Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1499

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1499 ผู้อาวุโสฉู่แห่งสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่

ในห้องประชุมของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ผู้อาวุโสที่ 1 กำลังนั่งมองตราหยกในมือ มีผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะรอคอยอย่างอดทนให้ผู้อาวุโสที่ 1 จัดการธุระให้เรียบร้อย

C

ฟึ่บ!

ผู้อาวุโสที่ 1 วางตราหยกลงและหันไปมองผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ข้างเธอ

อีกฝ่ายหันมาถามว่า “ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วใช่ไหม?”

“ฉันเข้าใจ” ผู้อาวุโสที่ 1 พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

“ดี เหตุผลที่ผมถูกส่งตัวมาที่นี่ก็เพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้พวกคุณฟัง คงเห็นได้ชัดแล้วว่าต่อให้ผมไม่พูดอะไร แต่เรื่องนี้ก็จะผิดพลาดไม่ได้ มันเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ ไม่เพียงแค่ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งของคุณ แต่ไม่มีพวกเราคนไหนแบกรับผลที่จะตามมาได้ทั้งนั้น!” ผู้อาวุโสคนนั้นลุกขึ้นยืนและเอาสองมือไพล่หลัง

ด้วยสีหน้าที่ดูลำบากใจเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “จะสำเร็จหรือล้มเหลว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ ผมไม่อยากเห็นทุกสิ่งต้องล่มสลายไปเพราะความไร้ประสิทธิภาพของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งของพวกคุณ!”

“อย่าห่วงเลย ฉันขังเธอไว้ในหอสงบใจและฝังตัวล็อคฉนวนสวรรค์ไว้ในร่างของเธอแล้ว เป็นไปได้ว่าเราคงจะทำให้เธอยอมแพ้ได้ภายใน 3 วันนี้ ขอแค่เธอปลุกสภาวะพิเศษขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ แผนการของเราก็จะดำเนินต่อได้โดยปราศจากปัญหาใดๆ” ผู้อาวุโสที่ 1 ลุกขึ้นยืนและประสานมือ

“ถ้าได้อย่างนั้นก็จะดีที่สุด” ผู้อาวุโสอีกคนพยักหน้า “ผมขอตัวก่อน หวังว่าจะได้รับข่าวดีจากพวกคุณนะ!”

เขาหันหลังกลับแล้วเดินไปที่ประตู แต่หลังจากเดินไปได้แค่ 2 ก้าว เสียงนุ่มๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น มันไม่ดังมากนัก แต่ดูเหมือนจะพุ่งเข้าไปในแก้วหูของทุกคน ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร

“ปรมาจารย์หยางชวน, ขอพบผู้อาวุโสที่ 1 ของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง”

“หยางชวน?” ผู้อาวุโสที่ 1 หรี่ตาด้วยความประหลาดใจ

ส่วนผู้อาวุโสอีกคนที่กำลังจะออกไปก็ชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงนั้น เขาพึมพำด้วยความไม่อยากเชื่อ “ผู้อาวุโสสูงสุดหยางชวนมาที่นี่ทำไม?”

“ผู้อาวุโสฉู่ เอ่อ…” ผู้อาวุโสที่ 1 รีบมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“ผู้อาวุโสสูงสุดหยางมักตระเวนไปตามดินแดนต่างๆ อย่างอิสระเสรี จนกระทั่งแม้แต่รองประธานสภาปรมาจารย์ของเราก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงปรากฏตัวที่นี่ รีบไปเชิญเขาเข้ามาเถอะ!” ผู้อาวุโสฉู่เร่ง

“ได้สิ” รู้ดีว่าสถานภาพของอีกฝ่ายในทวีปแห่งปรมาจารย์นั้นสูงส่งแค่ไหน ผู้อาวุโสที่ 1 จึงไม่กล้าปล่อยให้เขารอ เธอรีบเดินไปที่ประตูห้องประชุมและประสานมือ “ผู้อาวุโสที่ 1 แห่งศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง, โหยวโร่วชิง คารวะปรมาจารย์หยาง”

ฟึ่บ!

เพียงครู่เดียวหลังจากที่เธอพูดคำนั้นออกไป ร่างหนึ่งก็ร่อนลงมาจากกลางอากาศอย่างช้าๆ ความเร็วในการบินของเขาไม่เร็วนัก แต่การเคลื่อนไหวอันสง่างามนั้นรอดพ้นจากค่ายกลป้องกันตัวมากมายที่อยู่โดยรอบพื้นที่ไปได้ ราวกับดวงตาของเขามองเห็นอันตรายทุกอย่าง ทำให้หลบเลี่ยงมันได้ล่วงหน้า

โหยวโร่วชิงรีบก้มศีรษะลงด้วยความนอบน้อม

ในฐานะผู้ดูแลศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง เธอรู้ดีว่าค่ายกลที่ถูกติดตั้งไว้รอบห้องประชุมนั้นมีอานุภาพสูงแค่ไหน แต่ดูเหมือนมันจะเป็นแค่ของเด็กเล่นสำหรับอีกฝ่าย เขาสามารถเดินผ่านมันได้โดยไม่ทำให้เกิดเสียงเตือนใดๆ ทำให้ไม่มีทางที่จะตั้งรับเขาได้ทัน แน่นอนว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอเข้าถึงระดับวรยุทธที่เหนือกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

บุรุษที่อยู่กลางอากาศร่อนลงกับพื้นอย่างนุ่มนวล

ผู้อาวุโสที่ 1 โหยวโร่วชิงเงยหน้าขึ้นเพื่อประเมินชายที่อยู่ตรงหน้า เขามีผิวออกเหลือง รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับคนอายุราว 30 ปลายถึง 40 ต้นๆ เขามีดวงตาที่ล้ำลึกเกินหยั่งซึ่งดูเหมือนจะปกปิดอารมณ์และความคิดของเขาไว้ทั้งหมด ไม่มีทางที่จะกะประมาณความแข็งแกร่งของเขาได้จากรังสีที่เขาแผ่ออกมา เธอพยายามจะประเมินเขาอย่างเงียบๆ ด้วยการใช้การรับรู้จิตวิญญาณ แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าไม่อาจรับรู้ถึงการปรากฏตัวของเขาได้

แต่ถึงอย่างนั้น โหยวโร่วชิงก็หรี่ตา “คุณไม่ใช่ปรมาจารย์หยางนี่ คุณเป็นใครกัน?”

เธอไม่เคยพบหยางชวนตัวจริงมาก่อน แต่เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับตัวเขาและรูปร่างหน้าตาของเขา เท่าที่เธอรู้ หยางชวนมีอายุราว 50 ปีและมีเคราสีขาว บุคลิกนั้นแตกต่างจากชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างสิ้นเชิง

“ผมใช้ตัวตนที่หลากหลายยามที่ตระเวนท่องไปทั่วโลก ผมต้องบอกคุณล่วงหน้าทุกครั้งหรือไง?” ปรมาจารย์หยางแสดงอาการไม่พอใจ รังสีอันทรงพลังแผ่ออกจากร่างของเขา

ในตอนนั้น ห้องประชุมทั้งห้องดูเหมือนจะพังทลายเพราะแรงกดดันจากรังสีนั้น

“ฉันมิบังอาจ!” โหยวโร่วชิงรีบก้มศีรษะลงด้วยความหวาดกลัว

เธอรีบหันไปมองผู้อาวุโสฉู่และเห็นอีกฝ่ายเดินมาหาเธออย่างช้าๆ

“ผู้อาวุโสสูงสุดหยางมีตัวตนที่หลากหลายในยามที่เขาตระเวนท่องโลก แต่หากเขาแวะเยี่ยมเยียนใครในฐานะปรมาจารย์ เขาจะปรากฏกายโดยใช้รูปลักษณ์ที่แท้จริง คุณไม่ใช่ปรมาจารย์หยาง คุณเป็นใครกัน? รู้หรือเปล่าว่าโทษของการปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่นั้นคืออะไร?” ผู้อาวุโสฉู่พูดอย่างเฉียบขาดขณะจ้องหน้า ‘ปรมาจารย์หยาง’

โหยวโร่วชิงอาจไม่เคยพบหยางชวนตัวจริงมาก่อน แต่เขาเคยพบ!

สำหรับชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์หรือรังสี ล้วนแตกต่างจากปรมาจารย์หยางที่เขารู้จัก แล้วจะเป็นคนคนเดียวกันได้อย่างไร?

หากเป็นคนคนเดียวกันจริงๆ เขาคงต้องไปวัดสายตาใหม่!

“ฮะ?” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสฉู่ ‘ปรมาจารย์หยาง’ ถึงกับใจเต้นตึกตัก

บุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขาสวมเสื้อคลุมปรมาจารย์ ตราสัญลักษณ์ซึ่งมี 9 ดาวส่องแสงแวววาวอยู่บนอกเสื้อของเขา คำว่า ‘สำนักงานใหญ่’ เห็นได้ชัดเจนใต้ตราสัญลักษณ์นั้น บ่งบอกว่าเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่

มันเรื่องอะไร ปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวจากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ถึงมาอยู่ในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง?

แน่นอนว่า ‘ปรมาจารย์หยาง’ คนนี้ก็คือจางเซวียน หลังจากให้จ้าวหย่าเข้าไปอยู่ในรังนางพญามดแล้ว เขาก็รีบถามผู้อาวุโสไป๋ถึงที่อยู่ของผู้อาวุโสที่ 1 และเพื่อไม่ให้ใครแกะรอยตามได้ เขาจึงบินมา

จางเซวียนคิดว่าด้วยคุณสมบัติพิเศษของพลังปราณเทียบฟ้าและประสบการณ์คร่ำหวอดในการปลอมตัวของเขา คงจะทำให้ผู้อาวุโสที่ 1 หวาดกลัวและหว่านล้อมให้เธอเชื่อได้ว่าเขาคือหยางชวน ใครจะไปคิดว่าจะมีปรมาจารย์จากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่มาอยู่ด้วย?

โชคร้ายอะไรขนาดนี้?

เขาเพิ่งจะเริ่มแสดงบทบาท แต่สถานการณ์ก็ดูจะไม่เป็นใจเสียแล้ว

ในเมื่อมาจากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็จะต้องเคยพบกับหยางชวนตัวจริง แล้วเขาจะแสดงต่อได้อย่างไร?

แม้หัวใจของจางเซวียนจะเต้นโครมคราม แต่ก็ไม่แสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย เขากระดิกนิ้วแล้วปล่อยกระแสดาบฉีเข้าใส่ผู้อาวุโสฉู่

กระแสดาบฉีนั้นมีแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วอยู่ ทันทีที่ถูกปล่อยออกจากปลายนิ้วของจางเซวียน มันก็ไปปรากฏตรงหน้าอีกฝ่าย

“ฮะ?”

นึกไม่ถึงว่าตัวปลอมจะโจมตีเขาทันทีหลังจากที่ถูกเปิดโปง ผู้อาวุโสฉู่หน้าดำคร่ำเครียด เขาสะบัดมือ แล้วปราการแสงก็ปรากฏอยู่รอบตัวเขา

ฟึ่บ!

ผู้อาวุโสฉู่คิดว่ากระแสดาบฉีจะปะทะกับปราการแสงของเขา แต่กลับตรงกันข้าม มันสลายตัวไปทันทีที่สัมผัสกับปราการแสง ราวกับไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก

กระแสดาบฉีไม่ได้มีพละกำลังทำลายล้างใดๆ อีกฝ่ายเพียงแค่ทดสอบเขา!

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่รู้ว่ามันเป็นแค่การทดสอบ

ผู้อาวุโสฉู่หรี่ตาและกำลังจะตำหนิอีกฝ่าย ก็พอดีกับที่หยางชวนตัวปลอมพลันขมวดคิ้ว อีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและส่งโทรจิตหา “ฉู่ปู้ผิง คุณแก้ไขปัญหาเรื่องการบิดเบี้ยวของทางเดินพลังปราณในศิลปะแม่น้ำไหลเชี่ยวของคุณได้หรือเปล่า แล้วฟื้นตัวจากอาการบอบช้ำที่ได้รับจากการต่อสู้กับฮ่องเต้ไป๋หยูหรือยัง? อีกอย่าง เอาความอาจหาญจากไหนมาสงสัยตัวตนของผม?”

“ฮะ?” ถ้อยคำที่ผู้อาวุโสฉู่กำลังจะพูดออกมาติดอยู่ในลำคอของเขา เขายืนตัวแข็งทื่อ

ศิลปะแม่น้ำไหลเชี่ยวเป็นเทคนิควรยุทธที่เขาได้คิดค้นขึ้น มันทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถขับเคลื่อนพลังปราณได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดราวกับแม่น้ำไหลเชี่ยว ทำให้มีพละกำลังมาก แต่โชคร้ายที่มันมีข้อบกพร่องใหญ่หลวง ศิลปะแม่น้ำไหลเชี่ยวจะทำให้เกิดความตึงเครียดในทางเดินพลังปราณ และหากสำแดงมันนานเกินไป ทางเดินพลังปราณของผู้นั้นก็จะเกิดการบิดเบี้ยว

เหมือนกับการที่หากสายน้ำไหลเชี่ยวเกินไป ก็จะกัดเซาะตลิ่งให้ผิดรูปผิดร่างไปได้

เทคนิควรยุทธและสภาวะร่างกายของปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวนั้นถือเป็นความลับสุดยอด เขาไม่เคยเปิดเผยปัญหาที่ตัวเองเผชิญให้ใครๆ ฟัง ไม่อย่างนั้น หากบังเอิญเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นมาได้ยินเข้า พวกมันก็จะถือเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ความปลอดภัยของพวกเขา แต่ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้ารู้เรื่องในอดีต และแม้กระทั่งความบอบช้ำที่เขาได้รับจากการต่อสู้กับฮ่องเต้ไป๋หยูด้วย

ถ้าเป็นอย่างนั้น หรือว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์หยางจริงๆ ?

แต่รูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของเขาล่ะ? เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเลย!

ขณะที่ผู้อาวุโสฉู่กำลังพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ผมเพิ่งฝ่าด่านวรยุทธได้ ทำให้รูปลักษณ์และบุคลิกของผมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ผมไม่กล่าวโทษคุณหรอก ที่จำผมไม่ได้น่ะ!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!