Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1400

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1400 พิษร้ายฆ่าไม่ตาย

เมื่อครั้งที่ยังอาศัยอยู่ในอาณาจักรเทียนเซวียน ซุนฉางได้อยู่กับนายท่านเป็นบางช่วงเวลา แต่ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่านายท่านมีพ่อบ้านอีกคนหนึ่ง

C

ถ้าเขารู้เสียก่อนหน้านี้ คงจะไม่ออกแรงทำอะไรให้เหนื่อยยาก ก็แค่สั่งการหมอนั่นให้ทำเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จ

เพราะถึงอย่างไร เขาก็เป็นพ่อบ้านที่นายท่านมอบหมายและไว้ใจให้ดูแลนายน้อย จึงชัดเจนว่าสถานภาพของเขาย่อมสูงกว่า

“คุณอยากให้ผมฟังคำสั่งของคุณหรือ?” ได้ยินคำนั้น ใบหน้าของหูอี้เหว่ยถึงกับกระตุก เขาแทบพุ่งเข้าไปเล่นงานอีกฝ่ายให้ตายคามือ

คุณจะหน้าไม่อายมากกว่านี้ได้อีกไหม?

ถึงผมจะปกปิดวรยุทธไว้ คุณก็ควรจะรู้ว่าผมทรงพลังแค่ไหนจากทีท่าของปรมาจารย์จานกับคนอื่นๆ ไม่ใช่หรือ?

ผมคือคนที่ใครๆ ยอมสยบให้เพียงแค่เห็นหน้า แต่คุณกลับอาจหาญพูดแบบนั้นกับผม คุณเป็นคนกล้า หรือสายตาฝ้าฟางกันแน่?

“ใช่แล้ว! คุณน่ะเป็นแค่ลูกน้องที่คอยดูแลกิจธุระเบ็ดเตล็ดของนายท่าน ขณะที่ผมเป็นพ่อบ้านที่นายท่านไว้วางใจมอบหมายภารกิจสำคัญให้ มันจะไม่เป็นเกียรติกับคุณหรอกหรือที่จะฟังคำสั่งของผม?” ซุนฉางพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง

ถึงอย่างไรก็ชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ลูกน้องที่จัดการกิจธุระเบ็ดเตล็ด ส่วนเขาคือพ่อบ้านที่ทำหน้าที่ดูแลศิษย์สายตรง

ยังไม่ชัดเจนพออีกหรือว่าใครที่มีสถานภาพสูงกว่า?

ลูกน้องอาจต้องมีตราสัญลักษณ์เพื่อไว้ยืนยันตัวตนของตัวเองกับใครต่อใคร แต่สำหรับพ่อบ้านตัวจริงอย่างเขา เขาไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านั้น เมื่อเกิดความคิดนั้นขึ้น ซุนฉางรู้สึกว่าความน้อยเนื้อต่ำใจหายไปอย่างรวดเร็ว ความภาคภูมิใจกลับคืนมาอีกครั้ง

“คุณอยากให้ผมฟังคำสั่งของคุณหรือ?”

หูอี้เหว่ยกัดฟันกรอด เจตนาสังหารแผ่ซ่านจากดวงตาของเขา เขากระดิกนิ้วแล้วปล่อยกระแสยาพิษเข้าสู่ร่างของชายอ้วนอย่างโหดเหี้ยม ก็เอาสิ ตราบใดที่แกเอาตัวรอดจากมันได้!

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับผู้อาวุโส ไม่อยากเสียเวลากับคนที่ตายไปแล้ว

“ปรมาจารย์จาน ครั้งนี้ผมพานายน้อยมาที่นี่ ในเมื่อเขาได้เข้าเรียนในปูชนียสถานนักปราชญ์แล้ว ภารกิจของผมก็ถือว่าเสร็จสิ้น ไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป เหตุที่ผมมาเยี่ยมคุณวันนี้ก็เพื่อขอให้คุณดูแลเขาให้ดี นายท่านคาดหวังในตัวนายน้อยของเรามาก”

แต่ยังไม่ทันที่ปรมาจารย์จานจะได้ตอบ เสียงหนึ่งก็ขัดขึ้น “ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ผมจะดูแลนายน้อยอย่างดี”

หูอี้เหว่ยตาโตด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น เขารีบหันไปและเห็นซุนฉางโบกมืออย่างสบายใจ

“ปะ-เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?” หูอี้เหว่ยใจหายวาบ

พิษที่เขาใช้นั้นรุนแรง ถึงขนาดที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์จานก็จะมีเลือดออกจากทวารทั้ง 7 ทันทีที่ได้รับพิษเข้าไป ด้วยปริมาณที่เขาดีดใส่ชายร่างอ้วน เป็นไปได้อย่างไรที่หมอนี่ยังคงสบายดีอยู่ แถมยังพูดจาอย่างกระตือรือร้น เอาจริงๆ สิ?

“คุณหมายความว่าอย่างไร? ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าถูกดีดพิษร้ายใส่ ซุนฉางโบกมือและคำราม” ถ้าไม่ใช่เพราะผมที่ดูแลนายน้อยมาตลอดทางล่ะก็ เขาจะได้เข้าเรียนในปูชนียสถานนักปราชญ์อย่างง่ายดายแบบนี้หรือ? คุณไม่ต้องห่วงหรอก นายน้อยน่ะได้รับการดูแลอย่างดีแล้ว”

“….”

เมื่อได้ยินชายอ้วนพูดด้วยความกระตือรือร้นขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีอาการของความอ่อนแอหรือลักษณะของคนที่ถูกยาพิษแม้แต่น้อย หูอี้เหว่ยหรี่ตาอย่างเคร่งเครียด แทบไม่เชื่อในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาแอบกระดิกนิ้วอีก 2-3 ครั้ง ส่งกระแสยาพิษเข้าสู่ร่างของอีกฝ่าย

แม้อารมณ์ของเขาจะเย็นลงมากแล้วหลังจากที่ได้ฟังคำสอนของปรมาจารย์หยางมาหลายปี แต่เจ้าอ้วนคนนี้ก็ล้ำเส้น ในฐานะนักรบระดับเซียนขั้น 9 ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้คนอ่อนแออย่างหมอนี่เหยียดหยามเขาแบบนั้นได้

ฟิ้วววว!

ในตอนนั้นเอง พิษร้ายแรงที่สุดซึ่งทำให้ถึงตายก็ถูกหูอี้เหว่ยดีดเข้าใส่ร่างของซุนฉางอีก

“พอสักทีเถอะ คุณจะกระดิกนิ้วทำไมซ้ำแล้วซ้ำอีกน่ะ? ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า หรือแกล้งทำเป็นหูหนวก? ในฐานะลูกน้อง คุณควรจะรู้ที่ทางของตัวเองด้วย! ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมนายท่านถึงไม่เต็มใจจะมอบหมายภารกิจสำคัญให้คุณ!” ซุนฉางสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่พอใจ

เขาพูดจาดีๆ กับอีกฝ่ายมาตลอด แต่หมอนั่นก็เอาแต่ดีดอะไรไม่รู้ใส่เขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้กระแสพลังปราณที่นายน้อยทิ้งไว้ในร่างของเขาไหลพล่านไปทั่ว

คุณไม่รู้จักเคารพรุ่นพี่บ้างหรือไง? หรือคิดว่าผมอ่อนแอจนกระทั่งคุณจะข้ามหัวผมได้?

ไม่อย่างนั้น มันเรื่องอะไรถึงกล้าวางท่าโอหังต่อหน้าผม?

ดูเหมือนคุณจะเห็นความมีน้ำใจว่าเป็นความอ่อนแอเสียแล้วล่ะ

“คุณ…” เห็นอีกฝ่ายไม่มีสัญญาณของการถูกยาพิษ นัยน์ตาของหูอี้เหว่ยแทบปะทุออกจากเบ้า

ยาพิษที่เขาดีดใส่ชายอ้วนนั้นเป็นพิษรุนแรงที่สุดที่เขามี ต่อให้ปรมาจารย์หยางก็ยังต้องดิ้นรนเอาการเพื่อต่อสู้กับมัน แต่หมอนี่กลับสบายดี ไม่มีอาการอะไรเลย หรือว่าชายคนนี้ไม่ได้อ่อนแออย่างที่ดูเหมือนจะเป็น? หรือเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญผู้ไร้เทียมทานที่ปลอมตัวมา?

ก่อนหน้านี้ เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งแม้จะอายุยังน้อย แต่เธอก็เอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย

แถมเขายังเพิ่งได้ข่าวมาว่าผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษกลับมาแล้ว และดูเหมือนเธอจะยังอายุน้อยเช่นกัน

เรื่องทั้งหมดนี้สอนเขาว่าไม่ควรตัดสินใครด้วยรูปลักษณ์ภายนอก

อีกอย่าง ความสามารถในการหยั่งรู้ของนายท่านก็เหนือชั้นอยู่เสมอ อาจเป็นไปได้ว่ามีเหตุผลล้ำลึกบางอย่างที่ทำให้เขาเลือกชายอ้วนคนนี้เป็นพ่อบ้าน เพราะไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นายท่านจะรับเอาคนที่ไร้ประโยชน์คนนี้มาใช้งาน!

ในตอนนั้น ร่างของชายอ้วนที่เขาเคยดูถูกมาตลอดก็ดูเหมือนจะสูงตระหง่านขึ้นทันที

ปรมาจารย์จานรับรู้ถึงการกระทำของหูอี้เหว่ย แต่เมื่อเห็นว่าซุนฉางไม่เป็นอะไร เขาก็คิดว่าหูอี้เหว่ยเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย เขาแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกและถามขึ้นว่า “ผมจะดูแลลูกศิษย์ของปรมาจารย์หยางอย่างดี เขาเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งผ่านการทดสอบปีนี้ใช่ไหม? ไม่ทราบว่าเขาชื่ออะไร?”

“จางเซวียน!”

“ฟงสืออี้!”

ซุนฉางกับหูอี้เหว่ยตอบพร้อมกัน

“จางเซวียน?” ยังไม่ทันที่ปรมาจารย์จานจะได้ตอบโต้ หูอี้เหว่ยก็หันไปขมวดคิ้วใส่ซุนฉาง “นายท่านของผมมีลูกศิษย์เพียงคนเดียว และชื่อของเขาคือฟงสืออี้ จางเซวียนที่คุณพูดถึงน่ะเป็นใคร?”

ทุกคนที่ใกล้ชิดกับปรมาจารย์หยางรู้ดีว่าเขารับศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวทั้งชีวิต และบุคคลนั้นก็คือฟงสืออี้ คือนายน้อยที่เขาพูดถึง เขาได้ติดตามอีกฝ่ายมาตลอดทางเพื่อปกป้องนายน้อยจากภัยอันตราย ให้แน่ใจว่าจะมาถึงปูชนียสถานนักปราชญ์อย่างปลอดภัย ส่วนจางเซวียนนั้น…เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน!

การที่เขาไม่รู้ว่านายท่านรับพ่อบ้านอีกคนนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่มันออกจะตลกไปหน่อยไหมที่เขา ไม่รู้อีกเหมือนกันว่านายท่านรับศิษย์สายตรงอีกคนหนึ่งด้วย!

“ฟงสืออี้กับนายน้อยของเราเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน พวกเขาได้พบกันแล้ว แถมยังได้ดวลกันฉันมิตรแล้วด้วย” ซุนฉางโบกมือขณะอธิบายยิ้มๆ

“และเท่าที่เห็น ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นศิษย์น้องของนายน้อยของเราแล้วล่ะ!”

สุดท้าย หมอนี่ก็ทำหน้าที่ดูแลฟงสืออี้นี่เอง นั่นอธิบายได้ทุกอย่าง

เขาเคยคิดว่ามันดูประหลาดตอนที่หูอี้เหว่ยพูดว่าตามติดนายน้อยมาถึงที่นี่ กลับกลายเป็นว่านายน้อยที่พวกเขากำลังพูดถึงนั้นเป็นคนละคนกัน!

เท่าที่เขารู้ จางเซวียนจัดการซ้อมอีกฝ่ายจนกระทั่งหมอนั่นยอมเรียกเขาว่า ‘ศิษย์พี่’

“ศิษย์น้องหรือ?” หูอี้เหว่ยตัวแข็งทื่อ

“พวกเราคงไม่ต้องมีปัญหากันก่อนหน้านี้หากคุณพูดชื่อของฟงสืออี้ออกมาเสียก่อน ผมจะไม่สงสัยคุณเลย ในเมื่อเราทำงานให้นายท่านเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุดเราก็ควรจะทำความคุ้นเคยกันไว้”

เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความไม่เข้าใจ ซุนฉางพยายามอธิบาย “สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังอย่างนายท่าน เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะรับศิษย์สายตรงและพ่อบ้านอีกคู่หนึ่งโดยที่ไม่ได้บอกคุณ อีกอย่าง ในฐานะลูกน้อง ก็ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะเข้าไปก้าวก่ายกิจธุระของนายท่านให้มากนัก”

เขารู้ดีว่านายท่านถ่อมเนื้อถ่อมตัวอย่างไร สำหรับคนที่รู้จักนายท่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทรงพลังแค่ไหน ถ้าไม่ใช่เพราะจางจิ่วเซี่ยวอธิบายให้ฟังเมื่อครู่ก่อน!

“…” หูอี้เหว่ยถึงกับพูดอะไรไม่ออก

เจ้าอ้วนพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจขนาดนี้ และในเมื่ออีกฝ่ายก็ผ่านการทดสอบของปรมาจารย์จาน อีกทั้งพิษที่ร้ายกาจที่สุดของเขาก็ฆ่าหมอนั่นไม่ตายด้วย ลึกๆ เขาจึงรู้สึกไม่แน่ใจ

เขาอาจได้อยู่ข้างกายปรมาจารย์หยางมาหลายปี แต่ถึงอย่างไรก็เป็นแค่ลูกน้อง ยังคงมีบางเรื่องที่เขาไม่อาจรับรู้

หรือว่านายท่านของเขารับศิษย์สายตรงกับพ่อบ้านอีกคนหนึ่งลับหลังเขาจริงๆ ?

เจตนาเบื้องต้นของหูอี้เหว่ยก็คือมาขอให้ปรมาจารย์จานดูแลฟงสืออี้ให้ดีๆ แต่ด้วยโชคชะตาที่พลิกผัน ภารกิจนี้กลับกลายเป็นงานคืนสู่เหย้าไปเสียนี่!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!