I Shall Seal The Heaven Chapter 829

0 Comments

ตอนที่ 829

ตัดปะทะผนึก!

เมื่อคำพูดนั้นดังก้องออกไป ดวงตาจี้ยินก็แวบขึ้น ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งลงมา มันค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นและชี้ตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

ระลอกคลื่นปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ตัวมันในทันที ขณะที่มัจฉาสีดำสองตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ซึ่งจากนั้นก็สะบัดตัวดิ้นไปมา ขณะที่พวกมันพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

เมื่อพวกมันเข้าไปใกล้ เมิ่งฮ่าวก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา เขาโบกสะบัดมือขวา ทำให้พลังแปดในสิบส่วนของเซียนแท้พุ่งขึ้น กลายเป็นเสียงอันน่าตกใจ อากาศแตกกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง และจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนสีโลหิต กระแสน้ำวนนี้คล้ายกับเป็นปากยักษ์ที่กลืนกินมัจฉาทั้งสองตัวนั้นเข้าไปโดยตรง

แต่ทันใดนั้นมัจฉาทั้งสองตัวก็พุ่งทะยานขึ้นไป อย่างน่าตกใจยิ่งพวกมันกลายร่างอยู่ในกลางอากาศ กลายเป็นมังกรสีดำสองตัว แผดร้องคำรามขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงขึ้นมาอีกครั้งและต่อยหมัดออกไป เทือกเขาปรากฏขึ้น จากนั้นก็ส่งเสียงดังก้องเต็มอยู่ในอากาศ บดขยี้ลงไปบนร่างมังกรดำทั้งสองตัว

เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่มังกรดำแตกกระจายกลายเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ยังมีแสงสีดำที่เป็นเส้นใยสองเส้นซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนไม่มีทางที่จะปิดบังไว้ได้ พวกมันก่อตัวเป็นเครื่องหมายผนึกอยู่ที่บนฝ่ามือของเมิ่งฮ่าวในทันที และจากนั้นก็เริ่มจมลงไปในผิวหนัง ทันใดนั้นเอง คนทั้งหมดที่รู้จักเมิ่งฮ่าว ฉับพลันนั้นก็รู้สึกว่าจิตใจกำลังสั่นสะท้าน ราวกับว่าพลังที่ไร้รูปร่างกำลังมีปฏิกิริยาร่วมกับกรรม ที่คงอยู่ระหว่างเมิ่งฮ่าวและพวกมัน

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แต่ก็ยังคงมองเห็นรอยยิ้มอันเย็นชาอยู่บนริมฝีปาก เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า ราวกับว่าไม่ได้สังเกตเห็นความผันผวนของกรรม ไปปรากฏกายอยู่ที่ด้านหน้าของจี้ยิน และยกมือขวาขึ้นมา ภายในมองเห็นเป็นกระแสน้ำวนสีโลหิต เขาผลักมือตรงไปยังจี้ยิน

สีหน้าจี้ยินราบเรียบเหมือนเช่นเคย แต่ดวงตาแวบขึ้น และกรรมทั้งหมดที่อยู่รอบๆ ตัวมันก็พลุ่งพล่านปั่นป่วน กลายเป็นภาพลวงตานับไม่ถ้วนอยู่ที่ด้านหลังมัน ภาพเหล่านั้นคือบุคคลทั้งหมดที่มันรู้จัก หรือเป็นคนที่รู้จักมัน

อย่างน่าตกใจยิ่ง หนึ่งในเงาร่างเหล่านั้นก็คือเมิ่งฮ่าว

เงาร่างทั้งหมดมีเส้นใยกรรมที่เชื่อมต่ออยู่กับพวกมัน ซึ่งจากนั้นก็ระเบิดพลังออกมา ราวกับว่าในตอนนี้เมิ่งฮ่าวกำลังต่อสู้อยู่กับคนเหล่านั้นทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ และยอดเขาที่อยู่ในบริเวณนั้นก็พังทลายลงไป เมิ่งฮ่าวและจี้ยินพุ่งขึ้นไปในอากาศ เพียงชั่วพริบตา คนทั้งสองก็ปะทะกันไปมามากกว่าหนึ่งร้อยครั้ง

เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตส่งเสียงดังก้องออกไป และจี้ยินก็ขมวดคิ้ว แต่มันก็ไม่ได้ล่าถอย กรรมที่เชื่อมต่ออยู่กับมันส่องแสงระยิบระยับ และจากนั้นก็กระจายออกปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณนั้นแสงของเวทพันธนาการต่อสู้กลับไปยังเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต และไม่ได้รับผลกระทบต่อแรงดึงดูดที่กระจายออกมาของเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตเลยแม้แต่น้อยนิด

จี้ยินโบกสะบัดมือขวาขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็ขยับร่ายเวท ชี้ไปยังเงาร่างนับไม่ถ้วนที่อยู่ด้านหลัง และหนึ่งในนั้นที่เป็นเงาร่างของเมิ่งฮ่าวก็เริ่มสั่นสะท้าน และกระอักโลหิตออกมา

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป รู้สึกราวกับถูกแทงอยู่ในหน้าอก แต่ดวงตาก็แวบขึ้น และบังคับให้ตนเองเดินตรงไปอีกหนึ่งก้าว ขณะที่เขายกมือขึ้นมา ภูเขานับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้น รวมทั้งขุนเขาที่เก้าด้วย ซึ่งจากนั้นก็บดขยี้ลงมายังร่างจี้ยิน

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ศีรษะอสูรโลหิตของเมิ่งฮ่าวโขกกระแทกตรงไป แสงหลากสีแวบขึ้นไปในท้องฟ้า และจี้ยินก็ถูกบังคับให้ต้องล่าถอยออกไป มือมันแวบขึ้นร่ายเวทอย่างรวดเร็ว และกรรมอันไร้ขอบเขตที่หมุนวนอยู่รอบๆ ตัวมันก็เริ่มกระจายออกไป กลายเป็นเส้นใยพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“เมื่อมาเผชิญหน้ากับเต๋าแห่งกรรม เจ้าต้องไม่ปล่อยให้ตนเองแปดเปื้อน มิเช่นนั้น เจ้าก็ต้องถูกจัดการ!” ขณะที่จี้ยินกล่าว เส้นใยกรรมก็เริ่มพันไปรอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว ในตอนนี้จิตใจเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน และแอบตกตะลึงอยู่ภายในใจ เมื่อได้เห็นเส้นใยกรรมรัดพันตัวเองไว้อย่างน่ากลัวเช่นนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นไปและกู่ร้องออกมา ทันใดนั้นร่างกายก็เริ่มขยายออก ราวกับว่าภาพแห่งธรรมกำลังดิ้นรนที่จะทำลายกรรมอันไร้ขอบเขตนั้นให้หลุดเป็นอิสระออกไปได้

“ตัดกรรม!” จี้ยินกล่าว ดวงตาสาดประกายเย็นชาจ้องนิ่งมายังเมิ่งฮ่าว ยกมือขวาขึ้นไปในอากาศและจากนั้นก็ตวัดสับลงไป

ขณะที่มันเปล่งคำพูดนั้นออกมา ทั่วทั้งท้องฟ้า ทั่วทั้งผืนดิน ทั่วทั้งโลกแห่งนี้ ทันใดนั้นก็เริ่มเงียบสงบลงอย่างน่ากลัว ราวกับว่ากฎแห่งธรรมชาติทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไป หรือกำลังได้รับผลกระทบ แทบจะดูเหมือนว่าเวลาได้หยุดชะงักนิ่งไป

ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นความเงียบไปโดยสิ้นเชิง

เมิ่งฮ่าวถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนาอยู่ในกลางอากาศ แต่เขาก็ยังคงสามารถยกมือขวาขึ้นมาและชี้นิ้วตรงไปยังจี้ยิน

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่พลังของเวทผนึกอสูรรุ่นเจ็ด ผนึกรรม ก็กำลังถูกปลดปล่อยออกมา

หนึ่งเป็นพลังแห่งการตัดกรรม อีกหนึ่งเป็นพลังแห่งการผนึกกรรม!

ในการตัดกรรม เส้นใยกรรมได้ถูกตัดออก และชีวิตก็จะตกตายไป!

ในการผนึกกรรม กรรมจะถูกควบคุมไว้ ยิ่งมีกรรมมากเท่าใด ผลที่ได้ก็จะยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น!

กรรมที่หมุนวนอยู่รอบๆ ตัวจี้ยินดูเหมือนจะน่ากลัว แต่จากมุมมองของเมิ่งฮ่าว มันคือเป้าหมายที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการผนึกกรรม!

ขณะที่เขาถูกตรึงแน่นอยู่กับที่ เส้นใยของเงาร่างและสีนับไม่ถ้วนกำลังส่องแสงระยิบระยับ และเริ่มโผล่ออกมาจากภายในร่างเมิ่งฮ่าว เส้นใยเหล่านี้ทั้งหมดคือกรรมของเมิ่งฮ่าว

พวกมันเริ่มต้นจากการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ และจากนั้นก็กระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง บางเส้นใยกรรมก็เชื่อมต่ออยู่กับผู้ฝึกตนในบริเวณนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะกระจายออกไปทั่วทั้งดินแดนอันกว้างใหญ่แห่งดาวหนานเทียน

“ข้าถูกห่อหุ้มด้วยเต๋าแห่งกรรมตั้งแต่อายุยังน้อย” จี้ยินกล่าว “ข้าจะไม่ตัดกรรมของเจ้าไปทั้งหมด จะตัดเพียงแค่เส้นเดียวเท่านั้น แต่ก็จะหมายความว่า เจ้าจะไม่มีทางก้าวเท้าเข้าไปในอาณาจักรเซียนได้” ถึงแม้ว่าเสียงของมันจะสงบนิ่ง แต่จริงๆ แล้วมันค่อนข้างจะเกรงกลัวต่อเมิ่งฮ่าว จึงเป็นเหตุผลที่ทำไม เมื่อมันต้องโจมตีมาในที่สุด จึงต้องใช้เวทแห่งเต๋าที่แข็งแกร่งมากที่สุดออกมา!

มันขยับมือไปเล็กน้อย และกรรมของเมิ่งฮ่าวก็ดูเหมือนจะกระเพื่อมไปมา ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังพลิกพวกมันอยู่ คล้ายกับกำลังพลิกหน้าหนังสือ จากนั้นก็เริ่มเชื่อมต่อเข้ากับกรรมของจี้ยินอย่างรวดเร็ว

ภาพที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ที่เบื้องหน้าของผู้ฝึกตนในบริเวณนั้น ทำให้แม้แต่สีหน้าของผู้ถูกเลือกก็ต้องเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“นี่คือพลังแห่งตระกูลจี้…”

“เต๋าแห่งกรรมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในทั่วหล้า จะสามารถต่อสู้กลับไปได้ จากตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา ราชันจี้ได้ใช้เต๋าแห่งกรรมเพื่อแทนที่สวรรค์แห่งราชันหลี่!”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจี้ยินผู้นี้ถึงกลายเป็นเต้าจื่อได้ ข้าเคยได้ยินมาว่าตอนที่มันถือกำเนิด มีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกๆ เกิดขึ้น ทำให้มันมีกรรมห่อหุ้มอยู่ทั่วร่างในตอนที่มันปรากฏขึ้นในโลกนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมความสามารถที่เกี่ยวกับเต๋าแห่งกรรมของมันถึงได้น่าเหลือเชื่อนัก”

“เมิ่งฮ่าว…ต้องตายไปอย่างแน่นอน!”

อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่จี้ยินกำลังค้นดูกรรมของเมิ่งฮ่าวทั้งหมด สีหน้ามันจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ถึงแม้ว่าพวกที่มุงดูอยู่ไม่มีใครเห็นมองเห็นได้ แต่กรรมทั้งหมดที่อยู่รอบๆ ตัวมัน ฉับพลันนั้นก็ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย

จากนั้น เส้นใยกรรมของเมิ่งฮ่าวก็เริ่มแยกออกไป ไม่เพียงแค่เส้นเดียวเท่านั้น แต่เป็นทั้งหมด เสียงกระหึ่มอย่างน่าตกใจดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่เส้นใยกรรมที่เชื่อมต่อกันของคนทั้งสอง เริ่มแยกส่วนออกจากกันและกัน

ในเวลาเดียวกันนั้น เส้นใยกรรมที่เชื่อมต่ออยู่กับมันและเมิ่งฮ่าว ก็เริ่มขาดสะบั้นไปเส้นแล้วเส้นเล่า เส้นใยกรรมแต่ละเส้นกระจายเสียงดังกึกก้องอย่างน่าตกใจออกมา ขณะที่มันขาดสะบั้นไป และกรรมที่เชื่อมต่อกันระหว่างคนทั้งสองก็ขาดออกจากกันอย่างรวดเร็ว!

ในเวลาเดียวกันนั้น เส้นใยกรรมที่อยู่รอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว ก็เริ่มมืดสลัวลงอย่างช้าๆ และเขาก็ไม่ได้ถูกพันธนาการตรึงอยู่กับที่อีกต่อไป แต่สามารถขยับร่างได้ตามปกติ เขาลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ จ้องมองไปยังจี้ยินด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

สำหรับจี้ยิน มันกำลังสั่นสะท้าน และสีหน้าก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เส้นใยกรรมของมันสับสนวุ่นวายไปโดยสิ้นเชิง และเสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกมาจากเส้นใยกรรมเหล่านั้นเป็นระยะ แทบจะราวกับว่ามีเสียงกรีดร้องนับไม่ถ้วนกำลังแผดร้องออกมา

เส้นใยกรรมของมันกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง ทำให้อากาศรอบๆ ร่างจี้ยินสั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น จากนั้นเส้นใยกรรมก็เริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน แสงเจิดจ้าพุ่งออกมาทุกครั้ง ในตอนที่เส้นใยกรรมปะทะชนเข้ากับเส้นใยกรรมอื่นๆ

จี้ยินกำลังสั่นสะท้าน ในตอนนี้เองที่หนึ่งในเส้นใยกรรมของมัน ได้แห้งเหี่ยวลงไป และเจาะไชเข้าไปในร่างมันคล้ายกับเป็นเครื่องหมายผนึก พลังนั้นได้กระจายออกไปในทั่วทุกมุมร่างของมัน หลังจากนั้นเส้นใยกรรมอื่นๆ ก็ตกลงมาบนร่างมัน เจาะไชหายเข้าไปในร่าง เส้นแล้วเส้นเล่า

ขณะที่เส้นใยกรรมเริ่มหายไปมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็สามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาของจี้ยินได้อย่างชัดเจน

พวกที่มุงดูอยู่ต่างก็รู้สึกตกตะลึงต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และไม่แน่ใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า จี้ยินกำลังปลดปล่อยการตัดกรรมแห่งตระกูลจี้ออกมา แต่ไม่นานต่อมา จู่ๆ จี้ยินก็ตกอยู่ในสถานะที่กำลังพ่ายแพ้

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจเท่านั้น ตอนนี้กลุ่มคนเหล่านั้นสามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาของจี้ยินได้เป็นครั้งแรก ทันทีที่สายตาของพวกมันตกกระทบไปบนร่างจี้ยิน เสียงอุทานก็ได้ยินมา และดวงตาก็เบิกกว้าง

สิ่งที่พวกมันเห็นเป็นใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่ง ดูงดงามพร้อมกับผิวกายที่ซีดขาว บนหน้าผากนางมองเห็นเป็นภาพวาดของมัจฉาหนึ่งคู่ และทั่วทั้งร่างนางก็กระจายบรรยากาศของความงดงามที่อ่อนแออมโรคออกมา

นางคือ…จี้ยิน!

แม้แต่ในตระกูลจี้ ก็มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าจี้ยินคือหญิงสาว!

คนทั้งหมดมองไปอย่างเงียบๆ ขณะที่จี้ยินเผยโฉมออกมา นางสั่นสะท้านขณะที่ตระหนักว่าพื้นฐานฝึกตนของตัวเองกำลังจางหายไป แม้แต่กรรมที่นางได้ฝึกฝนมาด้วยตนเองในตอนนี้ ก็ไม่ได้ตกอยู่ในการควบคุมของนางอีกต่อไป ราวกับว่ามีพลังอันน่ากลัวบางอย่างกำลังสอดแทรกเข้ามา ทำให้ศัตรูสามารถใช้มันเพื่อพันธนาการนางไว้ได้!

“เป็นไปไม่ได้…” นางคิดด้วยจิตใจที่หมุนคว้าง ตลอดชีวิตที่ฝึกฝนกรรมมาทั้งหมด นางไม่เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ทำให้รู้สึกว่า…ช่างน่ากลัวอย่างแท้จริง!

“เจ้า…” ใบหน้านางซีดขาวขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว ในตอนนี้ เส้นใยกรรมเส้นสุดท้ายได้เจาะไชเข้าไปในร่างนาง กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่กำลังผนึกนางไว้

ตอนนี้คนทั้งหมดต่างก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นางเป็นหญิงสาวเยาว์วัยที่สวมใส่ชุดยาวสีดำ ใบหน้าที่ซีดขาวของนางช่างแตกต่างกับชุดยาวสีดำอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความแตกต่างนี้ทำให้ดูเหมือนว่านางช่างเปราะบางอย่างน่าเหลือเชื่อนัก

“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร?” จี้ยินถาม

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่ง ดวงตาเย็นชาขณะที่ก้าวเท้าตรงไป ไปหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าจี้ยิน ซึ่งตอนนี้ไม่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่อีก และไม่อาจจะดิ้นรนขัดขืนได้ เขายื่นมือออกไปจับตัวนางไว้ และโยนเข้าไปในถุงสมบัติ

ในตอนนี้ คนทั้งหมดต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างสูงสุด ขณะที่พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว พวกมันกำลังสงสัยว่าเขามีความลี้ลับซุกซ่อนอยู่มากมายเท่าใดกันแน่

พวกที่มุงดูอยู่ไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ต่อสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในการต่อสู้นี้ มีเพียงเมิ่งฮ่าวและจี้ยินเท่านั้นที่ตระหนักดีถึงความเป็นจริงอันน่าตกใจนี้ เมิ่งฮ่าวเคยตกเป็นเหยื่อการตัดกรรมของตระกูลจี้มาก่อน และรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของมัน ถ้าจี้ยินสามารถทำได้สำเร็จ

สำหรับเวทผนึกกรรมของเขา มันคือหายนะของใครก็ตามที่ไล่ล่าแสวงหาเต๋าแห่งกรรม ยิ่งคนผู้นั้นมีกรรมมากเท่าใด ผลกระทบของการผนึกก็จะยิ่งแข็งแกร่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำไปใช้กับตระกูลจี้ ก็จะยิ่งน่าตกใจมากขึ้นเป็นพิเศษ

ในตอนนี้เองที่เสียงจากกลุ่มฝูงชนก็ดังก้องขึ้น

“สังหารมัน! ตราบเท่าที่มันยังมีชีวิตอยู่ มันก็จะได้ครอบครองโชควาสนาทั้งหมดไป! ต้องไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตรอดจากไปได้!”

“มันจับตัวไท่หยางจื่อ, หลี่หลิงเอ๋อร์, ซุนไห่, ฟางอวิ๋นอี้ และซ่งหลัวตานไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นจี้ยินอีก! คนผู้นี้ถือได้ว่าเป็นตัวหายนะ! มันต้องตายไปเท่านั้น!”

“มันต้องตาย! มันอาจจะแข็งแกร่ง แต่มันก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น!”

“มันสามารถต่อสู้กับเต๋าแห่งกรรมได้ ซึ่งก็หมายความว่ามันต้องแอบซุกซ่อนของวิเศษอันล้ำค่าไว้อย่างแน่นอน! บางทีอาจจะเป็นโชควาสนาจากวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณก็เป็นได้!” ขณะที่เสียงนี้ดังก้องไปทั่วในบริเวณนั้น ก็เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้พยายามที่จะยุยงให้กลุ่มฝูงชนโจมตีไปยังเมิ่งฮ่าว

ดวงตาของคนเหล่านั้นเริ่มสาดประกายขึ้นเพื่อตอบรับเสียงนั้น พวกมันจะไม่เข้าใจในความตั้งใจของคนผู้นี้ได้อย่างไร? นอกจากนี้คำพูดของมันก็ยังสมเหตุสมผลอีกด้วย

ขณะที่จิตใจพวกมันเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมา รังสีสังหารก็แวบขึ้นอยู่ในแววตาเมิ่งฮ่าว กระถางสายฟ้าเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าที่เต้นไปมา และเมิ่งฮ่าวก็หายตัวไป เมื่อเขาปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง อย่างน่าตกใจยิ่งเขากำลังไปยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของบุรุษที่สวมใส่หมวกไม้ไผ่ปีกกว้าง

การปรากฏกายขึ้นอย่างในทันใดของเมิ่งฮ่าว ทำให้สีหน้าของมันสลดลง แน่นอนว่านี่คือคนที่เพิ่งจะพูดไปเมื่อครู่นี้ มันพยายามจะหลบหนีไปทางด้านหลัง แต่เมิ่งฮ่าวก็รวดเร็วกว่า เขาระเบิดพลังแปดในสิบส่วนของเซียนแท้ออกมา ทำให้เกิดเป็นเสียงดังกระหึ่มเต็มไปทั่วในอากาศ ขณะที่ต่อยหมัดออกไปเจ็ดครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็ว บุรุษที่สวมหมวกไม้ไผ่ปีกกว้างถูกบดขยี้ไปอย่างง่ายดายราวกับเป็นหญ้าแห้ง ระเบิดออกกลายเป็นกลุ่มหมอกโลหิตขึ้นในทันที

เมิ่งฮ่าวหยิบหมวกไม้ไผ่และถุงสมบัติของมันมา จากนั้นก็ไปเผชิญหน้ากับเงาร่างสิบกว่าสาย ซึ่งกำลังพุ่งลงมาหาเขาอยู่ในตอนนี้ ด้านหลังพวกมันเป็นผู้ฝึกตนนับร้อย ทั้งหมดต่างก็บินตรงมาโจมตีเขาโดยพร้อมเพรียงกัน

“พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรีบมาโจมตีข้าเช่นนี้ก็ได้” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ “นับจากนี้เป็นต้นไป จนกว่าพวกเจ้าจะออกไปจากดินแดนแห่งดาวหนานเทียน…พวกเรามาทำการละเล่นกัน!”

“มาเล่นไล่ล่ากัน!” ร่างเมิ่งฮ่าวแวบขึ้นขณะที่ใช้เวทเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่ง ทันใดนั้นก็ไปปรากฏกายขึ้นอยู่ในที่ห่างไกล ก่อนหน้านี้ เขาได้หลบหนีออกไปจากการถูกดักซุ่มโจมตี ด้วยพลังแค่ห้าในสิบส่วนของเซียนแท้เท่านั้น ตอนนี้เขามีอยู่ถึงแปดส่วน ถ้าเขาต้องการจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ก็ไม่มีใครจะสามารถมาหยุดเขาได้

เมื่อคนทั้งหมดในบริเวณนี้ได้ยินคำพูดของเขา จิตใจพวกมันก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

 

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: