Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 796

I Shall Seal The Heaven Chapter 796

ตอนที่ 796

สะกดข่มดินแดนทางเหนือ

“ไม่!!”

“ข้าฝึกตนมานานนับพันปี! ข้าไม่ยอมจะถูกสะกดไว้!”

“ผนึกเส้นทางไปสู่วิญญาณแรกก่อตั้งของผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือ? สะกดข่มพวกข้าด้วยภูเขา? ดึงพลังลมปราณของพวกข้าไปให้กับดินแดนด้านใต้?! ข้าไม่ยอมอย่างแน่นอน!” ห้าผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าจากดินแดนทางเหนือ รวมทั้งผู้นำตระกูลสายโลหิตจักรพรรดิ ต่างก็มีโทสะแต่พวกมันก็ไม่อาจจะสู้กับเมิ่งฮ่าวได้แม้แต่น้อยในเมื่อเขามีภาพแห่งธรรมและอยู่ห่างจากเซียนแท้แค่ครึ่งก้าวเท่านั้น

ขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าก็ยังไม่อาจจะต่อสู้กับเขาได้แม้ว่าพวกมันจะร่วมมือกันเหมือนเมื่อครู่นี้ก็ตามทีคนทั้งห้ากลายเป็นลำแสงขณะที่พยายามจะหลบหนีจากไป

ในสงครามครั้งนี้ ตราบเท่าที่คนทั้งห้ายังคงมีชีวิตอยู่ก็มีทางเป็นไปได้ที่พวกมันจะสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในอนาคตได้ ดังนั้นพวกมันจึงหลบหนีไปอย่างรวดเร็วแต่ละคนมุ่งหน้าออกไปยังทิศทางที่แตกต่างกัน

เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่กลางอากาศ มีสีหน้าสงบนิ่ง โบกสะบัดมือและขุนเขาที่เก้าก็ปรากฏขึ้น พุ่งตรงไปยังทิศทางของหญิงอ้วน

หญิงอ้วนเคลื่อนที่ออกไปด้วยความรวดเร็วอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้แต่ทันทีที่ขุนเขาที่เก้าปรากฏขึ้น ร่างกายนางก็จมกลับลงไป แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของนางลอยออกมาในท่ามกลางอากาศที่กำลังแตกกระจายไป นางส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนออกมาและเสียงระเบิดก็ดังขึ้น ขณะที่ขุนเขาที่เก้าสะกดนางไว้โดยสิ้นเชิง ผนึกแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของนางไว้อยู่ภายใน

จากนั้นภูเขาก็แวบขึ้นอีกครั้งไปปรากฏขึ้นในที่ห่างไกลเป็นจุดที่เริ่มสะกดข่มชายชราซึ่งดูคล้ายกับเป็นผีดิบพื้นฐานฝึกตนของมันอ่อนแอมากที่สุดในคนทั้งหมด แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของมันมีสีหน้าสิ้นหวัง พยายามโจมตีออกมาอย่างบ้าคลั่งแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรภูเขานี้ได้ เสียงกระหึ่มได้ยินมาขณะที่มันถูกผนึกอยู่ด้านใน

หลังจากนั้นภูเขาก็แวบขึ้นอีกครั้งไปปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าของบุรุษร่างอรชร ร่างกายมันปกคลุมด้วยสัญลักษณ์เวทที่วาววับทำให้ดูคล้ายกับเป็นดวงจันทร์ เมื่อเห็นว่าไม่อาจจะหลบหนีจากไปได้ แสงอันดุร้ายก็ปรากฏขึ้นในดวงตาและมันก็เลือกที่จะทำการระเบิดตนเองขึ้น

มันต้องการตายไป ดีกว่าจะถูกสะกดไว้!

อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะทันได้มีเวลาระเบิดตนเอง ขุนเขาที่เก้าก็ส่งเสียงดังกระหึ่มผนึกแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของมันไว้ด้านใน ดวงตาของบุรุษร่างอรชรเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

หลังจากที่ทำการผนึกคนทั้งสามไว้อย่างรวดเร็วติดต่อกัน พลังปราณของขุนเขาที่เก้าก็มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เสียงหึ่งๆ ดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่มันเคลื่อนที่ไปอีกครั้งทำให้สายลมพลุ่งพล่านปั่นป่วนและอากาศก็บิดเบี้ยวไปมา ตอนนี้ขุนเขาที่เก้ามาอยู่ตรงเบื้องหน้าของชายชราที่ดูคล้ายกับเป็นปีศาจอสูรมันตะเกียกตะกายดิ้นรนแต่ก็ทำให้สถานการณ์ต้องเลวร้ายลงไปอีกมันถูกสะกดไว้และถูกภูเขาดูดกลืนเข้าไป

ในที่สุด…ภูเขาก็หายไปเป็นครั้งสุดท้ายไปปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้แข็งแกร่งมากที่สุดแห่งดินแดนทางเหนือผู้นำตระกูลสายโลหิตจักรพรรดิ ใบหน้ามันซีดขาวไร้สีเลือดและเริ่มหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา หันหน้ามองไปทางเมิ่งฮ่าวและกล่าวว่า “พวกเราจะเติมเต็มพลังลมปราณให้กับดินแดนด้านใต้แต่เจ้าต้องกำหนดเวลาให้กับดินแดนทางเหนือ…ข้าถึงจะช่วยเจ้า!”

“หนึ่งหมื่นปี!” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หนึ่งหมื่นปี…” ชายชราหัวเราะด้วยความขมขื่นออกมาแต่หยุดดิ้นรนและยอมให้ขุนเขาที่เก้าสะกดและผนึกมันไว้

หลังจากที่สะกดห้าผู้แข็งแกร่ง ภูเขาในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยพลังลมปราณมันดูคล้ายกับเป็นภูเขาลมปราณ ขณะที่ค่อยๆ ตกลงไปบนพื้นด้านล่างอย่างช้าๆเมื่อมันแตะสัมผัสพื้นก็ได้หลอมรวมเข้ากับดินแดนด้านใต้และใช้พลังลมปราณที่มาจากห้าพื้นฐานฝึกตนขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าคอยหล่อเลี้ยงดินแดนด้านใต้

ตอนนี้ทั้งห้าคนคล้ายกับเป็นหินลมปราณ พลังลมปราณของพวกมันจะค่อยๆ ถูกดูดออกไปจนกระทั่งพลังลมปราณในดินแดนด้านใต้จะเติมเต็มเหมือนกับที่เคยเป็นมาก่อน

ในตอนนี้เองที่ทันใดนั้น เสียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบาก็ดังก้องออกไปทั่วบริเวณนั้น หญิงสาวปรากฏขึ้น มาจากทิศทางของทะเลเทียนเหอ

นางสวมใส่เสื้อคลุมยาวสีเขียว ซึ่งยาวลงมาปกคลุมด้านล่างนางไว้ทั้งหมด แทบจะคล้ายกับเป็นท้องฟ้าที่ยืดยาวออกไป นางลอยตัวตรงมายังสนามรบจากที่ห่างไกลออกไปกลายเป็นแนวสีเขียวที่ลอยอยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพี

ทันทีที่นางปรากฏกายขึ้น กฎธรรมชาติในที่แห่งนั้นก็จางหายไปแม้แต่เวลาก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ขุนเขาที่เก้าลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศไม่อาจจะแตะสัมผัสไปบนพื้นได้ สำหรับผู้ฝึกตนทั้งหมดในสนามรบพวกมันยืนตัวสั่นอยู่ที่นั่น

แม้แต่ผู้แข็งแกร่งค้นหาเต๋าก็ยังไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากต้องหยุดชะงักนิ่ง ทุกสรรพสิ่งไม่ขยับตัวเคลื่อนไหว

มีแต่หญิงสาวนางนั้นเพียงคนเดียวที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ นางก้าวผ่านอากาศที่ด้านบนเดินตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“ครั้งหนึ่งมันเคยบอกว่า…เมื่อดวงตากระแสน้ำวนปรากฏขึ้นในท้องฟ้าก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวในช่องว่างระหว่างเซียนและมาร บัวเขียวก็จะปรากฏขึ้น…และตอนนี้…” เสียงของหญิงสาวแผ่วเบาแต่ก็ลึกล้ำ ขณะที่ดังก้องออกไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี ด้านหลังนาง ภาพจางๆ ปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นดอกบัวสีเขียวมันคือ…ภาพแห่งธรรม!

“ภายใต้การมองมาของกลุ่มดาวนับไม่ถ้วน โลหิตของผู้ฝึกตนนับล้านไหลออกมาและดวงตากระแสน้ำวนก็ปรากฏขึ้น”

“วันสิ้นโลกของทะเลทรายตะวันตกทำให้เกิดเป็นทะเลม่วงอันไร้ขอบเขต ซึ่งภายในนั้นได้มีการปิดบังการเปลี่ยนแปลงของดอกบัวไว้”

“ในวันที่สับสน เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง บัวสีเขียวของข้า…ก็ปรากฏขึ้น!”

“มีเพียงสิ่งเดียวที่ข้าขาดไป นั่นก็คือช่องว่างระหว่างเซียนและมาร…หมอกใบมีดตกลงมาเจ้าตัดจิตมารและค้นหาเต๋าด้วยเช่นนั้นจึงทำให้ช่องว่างระหว่างเซียนและมารปรากฏขึ้น” สายตาของหญิงสาวดูเหมือนค่อนข้างจะอยู่ห่างออกไป เพียงมองไปแค่แวบเดียว ดวงตาของนางก็ดูเหมือนจะเยือกเย็นเมื่อมองไปเป็นครั้งที่สองก็ดูเหมือนจะบ้าคลั่งและเมื่อมองไปเป็นครั้งที่สามก็ดูลึกล้ำ ราวกับว่าดวงตานางประกอบด้วยวัฎจักรแห่งการเกิดใหม่นับไม่ถ้วน

“ข้าจะเปลี่ยนโลหิตของผู้ฝึกตนนับล้านให้กลายเป็นโคลนตม! ข้าจะเปลี่ยนวิญญาณชั่วร้ายทั้งหมดให้กลายเป็นตะกอน ข้าจะ…โผล่ออกมาอย่างบริสุทธ์ไร้มลทินจากภายในตะกอนของโคลนตมโลหิตเหล่านั้น! ข้าจะ…ละทิ้งร่างของดอกปี่อ้านและกลายเป็นชิงเหลียนเทียน! (บัวเขียวสวรรค์)”

“ข้าค้นหาเต๋าในวันที่สับสนเมื่อถึงยามรุ่งอรุณข้าก็บรรลุกลายเป็นเซียน ข้าตัดความดีทิ้งไปและตัดรากเซียนของข้า มีเพียงจิตมารเท่านั้นที่บรรลุถึงขั้นสูงสุด ข้ายอมเสี่ยงทุกอย่างที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” นางก้าวเดินตรงไป มาหยุดอยู่ห่างจากเบื้องหน้าเมิ่งฮ่าวหนึ่งร้อยจ้าง

“ข้าได้เตรียมตัวมาตลอดเวลา ตอนนี้ช่องว่างระหว่างเซียนและมารได้ปรากฏขึ้น ข้าสามารถหลอมรวมกับเจ้าและจากนั้นก็จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์”

“รากของข้ามากมายนับไม่ถ้วนได้กระจัดกระจายออกไปเมื่อหลายปีก่อนในที่สุดช่องว่างระหว่างเซียนและมารก็ปรากฏขึ้น เดิมทีข้าไม่ได้เลือกเจ้าแต่เจ้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรผู้ผนึกอสูรดูเหมือนว่าเจ้าจะถูกลิขิตไว้ด้วยกรรม ตอนนี้…ข้าต้องขอบคุณเจ้าแล้ว”ด้วยเช่นนั้น นางจึงโค้งตัวลงให้กับเขา

ตอนแรกเมิ่งฮ่าวไม่ได้กล่าวตอบ การหยุดชะงักนิ่งของกฎธรรมชาติแห่งฟ้าดินและเวลา ทั้งหมดนี้ก็สืบเนื่องมาจากหญิงสาวนางนี้อย่างไรก็ตามเสียงแตกร้าวทันใดนั้นก็ได้ยินมาอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว ราวกับมีบางสิ่งกำลังแตกกระจายอยู่ เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฮ่าวก็ฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ภาพแห่งธรรมที่ด้านหลังเริ่มสาดประกายด้วยแสงอันเจิดจ้า

“มารดาแห่งดอกปี่อ้าน เซียนรุ่งอรุณ” เมิ่งฮ่าวกล่าว

หญิงสาวพยักหน้าและมองเห็นรอยยิ้มน้อยๆอยู่บนใบหน้านางเป็นรอยยิ้มที่งดงามซึ่งประกอบด้วยความทรงจำเมื่อในอดีต ขณะที่นางทำการศึกษาเมิ่งฮ่าวอยู่นั้น จู่ๆก็ดูเหมือนว่าจะว้าวุ่นใจอยู่เล็กน้อย

“เจ้าดูไม่เหมือนกับมัน…แต่กลิ่นอายเจ้าก็เหมือนกัน” นางกล่าวเสียงแผ่วเบา “จากสมัยโบราณมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ พันธมิตรผู้ผนึกอสูร…เป็นผู้ที่ไร้ใจและโหดเหี้ยมเย็นชา”

“ข้าจะหลอมรวมกับร่างเจ้าและกลายเป็นชิงเหลียนเทียน (บัวเขียวสวรรค์) กรรมจะถูกเติมเต็มสิ่งที่ถูกหว่านไว้ในปีนั้น จะถูกเก็บเกี่ยวในปีนี้ นับจากนี้ไป ข้าไม่ติดค้างอะไรมันอีกและมันก็ไม่ติดค้างอะไรข้า” นางยื่นมือออกไป ชี้ตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ทันใดนั้นทุกสรรพสิ่งก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปทั่วทั้งบริเวณนั้นเต็มไปด้วยภาพลวงตาของคลื่นทะเลอันน่าตกใจ ที่ม้วนกวาดตรงมายังเมิ่งฮ่าวจากทั่วทุกทิศทางดูเหมือนว่ากำลังเตรียมจะท่วมไปทั่วร่างเขาแต่ในตอนนี้เองที่ภาพแห่งธรรมด้านหลัง ฉับพลันนั้นก็อ้าปากขึ้นและแผดร้องคำรามออกมา

เป็นเพียงแค่เสียงเดียวแต่ก็ทำให้ทุกสรรพสิ่งแตกกระจายไป เสียงแตกร้าวดังก้องออกมาและคลื่นก็พังทลายลงไปน้ำทะเลหายไปราวกับว่าได้เหือดแห้งกลายเป็นไอกลายเป็นกลุ่มเมฆสีดำอันไร้ขอบเขตที่ด้านบน

“ตอนที่อยู่ในสำนักเอกะเทวะ” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ “เจ้าแอบซุ่มอยู่ในเงามืดเมื่อข้าอยู่ในทะเลเทียนเหอเจ้าก็หลบซ่อนตัวอยู่ที่นั่นในการต่อสู้ของสำนักเซี่ยเยาเจ้าก็เสนอหน้าออกมาอีกครั้งที่เจ้ามาอยู่ในสงครามดินแดนแห่งนี้”

“ข้าไม่สนใจว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะสาเหตุอะไรเจ้าต้องการจะกลืนกินข้า…? น่าเสียดายที่เจ้ายังไม่คู่ควร” ดวงตาภาพแห่งธรรมของเขาสาดประกายขึ้น จากนั้นก็ก้าวเท้าตรงไป ยกมือขึ้น เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตปรากฏขึ้น กระแสน้ำวนขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังหญิงสาวนางนั้น

ถ้ามองดูให้ละเอียดก็จะเห็นว่าเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็เหมือนกับกระแสน้ำวนที่อยู่สูงขึ้นไปในท้องฟ้า ขณะที่มันหมุนวนไปมา กลุ่มเมฆที่ด้านบนก็ลอยพลิ้วพลุ่งพล่านปั่นป่วนตรงมายังหญิงสาวด้วยเช่นเดียวกัน

“เมื่อดอกปี่อ้านบานครบเจ็ดสี” หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่วเบา “บุปผาสวรรค์ก็ตกลงมากลายเป็นเซียนในหนึ่งพันปี” นางมองไปยังกระแสน้ำวนที่ใกล้เข้ามา จากนั้นก็ชี้นิ้วไป ดอกปี่อ้านเจ็ดสีปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้านางอย่างน่าตกใจยิ่ง ทันใดนั้นมันก็แตกกระจายไป ก่อตัวเป็นกลุ่มควันเจ็ดสีลอยขึ้นไปในกลางอากาศ คล้ายกับเป็นเมล็ดดอกหญ้า ขณะที่พวกมันกระแทกเข้าไปยังกระแสน้ำวนเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต

เสียงระเบิดอย่างน่าตกใจได้ยินมา ขณะที่กลุ่มควันเจ็ดสีพุ่งผ่านกระแสน้ำวนไปพวกมันสั่นไปมาอยู่เล็กน้อยดูเหมือนว่าจะอ่อนแอลงแต่ก็ไม่ได้หยุดชะงักลงแม้แต่น้อยกลายเป็นลำแสงหลากสีพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ขณะที่ใกล้เข้ามาพวกมันก็กลายเป็นกลีบบุปผาเจ็ดกลีบ ซึ่งดูคล้ายกับเครื่องหมายเวทผนึก

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้นด้วยความเย็นชา ภาพแห่งธรรมของเขาส่งเสียงแผดร้องคำรามทำให้รอบๆ บริเวณนั้นบิดเบี้ยวไปมาและบุปผาเจ็ดกลีบก็หยุดชะงักนิ่ง

ในตอนนี้เองที่เขายกมือขวาขึ้นมา ซึ่งมี…กระจกทองแดงปรากฏขึ้น!

มองเห็นแสงเจิดจ้าอยู่ภายในกระจกทองแดง ถ้ามองดูโดยละเอียดก็จะพบว่าเป็น…แสงของเยาปิงฮวงจ่ง! (อาวุธอสูรหลุมฝังศพเดียวดาย)

เมื่อเมิ่งฮ่าวรวมเยาปิง (อาวุธอสูร)เข้าไปในกระจกทองแดงเขาก็ไม่อาจจะใช้มันได้ จนกระทั่งผ่านเข้าไปในขั้นค้นหาเต๋า มีปราณเซียนและสามารถเรียกภาพแห่งธรรมออกมาได้เท่านั้นเขาจึงจะสามารถรับรู้ได้ถึงฮวงจ่ง (หลุมฝังศพเดียวดาย) ที่อยู่ด้านใน

เมิ่งฮ่าวกดมือลงไปบนกระจกทองแดงและจับมันไว้ เสียงแผดร้องคำรามดังเต็มอยู่ในอากาศ สายลมอันรุนแรงของปราณอสูรพุ่งออกมา กระจายเต็มไปทั่วทุกที่ในอากาศในตอนนี้เองที่หอกยาวสีแดงได้ปรากฏขึ้นอยู่ในมือเมิ่งฮ่าว

หอกนั้นมีทั้งสีขาวและสีแดง ม้วนพันกันไปมา จนทำให้ยากที่จะอธิบายด้วยคำพูดใดๆ นอกจากคำว่าอสูร

เมื่อมีฮวงจ่งอยู่ในมือ เมิ่งฮ่าวก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งหอกตรงไปยังบุปผาเจ็ดกลีบนั้นในทันที

หอกพุ่งฝ่าอากาศไปและทุกสรรพสิ่งก็สั่นสะเทือน ปราณอสูรพุ่งกวาดออกไปทั่วทุกสรรพสิ่ง ขณะที่เยาปิงฮวงจ่งพุ่งทะยานฝ่าอากาศ ทันใดนั้นก็มีหลุมฝังศพปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าวอย่างน่าตกใจ

หลุมฝังศพสะกดข่มทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นไว้ในทันที

ตูมมมมม!!!!

บุปผาเจ็ดกลีบถูกทำลายไป ระเบิดออกจนกลายเป็นจุดแสงเจ็ดสี กระจายออกไปในอากาศ

ในตอนนี้เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่น ถือเยาปิงฮวงจ่งไว้ในมือดูคล้ายกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์และปฐพี, ราวกับเป็นผู้ไร้พ่าย!

หญิงสาวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ราวกับว่านางไม่สนใจต่อกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ของเมิ่งฮ่าวทั้งหมด อันที่จริงท่าทางเสียดายได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้านาง

“เมื่อเจ้าเป็นพันธมิตรผู้ผนึกอสูร ข้าก็จะไม่โกหกเจ้าไม่มีใครจะช่วยเจ้าได้ สาขาตระกูลจี้ของดาวดวงนี้เป็นหนี้ข้าและพวกมันก็จะไม่ทำอะไรเพื่อมาหยุดข้า”

“นอกจากพวกมันแล้วก็ยังมีสิ่งมีชีวิตโบราณอยู่บ้างเล็กน้อยบนดาวดวงนี้แต่พวกมันก็จะไม่ทำอะไรเพื่อขัดขวางข้าเช่นเดียวกัน วันนี้…ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้”

“ถึงเวลาแล้วที่เจ้า…จะถูกกลืนกิน” ขณะที่พูด นางเริ่มส่องแสงอันไร้ขอบเขตออกมา ด้านหลังนาง ดอกบัวสีเขียวเริ่มส่ายไปมาและกระจายแรงกดดันบดขยี้อย่างที่ยากจะอธิบายได้ออกมาเป็นครั้งแรกที่สีหน้าของเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป

ไม่ว่าเขาหรือภาพแห่งธรรม ต่างก็ไม่อาจจะขยับตัวเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อยนิด ยิ่งไปกว่านั้นก็ราวกับว่าดอกบัวสีเขียว…กำลังจะแตกหน่อขึ้นมาอยู่ภายในร่างเขา!

ในตอนนี้เอง…เสียงแค่นอย่างเย็นชาก็ดังก้องออกมาราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่าทำให้อากาศแตกกระจายออกไป ขณะที่เสียงนั้นม้วนกวาดออกไปทั่วทั้งบริเวณนั้น

“ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องมันก็ลองดู!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: