I Shall Seal The Heaven Chapter 77

0 Comments

ตอนที่ 77

เทียนจีซ่างเหริน

ถึงแม้ว่าพืชสมุนไพรพวกนี้จะไม่ใช่วัตถุดิบจากสวรรค์ หรือของวิเศษจากพื้นปฐพี แต่พวกมันก็ยังคงเป็นสิ่งของที่หายาก ผู้ฝึกตนมากมายต้องใช้เวลาหลายสิบปี พยายามที่จะเก็บรวบรวมพวกมัน

และในถุงเก็บสมบัติของซ่างกวนซิว ก็มีอยู๋หลายร้อยชนิด

ยังมีเม็ดยาอีกสองเม็ด วางอยู่ข้างในกล่องหยก หนึ่งสีส้ม และ หนึ่งสีน้ำเงิน เห็นได้ชัดว่า มันมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

“สมุนไพรพวกนี้ทั้งหมด เป็นวัตถุดิบที่จำเป็น ในการปรุงเม็ดยาพื้นฐานสมบูรณ์แบบ…สำหรับเม็ดยาสองเม็ดนี้…” หลังจากตรวจสอบมัน เขาก็ดูไปที่กระดองเต่าอีกครั้ง สองตาส่องประกาย

“การปรุงเม็ดยาพื้นฐานสมบูรณ์แบบ ต้องใช้เม็ดยาอื่นๆ อีกเจ็ดเม็ด ยาสองเม็ดนี้อยู่ในเจ็ดเม็ดยา ที่ซ่างกวนซิวปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

ตอนนี้เมิ่งฮ่าวเข้าใจเรื่องราวได้ทั้งหมด แต่ก็ยังคงตกใจอยู่เล็กน้อย ซ่างกวนซิวใช้เวลาห้าสิบปี เพื่อรวบรวมสิ่งของทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน แต่มันก็ยังคงมีเวลาไม่เพียงพอ ในขณะที่อยู่ในขั้นของรวบรวมลมปราณ

“และมันก็ยังมีเมืองเทียนเหอหนุนหลัง…”

เมิ่งฮ่าวรู้สึกว่ายังมีบางอย่างที่เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก เมื่อคิดดูแล้ว เพื่อที่จะปรุงยาพื้นฐานสมบูรณ์แบบ ก็ดูเหมือนว่าซ่างกวนซิวได้แอบเอาของบางอย่าง มาจากร้านขายของวิเศษ ของปรมาจารย์เทียนเหอ

เช่นเดียวกับที่มันก็ได้เอาสิ่งของที่ถูกรวบรวมไว้ มากกว่าหนึ่งร้อยปี ของตระกูลมันมาด้วย นอกจากนั้น มันยังได้ตระเวณไปทั่วแผ่นดิน เพื่อรวบรวมสิ่งของทั้งหมดเข้าด้วยกัน

และสุดท้าย มันก็ยังคงมีวัตถุดิบที่ต้องใช้ปรุงยาไม่ครบถ้วน มันมีก้านดอกของพืชสมุนไพรที่หายากโดยเฉพาะเพียงแค่หนึ่งก้าน ซึ่งจริงๆ แล้ว ต้องใช้ทั้งหมดสามก้าน

ในที่สุด เมิ่งฮ่าวก็เข้าใจ ในความบ้าของซ่างกวนซิวที่พยายามไล่ติดตามเขา ก็เพื่อที่จะได้กระจกทองแดงนั่นเอง

แต่ผลสุดท้าย มันก็ได้ยื่นส่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดนี้ มาใส่ในมือของเมิ่งฮ่าวโดยตรง ถ้าซ่างกวนซิวรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ มันก็คงจะไม่ไปสร้างปัญหาให้กับเมิ่งฮ่าว แต่ก็มันก็ได้ทำไปแล้ว และการเตรียมตัวห้าสิบปีของมัน ก็สูญหายไปอย่างถาวร

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เก็บกระดองเต่า และวัตถุดิบการสร้างเม็ดยาทั้งหมด ลงไปในถุงเก็บสมบัติถุงอื่น และเก็บลงไปในถุงแห่งจักรวาลอีกที

เขายืนอยู่ในป่า และมองขึ้นไปในท้องฟ้า ดวงตาของเขาค่อยๆ ส่องประกายขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับพื้นฐานสมบูรณ์แบบ จิตใจของเขาก็หนักอึ้ง

“หลังจากกลืนเม็ดยา ทัณฑ์สายฟ้าก็จะฟาดลงมา ข้าไม่ควรแม้แต่จะคิดเกี่ยวกับพื้นฐานสมบูรณ์แบบในตอนนี้ ข้าจะตัดสินใจเรื่องนี้อีกที หลังจากที่ข้าบรรลุขั้นพื้นฐานลมปราณ สิ่งที่ต้องคิดในตอนนี้ก็คือ เรื่องระหว่างสามสำนักใหญ่ และปรมาจารย์เอกะเทวะ”

เขาหลับตาลง และหายใจเข้าออกหลายครั้ง ระงับความกระวนกระวายทั้งหลายลง เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง มันก็ส่องประกายเยือกเย็นเหมือนเช่นเคย

“หนึ่งปีผ่านไปเรียบร้อย และเวลาที่ท่านปรมาจารย์เอกะเทวะได้กำหนดไว้ก็มาถึง ท่านให้สัญญากับข้าว่า ถ้าข้าสามารถรวบรวมผู้ฝึกตนระดับสูงของแคว้นจ้าวมาได้ ท่านก็จะให้รางวัลข้าอย่างงาม…” ดวงตาของเมิ่งฮ่าวส่องประกาย

“แต่การกระทำเรื่องราวเช่นนี้ ช่างอันตรายนัก” เขาขมวดคิ้ว รู้สึกลังเล “พลังฝึกตนของข้า อยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณ ข้าก็เหมือนกับไข่ที่ขว้างใส่ก้อนหิน”

“ข้าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ ถึงอย่างไร ท่านปรมาจารย์ก็พูดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แจ้งวันที่แน่นอน หลังจากที่พลังฝึกตนของข้าสูงกว่านี้ บางทีก็หลังจากข้าบรรลุขั้นพื้นฐานลมปราณ ข้าค่อยคิดถึงเรื่องนี้อีกที เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็น่าจะปลอดภัยขึ้นอีกเล็กน้อย”

เขาเงยหน้าขึ้น ตั้งแต่ครั้งที่ปรมาจารย์เอกะเทวะ ทำให้หอกสามสีเล่มนั้นหายไป เขาก็รู้สึกไม่ค่อยไว้ใจปรมาจารย์เท่าไหร่นัก

“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการประกาศจับของสามสำนักใหญ่ ทำให้ศิษย์ของพวกมัน ตามค้นหาข้าไปทุกที่ ถ้าข้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ข้าก็จะเผชิญหน้ากับอันตราย และจะนำพวกมันไปในเขตกัมมัฏฐานของท่านปรมาจารย์” เมิ่งฮ่าววิ่งไปอย่างเงียบๆ ทะลุผ่านป่าไม้ในภูเขา เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่

แต่ในขณะที่วิ่งไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างแปลกๆ จิตใจของเขาเอียงวูบ ราวกับว่ามีมือขนาดใหญ่ยักษ์ที่มองไม่เห็น เพิ่งจะผ่านเข้าไปในหน้าอก และบีบหัวใจของเขา

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่า ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น มีดวงตาและจ้องมาที่เขาด้วยสายตาอันเย็นชา

ความรู้สึกนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่ามันจะหายไปแล้ว แต่สีหน้าของเมิ่งฮ่าวก็ซีดขาว เขามองไปรอบๆ ทุกอย่างเงียบสงบ และไม่มีสิ่งใดที่อยู่รอบกายสามารถให้เบาะแส บอกได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น เขาคิดไปเอง?

ในเวลาเดียวกันนั้น ในสถานที่ซึ่งไกลออกไปจากที่เมิ่งฮ่าวอยู่ แต่ก็ยังคงอยู่ในแคว้นจ้าว ชายชราในชุดยาวสีน้ำเงินแกมม่วง นั่งขัดสมาธิอยู่บนภูเขา ดวงตาของมันปิดลง แต่มือขวาขยับเป็นรูปแบบการสร้างเวทอาคม จากนั้นดวงตาของมันก็ค่อยๆ ลืมขึ้น และมองออกไปยังที่ห่างไกล

“เจ้าอยู่ที่นั่น” มันพูดเสียงเย็นเยียบ “สามสำนักใหญ่ต้องการซ่อนเจ้า ไม่ให้ข้ารู้ ช่างน่าหัวเราะนัก” มันยืนขึ้นก้าวเท้าออกไปข้างหน้า จากนั้นก็หายแวบไป

ในขณะเดียวกัน หลิวเต้าอวิ๋น กำลังไล่ตามมา ถึงเมิ่งฮ่าวจะหายตัวไป แต่มันก็ได้เห็นจุดที่เมิ่งฮ่าวได้เข้าไปในภูเขา มันไล่ติดตามไป สีหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง และอาฆาตแค้น

ความเกลียดชังของมันที่มีต่อเมิ่งฮ่าว ลึกลงไปถึงกระดูก เหตุการณ์นองเลือด อันเนื่องมาจากหอกเงิน ได้ทำให้มันกลายเป็นตัวตลกในแคว้นจ้าว และเกือบจะทำให้เกิดสงครามขึ้น ระหว่างสองสำนักใหญ่ ถึงแม้ว่าจะหลีกเลี่ยงสงครามครั้งนี้ไปได้ แต่มันก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมากมายต่อการกระทำของมัน

เกือบจะทำให้มันเป็นบ้า เมื่อคิดไปถึงวันที่มัน ถูกนำไปแขวนไว้ที่เสา ต่อหน้าผู้อาวุโสของสำนัก และถูกเฆี่ยนด้วยแส้เปลวไฟ มากกว่าหนึ่งร้อยครั้ง โอ, มันช่างเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนัก!

แส้นั้นได้ฉีกผิวหนังของมัน และทิ้งเนื้อที่ถูกเปิดออกมาไว้ ความเจ็บปวดนั้นแทงลึกลงไปจนถึงกระดูก จวบจนทุกวันนี้ มันก็มักจะตื่นขึ้นมาในช่วงกลางดึก และทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้ ความต้องการสังหารเมิ่งฮ่าวของมัน ก็รุนแรงแรงขึ้น และมากยิ่งขึ้น

ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ไล่ตามเมิ่งฮ่าวมา มันไม่ได้วางแผนที่จะจับเขา มันต้องการสังหารเขา!

ถ้าทำเช่นนี้ก็อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับสำนักของมัน แต่มันก็ตัดสินใจที่จะทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเลวร้ายที่สุด มันก็จะหนีออกไปจากแคว้นจ้าว หลังจากที่สังหารเมิ่งฮ่าว ดินแดนด้านใต้กว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยเมืองของผู้ฝึกตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงจุดศูนย์กลาง

ด้วยการเป็นผู้ฝึกตนระดับเก้า ขั้นรวบรวมลมปราณ มันมั่นใจว่าต้องสามารถหาสถานที่ ที่ยินดีจะรับมันไว้ จากนั้นสักวันหนึ่ง มันก็อาจจะกลับมาที่แคว้นจ้าว และกวาดล้างสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) มันจะล้างความเจ็บปวดจากรอยแส้ครั้งนี้ด้วยโลหิต

ณ ตอนนี้ มันเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูงสุด ด้วยพลังที่มันสามารถรวบรวมได้ทั้งหมด มันมุ่งมั่นที่จะค้นหาเมิ่งฮ่าว และสังหารเขา ก่อนที่ผู้ฝึกตนของสำนัก ขั้นพื้นฐานลมปราณ และสร้างแกนลมปราณมาถึง

“เมิ่งฮ่าว เจ้าจะวิ่งหนีก็ได้ แต่ก็ไม่มีที่ให้เจ้าไป!” รังสีสังหารของหลิวเต้าอวิ๋นพุ่งทะยานขึ้น มันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถสังหารเมิ่งฮ่าวได้ เมื่อมันคิดไปถึงของวิเศษแปลกๆ ที่มันได้ยืมมาใช้

มันยืนบนกระบี่แก้วผลึก เมื่อพุ่งเข้าไปในภูเขา จ้องกวาดไปทั้งเบื้องหน้าและด้านหลัง เนื่องจากมันอยู่ในระดับเก้า ขั้นรวบรวมลมปราณ และเป็นศิษย์สายใน มันจึงมีแผ่นหยกถ่ายทอดเสียง ซึ่งใช้สำหรับให้ศิษย์ทุกคนในบริเวณนั้น แจ้งให้มันทราบโดยทันทีที่พบเห็นเมิ่งฮ่าว

เวลาผ่านไปไม่นาน เมื่อพุ่งทะยานไปในอากาศ ทันใดนั้น หลิวเต้าอวิ๋นก็ตบไปที่ถุงเก็บสมบัติ และแผ่นหยกก็ปรากฎขึ้นในมือ มันเอาวางกดลงไปที่หน้าผาก จากนั้นก็หัวเราะออกมา มันเปลี่ยนเส้นทาง พุ่งตรงไปยังศิษย์ร่วมสำนักอีกคน ที่เพิ่งจะติดต่อกับมันมา

เวลาผ่านชั่วธูปไหม้หมดไปครึ่งดอก หลิวเต้าอวิ๋นก็มองเห็นเมิ่งฮ่าว กำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยพัดวิเศษ ใช่แล้ว นี่เป็นบุรุษที่ได้สังหารศิษย์สำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) ด้วยการขยับแค่ครั้งเดียว ก็เจาะทะลุศีรษะของคนผู้นั้นไป

ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็มองไปยังด้านหลัง และดวงตาอันเย็นชาของเขาก็มองไปเห็นหลิวเต้าอวิ๋น เขาขมวดคิ้ว ตั้งแต่ที่เขารู้สึกถึงมือที่มองไม่เห็น มาบีบหัวใจของเขา เขาก็รู้ว่ากำลังถูกมองดูอยู่ ด้วยความแน่ใจอย่างที่สุด หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็สังเกตเห็นว่า มีผู้ฝึกตนจากสามสำนักใหญ่บางคนอยู่บริเวณแถวนั้น

ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงพวกมัน ถึงแม้ว่าเขาจะโจมตี และสังหารพวกมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ คำพูดก็คงต้องแพร่กระจายผ่านแผ่นหยกไปอย่างแน่นอน

“เมิ่งฮ่าว!” หลิวเต้าอวิ๋นตะโกนออกมา มือขวาของมันขยับเป็นรูปแบบการสร้างเวทอาคม และทันใดนั้น กระบี่บินภายใต้เท้าของมันก็เริ่มส่งเสียงดังกระหึ่ม และพุ่งตรงมาที่เมิ่งฮ่าว

“ดูว่าครั้งนี้เจ้าจะหนีไปยังไง! ข้า หลิว จะสับเจ้าให้เป็นชิ้นๆ ในวันนี้! มันเป็นเพียงวิธีเดียว ที่ข้าจะลบล้างความเกลียดชังในจิตใจของข้าได้!” ดวงตาของหลิวเต้าอวิ๋นแดงก่ำ ทันทีที่มันมองเห็นเมิ่งฮ่าว และรังสีสังหารของมันก็เพิ่มความดุร้ายมากยิ่งขึ้น

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายจ้า และเขากำลังจะพุ่งไปข้างหน้าต่อไป ทันใดนั้น จิตใจก็สั่นสะท้าน จิตสัมผัสอันน้อยนิด ที่ยังคงมีเหลืออยู่ ซึ่งทำให้เมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น ก็เคลื่อนที่ไปด้านหลัง ถึงแม้ว่ากระบี่บินกำลังเข้ามาใกล้ สายลมอันดุร้ายก็ก่อตัวขึ้น ส่งผลให้กระบี่แก้วผลึกหมุนคว้างออกไป

ในเวลาเดียวกันนั้น ชายชราก็ปรากฎตัวขึ้นในทันใด มันสวมใส่ชุดยาวสีน้ำเงินแกมม่วง และมีจุดแก่หลายจุดอยู่บนใบหน้า แต่ดวงตาของมันก็ส่องประกาย ด้วยความน่าหวาดกลัว ซึ่งทำให้จิตวิญญาณของคนที่พบเห็น ต้องสั่นสะท้าน

ดวงตาของมันดูเหมือนจะประกอบไปด้วย ดวงตะวัน, จันทรา และดวงดาว ทำให้ดูราวกับว่า ผู้ที่มองดูดวงตาคู่นี้ อาจจะหายไปในทันที รูปแบบแปลกๆ ที่ปักอยู่บนชุดยาวสีน้ำเงินแกมม่วงของมัน ก็ปรากฎเป็นแท่นบูชา ที่มีดวงตาหนึ่งข้างอยู่ตรงกลาง ดวงตาข้างนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยความน่ากลัว มากกว่าดวงตาของชายชราผู้นี้

“ช่างเป็นความคับข้องใจที่รุนแรงนัก” มันกล่าวเสียงเย็นชา มองไปที่หลิวเต้าอวิ๋น เมื่อชายชราพูดขึ้น พลังลมปราณที่อยู่รอบๆ เมิ่งฮ่าว ก็ดูเหมือนว่าจะพลุ่งพล่านปั่นป่วนขึ้นมา และทันใดนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขาถูกจับตรึงอยู่กับที่ อีกครั้ง ที่เขารู้สึกว่า มีมือที่มองไม่เห็นกำลังตะปบไปที่หัวใจ ใบหน้าของเขากระตุก และจิตใจก็หนักอึ้ง

เมื่อหลิวเต้าอวิ๋นมองเห็นชายชรา ใบหน้าของมันก็หมองคล้ำลง และมันก็รีบถอยกายไปด้านหลัง ยกมือขึ้นในท่าคารวะ

“ผู้เยาว์, หลิวเต้าอวิ๋น ขอคารวะ ท่านเทียนจีซ่างเหริน”

ในเวลาเดียวกับที่หลิวเต้าอวิ๋นประสานมือคารวะ เงาร่างหกสายก็ปรากฎขึ้นในท้องฟ้า พวกมันค่อนข้างจะอยู่ห่างไกล แต่ในช่วงเวลาหายใจเข้าออกแค่หนึ่งครั้ง ก็มาอยู่ตรงเบื้องหน้าในทันที

เมื่อเขาเห็นบุคคลทั้งหก หัวใจของเมิ่งฮ่าวก็จมดิ่งลง เขาคุ้นเคยกับพวกมันดี นี่เป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณ ของแคว้นจ้าว ซึ่งได้ปรากฎขึ้นในวันที่สำนักเอกะเทวะได้ปิดตัวลง หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง ซึ่งได้สร้างความทรงจำอันลึกล้ำให้กับเมิ่งฮ่าว

ไม่นานหลังจากที่พวกมันมาถึง ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเสียงหึ่งๆ ของลำแสง เมื่อบุคคลมากกว่าสิบคนได้ใกล้เข้ามา พวกมันไม่ได้พุ่งทะยานมา แต่เหาะมา ส่งผลให้อากาศบริเวณนั้นดังก้องกระหึ่มราวสายฟ้า ปักษาและสัตว์ป่าที่อยู่บริเวณนั้นสั่นสะท้านไปทั่ว เมื่อบุคคลกลุ่มนั้นมาถึง สายตาของพวกมันก็จ้องไปที่เมิ่งฮ่าว

ใบหน้าของเขาเริ่มเคร่งเครียด เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็เห็นผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณ ที่ฉุนเฉียวง่าย ซึ่งได้พยายามจะโจมตีเขาในวันนั้น

แรงกดดันอันทรงพลัง กระจายไปทั่วทั้งบริเวณนั้น ใบหน้าของหลิวเต้าอวิ๋นซีดขาว และมันก็ถอยหลังไปอีกหลายก้าว จ้องมองไปที่เมิ่งฮ่าว รังสีสังหารของมันถูกซ่อนไว้ชั่วคราว แต่ความอาฆาตแค้นบนใบหน้าของมัน ก็ยังคงเห็นได้ชัดเจน

จิตใจของเมิ่งฮ่าวห่อเหี่ยวลง วันนี้ไม่มีสถานที่ให้หลบซ่อนตัวอีกต่อไป ผ่านไปสักครู่ สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และมองไปรอบๆ ยังเหล่าผู้ฝึกตนของแคว้นจ้าว ไม่พูดอะไรออกมา

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: