Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 830

I Shall Seal The Heaven Chapter 830

ตอนที่ 830

โยกย้ายหลบหนี!

เมิ่งฮ่าวกลายเป็นลำแสงหลากสี พุ่งออกไปยังที่ห่างไกล ผู้คนนับร้อยไล่ติดตามมาทางด้านหลังราวกับเป็นหางว่าว แต่ในตอนนี้พื้นฐานฝึกตนของพวกมัน ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่อาจจะเทียบกับเขาได้แม้แต่น้อย และผู้พิทักษ์เต๋าทั้งหลายต่างก็ไม่อาจจะปลดผนึกออกไปได้ ทำให้พวกมันไม่อาจจะต่อสู้กับเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้นเมิ่งฮ่าวก็ยังมีกระถางสายฟ้าที่ต่อต้านสวรรค์ และการเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่ง ดังนั้นเพียงแค่หนึ่งชั่วยาม เขาก็ไร้แรงกดดันใดๆ โดยสิ้นเชิง

ผู้คนนับร้อยที่ยังคงอยู่ที่ด้านหลังต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ หลังจากผ่านไปชั่วขณะ พวกมันบางคนก็ตัดสินใจที่จะยอมแพ้ บินขึ้นไปในอากาศออกไปจากดาวหนานเทียนในทันที แต่ก็ยังคงมีผู้คนอยู่ไม่น้อยไม่ยินดีที่จะล้มเลิกอย่างง่ายดายเช่นนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสำนักและตระกูลที่สูญเสียเสียวจู่ (เจ้านายน้อย) ทั้งบุรุษและสตรีที่ถูกเมิ่งฮ่าวจับตัวไป เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่อาจจะจากไปได้ และไร้ทางเลือกนอกจากต้องร่วมมือกันเพื่อทำการค้นหาเมิ่งฮ่าวเท่านั้น

ในตอนนี้พวกมันไม่สนใจเกี่ยวกับโชควาสนาของวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณ ซึ่งเมิ่งฮ่าวได้ครอบครองไปทั้งหมดแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงสามารถที่จะคาดคิดได้อย่างง่ายดายว่า เมื่อไหร่ที่คนทั้งหมดเหล่านี้ออกไปจากดาวหนานเทียน ก็คงไม่นานนักก่อนที่นามของเมิ่งฮ่าวจะกระจายออกไปทั่วทั้งตี้จิ่วซานไห่

ตอนนี้เมิ่งฮ่าวได้พุ่งผ่านเทือกเขาไปอย่างเงียบๆ สวมใส่หมวกไม้ไผ่ปีกกว้าง หมวกนี้จริงๆ แล้วก็ค่อนข้างจะแปลกพิสดาร หลังจากที่สวมใส่มัน กลิ่นอายของเขาก็ถูกปกปิดไว้โดยสิ้นเชิง ทำให้เขามีความลึกล้ำสุดคาดคิด และยังสามารถจะใช้หมวกนี้เปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาได้อีกด้วย

ถ้าเป็นทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด และของสิ่งนี้ก็จะถูกถือว่าไร้ประโยชน์ราวกับเป็นซี่โครงไก่ นอกจากนี้หลังจากที่ทำการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และปิดบังกลิ่นอายไว้ คนที่เคยเห็นเขานำหมวกไป ก็จะรู้ว่าเป็นเขาอย่างแน่นอนในทันทีที่พวกมันเห็นหมวกใบนี้

อย่างไรก็ตาม…หมวกไม้ไผ่นี้ยังมีหน้าที่อื่นอีก หลังจากที่สวมใส่ลงไปบนศีรษะ เสียงเพลงแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ก็ปกคลุมไปรอบๆ ตัว ถึงแม้ว่าจะได้ยินไม่ชัดเจนนัก เขาก็รู้สึกเงียบสงบอย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อเสียงเพลงนั้นผ่านเข้ามาในหู

เมิ่งฮ่าวรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายมากนัก ดังนั้นเขาจึงสวมใส่มันไว้ ขณะที่เริ่มสำรวจดูถุงสมบัติที่เขาได้มา ถุงสมบัติของหวังมู่มีสิ่งของจิปาถะอยู่ไม่น้อย ทำให้ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น ถุงสมบัติของผู้พิทักษ์เต๋าก็เต็มไปด้วยสิ่งของเช่นเดียวกัน

“รวยแล้ว! ผู้ถูกเลือกจากนอกดาวหนานเทียนเหล่านี้ต่างก็ร่ำรวยกันทั้งนั้น!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายด้วยความเจิดจ้าราวกับเป็นดวงตะวันสองดวง หลังจากที่เก็บถุงสมบัติไว้อย่างรวดเร็ว ร่างก็แวบขึ้นขณะที่พุ่งตรงไป

หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เสียงระเบิดก็ดังก้องออกมา และพื้นดินก็สั่นสะเทือน เสียงแผดร้องด้วยโทสะได้ยินมา ตามติดมาด้วยเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัว ต้นเหตุของความวุ่นวายนี้เป็นกลุ่มคนที่มาจากหนึ่งในสามนิกายหกสำนัก เป็นนิกายเซี่ยหลัน (กล้วยไม้โลหิต) ในช่วงก่อนหน้านี้ จู่ๆ เมิ่งฮ่าวก็ได้ปรากฏกายขึ้น และโจมตีไปที่พวกมัน เขาไม่ได้สังหารใคร แต่ทุบตีพวกมันราวกับเป็นเยื่อกระดาษ จนกระทั่งพวกมันได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส และจากนั้นก็หยิบเอาถุงสมบัติของพวกมันไป

ก่อนที่เมิ่งฮ่าวจะจากไป ได้ทำการตรวจสอบดูถุงสมบัติที่เป็นของผู้ถูกเลือกแห่งนิกายเซี่ยหลัน หลังจากนั้นโทสะของเขาก็เดือดพล่าน

ถุงสมบัตินั้นไม่ได้ว่างเปล่าไปทั้งหมด แต่ก็มีน้อยกว่าสิ่งที่ควรจะเป็น แทบจะราวกับว่ามีใครบางคนได้มาขโมยพวกมันไปก่อนหน้านี้แล้ว!

“บัดซบ!” เมิ่งฮ่าวร้องตะโกนออกมา หมุนตัวและทุบตีไปที่กลุ่มศิษย์นิกายเซี่ยหลันมากขึ้นอีก ผู้พิทักษ์เต๋าของพวกมันรู้สึกเดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง แต่พื้นฐานฝึกตนของพวกมันถูกผนึกไว้ ดังนั้นสิ่งทั้งหมดที่พวกมันสามารถจะทำได้ก็คืออดทน

สำหรับผู้ถูกเลือก พวกมันถูกบังคับให้เขียนตั๋วสัญญา ความเกลียดชังที่มีต่อเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ของพวกมันเกินกว่าที่จะอธิบายออกมาได้อย่างแท้จริง

“กลุ่มคนในดาวหนานเทียนต่างก็เป็นโจรและขโมยกันทั้งหมด!” หนึ่งในผู้ถูกเลือกจากนิกายเซี่ยหลันกล่าว เป็นหญิงสาววัยเยาว์ที่แทบจะร้องไห้ออกมาได้ทุกขณะจิต

“วางใจได้ ข้าจะช่วยเจ้าล้างแค้นเอง ใครกันที่บังอาจมาแย่งชิงการค้ากับข้า!?” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

สามชั่วยามหลังจากนั้น ในอีกส่วนหนึ่งของเขตเทือกเขา ระลอกคลื่นของวิชาเวทกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง จากกลุ่มคนที่มาจากหนึ่งในห้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ชิงเหลียนเทียน (บัวเขียวสวรรค์)

พวกมันมีชะตากรรมเช่นเดียวกับนิกายเซี่ยหลัน เมิ่งฮ่าวไร้ผู้ต่อต้าน เสียงระเบิดดังก้องออกมา และก่อให้เกิดเป็นการบาดเจ็บอย่างสาหัส หลังจากนั้นเมิ่งฮ่าวก็หยิบเอาถุงสมบัติของพวกมันไป และรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่งเมื่อพบว่าถุงสมบัติเหล่านั้นมีมากกว่ากลุ่มคนก่อนหน้านี้ และไม่ได้ถูกรื้อค้นมาก่อน

ในช่วงสองสามวันต่อมา เมิ่งฮ่าวก็ท่องตระเวนไปทั่ว สังหารผู้คนเป็นครั้งคราว แต่ส่วนใหญ่แล้วก็แค่ได้รับบาดเจ็บไป แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ความเดือดดาลและความไม่พอใจก็พุ่งขึ้นมาและกระจายออกไปทั่ว ในท่ามกลางกลุ่มคนที่แข็งแกร่งมากมาย หลายคนเลือกที่จะจากไป ในที่สุดเมื่อพวกมันไปถึงท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวที่อยู่ด้านนอกดาวหนานเทียน พวกมันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา พื้นฐานฝึกตนของผู้พิทักษ์เต๋าฟื้นฟูกลับคืนมา และพวกมันก็รู้สึกเกลียดชังเมิ่งฮ่าวลึกลงไปถึงกระดูก อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ไม่อาจจะก้าวเท้ากลับเข้าไปในดาวหนานเทียนได้อีก ได้แต่ต้องกระทืบเท้าด้วยโทสะและจากไปโดยไม่มีทางเลือก

นี่คือการถอนตัวจากไป…

เมิ่งฮ่าวเพียงผู้เดียว ยืนอยู่ในท่ามกลางกลุ่มผู้ถูกเลือกและผู้พิทักษ์เต๋าทั้งหมด จากสำนักและตระกูลต่างๆ แห่งตี้จิ่วซานไห่ ตอนนี้เทือกเขากำลังว่างเปล่า ชะตากรรมของใครก็ตามที่มาเผชิญหน้ากับเขา จะถูกปล้นจนเกลี้ยงเกลาถ้าพวกมันไม่อาจจะหลบหนีไปได้ทัน

เมื่อเขาไปพบเจอกับถุงสมบัติที่ว่างเปล่า ก็มักจะให้เจ้าของเขียนตั๋วสัญญา ใครก็ตามที่ไม่ให้ความร่วมมือก็จะพบกับชะตากรรมอันเลวร้ายเช่นเดียวกับซุนไห่ และจะถูกดึงผมลากไปรอบๆ บริเวณนั้น

สำนักและตระกูลต่างๆ เลือกที่จะจากไปมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ภูเขาไท่หยางและตระกูลหลี่ ในที่สุดก็สูญเสียความกล้าหาญ และไม่มีทางเลือกนอกจากต้องจากไป การคงอยู่ต่อไปก็จะทำให้พวกมันได้รับความเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม

ถึงแม้ว่าผู้พิทักษ์เต๋าจะมีพื้นฐานฝึกตนที่สูงมากไปกว่าเขา แต่ผู้ฝึกตนเหล่านั้นได้ถูกผนึกไว้ เมื่อเมิ่งฮ่าวที่เป็นกลุ่มคนรุ่นหลังมาทำให้พวกมันต้องพ่ายแพ้ไป จึงทำให้พวกมันแทบจะบ้าคลั่ง

ไม่กี่วันหลังจากนั้น เมิ่งฮ่าวก็ใช้เวลาตลอดทั้งวันทำการค้นหา โดยที่ไม่พบเห็นใครหลงเหลืออยู่ในเขตเทือกเขาอีกเลย หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เขาก็สรุปได้ว่าคนทั้งหมดได้จากไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เองที่ทันใดนั้น เขาต้องหยุดชะงักนิ่งและหันหน้ามองออกไปยังที่ห่างไกล เนื่องจากระดับพื้นฐานฝึกตนของเขาในตอนนี้ ทำให้สามารถจะรับรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมอันบางเบาได้

“มีใครบางคนยังไม่ได้จากไป?” เมิ่งฮ่าวคิดด้วยความประหลาดใจ ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขาได้กระทำการอย่างเป็นระบบ พยายามที่จะบังคับให้พวกมันจากไปจนหมดสิ้น และคิดว่าคนทั้งหมดได้จากไปเรียบร้อยแล้ว คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เขากลับพบว่ามีใครบางคนยังคงหลงเหลืออยู่อีก

เมิ่งฮ่าวแวบร่างหายตัวไป ขณะที่พุ่งออกไปยังที่ห่างไกล ในที่สุดก็มองเห็นกลุ่มคนสี่คน กำลังเดินทางไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด หนึ่งในพวกมันเป็นฟางเซียงซาน ข้างกายนางเป็นสองหญิงชรา เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้พิทักษ์เต๋าของนาง ในคนสุดท้ายเป็นชายชรา ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์เต๋าของฟางอวิ๋นอี้

ขณะที่เมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้ สีหน้าของคนในตระกูลฟางทั้งสี่ต่างก็เปลี่ยนไป สองหญิงชราก้าวเท้าตรงไป และจ้องมองมายังเมิ่งฮ่าว สำหรับฟางเซียงซาน ความเกลียดชังแวบขึ้นมาในดวงตา ขณะที่นางมองไปยังเมิ่งฮ่าว

“คนทั้งหมดจากไปแล้ว ทำไมพวกเจ้ายังไม่ไป?” เขากล่าวขึ้นมาในทันที

สีหน้าฟางเซียงซานเปลี่ยนไปด้วยความหวาดระแวงทันทีที่เขาพูดจบ และพุ่งออกมาจากด้านหลังผู้พิทักษ์เต๋าของนาง ตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ชายชรารีบคว้าจับไปที่แขนของฟางเซียงซานอย่างรวดเร็ว

“เสียวจู่ (นายน้อย) รีบจากไป!”

อีกสองผู้พิทักษ์เต๋าซึ่งเป็นหญิงชรา กลายเป็นลำแสงหลากสีพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“รีบไปหาท่านลุงฟางซิ่วเฟิง! และท่านก็จะปลอดภัย! รีบไป!”

ก่อนหน้านี้พวกมันพยายามระมัดระวังตัวอย่างสูงสุด ด้วยความหวั่นเกรงว่าจะไปดึงดูดความสนใจของเมิ่งฮ่าวเข้า แต่ตอนนี้เมื่อเมิ่งฮ่าวมาอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหลบซ่อนตัวอีกต่อไป ดังนั้นพวกมันจึงพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อเมิ่งฮ่าวได้ยินคำว่า ‘ฟางซิ่วเฟิง’ เขาก็ต้องไอออกมาเป็นเสียงแผ่วเบาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เขากำลังจะกล่าวอะไรบางอย่างออกมา แต่สองหญิงชราก็แผดร้องเป็นเสียงแหลมเล็ก และโจมตีมาอย่างดุร้าย กลุ่มหมอกพิษกระจายออกไป ภายในเป็นสองโครงกระดูกที่กระจายแสงอันลี้ลับออกมา ขณะที่พวกมันพุ่งฝ่าอากาศมา ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ด้านล่างพวกมันเริ่มแห้งเหี่ยวและตายไป

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว จากนั้นก็ต่อยหมัดขวาออกไป เวทกลืนภูเขาทำให้เทือกเขาปรากฏขึ้น บดขยี้ลงไปยังสองหญิงชรา

เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่สองหญิงชราโจมตีมาด้วยพลังทั้งหมดที่นางสามารถรวบรวมขึ้นมาได้ พลังพื้นฐานฝึกตนของเซียนเทียมระเบิดออก ขณะที่พวกนางพยายามจะขัดขวางเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงอย่างเย็นชา จากนั้นก็โบกสะบัดมือ ทำให้ภาพแห่งธรรมปรากฏขึ้น ต่อยหมัดกระแทกลงไปบนพื้น ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน และรอยแยกก็ปรากฏขึ้นทั่วพื้นผิวของผืนดิน เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตปรากฏขึ้น แต่แทนที่จะไล่ตามฟางเซียงซานไป เขากลับต่อสู้กับสองหญิงชราต่อไป

หลังจากที่เวลาชั่วธูปไหม้หมดหนึ่งดอกผ่านไป เสียงระเบิดก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ และสองหญิงชราก็กระอักโลหิตออกมา ร่างกายพวกนางแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ถูกจับโยนลงไปบนพื้น ซึ่งพวกนางก็จ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความเกลียดชังอย่างชั่วร้าย

“เจ้าต้องตาย!”

“พวกเราอยู่ในดินแดนแห่งดาวหนานเทียน และผู้แข็งแกร่งของตระกูลฟางก็อยู่ที่นี่! ตอนนี้เมื่อเจ้ากล้าที่จะปฏิบัติต่อพวกข้าเช่นนี้ เจ้าต้องตกอยู่ในเงาแห่งความตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”

“ข้าไม่ได้คิดจะสังหารพวกเจ้า ดังนั้นหยุดกวนโทสะข้าได้แล้ว” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงเย็นชา

ด้วยเช่นนั้น เขาก็หันหลังและพุ่งออกไปไล่ตามฟางเซียงซาน เขาอดรู้สึกสั่นสะท้านอยู่ภายในใจอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับนาง ในตอนนี้คนทั้งหมดได้ออกไปจากดาวหนานเทียนแล้ว แต่นางก็ยังคงอยู่ที่นี่ สิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้นทั้งหมดก็คือว่า ปฏิกิริยาของนางจากคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้

“เป็นไปได้หรือไม่ว่า ยังคงมีโชควาสนาบางอย่างหลงเหลืออยู่ในสถานที่แห่งนี้?” เมิ่งฮ่าวคิดด้วยความสงสัย ขณะที่พุ่งฝ่าอากาศไป สีหน้าสองหญิงชราเปลี่ยนไป กัดฟันแน่น พวกนางบินไล่ติดตามเขาไป

ในเวลาเดียวกันนั้น ประตูเคลื่อนย้ายทางไกลขนาดใหญ่เก้าบาน ก็เปิดออกอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ที่ด้านนอกดาวหนานเทียน แสงระยิบระยับกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ขณะที่เงาร่างสิบกว่าร่างได้ปรากฏขึ้นที่ประตูเคลื่อนย้ายทางไกลขนาดใหญ่ทั้งเก้านั้น

เงาร่างเหล่านั้นสลัวเลือนลาง และเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ร่างจริง แต่เป็นร่างจำแลงของเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อพวกมันปรากฏขึ้นก็ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว และแรงกดดันอันเข้มข้นก็กดทับลงมาบนดาวหนานเทียน

เงาร่างทั้งหมดเริ่มพูดออกมาแทบจะในเวลาเดียวกัน

“สหายเต๋าฟาง พวกเราสามารถจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณไปได้…แต่ข้าหวังว่าท่านจะคืนจี้ยินแห่งตระกูลจี้ของพวกเราออกมา สหายเต๋าฟาง ได้โปรดเมตตาด้วย…”

“พี่ฟาง ผู้ถูกเลือกแห่งภูเขาไท่หยางก็ถูกจับตัวไปด้วยเช่นกัน…ได้โปรดช่วยปล่อยออกมาด้วย!”

“ตระกูลหลี่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลฟาง แล้วหลี่หลิงเอ๋อร์ที่เป็นผู้เยาว์รุ่นหลัง จะถูกจับตัวไปในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร…? นางเป็นหญิงสาวเยาว์วัย ถ้าความบริสุทธิ์ของนางต้องด่างพร้อย ตระกูลหลี่อาจจะกล้ำกลืนฝืนทนได้ แต่ฟางซิ่วเฟิง ท่านอย่าได้ลืมว่าหลี่หลิงเอ๋อร์เป็นคู่หมั้นในอนาคตที่ช่วยเชื่อมต่อตระกูลของพวกเราเข้าด้วยกัน!”

“พี่ฟาง บุตรชายคนโตของข้าซ่งหลัวตานก็ถูกจับตัวไปด้วยเช่นเดียวกัน พวกเรากลายเป็นสหายกันในทันทีที่ได้พบกันในตอนนั้น แล้วตอนนี้ท่านลองดูว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น…”

“พี่ฟางท่านคือสหายสนิทของเจี้ยวจง (ท่านผู้นำ) แห่งนิกายตี้เซียน (เซียนจักรพรรดิ) อ้าย…ตอนนี้เจี้ยวจงกำลังผนึกตัวเองอยู่ในช่วงเข้าฌาณที่วิกฤต จึงไม่อาจจะออกมาได้ ดังนั้น…ขอให้ท่านได้โปรดไว้หน้าพวกเราบ้างได้หรือไม่? ซุนไห่คือหนึ่งในศิษย์ผู้สืบทอดของข้าเอง”

“พี่ใหญ่ฟาง…ท่านปรมาจารย์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และขอให้ข้ามาพูดกับท่าน…อืม…บุตรชายข้า ซึ่งเป็นหลานของท่าน ฟางอวิ๋นอี้ก็ถูกจับตัวไปเช่นเดียวกัน…”

ขณะที่เสียงเหล่านั้นดังก้องไปมาอยู่ภายในอาณาจักรต้าถังแห่งดินแดนตะวันออก สุ่ยตงหลิวก็ส่ายศีรษะและยิ้มออกมา จากนั้นก็หายตัวไป ฟางซิ่วเฟิงและเมิ่งลี่ก็หัวเราะอย่างขมขื่นขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากที่เวทป้องกันหายไปจากวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณ พวกท่านก็ได้เห็นและได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในที่แห่งนั้น

“เจ้าเด็กนั่นช่าง…” ฟางซิ่วเฟิงถอนหายใจ ในส่วนลึกแล้วก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะไม่ถูกต้องขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าผู้คนที่ด้านนอกดาวหนานเทียนหยาบคายและพูดจาไม่ดี สถานการณ์ก็คงจะถูกจัดการได้ง่ายกว่านี้ แต่พวกมันต่างก็สงบนิ่งและสุภาพ พร้อมกับหยิบยกเอาเรื่องความสัมพันธ์มากล่าวอ้าง ด้วยเช่นนั้นจึงทำให้ฟางซิ่วเฟิงรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย

ภรรยาของท่านซึ่งเป็นมารดาของเมิ่งฮ่าว กำลังยิ้มอย่างมีความสุข และเห็นได้ชัดว่ารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

คนทั้งสองสบตากัน จากนั้นฟางซิ่งเฟิงก็พึมพำและโบกสะบัดมือตรงขึ้นไปยังท้องฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน และรอยแตกขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น เงาร่างสิบกว่าสายบินลงมาจากด้านบนในทันที

ขณะที่พวกมันยังคงดูเลือนลาง แต่การปรากฏกายขึ้นของพวกมันก็ทำให้ดาวหนานเทียนทั้งหมดสั่นสะเทือน จากแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อที่กระจายออกมา อย่างไรก็ตามนี่คือดาวหนานเทียน และพวกมันก็จำเป็นต้องระมัดระวังตัวไว้บ้าง

พวกมันประสานมือเพื่อทักทายฟางซิ่วเฟิงและเมิ่งลี่สองสามีภรรยา ฟางซิ่วเฟิงฝืนยิ้มออกมาเพื่อตอบรับ

“สหายเต๋า เรื่องนี้…โอ ช่างมันเถอะ ข้าจะพาพวกท่านไปดู เพื่อยืนยันว่าเหล่ารุ่นเยาว์ของพวกท่านทั้งหมดต่างก็ปลอดภัยดี”

กลุ่มคนเหล่านี้ที่แสดงออกอย่างสุภาพ เป็นเพราะว่าพวกมันไม่มีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับฟางซิ่วเฟิง เพื่อตอบรับคำพูดของเขา กลุ่มคนทั้งหมดก็กลายเป็นลำแสงหลากสี พุ่งตรงไปยังเขตเทือกเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณในทันที

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: