Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 838

I Shall Seal The Heaven Chapter 838

ตอนที่ 838

เจ้าก็เป็นโจรด้วยเช่นกัน!

ฮ่าวเอ๋อร์!” ตานกุ่ยร้องออกมาด้วยความวิตกกังวล และกำลังจะเข้าไปช่วยเขา

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไป และสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่ทำเช่นนั้นภาพแห่งธรรมก็ถูกดูดเข้าไปอยู่ภายในร่าง เขาขยับมือร่ายเวท และจากนั้นก็ชี้ตรงขึ้นไปยังสายฟ้าสีแดง

สีสันแวบขึ้นม้วนกวาดออกไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าและผืนดิน ภูเขาพังทลายพื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงกระหึ่มกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่เมิ่งฮ่าวถูกผลักให้ตกลงไปหลายก้าว โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก แต่สายฟ้าสีแดงก็หายไป

“นั่นคือการลงโทษ?” เมิ่งฮ่าวกล่าว มองขึ้นไป “ท่านอาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ท่านทำลายประตูเซียนนั่นต่อไป ศิษย์…จะเป็นผู้พิทักษ์เต๋าให้ท่านเอง!”

ตานกุ่ยรู้ว่าศิษย์ของท่านแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นเขายังได้สะกดข่มผู้แข็งแกร่งจากดินแดนทางเหนือได้ทั้งหมด และเปลี่ยนให้ผู้ฝึกตนนับแสนกลายเป็นพลเมืองชั้นสองไป ภูเขาที่ถูกเรียกว่าบาปแห่งแดนเหนือ ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น ซึ่งมีผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าอยู่ภายใน ทำให้พลังลมปราณของพวกมันถูกใช้มาเติมเต็มให้กับดินแดนด้านใต้

ตานกุ่ยสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ท่านมองเห็นความมุ่งมั่นอยู่ในแววตาของเมิ่งฮ่าว และทำให้จิตใจท่านเต็มไปด้วยความอบอุ่น ท่านยิ้มออกมาและจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว ร่างกายแวบขึ้นขณะที่ใช้พลังของสองชาติภพกระแทกไปยังประตูเซียนอีกครั้ง

ตานกุ่ยรู้จักเมิ่งฮ่าวดี แต่สำหรับชายชราที่เหลืออยู่อีกสองคนที่โจมตีมายังท่าน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันได้มาเผชิญหน้ากับเขา สีหน้าพวกมันสลดลงหนังศีรษะด้านชา สายฟ้าสีแดงที่ฟาดลงมาเมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่ามีความแข็งแกร่งมากกว่าสายฟ้าอื่นๆ ที่ฟาดลงมาในช่วงของทัณฑ์เซียน ถ้าพวกมันถูกโจมตีด้วยสายฟ้าเช่นนั้น ก็คงต้องถูกสังหารไปอย่างแน่นอน

แต่บุรุษหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าพวกมัน ได้ต่อสู้กลับไปด้วยพลังของตัวเอง ไม่ได้ใช้แม้แต่อาวุธเวท และที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นแค่มีโลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากเท่านั้น ในมุมมองของพวกมัน ทำให้รู้สึกว่าเมิ่งฮ่าวไม่ได้เป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง ทำให้พวกมันต้องหอบหายใจออกมาอย่างเร่งร้อน แต่พวกมันก็ไม่ยอมล่าถอย ถ้าไม่อาจจะเอาชนะทัณฑ์เซียนได้ ผลลัพธ์ของพวกมันก็คือความตาย

“ถ้าพวกเจ้าไม่สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับอาจารย์ข้า เพียงแค่ดิ้นรนไปตามปกติเพื่อให้ได้โชคชะตาเซียนมาครอบครอง ข้าก็จะไม่ทำอะไรพวกเจ้า” เมิ่งฮ่าวกล่าวลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองไปยังสองชายชราที่อยู่เบื้องหน้า รวมทั้งอีกสี่คนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น

ชายชราทั้งหกสบตากันไปมา ถึงแม้ว่าผู้ฝึกตนจากดินแดนตะวันออกอันกว้างใหญ่ จะรู้เกี่ยวกับศักดิ์ฐานะของเมิ่งฮ่าว แต่ตอนนี้มันก็ไม่สนใจใดๆ อีกแล้ว

“ดิ้นรนไปตามปกติเพื่อให้ได้โชคชะตาเซียนมาครอบครอง…? สังหารผู้ที่โชคดีไป และเอาโชคชะตาของมันมาคือวิธีการที่ปกติ ตอนนี้ข้าไม่อาจจะหวนคืนกลับไปได้แล้ว!”

“ระหว่างพวกเราไม่มีความเป็นศัตรูต่อกัน และเจ้าก็ยังจะมาขัดขวางเส้นทางแห่งการเป็นเซียนของข้า? นั่นจะทำให้พวกเรากลายเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมกันไม่ได้!”

“ไม่อาจจะย้อนคืนได้แล้ว! พ่ายแพ้ก็คือตาย! มีแต่ต้องสังหารคนผู้นี้ที่มีสองชาติภพ พวกเราถึงจะมีโอกาสได้กลายเป็นเซียน!”

เมื่อคิดว่าจิตใจพวกมันเต็มไปด้วยความต้องการที่จะเอาชนะทัณฑ์เซียนนี้ให้จงได้ แล้วพวกมันจะหวาดกลัวต่อความตายไปได้อย่างไรกัน? รังสีสังหารแวบขึ้นมาในแววตาของชายชราทั้งหก ขณะที่พวกมันสะกดข่มความหวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าวลงไป และพุ่งตรงมาที่เขา

เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ เขาต้องการจะขัดขวางพวกมัน ไม่มีความตั้งใจที่จะสังหารใคร แต่เมื่อเป็นเส้นทางสู่ความเป็นเซียน ก็ไม่มีความถูกหรือความผิด การมาขัดขวางวิถีแห่งเซียนทำให้เขาต้องกลายเป็นศัตรูที่ไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันกับพวกมันอย่างแท้จริง

เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ที่ด้านข้างของตานกุ่ย คิดว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นความผิดแต่อย่างใด แต่จากมุมมองของคนอื่นๆ ทั้งหก การกระทำของเมิ่งฮ่าวนี้ถือว่าเป็นความผิดที่ไม่อาจจะให้อภัยได้!

“ระหว่างพวกเราไม่มีความเกลียดชังหรือเป็นศัตรูต่อกัน” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำ “บางทีการมาขัดขวางเส้นทางการกลายเป็นเซียนของพวกเจ้า ตัดวิถีแห่งเซียนของพวกเจ้าไป…จะก่อให้เกิดเป็นกรรมขึ้นมา ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็จะทำให้ดีที่สุดเพื่อยอมรับมัน” แสงอันเย็นชาแวบขึ้นมาในแววตา

ขณะที่คนทั้งหกเข้ามาใกล้ ร่างเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น และทันใดนั้นก็สาดประกายด้วยแสงสีทองอันไร้ขอบเขต เขากลายเป็นวิหคยักษ์สีทอง ส่งเสียงกรีดร้องพุ่งตรงไปยังหนึ่งในศัตรูที่ใกล้เข้ามา

จากที่ห่างไกลออกไป มองเห็นวิหคสีทองกำลังถลาลงไป พร้อมกับกรงเล็บอันแหลมคมที่สามารถจะกรีดเฉือนโลหะป่นศิลาได้ กระแทกลงไปยังชายชรา ซึ่งกำลังเรียกความสามารถศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงอาวุธเวททั้งหมดเท่าที่มันจะทำได้ออกมา แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างใดๆ ช่องว่างระหว่างมันและเมิ่งฮ่าวกว้างใหญ่มากเกินไป ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่อึดใจ มันก็ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส และแทบจะตกตายไปได้ทุกเมื่อ ในช่วงวิกฤตนั้น ดวงตามันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง และทันใดนั้นมันก็ยื่นมือขวาออกไป ภายในมีแผ่นหยกปรากฏขึ้น

แผ่นหยกกระจายปราณเซียนออกมาเป็นระยะ ให้ความรู้สึกที่อันตรายอย่างน่ากลัวออกมา ทำให้ดวงตาเมิ่งฮ่าวต้องเบิกกว้าง

“ตาย!” ชายชราร้องตะโกน บดขยี้แผ่นหยก นี่เป็นสิ่งของที่มันเตรียมมาสำหรับใช้ในช่วงวิกฤตเพื่อเอาชนะทัณฑ์เซียน แต่เมื่อคิดว่ามันกำลังถูกต้อนให้ตกอยู่ในมุมอับ ก็ไม่ลังเลที่จะใช้ออกมาในตอนนี้ เสียงกระหึ่มกระจายออกไปราวกับเป็นสิ่งที่คล้ายกับดวงตะวัน ซึ่งปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของชายชรา ลำแสงอันเจิดจ้าอย่างไร้ขอบเขตพุ่งออกมาจากดวงตะวัน ขณะที่มันพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวยังคงสงบนิ่งอยู่กับที่ เขาสามารถจะใช้กระถางสายฟ้า และการเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่งออกมาได้ แต่ด้วยความเคารพต่อบุคคลเหล่านี้ที่กำลังดิ้นรนเพื่อการกลายเป็นเซียน เขาจึงไม่ปรารถนาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ เพื่อสังหารพวกมันไป

แผ่นหยกปลดปล่อยพลังอันน่าเหลือเชื่อออกมา เหตุการณ์นี้แม้แต่เซียนเทียมก็อาจจะตื่นตระหนกได้ ถ้าย้อนกลับไปในตอนที่เมิ่งฮ่าวยังมีพลังเซียนแท้พียงแค่ห้าส่วนเท่านั้น เขาก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหลบเลี่ยงออกไป แต่ตอนนี้เขามีพลังเซียนแท้อยู่ถึงแปดส่วน ทันทีที่ดวงตะวันเริ่มระเบิดออก เขาก็ยกมือขวาขึ้น ทำให้แสงเวทพุ่งออกมาอยู่รอบๆ ตัว เขาพุ่งทะลุผ่านเข้าไปในดวงตะวันโดยตรง ขณะที่มันระเบิดออก เมิ่งฮ่าวก็ชี้นิ้วตรงไปยังหน้าผากของชายชรา

ดวงตาชายชราเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่มันกำลังมองเห็น คาดไม่ถึงว่าสิ่งของพิเศษที่มันจัดเตรียมไว้เพื่อช่วยให้เอาชนะทัณฑ์เซียน…ไม่อาจจะทำอะไรต่อเงาร่างอันน่ากลัวที่อยู่เบื้องหน้ามันได้แม้แต่น้อย

ชายชรายิ้มอย่างขมขื่น ดวงตาเริ่มสลัวเลือนลางลง ทันใดนั้นมันก็มองเห็นแสงสว่างขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าในขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าวฉับพลันนั้นมันก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง ดวงตามันเบิกกว้างขึ้นและหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา

“เจ้าก็เป็นโจรด้วยเช่นกัน”

เสียงระเบิดได้ยินมาขณะที่ดวงตะวันระเบิดออก ก่อนที่ระลอกคลื่นจะทันได้เริ่มกระจายออกไป เมิ่งฮ่าวก็ถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม สำหรับชายชราไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมันอีกต่อไป

เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือ ซากศพของชายชราเริ่มลอยลงไปบนพื้นอย่างสงบ

กลุ่มหมอกเซียนที่ด้านบนเริ่มส่งเสียงกระหึ่มดังมากขึ้น และสายฟ้าสีแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าก่อนหน้านี้ ทันใดนั้นก็เริ่มฟาดลงมา เคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้เมิ่งฮ่าวแทบไม่มีเวลาที่จะทันได้ตั้งตัว

เสียงกระหึ่มได้ยินมาขณะที่เมิ่งฮ่าวในรูปแบบวิหคยักษ์สีทองแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เมิ่งฮ่าวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง กระอักโลหิตออกมาคำโต จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และกวาดสายตามองไปยังชายชราอีกคนที่กำลังใกล้เข้ามา

ใบหน้าชายชราเป็นสีขาวซีด และเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างถึงที่สุด

“หลังจากที่ข้าเข้าฌาณตามลำพังมานานหลายปี มีอมนุษย์เช่นนี้ปรากฏขึ้นในดินแดนแห่งดาวหนานเทียนได้อย่างไรกัน!” มันอุทานด้วยความขมขื่นใจออกมา “คนผู้นี้คือใคร!? สายฟ้าลงทัณฑ์ไม่อาจจะสังหารมันไปได้ และมันก็สังหารพวกข้าไปแล้วถึงสองคน! อย่าบอกนะว่านี่คือจุดจบของทัณฑ์เซียนพวกข้า!?!?” ชายชราไม่ต้องการที่จะยอมแพ้ ดวงตามันสาดประกายด้วยความบ้าคลั่งอย่างดุร้าย รู้ดีว่าไม่อาจจะหลบซ่อนตัวหรือหลบหนีจากไปได้ มันตบไปที่ถุงสมบัติหยิบเอาขวดโลหิตออกมาวางไว้ที่ริมฝีปากและกลืนกินลงไป ฉับพลันนั้นพลังของมันก็เริ่มไหลเวียนย้อนกลับ ในเวลาเดียวกันนั้น กลุ่มหมอกโลหิตก็เริ่มลอยขึ้นมาจากบนศีรษะของมัน

ใบหน้ามันบิดเบี้ยว เส้นโลหิตโผล่ขึ้นมาอยู่บนใบหน้า ขณะที่มันส่งเสียงกู่ร้องอย่างดุร้ายออกมาราวกับเป็นสัตว์ป่า

“การมาขัดขวางวิถีทางแห่งเซียนของข้า ก็เหมือนกับการตัดโอกาสในการมีชีวิตอยู่ของข้าไป! ถ้าข้าไม่อาจจะกลายเป็นเซียน ข้าก็จะต้องตายไปอย่างแน่นอน ดังนั้น…จึงไม่สำคัญว่าข้าจะตายไปโดยทัณฑ์เซียนหรือด้วยเงื้อมมือของเจ้า มันไม่แตกต่างกัน!” ชายชรามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่นพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ในเวลาเดียวกันนั้น สายฟ้าก็บดขยี้ลงมา ขณะที่สายฟ้าทัณฑ์เซียนฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันก็เริ่มมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน ตานกุ่ยเข้าไปใกล้กับประตูเซียนอีกครั้ง ถูกปกคลุมด้วยเสียงกระหึ่มกึกก้อง ท่านเพ่งสมาธิไปที่พลังของสองชาติภพ ยืนหยัดต่อต้านกับทัณฑ์เซียน และโจมตีไปยังประตูเซียนอีกครั้ง

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของตานกุ่ย และประตูเซียนก็สั่นสะเทือน ขณะที่มันเปิดออกมากกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ในทันใดนั้นเองสี่ชายชราที่เหลืออยู่ ได้ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์และวิชาเวทให้พุ่งตรงมาโจมตีไปที่ตานกุ่ย

ในช่วงวิกฤติอันร้ายแรงนี้ ตานกุ่ยได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส และกำลังต่อสู้กลับไปยังทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ท่านจะทำได้ ท่านไม่เพียงแต่จะถูกบังคับให้ต้องต่อสู้กับคนทั้งสี่นี้ แต่สายฟ้าก็ยังคงฟาดลงมายังคนทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือนขณะที่เมิ่งฮ่าวกำลังต่อสู้กับชายชราที่คล้ายกับสัตว์อสูร

ชายชราแผดร้องคำรามขณะที่ต่อสู้ไปมา มันไม่อาจจะสู้กับเมิ่งฮ่าวได้ แต่ในจิตใจมันได้เตรียมพร้อมที่จะตายไปแล้ว จึงไม่สนใจที่จะป้องกันตัวเอง โจมตีไปอย่างเต็มกำลัง ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องถอนหายใจออกมา ขณะที่ยกมือขวาขึ้นและใช้เวทปลิดดาวออกมา หัตถ์ยักษ์ปรากฏออกมาจากในอากาศ บดขยี้ลงไปบนร่างชายชรา ทำให้ร่างกายมันถูกขยี้จนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ขณะที่มันแผดร้องออกมา

เมิ่งฮ่าวพยายามทำอย่างดีที่สุด ที่จะเก็บรักษาร่างกายของมันไว้อย่างครบถ้วน ขณะที่เศษชิ้นส่วนของมันลอยกลับลงไปบนพื้นดินที่ด้านล่าง จากนั้นเขาก็พุ่งตรงไปยังชายชราที่ยังเหลืออยู่อีกสี่คน ซึ่งกำลังโจมตีไปยังตานกุ่ย สูงขึ้นไปที่ด้านบน สายฟ้าสีแดงสายที่สามได้ก่อตัวขึ้นมาจากภายในกลุ่มเมฆที่ม้วนตัวไปมา ครั้งนี้สายฟ้าประกอบไปด้วยแสงสีดำด้วยเช่นกัน ทำให้สายฟ้านั้นกลายเป็นสีม่วงไป ขณะที่มันกระแทกลงมายังเมิ่งฮ่าว ร่างกายเขาก็สั่นสะท้าน และกระอักโลหิตออกมาสองคำโต ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าต่อไป

เขากลายเป็นวิหคยักษ์สีทอง พุ่งตรงไปยังผู้ฝึกตนที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับตานกุ่ย ในเวลาเดียวกันนั้น ก็มีสายฟ้าฟาดลงมายังตานกุ่ย โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากท่าน และภูเขาที่ด้านล่างเท้าของท่าน ก็ดูเหมือนจะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ

แสงเวทหมุนวนอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขาเข้าไปใกล้ กลายเป็นลมพายุที่หมุนวนไปมา เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่เขาโจมไปยังสี่ชายชรา บังคับให้พวกมันต้องล่าถอยออกไป โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก พวกมันยิ้มอย่างขมขื่นออกมา ในเวลาเดียวกันนั้นความต้องการสังหารของพวกมันก็ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น

“พวกเจ้าทั้งหมด หยุดบังคับให้ข้าต้องลงมือได้แล้ว!” เมิ่งฮ่าวกล่าว ยืนอย่างมั่นคงเด็ดเดี่ยวอยู่ที่เบื้องหน้าตานกุ่ย ใบหน้าตานกุ่ยซีดขาวดูเหมือนใกล้จะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ ท่านกลืนเม็ดยาลงไป จากนั้นก็โจมตีไปยังประตูเซียนอีกครั้งด้วยพลังทั้งหมดที่ท่านสามารถจะทำได้

ประตูสั่นสะเทือน และเปิดออกไปมากขึ้น ทัณฑ์เซียนฟาดลงมามากกว่าเดิม

แสงเจิดจ้าของสายฟ้าปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นดิน เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ระหว่างตานกุ่ยและผู้ฝึกตนอีกสี่คน แทบจะคล้ายกับเป็นหุบเขาลึกขนาดใหญ่ที่ไม่อาจจะข้ามผ่านไปได้!

“ไม่อาจจะหันหลังกลับไปได้อีกแล้ว! จนกว่าพวกเราจะสังหารผู้ฝึกตนที่มีสองชาติภพนี้และขโมยโชคชะตาของมันมา ไม่เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีทางจะเปิดประตูนี้ออกได้!”

“ซ้ายและขวาคือความตาย มีแต่ต้องมุ่งหน้าตรงไปเท่านั้นถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต! แม้จะต้องตายไป พวกเราก็จะขอต่อสู้!”

“พวกเรารอคอยวันนี้มานาน ตอนนี้ก็ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว…ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทัณฑ์เซียนที่แท้จริง…” ชายชราทั้งสี่เริ่มหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา จิตใจพวกมันได้มุ่งเน้นทุ่มเทไปที่เต๋า แม้แต่ในตอนนี้ก็ยังไม่ได้ลดน้อยลงไปแต่อย่างใด

พร้อมกับเสียงหัวเราะ พวกมันกลายเป็นลำแสงหลากสี เผาไหม้พื้นฐานฝึกตนของพวกมันจนบรรลุถึงพลังขั้นสูงสุด ขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าที่ซับซ้อน สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ อย่างเงียบๆ ขณะที่สี่ผู้ฝึกตนพุ่งลงมา ภาพแห่งธรรมทันใดนั้นก็เริ่มขยายตัวออกไป กลายเป็นยักษ์ที่ก้าวเท้าตรงไปยังสี่ชายชราที่ใกล้เข้ามา เป็นบางสิ่งที่คล้ายกับเป็นกำแพงที่คนทั้งสี่กระแทกเข้าไป

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกมา และทุกสรรพสิ่งก็สั่นสะเทือน ขณะที่คลื่นอันน่าประหลาดใจกระจายตัวออกไป แต่เนื่องจากภาพแห่งธรรมนั้น จึงไม่มีระลอกคลื่นใดๆ ที่จะไปรบกวนตานกุ่ยได้

ตานกุ่ยมองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างเงียบๆ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ก็เห็นได้ชัดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ได้ฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณของท่าน

“ถ้านี่คือการหว่านเมล็ดกรรม” ท่านพึมพำ “เช่นนั้นข้าก็จะไม่ยอมให้ศิษย์ข้าต้องมาแบกรับมันไว้! ปล่อยให้วิญญาณของพวกมันมาพัวพันกับข้าไปทุกชาติภพ!” ด้วยเช่นนั้นร่างท่านได้แวบขึ้น ขณะที่โจมตีไปยังประตูเซียนอีกครั้ง รูปปั้นที่ด้านล่างเท้าท่านดูเหมือนจะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ และร่างกายท่านเองก็เริ่มมาถึงขีดจำกัดแล้ว แต่การโจมตีไปที่ประตูในตอนนี้ ก็ทำให้มันเปิดออกกว้างมากขึ้นกว่าเดิม แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ทัณฑ์สายฟ้าก็ยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเช่นกัน!

ในขณะนั้นสี่ชายชราที่อยู่อีกด้านของภาพแห่งธรรม ราวกับเป็นตะเกียงที่มีน้ำมันเหลืออยู่เพียงน้อยนิด พวกมันทั้งหมดหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา ทันใดนั้นก็บินตรงขึ้นไปในอากาศ พวกมันไม่ปรารถนาที่จะตายไปด้วยเงื้อมมือของเมิ่งฮ่าว แต่เลือกที่จะตายไปด้วยทัณฑ์เซียน!

พวกมันบินขึ้นไป และทัณฑ์เซียนก็ฟาดลงมา เสียงระเบิดดังก้องออกไป ขณะที่พวกมันทั้งหมดถูกทำลายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ

ถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวจะไม่ได้สังหารพวกมันไปด้วยตัวเอง แต่พวกมันก็ตายไปเพราะเขา ในช่วงเวลาที่พวกมันตายไป กลุ่มหมอกในท้องฟ้าที่ด้านบนก็พลุ่งพล่านปั่นป่วน และบางสิ่งที่คล้ายกับเป็นเสียงคำรามด้วยโทสะก็ดังก้องออกมา สายฟ้าสีแดงจำนวนมากเริ่มก่อตัวเข้าด้วยกัน กลายเป็นทะเลแห่งสายฟ้า จากนั้นก็พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะเห็นสายฟ้าจำนวนมาก จนดูแทบจะคล้ายกับเป็นหัตถ์ยักษ์ ที่ต้องการจะบดขยี้เมิ่งฮ่าวให้ตายไป

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: