ตอนที่ 1202 วรยุทธระดับเซียนขั้น 3 -สูงสุด
ถึงอย่างไรหลัวฉีฉีก็ยังเป็นลูกศิษย์ของเขา ถ้าใครรังแกเธอ เขาก็ไม่อาจนั่งนิ่งเฉยได้
เช่นเดียวกับที่เขาเคยลุกขึ้นยืนหยัดต่อสู้เพื่อลู่ชงและคนอื่นๆมาแล้ว
“ขอบคุณมาก” เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของชายหนุ่ม หลัวฉีฉีอดหวนนึกไปถึงตอนที่อีกฝ่ายยืนหยัดต่อสู้กับหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเมื่อตอนอยู่ในห้องใต้ดินไม่ได้ เธอยิ้มออกมาน้อยๆ
ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้วที่เธอรู้จักชายคนนี้ และรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร
สำหรับลูกศิษย์ของเขา เขาพร้อมจะปะทะกับทั้งอาณาจักรโดยไม่ลังเล เพื่อพ่อบ้านของเขา เขาคือชายผู้ต่อกรกับราชาหมายเลข 1 และรองประธานสภาปรมาจารย์ของจักรวรรดิอันทรงเกียรติ มีความเป็นผู้นำ แต่ปกป้องทุกคนที่เขาใส่ใจ เพียงแค่นี้เธอก็แน่ใจแล้วว่าเขาจะต้องพุ่งเข้าช่วยเหลือเธอทันทีหากเกิดอะไรขึ้น
และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เธอรักเขา
จริงใจ บ้าบิ่น มีความรับผิดชอบ และตัดสินใจแน่วแน่
สำหรับคนที่เขาเอาใจใส่ เขาจะดูแลอย่างจริงใจ ไม่มีความเสแสร้งแกล้งทำแม้แต่น้อย
“ท่านอาจารย์ ฉันมีความสุขที่ได้ยินคำตอบแบบนี้จากคุณ เอาล่ะ ฉันขอตัวกลับก่อน!” หลัวฉีฉีปัดฝุ่นออกจากมือของเธอขณะยิ้มให้จางเซวียน “ฉันจะไม่รบกวนคุณแล้ว”
จางเซวียนโบกมือ “ไปเถอะ”
แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมา แต่การกระทำก็บอกชัดเจนแล้วว่าเขาปฏิเสธความรู้สึกของเธอ
หลังจากวันนี้ เธอควรจะเข้าใจว่าเขามองเธอเป็นแค่ลูกศิษย์ที่มีค่าคนหนึ่งเท่านั้น และความรู้สึกที่เธอมีให้เขาจะไม่มีวันผลิดอกออกผล บางที เธอควรจะเปลี่ยนความคิดและไปหาคนที่เหมาะสมกับเธอมากกว่า
หลัวฉีฉีหันหลังไปพร้อมกับพึมพำ “ลาก่อนท่านอาจารย์”
จากนั้นเธอก็กระโจนขึ้นกลางอากาศ ไม่ช้าก็หายลับไป
เมื่อหลัวฉีฉีจากไปแล้ว จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาใช้เวลาอยู่กับเธอเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่รู้สึกราวกับไปรบทัพจับศึกมา
ดูเหมือนว่าต่อไปเขาจะต้องรู้จักยับยั้งตัวเองและเก็บเนื้อเก็บตัวให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงจะเป็นปัญหาแน่หากสาวๆพากันมาตกหลุมรักเขา
บางทีการเป็นคนโดดเด่นก็ถือเป็นความโชคร้าย
จางเซวียนส่ายหน้าและกำลังจะหาที่ฝึกฝนวรยุทธโดยใช้ยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณที่ได้มาใหม่ ก็พอดีกับที่เห็นร่างหนึ่งเดินตรงมาหาเขา ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหยู่เฟยเอ๋อ!
“ปรมาจารย์จาง คุณจะลำเอียงไปหน่อยไหม? คุณบอกว่าคุณจะสอนฉีฉีเรื่องการหลอมยา ฉันเองก็อยากเรียนเหมือนกัน!” หยู่เฟยเอ๋อคำรามทันทีที่ร่อนลงบนหน้าผา ดูจะไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับช่วงเวลาที่จางเซวียนใช้ไปกับหลัวฉีฉี
ทั้งคู่ได้สารภาพความในใจกับเขา แต่จางเซวียนกลับเลือกใช้เวลาเป็นส่วนตัวกับหลัวฉีฉี เธออดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
“ผมแค่สอนเธอเรื่องการหลอมยาเท่านั้น ไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิด” จางเซวียนนวดหว่างคิ้วอย่างจนปัญญา รู้ดีว่าเป็นการดีกว่าหากจะพูดตรงไปตรงมากับคนที่มีนิสัยอย่างหยู่เฟยเอ๋อ เขาจึงพูดตรงเข้าประเด็น “บอกคุณตามตรงนะ ผมมีคนที่ผมชอบอยู่แล้ว!”
“จริงหรือ? ใครกัน? ใช่ฉีฉีหรือเปล่า?” หยู่เฟยเอ๋อถามอย่างระแวง
“ไม่ใช่เธอหรอก แต่เป็นองค์หญิงน้อยของตระกูลหลัว” จางเซวียนตอบ
“ตระกูลหลัว? ตระกูลนักปราชญ์?” หยู่เฟยเอ๋อไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ตระกูลหลัวเป็นตระกูลที่มั่งคั่งมากในทวีปแห่งปรมาจารย์ คุณไปสนิทชิดเชื้อกับองค์หญิงน้อยของพวกเขาได้อย่างไร?
ตระกูลนักปราชญ์นั้นถือเป็นตระกูลสุดยอดของทวีปแห่งปรมาจารย์ ทุกคนล้วนแล้วแต่ทรงอำนาจ หากเปรียบเทียบกับตระกูลหลัว ราชวงศ์หงหย่วนของเธอก็แทบไม่มีความหมายเลย
จางเซวียนมาจากอาณาจักรไกลปืนเที่ยงอย่างเทียนเซวียน เขาจะไปมีโอกาสสนิทชิดเชื้อกับคนที่สูงส่งอย่างองค์หญิงน้อยจากตระกูลหลัวได้อย่างไร? แถมยังตกหลุมรักเธอด้วย?
“คุณจะเชื่อคำพูดของผมหรือไม่ก็ได้ ส่วนการที่ผมรู้จักเธอได้อย่างไรนั้น ผมพูดได้คำเดียวว่ามันเป็นเรื่องของพรหมลิขิต และอีกอย่าง ผมบอกคุณได้ว่าสำหรับความรู้สึกที่เรามีให้กันนั้น เราทั้งคู่ใจตรงกัน!” ถึงตอนนี้ จางเซวียนอดคิดถึงหลัวลั่วชิงไม่ได้ ริมฝีปากของเขาเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ความเข้าใจผิดทำให้ทั้งคู่ได้พบกันเป็นครั้งแรก เขาคิดว่าเธอกำลังจะถูกพวกอสูรวิเศษทำร้าย จึงได้ดึงเธอลงไปในแม่น้ำเพียงเพื่อจะสลบไป เมื่อคิดดู ความเข้าใจผิดนี้ก็ดูเหมือนโชคชะตาที่เป็นปาฏิหาริย์ ถ้ามันไม่เกิดขึ้น พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันในวันนี้หรือ?
ในเมื่อเขามีคนรักแล้ว เขาก็ไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับสุภาพสตรีคนไหนให้มากเกินไป หยู่เฟยเอ๋อเป็นคนหัวแข็งและมุ่งมั่น เขารู้สึกว่าเขาควรจะตัดไฟแต่ต้นลม
“ฉันไม่เชื่อคุณหรอก คุณโกหก” หยู่เฟยเอ๋อหน้าซีด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดว่าจางเซวียนไม่มีคนรัก และตัวเธอ หลัวฉีฉี กับหูเหยาเหย่าก็ล้วนแต่มีโอกาสพอๆกันหากขยันทำคะแนน ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะมาช้าเกินไป
“คุณเป็นผู้หญิงที่วิเศษนะ แต่สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง” จางเซวียนส่ายหน้า
“แต่ฉัน” หยู่เฟยเอ๋อมีทีท่าร้อนรนและอยากจะพูดต่อ แต่แล้วก็กัดฟันและหันหลังกลับ จากนั้นอีกครู่หนึ่งเธอก็พูดออกมา “ปรมาจารย์จาง วันนี้ฉันรบกวนคุณมากพอแล้ว ขอตัวก่อน”
จากนั้นก็ไม่แม้แต่จะรอคำตอบของจางเซวียน เธอกระโจนขึ้นสู่กลางอากาศและบินหายลับไปในชั่วพริบตา
แม้เธอจะไม่พูดอะไร แต่เสียงของเธอก็บ่งบอกถึงความเสียใจและตกตะลึง
เธอไม่อยากจะเชื่อว่าจางเซวียนมีคนรักแล้ว และรับไม่ได้ด้วย
“โธ่เว้ย” เมื่อเห็นว่าตัวเองทำให้สาวน้อย 2 คนอกหักพร้อมๆกันโดยไม่ได้ตั้งใจ จางเซวียนส่ายหัวและถอนหายใจเฮือก
ถ้าเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นอีก แต่เขาไม่มีความรู้สึกในเชิงชู้สาวกับทั้งคู่จริงๆ ถ้าเขาปล่อยให้ความรู้สึกที่พวกเธอมีต่อเขาพัฒนาต่อไป ก็มีแต่จะทำให้ต้องเจ็บปวด
มีแต่หลัวลั่วชิงเท่านั้นที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้
เขาได้ใช้ชีวิต 2 ชีวิตในโลกสองโลก พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาต้องสุขุมเยือกเย็นกับหลายๆเรื่อง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลัวลั่วชิง เขากลับกลายเป็นชายหนุ่มที่ทำร้ายฟงฉวิ๋นเสียยับเยินเพราะความหึงหวง ทั้งยังจงใจหาเรื่องจางจิ่วเซี่ยว ทั้งที่เขาเป็นคนมีเหตุมีผล แต่ก็ยังรู้สึกไม่ชอบใจพวกตระกูลจางโดยไม่มีสาเหตุ
หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อเป็นสาวสวยและโดดเด่น แต่ไม่มีใครที่ให้ความรู้สึกแบบนั้นกับเขาได้
เขารู้ดีว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีให้พวกเธอเป็นแค่ความห่วงใยในฐานะอาจารย์จะพึงมีต่อลูกศิษย์เท่านั้น
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น แทนที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับพวกเธอ ย่อมเป็นการดีกว่าที่จะตัดความหวังก่อนที่พวกเธอจะจมลงไปมากกว่านี้ ยิ่งคาดหวังเท่าไหร่ก็ยิ่งผิดหวังมากขึ้นเท่านั้น
เขาแน่ใจว่านี่คือการกระทำที่ดีที่สุดแล้ว
“ช่างมันเถอะ เราไม่ควรคิดมากเรื่องนี้ ยกระดับวรยุทธเป็นขั้นตัวอ่อนจิตวิญญาณขั้นสูงสุดก่อนดีกว่า!” จางเซวียนส่ายหน้าและสลัดความคิดอื่นๆทิ้งไปก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น
บริเวณนั้นเงียบสงบและไม่มีใคร เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฝึกฝนวรยุทธ
เขารีบตรวจสอบสภาพภายในร่างกายรวมทั้งลมหายใจ และเมื่อสภาวะร่างกายพุ่งขึ้นสู่ความแข็งแกร่งถึงขีดสุดในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา เขาก็นำยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณออกมาใส่ปาก
ยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณที่หลัวฉีฉีหลอมขึ้นนั้นใช้สมุนไพรที่มีอายุมากเป็นพิเศษ จึงให้คุณสมบัติทางยาที่เข้มข้น อีกทั้งยังเป็นยาโลกจารึก ดังนั้น ทั้ง 4 เม็ดจึงให้อานุภาพสูงกว่ายาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณแบบธรรมดาที่ได้มาจากประธานชิงหลายสิบเท่า
ขณะที่ยาเม็ดละลายในปากของเขา เขาก็พลันรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลไปทั่วทางเดินพลังปราณ ก่อนจะไปรวมกันที่จิตวิญญาณต้นกำเนิด
เมื่อสำเร็จวรยุทธระดับเซียนขั้น 3 ขั้นกลาง จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบขึ้นเป็นเด็กขนาดเท่าอายุ 8 ขวบ ทุกการเคลื่อนไหวนั้นทรงพลัง พร้อมที่จะเขย่าโลกใบนี้
จางเซวียนสงบจิตสงบใจและเพ่งสมาธิไปที่สภาวะภายในของร่างกายก่อนที่จะขับเคลื่อนพลังปราณโดยใช้วิชาเทียบฟ้าระดับเซียนขั้น 3 เมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกว่าพลังจิตวิญญาณเริ่มลดลง ก็จะกินยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณเข้าไป
ขณะที่เขาซึมซับพลังจิตวิญญาณจากยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณ ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขั้นตัวอ่อนจิตวิญญาณ ขั้นกลาง!
ตัวอ่อนจิตวิญญาณ ขั้นสูง!
ตัวอ่อนจิตวิญญาณ ขั้นสูงสุด!
1 ชั่วโมงต่อมา
จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาปรับเปลี่ยนรูปเป็นชายหนุ่มอายุราว 16-17 ปีและมีลักษณะเหมือนตัวเขาทุกอย่าง เพียงแต่อายุน้อยกว่า
ส่วนขนาดนั้นก็เป็นขนาดเดียวกับเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กทารก ไม่ได้สูงขึ้นไปตามการพัฒนาวรยุทธ
“ในที่สุด!” จางเซวียนอุทานออกมาพร้อมกับระบายลมหายใจยาว
เขาผ่านความยุ่งยากมามากมายกว่าจะยกระดับวรยุทธได้ขนาดนี้ โชคดีที่ความขยันหมั่นเพียรไม่ทำให้เขาผิดหวัง หลังจากต้องเผชิญความยุ่งยาก ในท้ายที่สุดเขาก็สำเร็จวรยุทธตัวอ่อนจิตวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว!
แต่ยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณทั้ง 4 เม็ดที่หลัวฉีฉีมอบให้ก็หมดไปแล้วเช่นกัน เขากลับกลายเป็นคนถังแตกอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อพิจารณาสภาวะภายในอีกครั้ง เขารู้สึกได้ว่าการไหลเวียนพลังปราณในร่างกายนั้นราบรื่นกว่าแต่ก่อน และพละกำลังก็เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกมาก
เขายื่นมือออกมาและกำหมัดเข้าด้วยกัน
บึ้มมมม!
เกิดเสียงดังสนั่น ครู่ต่อมา หินที่อยู่ด้านล่างเขาก็ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ โชคดีที่เขาลอยตัวขึ้นมาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะต้องเปื้อนฝุ่น
นี่คือพละกำลังของนักรบระดับตัวอ่อนจิตวิญญาณขั้นสูงสุดหรือ? จางเซวียนกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น ช่างน่าทึ่งนัก!
แม้การกะระดับพละกำลังของเขาจะเป็นเรื่องยากจนกว่าจะได้แลกหมัดกับผู้เชี่ยวชาญสักคน แต่เขาก็มั่นใจว่าหากตอนนี้ต้องดวลกับฮ่องเต้ฉิงเทียนอีกครั้ง ก็คงจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายด้วยหมัดเดียว
จางเซวียนลุกขึ้นยืนและเก็บรังสี ความกดดันที่เขาแผ่ออกมาหายวับไป ในสายตาของนักรบคนอื่น เขาจะดูเหมือนนักรบระดับเซียนขั้น 3 – ขั้นสูงสุดธรรมดาทั่วไป
แม้เขาจะยกระดับวรยุทธได้แล้ว แต่ก็ยังตั้งใจที่จะเก็บเนื้อเก็บตัวเหมือนเดิม หากเขาทำตัวโดดเด่น ก็มีแต่จะต้องเผชิญกับเรื่องยุ่งยากโดยไม่จำเป็น
สำหรับระดับวรยุทธของเราตอนนี้ ยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณแบบธรรมดาคงไม่จำเป็นอีกแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปที่สมาคมนักปรุงยาอีก
ความตั้งใจเดิมของจางเซวียนคือไปที่สมาคมนักปรุงยาเพื่อขอซื้อยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณมายกระดับวรยุทธของเขา แต่ดูเหมือนตอนนี้ยาเม็ดเพิ่มพลังจิตวิญญาณแบบทั่วไปคงจะไม่เพียงพอสำหรับวรยุทธของเขาเสียแล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องขนขวายหายาเม็ดเหล่านั้นมา ต่อให้ได้มามากแค่ไหน ก็มีแต่จะเสียเงินไปเปล่าๆ
ช่างมันเถอะ กลับสภายอดขุนพลดีกว่า ประธานสภายอดขุนพล 3 คนนั้นคงจะยังอยู่ เราน่าจะประเมินพละกำลังใหม่กับพวกเขาได้ จางเซวียนคิดขณะหัวเราะหึๆก่อนจะเดินทางกลับสภายอดขุนพล
แต่ขณะกำลังเดินทางกลับ เขาก็ตัวแข็งไปครู่หนึ่ง จางเซวียนสะบัดข้อมือและนำตราหยกออกมา
ปรมาจารย์อู๋ส่งข้อความมาหาเขา หลังจากอ่านแล้วจางเซวียนก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
ประธานโกวตายแล้ว?



