ตอนที่ 1482 หลัวชวนฉิง
เมื่อครู่นี้เองที่เขายังสงสัยว่าหลัวชวนฉิงเป็นบ้าอะไร จู่ๆ ถึงมาซ้อมเขาไม่หยุดหย่อนแบบนั้น แต่คำพูดนี้คลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมด ไม่ใช่เพราะนิสัยชอบใช้ความรุนแรงของหลัวชวนฉิงกำเริบ แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหลัวลั่วชิงกับตัวเขาแล้ว!
จางเซวียนเคยคิดจะบอกหลัวชวนฉิงเรื่องนี้ แต่ทุกครั้งเขาก็จะยั้งปากไว้ในวินาทีสุดท้าย เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาอย่างไร แต่อีกฝ่ายกลับรู้ได้ด้วยตัวเอง ในตอนนั้น จางเซวียนตกตะลึงจนจิตใจกระเจิดกระเจิงไปหมด
ขณะที่เขากำลังจะถามหลัวชวนฉิงว่ารู้เรื่องนั้นได้อย่างไร ก็นึกออกว่าหลัวชวนฉิงรู้แล้วว่าตัวเขาอยู่ที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน ซึ่งคงไม่ยากที่จะสืบหา โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นถึงอาจารย์ใหญ่!
“ชวนฉิง, ผม…”
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น จางเซวียนก็คิดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไร
เป็นความจริงที่เขาทำตัวสนิทชิดเชื้อกับหลัวชวนฉิงเพื่อหวังจะเข้าหาหลัวลั่วชิง จึงพอเข้าใจได้ว่าทำไมหลัวชวนฉิงจึงไม่พอใจเมื่อได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของเขา
อีกฝ่ายมองเขาเป็นมิตรสหาย แต่กลับกลายเป็นว่าเขาทำตัวตีสนิทเพื่อจะเข้าหาน้องสาว ใครกันเล่าจะยินดีที่ได้รู้ความจริงแบบนั้น?
“ความปราดเปรื่องของน้องสาวของผมนั้นเป็นทั้งพรและคำสาป ตลอดชีวิตของเธอ เธอไม่เคยพบใครที่จะเรียกได้ว่าเป็นมิตรสหายอย่างแท้จริงเลย แม้ตระกูลหลัวจะดูแลเธออย่างดีและให้ความเคารพ แต่สิ่งที่พวกเขาทำลงไปก็มีขอบเขตบางๆ ที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ระหว่างเธอกับพวกเขา ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยก ทุกคืน ผมจะพบเธอนั่งอยู่บนหลังคาอย่างโดดเดี่ยว เฝ้ามองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว คุณคงนึกภาพไม่ออกหรอกว่าเธอดูเศร้าและเหงาสักแค่ไหน”
“ทั้งๆ ที่เป็นพี่ชายของเธอ ผมก็ไม่สามารถบรรเทาความรู้สึกโดดเดี่ยวของเธอได้ จึงได้แต่ใช้พละกำลังของผมคอยปกป้องเธอและดูแลเธออย่างดีที่สุด ผมคิดเสมอว่าวันหนึ่งความโดดเดี่ยวของเธอจะหายไปเมื่อเธอพบคนที่เธอรัก และผมก็คอยสอดส่องว่าคนที่เธอจะมีใจให้นั้นควรจะเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าเธอ และมีความสามารถอันน่าทึ่งที่หาใครในโลกเทียบชั้นได้ยาก แต่ใครจะไปคิดว่าลงท้ายเธอจะเลือกคุณ!”
หลัวชวนฉิงไม่ใส่ใจกับความตกตะลึงของจางเซวียน เขาเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่พร่างพราวไปด้วยดวงดาวขณะพึมพำกับตัวเอง
“ผม…” จางเซวียนเกาหัวอย่างลำบากใจ
ก็จริง ครั้งแรกที่เขาพบหลัวลั่วชิง วรยุทธของเธอเหนือชั้นกว่าเขามาก คงจะไม่เป็นเรื่องเกินความจริงหากจะพูดว่าทั้งสองมาจากคนละโลก
จนถึงวันนี้ จางเซวียนก็ยังไม่อาจพูดได้ว่าเขาคู่ควรกับเธอ
แต่ความรู้สึกของคนนั้นไม่ได้เชื่อฟังเหตุผล ความหลงใหลที่เขามีให้หลัวลั่วชิงนั้นไม่มีวันจางหายไปเพียงเพราะช่องว่างระหว่างทั้งคู่
อันที่จริง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบเธอ เขาก็รู้สึกอยากอยู่ใกล้ชิดเธอแบบอธิบายไม่ถูก ราวกับทั้งคู่เกิดมาเพื่อกันและกัน มันใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาที่เขารู้สึกได้ว่าเธอคือชิ้นส่วนที่หายไปซึ่งเขาตามหามาทั้งชีวิต และชีวิตของเขาจะไม่มีวันเติมเต็มได้หากปราศจากเธอ
“ผมคิดเรื่องนี้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา น้องสาวของผมชอบคุณจริงๆ และอย่างน้อยที่สุด ผมก็คุ้นเคยกับคุณด้วย ถึงคุณจะสร้างปัญหาอยู่บ่อยๆ มีหลายครั้งที่ทำตัวไว้ใจไม่ได้ คำพูดคำจาก็ขวานผ่าซาก แต่โดยรวมแล้วผมก็พอใจกับความสามารถของคุณ!” หลัวชวนฉิงพูดต่อ
“….” จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียด
พี่ชาย นี่คุณชมหรือตำหนิผมกันแน่?
สร้างปัญหาอยู่บ่อยๆ ? ไม่น่าเชื่อว่าผมจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของคุณ!
ไว้ใจไม่ได้? ผมไว้ใจไม่ได้ตรงไหน?
คุณต่างหากที่ไว้ใจไม่ได้!
คำพูดคำจาก็ขวานผ่าซาก? ก็คุณอีกนั่นแหละ!
“เป็นความจริงที่รู้กันดีว่าน้องสาวของผมประสบความสำเร็จในการซึมซับเคล็ดวิชาผู้เก็บงำมิติและเป็นอัจฉริยะหมายเลข 1 ของตระกูลหลัว ต่อให้ทายาทน้อยของตระกูลจางก็ยังอ่อนด้อยกว่า ไม่เพียงเท่านั้น รูปลักษณ์ของเธอก็ยังเป็นเลิศราวกับได้รับพรจากสวรรค์ แต่ผมรู้ดีว่าเธอไม่มีความสุข เธอต้องแบกความรับผิดชอบหนักหน่วงไว้ และไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นอิสระจากพันธนาการแห่งโชคชะตาที่เกาะกุมชีวิตของเธอ” หลัวชวนฉิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ในเมื่อเธอไม่อาจเป็นอิสระจากพันธนาการแห่งโชคชะตา อย่างน้อยที่สุดผมก็หวังว่าเธอจะได้รับความสุขจากความรัก ผมอยากให้เธอได้อยู่กับคนที่เธอรัก ไม่ใช่คนที่เธอหมั้นหมายด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูดของว่าที่พี่ชายภรรยาในอนาคต จางเซวียนตอบว่า “ผมเข้าใจ อย่าห่วงเรื่องการหมั้นหมายเลย ผมจะรับมือกับมันเอง!”
ตราบใดที่ทายาทน้อยไม่ปรากฏตัว ตระกูลจางก็จะส่งจางจิ่วเซี่ยวเข้าพิธีหมั้นหมายแทน และในเมื่อจางจิ่วเซี่ยวเป็นลูกศิษย์ของเขา เขาก็จะเป็นผู้ตัดสินว่าการหมั้นหมายนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่
ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากสำหรับเรื่องนี้
เว้นเสียแต่…เจ้าทายาทน้อยไร้ยางอายนั่นจะปรากฏตัวอย่างกะทันหัน!
“คุณจะรับมือกับมัน? คุณคิดจะรับมืออย่างไร?” หลัวชวนฉิงคำราม “ถ้าการหมั้นหมายมันยกเลิกกันได้ง่ายๆ แบบนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของน้องสาวของผม เธอคงจะเป็นอิสระได้ด้วยตัวเธอเองแล้ว ทำไมจะต้องตกอยู่ในสภาพที่ลำบากใจแบบนี้?”
“ผมไม่เข้าใจ ถ้าน้องสาวของคุณไม่เต็มใจ เธอก็เลือกที่จะไม่แต่งงานได้นี่ ทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา?” จางเซวียนถาม
เขาเข้าใจว่ามันเป็นการแต่งงานที่หวังผลทางการเมือง แต่หากทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่อยากแต่งงาน ก็แน่นอนว่าการแต่งงานย่อมล้มเลิกได้ มีอะไรยากเย็นนักหนา?
“ดูเหมือนคุณยังไม่เข้าใจ การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่การแต่งงานเพื่อหวังผลทางการเมืองทั่วๆ ไประหว่าง 2 ตระกูล มันสำคัญกว่านั้นมาก…” ถึงตอนนี้ หลัวชวนฉิงหยุดชะงัก และครู่ต่อมาก็ส่ายหน้า “ช่างมันเถอะ ต่อให้ผมบอกไปคุณก็ไม่เข้าใจ ครั้งหนึ่งผมเคยให้สัญญากับเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลไว้ว่าผมจะสังหารชายที่น้องสาวของผมรัก แต่คุณแข็งแกร่งเกินไป เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้พยายามฆ่าคุณ แต่ผมฆ่าไม่สำเร็จต่างหาก ดังนั้นผมจึงไม่ได้ละเลยคำสั่งของตระกูล”
“เอ่อ…” จางเซวียนถึงกับอึ้ง
ลงท้าย เหตุผลที่อีกฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาจะฆ่าเขาอย่างเอาเป็นเอาตายก็เพราะคำสั่งจากตระกูลของเขานี่เอง!
คงจะดีที่สุดหากเขาปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ แต่หากเขาทำไม่ได้ ก็ไม่อาจแก้ไขได้เช่นกัน
“เอาเถอะ ในเมื่อผมไม่เปิดเผยตัวตนของคุณ เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลก็คงค้นพบได้ยากว่าคนคนนั้นเป็นใคร ผมไม่อยากเห็นคนที่น้องสาวของผมชอบต้องตายตั้งแต่ยังหนุ่ม” หลัวชวนฉิงลุกขึ้นยืนและเอาสองมือไพล่หลัง
“เธอบอกผมว่า ให้ผมดูแลคุณและอย่าปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้ ความแข็งแกร่งของคุณไม่ได้อ่อนด้อยกว่าผม เพราะฉะนั้นการที่ผมจะดูแลคุณจึงถือเป็นเรื่องที่เกินความสามารถ แต่คุณก็คงรู้นะว่าตระกูลผู้ทรงอำนาจน่ะมีหลายวิธีที่จะรับมือกับฝ่ายตรงข้าม เพราะฉะนั้น ระวังตัวด้วย!”
“ขอบคุณที่เตือนผม!” จางเซวียนประสานมือ
ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงจะปล่อยอสูรเพลิงนรกกับอสูรมังกรบาดาลออกมาแล้ว ไม่มีทางที่จะยอมให้อีกฝ่ายซ้อมเขาอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนั้น
มีอสูรระดับเซียน 2 ตัวอยู่ข้างกาย แม้ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลหลัวก็สังหารเขาได้ยาก!
หรือต่อให้เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เขาก็ยังหนีทัน
“อย่าตายเสียก่อนล่ะ” หลัวชวนฉิงพึมพำก่อนจะเงยหน้าขึ้นและหายวับไปท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด
“เฮ่อออ…” จางเซวียนส่ายหน้าก่อนจะใช้พลังปราณเยียวยาอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
เขารู้ดีว่าหลัวชวนฉิงทะนุถนอมน้องสาวของตัวเองขนาดไหน ดังนั้นเมื่อได้รู้ว่าคนที่เขาเชื่อใจกลับกลายเป็นคนรักของน้องสาว ก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะเกรี้ยวกราดขนาดนี้
สำหรับคนอารมณ์ร้อนอย่างหลัวชวนฉิง เขาคงต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างมากในการระงับอารมณ์ของตัวเองไว้
จางเซวียนกำหมัดแน่นขณะพึมพำ “อย่ากังวลไปเลย ผมจะดูแลลั่วชิงอย่างดี จะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอันตรายแม้แต่น้อย!”
ไม่ว่าเขาจะต้องพยายามหนักหนาแค่ไหน ขอแค่ลงท้ายได้ใช้ชีวิตกับหลัวลั่วชิง เขาก็จะไม่ปริปากบ่นสักคำเดียว!
นี่เป็นคำสัญญาของเขาต่อหลัวชวนฉิง และเป็นคำสัญญาต่อหลัวลั่วชิงกับตัวเขาเองด้วย!
“คุณเป็นพี่ชายที่ดี” จางเซวียนพูด
ระหว่างความรับผิดชอบที่มีต่อตระกูลและต่อน้องสาวของเขา ลงท้ายเขาก็เลือกที่จะเข้าข้างน้องสาว การกระทำแบบนี้ดูเหมือนเป็นการทรยศต่อตระกูลหลัว ในฐานะคนที่เติบโตขึ้นมาเป็นนายน้อยของตระกูลหลัว เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ เลย
“เอาล่ะ เราจะต้องไปตามหาปรมาจารย์จาน!”
หลังจากนั่งพักอีกครู่หนึ่ง จางเซวียนก็ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บโดยสมบูรณ์ เขาบินตรงไปยังหอหัวหน้าปูชนียสถานโดยไม่ลังเล



