I Shall Seal The Heaven Chapter 993

ตอนที่ 993

วิกฤตตระกูลฟาง!!

เสียงของฟางเว่ยดังก้องออกไปทั่วทั้งดินแดนแห่งดาวตงเซิ่ง มันมีชีพจรเซียนสองร้อยสี่สิบเอ็ดจุด และมังกรเซียนสองร้อยสี่สิบเอ็ดตัวหมุนวนไปมาอยู่ในอากาศรอบๆ ตัว ส่งเสียงแผดร้องคำรามจนทำให้เกิดเป็นสายลมพุ่งขึ้นมา และพื้นดินก็สั่นสะเทือนไปทั่ว

“ฟางฮ่าว!!” ฟางเว่ยมองขึ้นไป ด้วยสีหน้าที่ดุร้ายและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ร่างกายมันสูงใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความสูงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเดิม

อย่างน่าตกใจยิ่ง วิญญาณเซียนยี่สิบสี่ดวงพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ด้านหลังของมัน กลายเป็นสวรรค์ยี่สิบสี่ชั้น กระจายแรงกดดันจนทำให้ใครก็ตามที่มองไปต้องรู้สึกว่าจิตใจกำลังเต้นรัว

พวกมันเริ่มต่อต้านกับสวรรค์สามสิบสามชั้นของเมิ่งฮ่าวอย่างช้าๆ!

นี่คือสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นสิ่งที่ผู้ถูกเลือกใดๆ ก็ตามไม่อาจจะทำได้ มีแต่ฟางเว่ยเท่านั้นที่จะต่อต้านกับสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นของเมิ่งฮ่าวได้!

สามสิบสามสวรรค์คือขีดจำกัดสำหรับเซียน และทำให้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรนี้ แต่สำหรับตอนนี้ก็มีพลังอันแข็งแกร่งได้พุ่งออกมาจากตัวฟางเว่ยอย่างรุนแรง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น ขณะที่กลิ่นอายของผลเนี่ยผานที่ฟางเว่ยครอบครองอยู่ เริ่มมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น อันที่จริงเมื่อเขาหลับตาลงก็จะรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ผลเนี่ยผานทั้งสองกำลังทำงานอยู่ที่หน้าผากของฟางเว่ย

ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์โบราณตระกูลฟาง ปรมาจารย์รุ่นเจ็ดพร้อมกับปรมาจารย์อีกหกคน มองเห็นฟางเว่ยระเบิดพลังของชีพจรเซียนสองร้อยสี่สิบเอ็ดจุดออกไป เห็นได้ชัดว่าปรมจารย์รุ่นเจ็ดตกตะลึง และลึกลงไปในดวงตาของปรมาจารย์รุ่นหก เป็นแสงแห่งความยินดีและตื่นเต้น แต่ก็ยากที่จะมีใครพบเห็นได้

“มันเติบโตขึ้นแล้ว…” ปรมาจารย์รุ่นหกพึมพำ จากนั้นก็หลับตาลง

สูงขึ้นไปที่ด้านบน พลังของฟางเว่ยพุ่งขึ้นมา และมังกรเซียนสองร้อยสี่สิบเอ็ดตัวก็หมุนวนไปมาอยู่ในอากาศ โดยมีฟางเว่ยเป็นจุดศูนย์กลาง ที่ด้านหลังของมัน สวรรค์ยี่สิบสี่ชั้นทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน กลิ่นอายฟางเว่ยพุ่งทะยานขึ้นไป เท่าที่เห็นมันไม่มีทางจะยอมจำนนให้กับเมิ่งฮ่าวอย่างแน่นอน

นอกจากนั้นเมิ่งฮ่าวก็มีมังกรเซียนเพียงแค่หนึ่งร้อยยี่สิบสามตัวเท่านั้น ถึงแม้ว่าแต่ละตัวจะร้ายกาจสักเพียงใด แต่จำนวนของพวกมันก็มีน้อยกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปยังวิญญาณเซียนทั้งสามสิบสามดวงของเมิ่งฮ่าว และสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นของเขาแล้ว เมิ่งฮ่าวก็ยังคงยิ่งใหญ่เกรียงไกรเหมือนเช่นเคย

“ฟางฮ่าว นี่คือพลังขั้นสูงสุดของข้า ถ้าข้าพ่ายแพ้ในตอนนี้ ข้าก็จะส่งมอบสิ่งของที่เป็นของเจ้าออกไป สำหรับค่าตอบแทนในการใช้พวกมัน ข้าจะมอบชีวิตของข้าให้ด้วยเช่นกัน!” ดวงตาฟางเว่ยสาดประกายขึ้นด้วยความบ้าคลั่ง ขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว แต่ภายในความบ้าคลั่งนั้นเป็นแสงแห่งความมุ่งมั่น

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเริ่มเคร่งเครียดจริงจังขณะที่มองกลับไปยังฟางเว่ย และพยักหน้าให้

ในตอนนี้เมิ่งฮ่าวไม่รู้สึกเกลียดชังฟางเว่ยอีกต่อไปแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้เป็นแค่ผลลัพธ์ที่สืบเนื่องมาจากโชคชะตาเท่านั้น

“มาสู้กัน!!” ฟางเว่ยแผดร้องคำราม แหงนหน้าขึ้นและหัวเราะออกมา ก้าวเดินตรงไป ขยับมือขวาร่ายเวท ทำให้แม่น้ำปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้ามัน!

แม่น้ำนั้นเป็นสีเหลือง และภายในลอยไปมาด้วยวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดุร้ายออกมา ในชั่วพริบตาแม่น้ำนั้นก็มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างไร้ที่เปรียบ มันคือ…น้ำพุเหลือง! (นรกของจีน)

นี่คือแก่นแท้ของหนึ่งรำพึงเต๋าอเวจี เป็นการปรากฏขึ้นมาของน้ำพุเหลือง ราวกับว่ามันเป็นตัวแทนของห้วงอเวจีและพลังของนรกโลกันต์ ระลอกคลื่นอันลี้ลับได้กระจายออกไปจากน้ำพุเหลือง ทำให้สวรรค์ต้องสั่นสะท้าน จิตใจของผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าต้องสั่นสะเทือน

ที่ยิ่งน่าตกใจมากไปกว่านั้นไม่ใช่แค่การปรากฏขึ้นของน้ำพุเหลืองเท่านั้น แต่มีทั้งหมด…สองร้อยสี่สิบเอ็ดแห่ง! พวกมันก่อตัวขึ้นมาอยู่ที่เบื้องหน้าฟางเว่ย ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แม้แต่ท้องฟ้าที่ด้านบนก็ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเหลือง

ฟางเว่ยสั่นไปทั้งร่าง เส้นเลือดปะทุขึ้นมาบนใบหน้า โบกสะบัดมือจากนั้นก็ชี้ตรงไปยังเมิ่งฮ่าวและกู่ร้องออกมา

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่น้ำพุเหลืองสองร้อยสี่สิบเอ็ดแห่งพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ในชั่วพริบตา พวกมันก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น และดูเหมือนว่าแทบจะทำให้เขาจมอยู่ด้านใน

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบแสงขึ้น ขณะที่ขยับมือขวาร่ายเวทและโบกสะบัดออกไป ชีพจรเซียนของเขาส่งเสียงดังกระหึ่ม ทำให้ชีพจรเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุดปรากฏขึ้นที่ด้านนอก ไม่ใช่เป็นมังกรเซียน แต่เป็นภูเขาที่เชื่อมต่อกัน!

เป็นสายโซ่แห่งภูเขาเซียน!

สายโซ่แห่งภูเขาเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามลูกตกลงไป แต่ละลูกทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ดูเหมือนว่าเมิ่งฮ่าวจะถูกห้อมล้อมไว้ด้วยภูเขาที่ไร้จุดสิ้นสุด ภูเขาทั้งหมดกระจายพลังเซียนออกมา ขณะที่พวกมันกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่จุดศูนย์กลางของภูเขาทั้งหมด ราวกับว่าเขาคือราชันของพวกมัน!

เมิ่งฮ่าวเผชิญหน้ากับน้ำพุเหลือง ยื่นมือขวาออกและชี้ตรงไป เสียงกระหึ่มได้ยินมาขณะที่ภูเขาทั้งหมดเริ่มโคจรหมุนวนอยู่ในอากาศ และจากนั้นก็พุ่งตรงไปยังน้ำพุเหลือง

น้ำพุเหลืองอาจจะดูลี้ลับ แต่ภูเขาก็สามารถสะกดข่มพวกมันไว้ได้!

สายโซ่แห่งภูเขาบดขยี้ลงไปยังน้ำพุเหลือง!

ผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่เก้ารู้สึกว่า หน้าอกของตนเองแน่นขึ้น ขณะที่เฝ้ามองไป

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องดังขึ้นมา ขณะที่ภูเขาสายโซ่บดขยี้ลงไป น้ำพุเหลืองพุ่งขึ้นมา และทั้งสองก็กระแทกเข้าหากัน น้ำพุเหลืองถูกทำลายไปทีละแห่งจนกระทั่งหายไปทั้งหมด และภูเขาทุกลูกก็พังทลายลงไป ภาพที่เกิดขึ้นอยู่บนท้องฟ้าในตอนนี้คล้ายกับเป็นภาพวาด การระเบิดทำลายล้างขนาดใหญ่ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน และยังทำให้เกิดเป็นรอยแตกร้าวปรากฏขึ้นในท้องฟ้าอีกด้วย

นี่ไม่ใช่พลังแห่งเซียนอีกต่อไป แม้แต่ผู้ฝึกตนแห่งอาณาจักรโบราณที่มีตะเกียงวิญญาณดับไปแล้วหนึ่งดวง ก็ยังไม่อาจจะปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ด้วยระดับพลังเช่นนี้ออกมาได้ ผู้ฝึกตนแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็สั่นสะท้านไปตามๆ กัน

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากฟางเว่ย และสีหน้ามันก็ดุร้ายเหมือนเช่นเคย ขณะที่ขยับสองมือร่ายเวท และจากนั้นก็ยกแขนขึ้นไปที่ด้านบนตรงท้องฟ้า ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง แผดร้องคำรามว่า “เต๋าอเวจี!”

ขณะที่คำพูดของมันดังก้องออกไป น้ำพุเหลืองที่กระจัดกระจายไปทั้งหมดก็เริ่มหมุนวนกลับมาหามัน น้ำสีเหลืองจำนวนมากได้กลายเป็นสายฝนตกลงมายังร่างมันจากทั่วทุกทิศทาง จากนั้นในชั่วพริบตาน้ำนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

มันกลายเป็น…น้ำพุเหลืองอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริง จนทำให้สวรรค์ต้องเปลี่ยนสีปฐพีต้องสิ้นแสง!!

นี่ไม่ใช่น้ำพุเหลืองแห่งขุนเขาทะเลที่สี่ นี่คือการปรากฏขึ้นของชีพจรเซียนของฟางเว่ย หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อตัวเป็นน้ำพุเหลืองของมันเอง กลิ่นอายแห่งการเกิดใหม่ปรากฏขึ้น ทำให้พื้นดินทั้งหมดสั่นสะเทือน และท้องฟ้าก็เริ่มมืดสลัวลงไป

ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีแค่สิ่งเดียวเท่านั้นที่คงอยู่…น้ำพุเหลืองอันยิ่งใหญ่ไร้ที่เปรียบของมัน ซึ่งมีความยาวถึงหนึ่งหมื่นจ้าง!

ถ้าเป็นเช่นนั้นทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด แต่น่าตกใจยิ่ง ที่วิญญาณเซียนยี่สิบสี่ดวงได้ปรากฏขึ้นอยู่ภายในน้ำพุเหลืองด้วยเช่นกัน พวกมันอาจจะเป็นวิญญาณเซียนของฟางเว่ย แต่ในตอนนี้…พวกมันคือตุลาการโลกันต์แห่งนรกอเวจี!

ตุลาการโลกันต์ยี่สิบสี่คน แต่ละคนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ขั้นสูงสุดของอาณาจักรเซียน น้ำพุเหลืองคืออาวุธของพวกมัน และสำหรับฟางเว่ย…มันคล้ายกับเป็นยินหลัวหวัง! (พญายมราช)

“ด้วยเต๋าอเวจี ข้าจะกำจัดวิญญาณแห่งผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรเซียนไป!” ฟางเว่ยแผดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง โบกสะบัดมือชี้ตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

ในตอนนี้ผู้ฝึกตนทั้งหมดแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็อ้าปากค้าง กลุ่มฝูงชนบนดาวตงเซิ่งรู้สึกประหลาดใจ และสีหน้าของกลุ่มคนแห่งตระกูลฟางก็เปลี่ยนไป

“ฟางเว่ยช่างแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อนัก!!”

“นั่นคือหนึ่งรำพึงเต๋าอเวจี!?”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมันถึงถูกถือว่าเป็นเวทแห่งเต๋าอันโดดเด่น! การปรากฏขึ้นของน้ำพุเหลือง, ตุลาการโลกันต์ และยินหลัวหวัง…ก็หมายความว่าปรมาจารย์รุ่นแรกของตระกูลฟาง ต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับขุนเขาที่สี่?”

“นี่คือสุดยอดของการต่อสู้อย่างแท้จริง ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นมาก่อน เพราะว่าเมิ่งฮ่าวช่างแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง! ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นด้วยสองตาของตัวเองเช่นนี้มาก่อน!”

ขุนเขาทะเลที่เก้ากำลังสั่นสะเทือน ย้อนกลับไปยังดาวหนานเทียน ฟางซิ่วเฟิงและเมิ่งลี่กำลังรู้สึกวิตกกังวล สหายทั้งหมดของเมิ่งฮ่าวก็เริ่มกระวนกระวายใจขึ้นเช่นเดียวกัน ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ด้านนอกของท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาว มีเรือลำหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ บุรุษหนุ่มที่เอาแต่ใจตัวเองจากก่อนหน้านี้กำลังมองไปยังจอภาพด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเช่นเดียวกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกถึงวิกฤตอันร้ายแรงได้พุ่งขึ้นมาในจิตใจเมิ่งฮ่าว เขามองไปยังฟางเว่ย และต้องยอมรับว่า…มันคือผู้ถูกเลือกที่แท้จริง

น้ำพุเหลืองส่งเสียงดังกระหึ่มตรงมายังเมิ่งฮ่าว และวิญญาณเซียนยี่สิบสี่ดวงซึ่งเป็นตุลาการโลกันต์ที่อยู่ด้านในก็โจมตีมาโดยพร้อมเพรียงกัน

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แววตาที่ต้องการต่อสู้เริ่มเข้มข้นมากขึ้น เป็นความเข้มข้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่ในตอนที่เขาได้เผชิญหน้ากับผู้ถูกเลือกเซียนแท้จากก่อนหน้านี้

ภายในดวงตาข้างขวาของเมิ่งฮ่าว ศิลาดวงดาวได้ปรากฏขึ้น กลายเป็นแสงดาวที่ลอยออกมาอยู่เหนือฝ่ามือของเขา ในชั่วพริบตาแสงดาวนั้นก็ได้ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง

“หนึ่งรำพึงกลายเป็นดวงดาว!!” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้น ถ้าไม่นับเวทผนึกอสูรและสุดยอดสะพานของเขาแล้ว หนึ่งรำพึงกลายเป็นดวงดาวคือความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถปลดปล่อยออกมาได้!

แสงดาวอันไร้ขอบเขตปกคลุมไปทั่วร่างเมิ่งฮ่าว ทำให้ดูคล้ายกับว่าเขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนอีกต่อไป ขณะที่แสงอันไร้ขอบเขตนั้นกระจายออกไป ขณะที่ศิลาดวงดาวโอบล้อมอยู่รอบๆ ตัว เขาก็กลายเป็นดวงดาวไป!

นี่คือเวทเต๋าดวงดาวที่ไม่ธรรมดา นี่คือรูปแบบที่มาจากเวทลับเซียนแท้ของเมิ่งฮ่าว เป็นการปลดปล่อยพลังแห่งหนึ่งรำพึงกลายเป็นดวงดาวออกมาหนึ่งร้อยยี่สิบสามเท่า!

ดาวดวงนี้มีความกว้างหนึ่งพันจ้าง เมื่อมันปรากฏขึ้น ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่กำลังมองดูอยู่ ต่างก็คิดย้อนกลับไปถึงตอนที่พวกมันเคยเห็นเวทเช่นเดียวกันนี้มาก่อน ในตอนที่เมิ่งฮ่าวใช้มันกระแทกให้ประตูเซียนเปิดออก

“หนึ่งรำพึงกลายเป็นดวงดาว!!” กลุ่มคนตระกูลฟางต่างก็งุนงงไปตามๆ กัน

ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวในรูปแบบของดวงดาวก็พุ่งตรงไปยังน้ำพุเหลือง สายตาทุกคู่ต่างก็จ้องมองไป…ขณะที่เขาทำการต่อสู้เพื่อตัดสินกันเป็นครั้งสุดท้าย!

ดวงดาวสั่นสะท้านขณะที่เคลื่อนที่ตรงไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด ฟางเว่ยทุ่มเทพลังการต่อสู้จากพื้นฐานฝึกตนเท่าที่สามารถจะรวบรวมขึ้นมาได้จนสุดตัว ไม่เหลือไว้แม้แต่น้อยนิด

“ตาย!!” ฟางเว่ยร้องตวาดขึ้น ขณะที่น้ำพุเหลืองและเมิ่งฮ่าวในรูปแบบดวงดาวกระแทกเข้าหากัน

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกไปทั่วทั้งดาวตงเซิ่ง ท้องฟ้าแตกกระจายไปและพื้นดินก็ส่งเสียงดังกระหึ่ม ฟางเว่ยแผดร้องต่อต้านขึ้นขณะที่น้ำพุเหลืองของมันแตกกระจายไป วิญญาณเซียนระเบิดออก ไม่อาจจะต่อต้านกับดวงดาวขนาดใหญ่นั้นได้

จนกระทั่งดวงดาวเริ่มหดตัวเล็กลงอย่างรวดเร็ว เริ่มอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ยังคงฉีกกระชากให้น้ำพุเหลืองขาดกระจุยไปได้ทั้งหมด และบดขยี้วิญญาณเซียนทั้งยี่สิบสี่ดวงไปจนหมดสิ้น

ในตอนนี้ดวงดาวนั้นได้บรรลุถึงตัวฟางเว่ย แต่ก็หดเล็กลงไปจนมีความกว้างแค่หนึ่งจ้างเท่านั้น ดวงดาวกระแทกไปบนร่างมัน ทำให้เกิดเป็นเสียงกระดูกแตกร้าวดังกระจายไปทั่วทั้งร่างของมัน

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของฟางเว่ย และมันก็เริ่มหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา ขณะที่พุ่งลงไปยังพื้นดินที่ด้านล่าง กระแทกเข้าไปบนยอดเขา ทำให้ยอดเขานั้นพังทลายกลายเป็นเศษหินดินทรายไปในทันที

เสียงหัวเราะอย่างขมขื่นของฟางเว่ยยังคงดังก้องอยู่ในอากาศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โลหิตไหลซึมออกมาจากปากของมัน หน้าอกมันถูกบดขยี้จนกลายเศษเนื้อ อวัยวะภายในของมันแตกกระจายไป วิญญาณของมันแหลกละเอียด ชีวิตของมันใกล้จะมาถึงจุดจบแล้ว

“มา…มานำสิ่งของที่เป็นของเจ้าไป!” ฟางเว่ยกล่าว ใช้ลมหายใจห้วงสุดท้ายของมัน ทำให้คำพูดดังก้องออกไปในอากาศ ดวงดาวจางหายไปและเมิ่งฮ่าวก็ปรากฏกายขึ้น ขณะที่มองลงไปยังฟางเว่ยอย่างเงียบๆ คนทั้งหมดจากขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็นิ่งเงียบไปด้วยเช่นกัน

“มันจบแล้ว” เมิ่งฮ่าวกล่าว ถอนหายใจออกมา เคลื่อนที่ตรงไปอย่างต่อเนื่อง ถูกปกคลุมด้วยความเงียบ เมื่อเขากำลังจะไปถึงตัวฟางเว่ย ฟางซิ่วซานก็มองขึ้นไป และรังสีสังหารก็เดือดพล่านอยู่ในดวงตาของมัน ทันใดนั้นมันก็ใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลย่อยออกมา พื้นฐานฝึกตนในอาณาจักรโบราณของมันระเบิดออกไป ด้วยพลังอันน่ากลัวของตะเกียงวิญญาณที่ดับไปแล้วสองดวง

“ฟางฮ่าว ถึงเวลาที่เจ้าต้องตายแล้ว!!” มือของฟางซิ่วซานพุ่งออกไป และทุกสรรพสิ่งก็สั่นสะเทือน แต่ขณะที่มันเข้าไปใกล้ สือจิ่วซู (อาสิบเก้า) ของเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น ไปปรากฏกายอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ฉับพลันนั้นทั้งคู่ก็เริ่มต่อสู้กันไปมา!

“ไสหัวไป!” ฟางซิ่วซานตวาดขึ้น ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมากที่สุดของมันออกมา

ในเวลาเดียวกันนั้น ปู่ของฟางเว่ยกำลังจะขยับตัวเคลื่อนไหว แต่ผู้เฒ่าสูงสุดก็ก้าวเท้าตรงมาและมองไปยังมัน

“อย่าได้ทำเรื่องโง่เขลาใดๆ” ผู้เฒ่าสูงสุดกล่าวขึ้น ถอนหายใจออกมา “สำหรับเว่ยเอ๋อร์ ข้าจะ…”

ปู่ของฟางเว่ยไม่พูดจา ก่อนที่ผู้เฒ่าสูงสุดจะทันได้กล่าวจบ มันก็กัดฟันแน่น ท่าทางมุ่งมั่นปรากฏขึ้นในแววตา ขณะที่จู่ๆ มันก็ยกแผ่นหยกขึ้นมาและบดขยี้ไป!

“คนผู้นั้นกล่าวถูกต้อง ตระกูลฟางจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง…ข้าเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการเท่านั้น รับผิดชอบเกี่ยวกับผู้อาวุโสของตระกูล แต่ถ้าข้าขยับตัวเคลื่อนไหว คนทั้งหมดก็…ไร้ทางเลือกนอกจากต้องทำตามเท่านั้น ไม่ว่าพวกมันจะต้องการหรือไม่ก็ตามที!” ทันใดนั้นปู่ของฟางเว่ยก็เงยหน้าขึ้น พื้นฐานฝึกตนของมันระเบิดเป็นพลังออกมา!

ผู้เฒ่าสูงสุดอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ ดวงตามันเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและตกตะลึง นั่นเป็นเพราะว่าในตอนที่ปู่ของฟางเว่ยบดขยี้แผ่นหยก สีหน้าอันดุร้ายทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของผู้อาวุโสตระกูลฟางเกือบสี่ในสิบส่วน อย่างน่าตกใจยิ่ง พวกมันเริ่มโจมตีไปยังกลุ่มคนในตระกูลอย่างฉับพลัน!

ตระกูลฟางกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันร้ายแรง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น