ตอนที่ 1547 จางเซวียนให้คำชี้แนะ (2)
ความเข้าใจของเซียนดาบชิงที่มีต่อศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางนั้นจัดว่าอยู่ในระดับน่าทึ่งทุกการเคลื่อนไหวของเขาเชื่อมโยงกับแก่นสารของแก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็วแต่ชายหนุ่มก็ยังสำแดงพลังได้รวดเร็วกว่าทั้งๆ ที่ปลดปล่อยเพลงดาบออกมาทีหลังไม่เพียงเท่านั้นความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายยังเหนือกว่าเขาด้วย
หากเขาหลบไม่ทันชายหนุ่มจะสามารถทำลายพละกำลังของเขาได้อย่างรวดเร็วจนถึงขนาดที่เพลงดาบของเขาไม่อาจทำอันตรายอีกฝ่ายได้แม้จะถึงตัวแล้ว
“ฮึ่มมม!” เมื่อรู้แล้วว่ากำลังเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเซียนดาบชิงตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะออมมือให้ชายหนุ่มเขาสูดหายใจลึกก่อนจะขยับไปด้านข้างครึ่งก้าวจากนั้นดาบของเขาก็กวัดแกว่งในทิศทางที่แปลกประหลาดและมีเอกลักษณ์ทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงอันทรงพลังของการจ้วงแทง
“คุณกำลังจะสำแดงเพลงดาบพิฆาตมังกรหรือ?คุณ…” เมื่อเห็นกระบวนท่าที่สามีของเธอสำแดงออกมาเซียนดาบเหมิงโมโหจนแทบปรี๊ด
ถ้าจะมีใครสักคนในโลกนี้ที่รู้จักเซียนดาบชิงดีที่สุดก็ย่อมเป็นเธอทั้งคู่ฝึกฝนเพลงดาบพิฆาตมังกรมาด้วยกันระยะหนึ่งก่อนที่จะสำเร็จความเข้าใจระดับหนึ่งในเพลงดาบนั้นถึงมันจะไม่ใช่เพลงดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาแต่พละกำลังของมันก็ไม่อาจประมาทได้ต่อให้เหรินชิงหยวนก็ยังต้องปั่นป่วน!
สำแดงท่วงท่านี้ตั้งแต่การดวลเพิ่งเริ่ม…ฉันบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือไงว่าให้ออมมือให้เขา?
ฟังคำสั่งของฉันบ้างหรือเปล่า?
เซียนดาบเหมิงกัดฟันอย่างโกรธเกรี้ยวถ้าฉันปล่อยให้คุณเข้าใกล้เตียงของฉันอีกล่ะก็นับจากนี้เป็นต้นไปฉันจะเขียนแซ่ของตัวเองกลับหัวเลย!
“คุณตอบโต้ได้เร็วกว่าที่ผมคิด!”
ถึงจางเซวียนจะเล่นงานหัวหน้าตระกูลจางได้ตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกแต่เขาก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นคู่ต่อสู้ที่ไร้เทียมทานเซียนดาบชิงปัดป้องกันการโจมตีของเขาได้เร็วกว่าที่คิดและสามารถเปลี่ยนการโจมตีให้กลายเป็นการตอบโต้ได้ด้วย
จางเซวียนหัวเราะหึๆ เขายกมือขวาขึ้นอีกครั้งและเคาะนิ้วไปข้างหน้า
มันเป็นกระบวนท่าเดียวกันกับก่อนหน้านี้แต่คราวนี้เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่หว่างคิ้วของเซียนดาบชิงแต่เป็นหัวไหล่ของเขา
ในสถานการณ์ปกติการโจมตีของเซียนดาบชิงจะต้องปะทะเข้ากับศีรษะของจางเซวียนก่อนเพราะระยะทางจากนิ้วของจางเซวียนไปถึงหัวไหล่ของเซียนดาบชิงนั้นไกลกว่าแต่ด้วยน้ำหนักจากการจ้วงแทงของเขาหากเซียนดาบชิงยังคงโจมตีต่อไปข้อมือของเขาจะต้องปะทะกับกระแสดาบฉีของจางเซวียน
ซึ่งด้วยความคมของกระแสดาบฉีนั้นแน่นอนว่าข้อมือของเซียนดาบชิงจะต้องได้รับบาดเจ็บก่อนที่เพลงดาบของเขาจะทันได้ปะทะกับศีรษะของจางเซวียน
เซียนดาบชิงหน้าถอดสีเมื่อรับรู้ถึงความจริงข้อนี้สีหน้าของเขาเคร่งเครียดยิ่งกว่าที่เคย
เขาคิดว่าด้วยความเหลื่อมล้ำในระดับวรยุทธเขาน่าจะเอาชนะชายหนุ่มได้อย่างง่ายดายใครจะไปรู้ว่าขนาดเขาใช้พละกำลังเต็มพิกัดแล้วก็ยังทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้?
ชายหนุ่มอายุยังน้อยแต่ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมองทะลุศิลปะเพลงดาบและการควบคุมพละกำลังของเขาไปเสียทุกครั้งอีกฝ่ายสามารถอ่านเกมและปัดป้องการโจมตีของเขาได้อย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงเท่านั้นที่เลวร้ายกว่าเดิมก็คือ…เขาใช้กระบวนท่าเดิมตลอด!
กระบวนท่านั้นเป็นศิลปะเพลงดาบขั้นพื้นฐานที่สุดของศิลปะเพลงดาบตระกูลจางมันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘เพลงดาบยั่วยุ’
ก็ตามชื่อของมันวัตถุประสงค์ของเพลงดาบนี้ก็เพื่อยั่วยุให้อีกฝ่ายสำแดงกระบวนท่าออกมาเพื่อที่นักรบจะได้กะประมาณพละกำลังของคู่ต่อสู้ก่อนจะตัดสินใจตอบโต้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
แต่ด้วยกระบวนท่าพื้นฐานแบบนั้นชายหนุ่มสามารถปัดป้องการโจมตีของเขาได้ถึง 2 ครั้งเขาจะต้องมีความเชี่ยวชาญในศิลปะเพลงดาบขนาดไหน?
“ผมไม่เชื่อ!”
เซียนดาบชิงรู้ดีว่าข้อมือของเขาจะต้องบาดเจ็บแน่หากยังคงโจมตีด้วยกระบวนท่าเดิมจึงถอยกลับมาครึ่งก้าวและกวัดแกว่งดาบอีกครั้งในชั่วพริบตาประกายเย็นวาบก็พุ่งเข้าใส่จางเซวียนราวกับดวงดาวนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้าแย่งกันเปล่งประกายใส่ดวงตาของเขา
เพลงดาบท้องฟ้าพร่างดาว!
นี่คือศิลปะเพลงดาบที่เซียนดาบชิงใช้เวลาถึง 3 ปีในการคิดค้นมันไม่ใช่กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแต่ก็มีพละกำลังมากกว่าเพลงดาบพิฆาตมังกรที่เขาสำแดงออกไปก่อนหน้านี้อย่างน้อย 2 เท่า
กระบวนท่านี้ประกอบด้วยการจ้วงแทงจากทิศทางต่างๆ กันนับไม่ถ้วนทำให้รับมือด้วยได้ยากยิ่งไปกว่านั้นยังมีอานุภาพล่อลวงสมองและจิตวิญญาณของคู่ต่อสู้อีกด้วย
ครั้งแรกที่เขาสำแดงกระบวนท่านี้แม้แต่เซียนดาบเหมิงก็ยังพลาดพลั้งเพราะประสิทธิภาพอันน่าทึ่งของมัน
ในเมื่อการโจมตี 2 ครั้งแรกของเขาล้มเหลวไปแล้วเซียนดาบชิงจึงไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป
ทันทีที่การโจมตีนั้นถูกปล่อยออกมาจางเซวียนก็รู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดวงดาวนับไม่ถ้วนรอบตัวเขาดูเหมือนจะว่างเปล่าให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่หลุดพ้นจากแนวคิดของมิติและเวลาในสภาวะนั้นการจับทิศทางเป็นเรื่องยากนับประสาอะไรกับจะระบุทิศทางของการโจมตี
หากจะพูดกันตามเหตุผลก็เหมือนกับกายทิพย์ที่จะมีสภาพเหมือนเดิมตลอดไม่ว่าจะพุ่งเข้าใส่ใครสักคนด้วยความเร็วขนาดไหนทำให้ยากที่จะกะระยะทางของมันโดยใช้ตาเปล่า
นี่คือการโจมตีที่จางเซวียนกำลังเผชิญอยู่เมื่ออยู่ต่อหน้าศิลปะเพลงดาบนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจกะระยะที่ถูกต้องได้ว่าอยู่ห่างจากการจ้วงแทงของดาบแค่ไหนซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่อันตรายมากในการต่อสู้
“ท่านอาจารย์…”
เจิ้งหยางถือหอกไว้มั่นขณะเหงื่อไหลเป็นทางจากร่างของเขา
แม้แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถรับมือกับเพลงดาบนั้นได้หรือไม่แล้วท่านอาจารย์จะตกอยู่ในอันตรายหรือเปล่า?
ต่อหน้าสายตาร้อนรนหลายคู่ที่พุ่งมาที่เขาในท้ายที่สุดจางเซวียนก็ขยับไม่ต่างจากท่วงท่าในครั้งก่อนๆ เขาสำแดงเพลงดาบยั่วยุเข้าใส่เซียนดาบชิงอีกครั้ง
ฟิ้ววววว!
กระแสดาบฉีพุ่งออกไปแต่ขณะที่มันใกล้จะถึงเป้าหมายก็ดูเหมือนจะปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง
จากนั้นดวงดาวทั้งหมดก็แหลกสลายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เพลงดาบท้องฟ้าพร่างดาวสร้างขึ้นสลายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เซียนดาบชิงรู้สึกได้ว่าเลือดของตัวเองพลุ่งพล่านขณะถอยกรูดไป 8ก้าวนัยน์ตาเบิกโพลงของเขาจ้องเขม็งที่จางเซวียนด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ
“เพลงดาบยั่วยุเอาชนะเพลงดาบท้องฟ้าพร่างดาวของผมได้…มันเป็นไปได้อย่างไร?”
ถึงกระบวนท่านี้จะไม่ใช่ศิลปะเพลงดาบที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยฝึกฝนมาแต่ก็ไม่อาจประมาทพละกำลังของมันได้เซียนดาบชิงไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าเพลงดาบพร่างดาวของเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับเทคนิคอันเรียบง่าย-นี่ไม่ต่างจากการที่เทคนิคการต่อสู้ระดับมนุษย์เอาชนะเทคนิคระดับเซียนได้เลย!
“ฮ่าฮ่า!” จางเซวียนหัวเราะเขาพูดด้วยน้ำเสียงของผู้อาวุโสผู้ปราดเปรื่อง “เพลงดาบคือการสำแดงพละกำลังของนักรบตราบใดที่ผู้นั้นสำแดงมันได้อย่างถูกต้องและถูกเวลาก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ศิลปะเพลงดาบคือการควบคุมพละกำลังเพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายเพลงดาบยั่วยุอาจเป็นกระบวนท่าที่เรียบง่ายที่สุดในศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางแต่ก็เพราะความเรียบง่ายของมันที่ทำให้มันยืดหยุ่นพอที่จะใช้ได้ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดา”
“เมื่ออยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญพละกำลังของมันก็อาจน่าสะพรึงได้เหมือนกับคนเมาคนหนึ่งที่ถือดาบไว้ในมือและกวัดแกว่งมันไปทั่วไม่มีทางที่จะคาดเดาทิศทางของมันความน่ากลัวอยู่ที่ความไม่แน่นอนที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้าไม่มีทางหยั่งถึงเจตจำนงของผู้โจมตีรวมทั้งเวลาและจุดที่การโจมตีครั้งต่อไปจะพุ่งเข้าใส่”
“แน่นอนว่าลำพังแค่การโจมตีที่คาดเดาไม่ได้นั้นยังไม่เพียงพอเหตุผลที่นักรบสามารถจัดการคนเมาได้อย่างง่ายดายก็เพราะการโจมตีที่ไร้วัตถุประสงค์ของเขามีแต่ผู้ที่เข้าถึงเจตจำนงของคู่ต่อสู้และโจมตีได้ตรงจุดเท่านั้นถึงจะสามารถปล่อยการตอบโต้ที่ยับยั้งคู่ต่อสู้ของเขาได้!”
“ผมต้องยอมรับว่าเพลงดาบพร่างดาวของคุณนั้นไร้เทียมทานมันพุ่งเข้าใส่ทั้งสมองและจิตวิญญาณของเป้าหมายทำให้ยากที่จะหลบเลี่ยงแต่ในการที่จะพุ่งเข้าใส่สมองและจิตวิญญาณของเป้าหมายได้อย่างตรงจุดนั้นจะต้องมีการสร้างความเชื่อมโยงบางอย่างซึ่งความเชื่อมโยงนั้นเป็นจุดอ่อนในการเคลื่อนไหวของคุณการตอบโต้ของผมอาจดูเรียบง่ายแต่มันพุ่งตรงเข้าใส่จุดอ่อนนั้น”
“ด้วยเหตุนี้ศิลปะเพลงดาบของคุณจึงถูกทำลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หากจะใช้หลักเหตุผลก็เหมือนกับการเล่นงานป้อมปราการสักแห่งอาจดูเหมือนยากแต่หากทำลายแกนกลางของมันได้ก็สามารถโค่นป้อมปราการนั้นให้พังพินาศลงกับพื้นได้เหมือนกัน”
“ความเรียบง่ายในศิลปะเพลงดาบไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปหากใช้อย่างถูกต้องก็จะให้ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง”
จางเซวียนมองเซียนดาบชิงเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดต่อ “เซียนดาบชิงไม่ใช่ว่าผมจะอยากสั่งสอนอะไรคุณนะแต่คุณยึดติดกับรูปแบบและกระบวนท่าของเพลงดาบของคุณมากเกินไปจนหลงลืมไปว่าศิลปะเพลงดาบที่แท้จริงคืออะไร!”
“ผม…” เซียนดาบชิงหน้าแดงก่ำ
ในฐานะผู้ฝึกฝนศิลปะเพลงดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกลงท้ายเขาต้องมาฟังคำสอนของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอาจเป็นลูกชายของเขาเองใบหน้าของเขาร้อนผ่าวและแดงก่ำด้วยความอับอาย
“ไม่จำเป็นต้องอับอายเพราะเรื่องนี้หรอกการที่ใครสักคนจะเพียบพร้อมทั้งศิลปะเพลงดาบและเจตจำนงเพลงดาบนั้นเป็นเรื่องยาก” จางเซวียนยิ้มและปลอบใจ
“ถ้าคุณอยากจะเรียนล่ะก็ผมให้คำชี้แนะเรื่องศิลปะเพลงดาบกับคุณได้นะคุณจะได้พัฒนาทักษะของตัวเองให้ก้าวหน้ากว่านี้!”



