตนสองแสนคน ทำให้เกราะป้องกันมาถึงขีดจำกัดของมัน พลังสะท้อนกลับการโจมตีที่กระแทกออกไปในร่างของผู้ฝึกตนสองแสนคน ทำให้ผู้คนมากมายต้องได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส

วันที่สอง!

เกราะป้องกันกระเพื่อมและบิดเบี้ยวไปมาอย่างเห็นได้ชัดในทุกจุด และยังได้สั่นสะเทือนขึ้นอีกด้วย อันที่จริงเริ่มมองเห็นรอยร้าวอยู่ในบางจุดแล้ว ถึงแม้ว่าจะถูกปิดไว้อย่างรวดเร็วก็ตามที

ปรมาจารย์ชุดเขียวสำนักอีเจี้ยนโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มันทำการโจมตี ก็ดูเหมือนว่าเกราะป้องกันแทบจะพลังทลายลงไป

วันที่สาม!

“ทำลาย!”

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ เป็นครั้งแรกที่รอยแตกร้าวได้กระจายออกไป จนไม่อาจจะซ่อมแซมกลับคืนมาได้ ระฆังมรณะได้ดังขึ้นสำหรับเกราะป้องกันนี้ ผู้ฝึกตนสองแสนคนอดทนต่อพลังสะท้อนกลับมาเป็นเวลาสามวัน ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของพวกมันลดน้อยลง บังคับให้พวกมันต้องล่าถอยออกไปจากสนามรบ

ผู้ฝึกตนที่ยังเหลืออยู่มีมากกว่าหนึ่งแสนคน ซึ่งยังคงแออัดเต็มสนามรบ ทำให้ยากที่จะมองเห็นจุดสิ้นสุดของกองกำลังพวกมัน ขณะที่พวกมันทำการโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง รอยแตกร้าวก็ปรากฏมากขึ้นไปเรื่อยๆ!

ในที่สุด วันที่สี่ก็มาถึง!

ในวันที่สี่นี้ เกราะป้องกันสีโลหิตเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ส่วนใหญ่จะยืดยาวออกไป และจากนั้นก็รวมตัวกันกลายเป็นรูขนาดใหญ่

เกราะป้องกันสั่นไปมา และเสียงแตกร้าวก็ได้ยินขึ้น ดูเหมือนว่ามันไม่อาจจะต่อต้านได้นานมากนัก

ในเวลาเดียวกันนั้น รังสีสังหารอย่างเข้มข้น และแม้แต่ความบ้าคลั่งก็มองเห็นได้ในดวงตาของปรมาจารย์ชุดเขียวแห่งสำนักอีเจี้ยน ทันใดนั้นมันก็บินสูงขึ้นไปในอากาศ และจากนั้นก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ ฉับพลันนั้นกฎธรรมชาติก็กลายเป็นกระบี่ที่อยู่สูงขึ้นไปด้านบน

นี่คือกระบี่ค้นหาเต๋าของมัน!!

“สำนักเซี่ยเยาจะถูกกวาดล้างไปในวันนี้!” มันร้องตะโกนออกมา ชี้มือออกไป และกระบี่ก็ส่งเสียงดังกระหึ่มขณะที่พุ่งลงมายังเกราะป้องกัน

ศิษย์สำนักเซี่ยเยาต่างก็ตกอยู่ในความบ้าคลั่ง ดวงตาพวกมันกลายเป็นสีแดงและเตรียมพร้อม ในทันทีที่เกราะป้องกันพังทลายลงไป พวกมันก็จะต่อสู้จนตัวตาย

อย่างไรก็ตาม…ขณะที่กระบี่ภาพลวงตาพุ่งตรงมายังเกราะป้องกัน แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง พุ่งขึ้นมาจากภายในหุบเขาเจ้าสำนักน้อย

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย วันที่เขาเฝ้ารอคอยในที่สุดก็มาถึง

“ร่างจริงที่สอง ปรากฏขึ้น!”

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: