I Shall Seal The Heaven Chapter 896

0 Comments

ตอนที่ 896

ตระกูลฟางแห่งดาวตงเซิ่ง!

เมิ่งฮ่าวมองไปยังกลุ่มคนทั้งหมดของตระกูลฟาง และแนะนำตัวเองด้วยวิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อน คำตอบรับสำหรับคำพูดของเขาเป็นความเงียบโดยสิ้นเชิง

สมาชิกทั้งหมดของตระกูลมองมายังใบหน้าที่ดูไม่คุ้นตาของเมิ่งฮ่าว และมองไปยังประตูตระกูลฟางที่ด้านหลัง ลำแสงหนึ่งหมื่นจ้างจากเมื่อครู่นี้ได้จางหายไปแล้ว

เมิ่งฮ่าวเป็นนามที่พวกมันไม่รู้จักคุ้นเคย แต่เมื่อเอ่ยถึงฟางซิ่วเฟิง นั่นเป็นนามที่ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังมากที่สุดในตระกูลฟางทั้งหมด และเป็นนามที่ไม่มีทางจะถูกลืมเลือนไปได้ ฟางซิ่วเฟิงเป็นบุตรชายคนโตของสายโลหิตหลัก และเป็นผู้ถูกเลือกอันดับหนึ่งของรุ่นท่าน ท่านสามารถจะกวาดล้างไปทั่วทั้งกลุ่มคนสายโลหิตอื่นๆ ของตระกูลได้อย่างง่ายดาย และสามารถสะกดข่มผู้ถูกเลือกจากสำนักต่างๆ ในขุนเขาทะเลที่เก้าได้เช่นเดียวกัน

ในช่วงเวลานั้น ฟางซิ่วเฟิงมีชื่อเสียงโด่งดังราวกับเป็นดวงตะวันอันเจิดจ้าในท้องฟ้า และคนอื่นๆ ทั้งหมดในรุ่นเดียวกับท่านคล้ายกับเป็นดวงดาวธรรมดาทั่วไป เพื่อขับเน้นแสงสว่างของท่านให้เจิดจ้ามากยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อท่านได้แต่งงานกับบุตรีของตระกูลเมิ่ง กลุ่มคนจากขุนเขาที่แปดก็มาเข้าร่วมงานพิธีวิวาห์ ทำให้ข่าวมงคลนี้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งสองขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่

เมื่อเมิ่งฮ่าวถือกำเนิดขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้ฟางซิ่วเฟิงและเมิ่งลี่มีชื่อเสียงอย่างสูงสุด

แต่จากนั้นหลังจากเรื่องดีก็มีเรื่องร้ายติดตามมา ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา สร้างเป็นความประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อให้กับผู้คนมากมาย บิดาฟางซิ่วเฟิงได้หายตัวไป และจากนั้นก็เป็นฟางซิ่วเฟิง…ที่ได้เดินทางไปยังดาวหนานเทียนเพื่อเป็นผู้พิทักษ์อยู่ที่นั่นหนึ่งแสนปี…

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบุตรชายของท่าน เมิ่งฮ่าว!

เขาเป็นเด็กชายที่มีสายโลหิตอันเข้มข้น ต้องพบเจอกับการเกิดใหม่ในตอนที่มีอายุครบเจ็ดขวบ เขามีสายโลหิตที่ต่อต้านสวรรค์ แต่ก็เกิดมาเหมือนเป็นคนพิการ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายได้เชื่อว่าฟางฮ่าวเป็นผู้ที่ฉุดดึงให้บิดาและมารดาต้องตกต่ำลง

แต่ตอนนี้ เมิ่งฮ่าวได้กลับมาแล้ว!

หรือบางทีอาจจะกล่าวได้ว่า ฟางฮ่าวกลับมาแล้ว!

การกลับมาด้วยตัวคนเดียวนี้ทำให้ทั่วทั้งตระกูลต้องโผล่ออกมาต้อนรับเขา เมื่อเขาจากไปพร้อมกับบิดามารดา ทำให้ดาวตงเซิ่งต้องสั่นสะเทือนไปทั้งหมด จากนั้นเมื่อเขากลับมา ทั่วทั้งดวงดาวก็ต้องสั่นสะเทือนเช่นเดียวกันอีกครั้ง

นั่นเป็นเพราะว่าการกลับมาของเขานี้ ได้ทำให้เกิดเป็นลำแสงหนึ่งหมื่นจ้าง ซึ่งได้สะกดข่มผู้ถูกเลือกอันดับหนึ่งของตระกูลฟาง, ฟางเว่ยลงไปในทันที การกระทำของเขาได้ม้วนกวาดออกไปยังสมาชิกของตระกูลทั้งหมด และทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของสายตาทุกคู่

หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ กลุ่มคนในตระกูลก็ระเบิดเสียงพูดคุยออกมา

“เมิ่งฮ่าว…มันคือฟางฮ่าว! หลานปู่คนโตของสายโลหิตหลัก!”

“สวรรค์! มันนั่นเอง! มันกลับมาแล้ว! เด็กที่มีสายโลหิตอันเข้มข้นจากเมื่อหลายปีก่อน ต้องประสบกับการเกิดใหม่ในช่วงอายุเจ็ดขวบ! มัน…กลับมาแล้ว!”

เมื่อเมิ่งฮ่าวเอ่ยนามของบิดามารดา สมาชิกของตระกูลที่เป็นสายโลหิตหลักในกลุ่มฝูงชนเริ่มสั่นสะท้านขึ้นด้วยความตื่นเต้น สือจิ่วซูก้าวเนิบนาบตรงไป จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว ตลอดช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ท่านได้หมกมุ่นจมอยู่ในความรู้สึกผิดและเฝ้าตำหนิตัวเองอยู่ตลอดเวลา ที่ปล่อยให้บุตรชายของพี่ใหญ่ต้องตายไป จนถึงจุดที่แทบจะตกตายตามไป ในตอนนี้เมื่อท่านได้เห็นเมิ่งฮ่าวกลับมาได้โดยปลอดภัย และยังมีพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ ก็เกิดเป็นความรู้สึกยินดีจนไม่อาจจะอธิบายออกมาได้

เสียงหัวเราะดังก้องออกมา ขณะที่ผู้เฒ่าสูงสุดฟางตงเทียนเดินตรงมา มองไปยังเมิ่งฮ่าวและจากนั้นก็ยิ้มอย่างมีเมตตาออกมา

“เมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็ไม่มีอะไรที่สำคัญอีก ไม่ว่าเจ้าจะมีนามว่าเมิ่งฮ่าวหรือฟางฮ่าว เจ้าก็ยังคงเป็นคนของตระกูลฟาง และเป็นหลานปู่คนโตที่มีสายโลหิตหลักของตระกูล!”

“ตอนที่เจ้ายังเป็นเด็กทารก เหล่าฟูเคยอุ้มเจ้าด้วย” ฟางตงเทียนหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา และความเมตตาบนใบหน้ามันก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน ยิ่งมันมองไปยังเมิ่งฮ่าวมากเท่าใด ก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งมีความยินดีมากขึ้นเท่านั้น

ด้านหลังมันเป็นผู้อาวุโสคนอื่นๆ ของตระกูล คนทั้งหมดมีรอยยิ้มที่ดีใจอยู่บนใบหน้า ขณะที่เข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว

“ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ! เจ้าคงต้องพบเจอกับความยากลำบากมาไม่น้อยตลอดหลายปีมานี้”

“เมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสำคัญอีก ตอนนี้เมื่อเจ้าได้กลับมายังตระกูล อนาคตของเจ้าต้องไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน”

“วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันที่มีความสุขมากที่สุด! ดี ดี ดี!”

กลุ่มคนตระกูลฟางทั้งหมดกำลังร้องตะโกนออกมาด้วยความยินดี ในโลกแห่งการฝึกตน เมื่อเกี่ยวข้องกับตระกูลและสำนัก สายโลหิตและครอบครัว บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง

การกลับมาของเมิ่งฮ่าวทำให้เกิดเป็นความยินดีอย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้คนมากมายจนนับไม่ถ้วน บุรุษวัยกลางที่เงียบขรึมจากก่อนหน้านี้ กำลังหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา มันก้าวเท้าตรงมา มองไปยังเมิ่งฮ่าว และจากนั้นก็ถอนหายใจยาวออกมา

“ฮ่าวเอ๋อร์ ข้าคือเอ้อร์ซู (อาสอง) ของเจ้า หลายปีก่อนบิดาเจ้าและข้าได้ร่วมกันต่อสู้ เติบโตมาด้วยกัน ฝึกตนมาด้วยกัน อันที่จริงเจ้าและเว่ยเอ๋อร์ก็ถือกำเนิดห่างกันเพียงแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ถือได้ว่าพวกเจ้าได้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกัน”

“สิ่งสำคัญมากที่สุดก็คือว่าเจ้าได้กลับมาแล้ว เจ้าคือคนของตระกูลฟาง และภายในตระกูลของพวกเรา เจ้าต้องเป็นผู้ถูกเลือกอย่างแน่นอน!”

มีผู้คนมากมายมาห้อมล้อมอยู่รอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่เป็นสายโลหิตหลักของตระกูล พวกมันมีความตื่นเต้นมากกว่าใครๆ การกลับมาของเมิ่งฮ่าวเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นการปรากฏขึ้นของลำแสงสายโลหิตหนึ่งหมื่นจ้าง ได้ทำให้สายโลหิตของพวกมันเริ่มมีความหวังขึ้นมาในที่สุด

“ฮ่าวเอ๋อร์ มา มา มาหาข้า พวกเราจะกลับบ้านไปด้วยกัน” ผู้เฒ่าสูงสุดกล่าว มองเห็นความชื่นชมและเป็นกันเองในแววตาของมันได้อย่างชัดเจน

สือจิ่วซูเข้ามาใกล้และเริ่มแนะนำคนทั้งหมดให้กับเมิ่งฮ่าว “ฮ่าวเอ๋อร์ นี่คือผู้เฒ่าสูงสุด ท่านปรมาจารย์ทั้งหมดต่างก็ไปนั่งเข้าฌาณตามลำพัง แต่โชคดีที่ท่านผู้เฒ่าสูงสุดได้คอยช่วยดูแลกิจการภายในตระกูลไว้”

เมิ่งฮ่าวรีบประสานมือและโค้งตัวลงต่ำอย่างรวดเร็ว

“ผู้เยาว์ขอคารวะ ท่านผู้เฒ่าสูงสุด”

ผู้เฒ่าสูงสุดหัวเราะขึ้น ดูเหมือนจะยิ่งรักใคร่เอ็นดูเมิ่งฮ่าวมากขึ้นในทันที

“แต่ข้าไม่อาจจะกลับไปยังตระกูลได้ในตอนนี้” เมิ่งฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกอึดอัดใจอยู่เล็กน้อย เมื่อได้ยินดังนั้นคนทั้งหมดก็เริ่มจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง

“เมื่อครู่นี้มีใครบางคนมาขโมยหินลมปราณของข้าไป” เมิ่งฮ่าวกล่าวต่อพร้อมกับถอนหายใจออกมา สายตากวาดผ่านไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนที่เป็นตระกูลสายนอก ซึ่งกำลังเฝ้าพิทักษ์คุ้มกันประตูสวรรค์ตะวันออกอยู่ หยุดอยู่ที่ผู้ฝึกตนที่มีปานสีดำอยู่ชั่วขณะ ทำให้บุรุษผู้นั้นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และจากนั้นก็หมดสติไปด้วยความหวาดกลัว

“ถูกขโมยไปมากมายเท่าใด?” บุรุษหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ที่ด้านข้างของสือจิ่วซูถามขึ้น มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความตื่นเต้น

“หนึ่งล้าน” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบด้วยความขุ่นเคือง

“อืม ข้าจะจัดการให้เอง” บุรุษหนุ่มเลียริมฝีปาก “ข้ามีนามว่าฟางซี” บุรุษหนุ่มผู้นี้ก็สืบเชื้อสายมาจากสายโลหิตหลักด้วยเช่นกัน และเป็นลูกพี่ลูกน้องของเมิ่งฮ่าว

กลุ่มคนที่เหลือของตระกูลฟางเริ่มหัวเราะขึ้นเป็นเสียงดังออกมา ภาพที่กำลังเกิดขึ้นที่เบื้องหน้าพวกมันแทบจะคล้ายกับเป็นเรื่องตลก เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้มีใครบางคนได้ไปมีเรื่องกับเมิ่งฮ่าวมา ก่อนที่พวกมันจะรู้ว่าเขาคือใคร สมาชิกตระกูลฟางมองว่าศักดิ์ศรีของตระกูลเป็นเรื่องที่สำคัญ และจะไม่อดทนต่อการที่ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำ ไม่เพียงแต่ผู้ฝึกตนสายนอกของตระกูลที่ไม่ได้ตระหนักถึงตัวตนของเมิ่งฮ่าวเท่านั้น กลุ่มผู้ฝึกตนเหล่านั้นที่ทำผิดอย่างร้ายแรงโดยไม่เจตนา ก็จะต้องถูกลงโทษด้วยเช่นกัน

ทันใดนั้น สมาชิกของตระกูลก็เริ่มลงมือ ลากผู้ฝึกตนที่เป็นผู้พิทักษ์คุ้มกันประตูที่มีใบหน้าซีดขาวทั้งหมดจากไป

สำหรับผู้ฝึกตนที่มีปานสีดำเมื่อถูกนำตัวไป มันก็แผดร้องอย่างโหยหวนออกมา หยดน้ำตาเริ่มไหลนองเต็มใบหน้าด้วยความเสียใจ

ผู้เฒ่าสูงสุดส่ายหน้าไปมาและหัวเราะขึ้น จากนั้นก็จับมือเมิ่งฮ่าว นำเขาเข้าไปในประตูของตระกูลฟาง สมาชิกตระกูลฟางคนอื่นๆ ติดตามอยู่ที่ด้านหลัง แสงจากประตูพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ และเสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง

เฝิงสวินจ้องมองไปด้วยความตกตะลึง ขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินจากไป เขาหันหน้ากลับมาและพยักหน้าให้อย่างสนิทสนม ถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่เฝิงสวินก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ในที่สุดสมาชิกของตระกูลฟางทั้งหมดก็กลับเข้าไปบนดาวตงเซิ่ง ผู้ฝึกตนกลุ่มใหม่ได้ถูกส่งมายืนพิทักษ์เฝ้าคุ้มกันอยู่ที่ด้านนอกประตู ผู้ฝึกตนกลุ่มใหม่เหล่านี้สั่นสะท้านด้วยความวิตกกังวล พวกมันรับรู้ถึงชะตากรรมของผู้คุ้มกันก่อนหน้านี้ ทำให้รู้สึกนับถือและหวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าวเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนี้พวกมันปฏิบัติต่อกลุ่มฝูงชนที่มาเข้าแถวอยู่ที่ด้านนอกประตูด้วยมารยาทอันดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่ปล่อยให้คนเหล่านั้นผ่านเข้ามา

ย้อนกลับไปในตระกูลฟาง สมาชิกของตระกูลจากสายโลหิตต่างๆ ได้กลับมาจากด้านนอก และมารวมตัวกันที่คฤหาสน์โบราณ เพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่

เมื่อเทียบกับการรวมตัวกันที่ถูกจัดเตรียมขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน งานในตอนนี้มีความยิ่งใหญ่กว่ามากนัก นอกจากนี้การรวมตัวกันก่อนหน้านี้เป็นการจัดทำเพื่อแสดงออกมากกว่า แต่ครั้งนี้…ผู้คนมากมายได้มาร่วมด้วยความตั้งใจของตนเอง พวกมันต้องการจะมาดูด้วยตัวเองว่าเมิ่งฮ่าวซึ่งเป็นคนในตระกูล และมีลำแสงสายโลหิตหนึ่งหมื่นจ้างผู้นี้จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร

มากกว่าครึ่งของดาวตงเซิ่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลฟาง และถูกครอบครองโดยสายโลหิตรองต่างๆ บนดาวดวงนี้ไม่มีเชื้อสายของราชันใดๆ นอกจากตระกูลฟางเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นเมืองของมนุษย์ธรรมดา หรือว่าเป็นเมืองของผู้ฝึกตน ตระกูลฟาง…ช่างยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งจนสามารถจะบดบังคนทั้งหมดได้ ยิ่งไปกว่านั้นนิกายเซี่ยหลัน (กล้วยไม้โลหิต) และสำนักกุ่ยเสิน (เทพหุ่นเชิด) ต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำกับตระกูลฟาง

แน่นอนว่า สำนักเย่าเซียน (เซียนโอสถ) ได้แยกตัวเป็นอิสระออกไป ตั้งแต่ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยปรมาจารย์แห่งตระกูลฟางที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

คฤหาสน์โบราณของตระกูลฟาง แท้จริงแล้วคือเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง และถูกถือว่าเป็นเมืองหลวงของตระกูลฟาง ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งของมหาสมุทร เป็นสถานที่ที่สายโลหิตนับไม่ถ้วนของตระกูลฟางมักจะมารวมตัวกัน เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ถูกตกแต่งอย่างโอ่อ่าสง่างาม และมีเจดีย์อยู่มากมาย ซึ่งยืดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา

ในอดีตที่ผ่านมา มีแต่สายโลหิตหลักเท่านั้นที่จะได้ครอบครองคฤหาสน์โบราณ แต่ไม่กี่ปีเมื่อเร็วๆ นี้…ขณะที่สายโลหิตหลักตกต่ำลง ทำให้บางพื้นที่ถูกครอบครองโดยสายโลหิตรอง ตอนนี้สายโลหิตหลักเพียงแต่ควบคุมคฤหาสน์โบราณได้แค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อันที่จริงเริ่มมีสัญญาณว่าสายโลหิตรองจะกลายมาเป็นสาขาหลักในที่สุด

งานเลี้ยงต้อนรับสำหรับการกลับมาของเมิ่งฮ่าว มีสมาชิกของตระกูลเข้ามาร่วมงานนับหมื่นคน ในตอนนี้พวกมันได้มารวมตัวกันตรงจัตุรัสที่เป็นจุดศูนย์กลางของคฤหาสน์โบราณ สำหรับเมิ่งฮ่าวแล้ว มันดูคล้ายคลึงกับสิ่งที่เขาเคยเห็นในภาพลวงตาของวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณเป็นอย่างยิ่ง

พื้นถูกปูด้วยแผ่นศิลาสีเขียว และมองเห็นค่ายกลเวทอยู่มากมาย ซึ่งได้กระจายเป็นแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อออกมา เมิ่งฮ่าวรู้สึกราวกับว่ามหาสมุทรอันกว้างใหญ่กำลังปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้และกำลังกดทับลงมา

อาคารบ้านเรือนที่มองเห็นในทั่วทุกทิศทางดูโอ่อ่างดงาม ราวกับเป็นสำนักใหญ่ที่สามารถจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขาทะเลที่เก้า ซึ่งทันใดนั้นได้เปิดเผยให้เมิ่งฮ่าวเห็นบางส่วนเล็กๆ ของมันออกมา

แต่ทั้งหมดนี้จริงๆ แล้วก็เป็นแค่ส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็ง ยังมีกองกำลังอีกหลายชั้นที่เมิ่งฮ่าวไม่อาจจะสัมผัสได้ด้วยพื้นฐานฝึกตนในตอนนี้ สิ่งที่เขารับรู้ได้ทั้งหมดทำให้ไม่อาจจะคาดคิดได้ว่า สมาชิกของตระกูลฟางบนดาวตงเซิ่งนี้มีอยู่มากน้อยเท่าใดกันแน่ โดยที่ยังไม่ได้พูดถึงตระกูลสายนอก หรือผู้ฝึกตนอื่นๆ ที่ยอมก้มศีรษะให้กับตระกูลฟาง

ถ้ารวมกันทั้งหมด…ก็จะมีผู้ฝึกตนเป็นจำนวนมากมายจนน่าตกใจยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มคนที่ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านนอกของประตูสวรรค์ตะวันออกก่อนหน้านี้ ก็เป็นแค่สมาชิกที่มีชื่อเสียงเป็นส่วนใหญ่ของสายโลหิตต่างๆ เท่านั้น

ผู้เฒ่าสูงสุดเป็นประธานในงานเลี้ยงต้อนรับนี้ และแนะนำเมิ่งฮ่าวให้กับสมาชิกของตระกูลมากมาย หลังจากที่กราบสักการะต่อบรรพบุรุษแล้ว มันก็มอบเหรียญคำสั่งให้กับเมิ่งฮ่าว และสิ่งของจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นมันยังได้นำเมิ่งฮ่าวไปยังวิหารตระกูลฟางที่อยู่ในคฤหาสน์โบราณอีกด้วย

วิหารนั้นมีขนาดใหญ่โต เมื่อมองมาจากด้านนอก ก็ดูคล้ายกับเป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่ กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น ที่ด้านในมีโครงสร้างที่คล้ายกับเป็นเวทีขนาดใหญ่ มีที่นั่งหนึ่งหมื่นที่จัดเรียงกันเป็นรูปวงแหวน ในตอนนี้มากกว่าครึ่งของที่นั่งเหล่านั้น มีสมาชิกผู้อาวุโสต่างๆ ของตระกูลนั่งอยู่ พวกมันทั้งหมดมองมาด้วยดวงตาที่สาดประกาย และมีพื้นฐานฝึกตนที่ลึกล้ำ จนเมิ่งฮ่าวไม่อาจจะประเมินได้

ผู้เฒ่าสูงสุดฟางตงเทียนนั่งอยู่ที่ด้านหน้า สายตามันเจิดจ้าราวกับเป็นแสงไฟ ขณะที่มองมายังเมิ่งฮ่าวซึ่งกำลังยืนอยู่ที่จุดกึ่งกลางของวิหาร มีสมาชิกของตระกูลอื่นๆ อีกมากมายนั่งอยู่ในบริเวณนั้น รวมทั้งเอ้อร์ซู (อาสอง) ของเขา และชายชราที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยที่เหี่ยวย่น ซึ่งจ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยสายตาที่คมกริบ ขณะที่มันกำลังประเมินเขาอยู่ ชายชราผู้นี้…คือปู่ของฟางเว่ย ซึ่งเป็นชายชราคนเดียวกับที่มีรังสีสังหารแวบขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงระฆังจากเมิ่งฮ่าวเมื่อก่อนหน้านี้

ยังมีสมาชิกของตระกูลคนอื่นๆ อีกที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุไม่มากนัก และในท่ามกลางพวกมัน เมิ่งฮ่าวมองเห็นฟางตงหาน ซึ่งมองมายังเขาและยิ้มให้

เมิ่งฮ่าวยังมองเห็นฟางเซียงซานอีกด้วย เมื่อนางเห็นเขามองมา นางก็สั่นสะท้านและก้มหน้าลง เห็นได้ชัดว่านางยังคงจดจำเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นบนดาวหนานเทียนได้

ผู้ถูกเลือกมากมายจากตระกูลฟางอยู่ที่นั่น รวมทั้งบุรุษหนุ่มในชุดสีขาว ซึ่งมีผิวกายที่เรียบนุ่มราวกับหยก มันเป็นบุรุษหนุ่มที่เคยฝึกตนอยู่ในถ้ำแห่งเซียน ซึ่งลึกลงไปใต้พื้นดินของคฤหาสน์โบราณก่อนหน้านี้ ในตอนนี้มันกำลังนั่งอยู่ ถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มผู้ฝึกตนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับมันมากกว่าหนึ่งร้อยคน

หนึ่งในผู้ฝึกตนวัยเยาว์ที่อยู่ข้างกายมันคือฟางอวิ๋นอี้!

ฟางอวิ๋นอี้จ้องมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยสายตาที่ชั่วร้าย จากนั้นก็เอนตัวไป กระซิบบางสิ่งบางอย่างไปที่หูของบุรุษหนุ่มในชุดสีขาว

อันที่จริง บุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่จำเป็นต้องมีคณะผู้ติดตาม เมื่อเทียบพลังของคนอื่นๆ กับมันแล้ว ราวกับเป็นการเปรียบเทียบความมืดมิดยามราตรี กับแสงไฟอันเจิดจ้า มันดูเหมือนกับสุนัขป่าในท่ามกลางฝูงลูกแกะ เป็นคนที่ใครก็ตามต้องตระหนักถึงในทันทีที่มองไปเพียงแค่แวบเดียว

นี่คือผู้ถูกเลือกอันดับหนึ่งก่อนหน้านี้ในตระกูลฟาง เว่ยกงจื่อ…ฟางเว่ย!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: