Skip to content

Library Of Heaven’s Path 213

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 213 เฉียนเชาตกตะลึง

เฉียนเชาเป็นบุตรชายของอำมาตย์อาวุโสเฉียน ในตอนแรก วันนี้เขาตั้งใจจะเถลไถลเรื่อยเปื่อยและพักผ่อนทั้งวัน แต่บิดาก็บังคับให้เขาไปชมการประเมินอาจารย์ ทำให้เขาหงุดหงิดใจนัก

C

“ท่านพ่อ ท่านส่งใครไปชมการประเมินอาจารย์และให้เขาส่งรายงานก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเองเลย!”

เฉียนเชามีสีหน้าขุ่นเคืองอย่างชัดเจน “ถึงอย่างไรพ่อก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฝ่าบาทยกให้ ก่อนหน้านี้พ่อไม่ไปชมการดวลระหว่างท่านโหวฝ่ายเหนือกับท่านนายพลเสียด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงต้องเจาะจงไปดูการดวลกระจอกๆของนักเรียน?”

เขาไม่เข้าใจความคิดของบิดาเลย

สำหรับอำมาตย์อาวุโสผู้ไม่จำเป็นต้องก้มหัวคำนับฮ่องเต้เสียด้วยซ้ำ เขาสามารถไม่เข้าร่วมชมการดวลของข้าราชบริพารขั้น 1 ได้ แต่ในบรรดาทุกอย่างที่พ่อทำได้ เขาเลือกที่จะไปชมการดวลของนักเรียน

แม้การประเมินอาจารย์จะมีเกียรติยศของอาจารย์เป็นเดิมพัน แต่ในความเป็นจริงมันก็คือการดวลกันของนักเรียนแค่สองสามคน เรื่องระดับนั้นให้ลูกน้องไปทำก็ได้ ทำไมเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ผู้ตรวจการณ์ถึงต้องไปด้วยตัวเอง?

รังแต่จะทำให้ใครต่อใครหวาดกลัวกับการปรากฏตัวของเขาเสียมากกว่า

“นี่เป็นเหตุการณ์ระดับ 3 ดาว พ่อต้องไปเอง…” อำมาตย์อาวุโสเฉียนตอบ

“ผมรู้ว่ามันเป็นเหตุการณ์ระดับ 3 ดาว ก็ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนจะต้องได้ดาวเพิ่ม 1 ดวงอยู่แล้ว แถมอาจารย์ลู่ฉวินก็เป็นอาจารย์ดาวเด่น ก็ได้เพิ่มอีกดวง อันที่จริงมันเป็นแค่เหตุการณ์ระดับ 1 ดาวเท่านั้น…” เฉียนเชาเบ้ปากอย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากจะใส่ใจเรื่องนี้

ตามปกติแล้ว สำหรับเหตุการณ์ระดับ 1 ดาว ไม่จำเป็นต้องรายงานฝ่าบาท ถ้าอำมาตย์อาวุโสเฉียนจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องขี้ปะติ๋วขนาดนี้ เขาไม่เหนื่อยตายหรือ?

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นสิ!” อำมาตย์อาวุโสเฉียนพึมพำ

“เรื่องแค่นั้นมันจะซับซ้อนอะไรล่ะพ่อ ก็แค่การดวลกันระหว่างนักเรียน ผมไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมีความสำคัญจริงจังเทียบเท่ากับการดวลระหว่างท่านโหวฝ่ายเหนือกับท่านนายพลได้ พ่อก็รู้นี่ว่าก่อนหน้านั้น ที่ข้าราชบริพารขั้น 2 ดวลกันน่ะทั้งหมดก็มีแค่ 12 คนเท่านั้นเอง นั่นถือเป็นการดวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีเลย…”

เฉียนเชายังคงคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจเรื่องนี้

ท่านโหวฝ่ายเหนือและท่านนายพลเป็นข้าราชบริพารขั้น 1 ของอาณาจักร และข่าวเรื่องการดวลก็ถูกเผยแพร่ออกไปล่วงหน้า ผู้เชี่ยวชาญจำนวนนับไม่ถ้วนต่างเข้าชมการดวลนั้น แต่ตาเฒ่าของเขาคนนี้ปฏิเสธที่จะไป โดยบอกว่าเรื่องพรรค์นั้นมีจำนวนดาวไม่พอ และไม่ควรค่าแก่การที่เขาจะต้องสนใจ…

แต่ตอนนี้ เขาตัดสินใจไปชมการดวลระหว่างนักเรียนไม่กี่คน เฉียนเชาเริ่มจะสงสัยว่าพ่อของเขาคงแก่ได้ที่

“เช้านี้พ่อได้ข่าวว่าหัวหน้าตระกูลหวัง–หวังหง หัวหน้าตระกูลไป๋–ไป๋หมิง และบรรดาผู้อาวุโสของทั้งสองตระกูลต่างไปที่โรงเรียนหงเทียน นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แกยังคิดว่าเหตุผลยังไม่เพียงพอให้พ่อไปที่นั่นอีกหรือ?”

อำมาตย์อาวุโสเฉียนถาม “หวังหงน่ะเป็นถึงนักรบทงฉวนขั้นสูงสุด และเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลมากที่สุดของอาณาจักรนี้ ส่วนไป๋หมิง ถึงจะมีตำแหน่งต่ำกว่า แต่ก็เป็นถึงนักปรุงยาผู้ทรงเกียรติ พ่อบอกว่าพวกเขาไปโรงเรียนเพื่อไปดูการดวลของนักเรียนสองสามคนนี่นะ?”

เฉียนเชาไม่อยากจะเชื่อคำพูดของอำมาตย์อาวุโสเฉียน

ถึงหัวหน้าตระกูลทั้งสองจะไม่มีตำแหน่งทางราชการ แต่ความสูงส่งของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นรองข้าราชบริพารขั้น 1 เลย แล้วคนสูงศักดิ์ขนาดนั้นไปสนใจการดวลของนักเรียนไม่กี่คนได้อย่างไร?

“ดูเอาเองเถอะ…”

ทั้งคู่มองไปรอบๆและพบว่าพวกเขามาถึงเวทีประลองของโรงเรียนหงเทียนแล้ว อัฒจันทร์ผู้ชมเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน

อำมาตย์อาวุโสเฉียนชี้มือไป

“ผมว่าตรงที่นั่งวีไอพีก็คงมีคนเยอะแล้วล่ะ…ฮะ?”

เมื่อพึมพำกับตัวเองจบ เฉียนเชากวาดสายตาไปยังที่นั่ง และต้องยืนตะลึงตัวแข็ง

“หวังหงกับไป๋หมิงอยู่ที่นี่จริงๆ…นั่น…ประธานโอวหยาง? ประธานโอวหยางแห่งสมาคมนักปรุงยาก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ? ยังมีนักปรุงยาเมิ่งเหยียน นักปรุงยาหลินมู่ นักปรุงยาจินเฉิง…เฮ้ย…เป็นไปได้อย่างไรกัน?”

ตอนแรกเขาคิดว่าการดวลกันระหว่างนักเรียนไม่น่าดึงดูดความสนใจได้มากนัก แต่หลังจากมองแค่ปราดเดียว ไม่เพียงแต่จะเห็นหัวหน้าของทั้ง 4 ตระกูลใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีนักปรุงยาอีกมากกว่า 10 คน รวมถึงประธานสมาคมนักปรุงยาอยู่ตรงนั้นด้วย

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

นักปรุงยาเป็นหนึ่งในอาชีพแถวหน้าของเก้าสถานภาพระดับบน ถือเป็นตำแหน่งสูงส่ง ขนาดฮ่องเต้เซินจุยก็ยังหาโอกาสพบปะกับคนอย่างประธานโอวหยางได้ยาก แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ เพื่อมาดูเด็กกลุ่มหนึ่งสู้กัน…

ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขารู้สึกว่าหัวเริ่มหมุน

“ไม่ใช่แค่พวกเขานะ ดูทางโน้นสิ!”

ยังไม่ทันหายตะลึง อำมาตย์อาวุโสเฉียนก็ชี้มือไปอีกทางหนึ่ง

เมื่อมองตามมือไป เฉียนเชาก็ต้องตะลึงอีกครั้ง ริมฝีปากของเขาสั่นด้วยความอัศจรรย์ใจ

“นายแพทย์มือหนึ่งของอาณาจักร ปรมาจารย์หยวนหยู่? นั่น…ผู้อาวุโสเทียน? ขนาดงานฉลองวันเกิดฝ่าบาทเมื่อครั้งล่าสุดนี้ เขายังไม่ไปเลย มีข้อแก้ตัวสารพัด แล้วตอนนี้ ทำไม…ทำไมเขาถึง…”

เมื่อครู่นี้เอง เฉียนเชายังคิดว่าพ่อของเขาทำเรื่องให้ยุ่งยากโดยใช่เหตุ แต่มาตอนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองแทบจะช็อคตาย

ปรมาจารย์หยวนหยู่เป็นบุคคลผู้ทรงอำนาจขนาดที่ฝ่าบาทยังทรงให้ความเคารพสูงสุด

ส่วนผู้อาวุโสเทียน แม้ฝ่าบาทยังแทบไม่มีโอกาสได้จิบชาที่เขาชง ก็เห็นๆกันแล้วว่าสถานภาพของเขาสูงส่งขนาดไหน

แต่ตอนนี้ บุคคลผู้น่าทึ่งทั้งสองรออยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชมอย่างสงบ…

ใครก็ได้บอกเราทีว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เอาจริงๆหรือ?

“ใครนั่งตรงนั้นน่ะ ทำไมคนเยอะแยะถึงสละที่ให้พวกเขา?”

“ฉันก็ไม่รู้ คงจะเป็นคนใหญ่คนโต…”

หวิดจะช็อคตายอยู่รอมร่อ ก็พอดีได้ยินเสียงอุทานของนักเรียน เฉียนเชาเงยหน้าขึ้นดูแล้วก็ต้องผงะอีกรอบหนึ่ง

“สะ…สามปรมาจารย์? พะ…พวกเขาก็อยู่ที่นี่หรือ?”

ที่ปรากฏแก่สายตาคือสามปรมาจารย์

ถ้าสองสามคนก่อนหน้านี้ทำให้เขาตะลึงไปแล้ว การได้เห็นสามปรมาจารย์ก็ทำให้เขาถึงกับสะพรึงทีเดียว

พวกเขาเป็นปรมาจารย์!

มีอำนาจขนาดที่ไม่เห็นหัวพ่อของเขาได้อย่างสบายๆ

แต่ตอนนี้ คนเหล่านั้นอยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชม

แต่นั่นก็ยังไม่จบ เขาเห็นชายวัยกลางคน 2 คนกำลังหาที่นั่ง

“นะ…นั่นมัน… ฮ่องเต้เซินจุยกับท่านเจ้าเมืองจ้าวเฟิงแห่งไป๋หยู?”

ลำคอของเขาแห้งผาก

เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าที่บิดาของเขาลดตัวลงมาร่วมงานกระจอกแบบนี้ แต่นี่…ขนาดฝ่าบาทกับท่านเจ้าเมืองจ้าวเฟิงยังมาด้วยตัวเอง

เมืองไป๋หยูเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอาณาจักรเทียนเซวียน และตำแหน่งเจ้าเมืองก็เป็นรองแค่ฮ่องเต้เท่านั้น!

นี่มันใช่การดวลของนักเรียนแน่หรือ?

ขนาดเชื้อพระวงศ์ดวลกันยังไม่เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลย!

“อันที่จริง คนที่ใหญ่โตที่สุดในบรรดาฝูงชนเหล่านี้ไม่ใช่ฝ่าบาทหรือสามปรมาจารย์หรอกนะ แต่เป็นคนนั้นต่างหาก!”

เห็นลูกชายกำลังประหวั่นพรั่นพรึงกับบรรดาคนที่มา อำมาตย์อาวุโสเฉียนพูดขึ้น

เฉียนเชารีบมองไป และเห็นชายร่างอ้วนเผละท่าทางไม่น่ามองคนหนึ่ง

“เขาคือ…”

รู้ว่าพ่อมีเส้นสายเครือข่ายใหญ่โต และเป็นไปไม่ได้ที่พ่อจะพูดออกมาโดยไม่มีเหตุผล เฉียนเชาเอ่ยถาม

“เขาเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง, ซุนฉาง! เขามาในนามของปรมาจารย์

หยาง…”อำมาตย์อาวุโสเฉียนตอบช้าๆ

“ในนามของปรมาจารย์หยาง?” เฉียนเชากลืนน้ำลาย “ปรมาจารย์หยางที่ปล่อยให้ฮ่องเต้เซินจุยรออยู่หน้าประตูน่ะหรือ?”

ข่าวเรื่องปรมาจารย์หยางแพร่สะพัดไปเหมือนไฟป่า เป็นธรรมดาที่เฉียนเชาจะต้องรู้ “ขนาดปรมาจารย์หลิวกับคนอื่นๆยังขอเข้าพบและยอมรับว่าพวกเขาสู้ปรมาจารย์หยางไม่ได้ ส่วนฮ่องเต้เซินจุยก็ถึงกับต่อแถวอยู่ข้างนอกเพื่อรอพบเขา…”

ปรมาจารย์ผู้แสนจะน่าทึ่งคนนั้นส่งพ่อบ้านมาที่นี่

เฉียนเชาตัวสั่น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนใหญ่คนโตมากมายถึงจับตามองการดวลครั้งนี้

“นี่…นี่มันใช่เหตุการณ์ระดับ 3 ดาวจริงๆหรือ?”

“ต่อให้มันเป็นเหตุการณ์ระดับ 3 ดาว แต่จากที่เห็นนี่ มัน… 5 ดาวไปแล้ว!”

อำมาตย์อาวุโสเฉียนมีสีหน้าเคร่งเครียด

มีแต่เหตุการณ์ระดับ 5 ดาวเท่านั้น ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมและดึงดูดคนใหญ่คนโตได้มากมายขนาดนี้

“นี่…เป็นเพราะอาจารย์ลู่ฉวินหรือเปล่า?”

หลังจากครุ่นคิดเรื่องนี้ เฉียนเชาถามด้วยเสียงสั่นๆ

ลู่ฉวินเป็นอาจารย์คนดังที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วอาณาจักร หรือเป็นเพราะความโด่งดังของเขาที่ทำให้ผู้คนมากมายมาที่นี่?

ถึงกับทำให้เหตุการณ์ระดับ 3 ดาวกลายเป็นเหตุการณ์ระดับ 5 ดาวไปได้!

“เขารึ? พ่อว่าเรื่องนี้มันออกจะประหลาด ถึงเขาจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก แต่พ่อก็ไม่คิดว่าจะเป็นเขาหรอก ตอนนี้พ่อสงสัยอาจารย์จางเซวียนมากกว่า”

อำมาตย์อาวุโสเฉียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา

ลู่ฉวินมีชื่อเสียงโด่งดังก็จริง แต่อย่างมากที่สุดเขาก็ดึงดูดความสนใจได้แค่หวังหง ไป๋หมิง และอีกสองสามคนเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่ประธานโอวหยางกับบรรดานักปรุงยาจะมาเพราะเขา

ป่วยการจะพูดถึงฮ่องเต้เซินจุย ผู้อาวุโสเทียน และซุนฉาง, พ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง

ก็ถ้าไม่ใช่เขา ก็ต้องเป็นเพราะคู่ต่อสู้ของเขานั่นแหละ

อาจารย์จาง…อาจารย์ที่มีชื่อเสียงไม่ดีเลย

“จางเซวียน…”

ได้ยินชื่อคุ้นหู เฉียนเชาอึ้งไป

ถ้าสิ่งที่พ่อพูดเป็นความจริง การดึงดูดความสนใจจากคนใหญ่คนโตได้ถึงขนาดนี้…

ชายคนนั้นทำได้อย่างไร?

ไม่ใช่เขาคนเดียวที่รู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า บรรดาอาจารย์ของโรงเรียนหงเทียนก็แทบจะทึ้งผมด้วยความงงงัน

แน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่การดวลระหว่างอาจารย์ใหญ่กับใครสักคน?

ถ้าไม่ใช่ แล้วฝ่าบาท สามปรมาจารย์ ผู้อาวุโสเทียน ปรมาจารย์หยวนหยู่ และคนใหญ่คนโตอีกมากมายมาอยู่ที่นี่ทำไมกัน?

หลังจากถอดคราบกลับสู่สภาพเดิม จางเซวียนก็เดินนำจ้าวหย่ากับคนอื่นๆเข้าสู่เวทีประลอง เขามองไปที่ฝูงชนบนอัฒจันทร์ เห็นฮ่องเต้เซินจุยและคนอื่นๆที่กำลังตื่นเต้น

จางเซวียนมีสีหน้าประหลาด

“นี่มันการประเมินอาจารย์ระหว่างเรากับลู่ฉวิน แล้วเจ้างั่งพวกนี้…มาทำไมกัน?”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!