ตอนที่ 226 ชายผู้เป็นดั่งเทพเจ้า
“สะ…ศิษย์พี่?”
“ปรมาจารย์หลิวกับคนอื่นๆเพิ่งเรียกจางเซวียนว่าศิษย์พี่ใช่ไหม?”
“เขายังอายุไม่ถึงยี่สิบเลย ส่วนสามปรมาจารย์นั่น อย่างน้อยๆก็หกเจ็ดสิบแล้ว นี่มันตรรกะอะไรกัน…”
“ฉันก็ไม่รู้ แต่เท่าที่ดู ทั้งสามปรมาจารย์ก็ไม่ได้เสแสร้งนะ เป็นไปได้ไหมว่าอาจารย์จางจะน่าทึ่งขนาดนั้นจริงๆ?”
ฝูงชนมีอาการราวกับถูกสายฟ้าฟาด
วันนี้ ความตกตะลึงถาโถมเข้าใส่พวกเขาราวกับคลื่น มันกระแทกพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนทุกคนรู้สึกเหมือนกับว่าไม่อาจจะโงหัวขึ้นได้อีก และหัวใจก็เต้นแรงจนถึงขีดสุด
“ขะ…เขาเป็นศิษย์พี่ของปรมาจารย์หลิวกับคนอื่นๆหรือ? เป็นไปได้ไหมว่า…?
ฮ่องเต้เซินจุยหรี่ตา และดูเหมือนจะนึกถึงบางอย่างที่ทำให้ตัวสั่น
ตั้งแต่สามปรมาจารย์เข้ามาพักพิงในพระราชวัง พระองค์ทรงได้เสวนาใกล้ชิดกับพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง และรู้ความตั้งใจของคนเหล่านั้น
ทุกคนพยายามจะขอให้หยางชวนตกลงเป็นอาจารย์ของพวกเขา และในเมื่อตอนนี้พวกเขาเรียกจางเซวียนว่าศิษย์พี่ ต่อให้โง่เง่าอย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทรงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“อาจารย์จางเซวียนเป็น…ลูกศิษย์ของปรมาจารย์หยาง แถมเป็น…ลูกศิษย์สายตรงด้วย!”
ฮ่องเต้ทรงหายใจถี่กระชั้น
ปรมาจารย์หยางช่วยเซินหงที่กำลังจะตายให้สำเร็จวรยุทธขั้นจงซรือได้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเก่งกาจเหนือชั้นขนาดไหน ที่ปรมาจารย์หลิวกับคนอื่นๆเคยคาดเดาไว้ อย่างน้อยเขาก็น่าจะเป็นปรมาจารย์ระดับ 3 ดาว
บุคคลน่าทึ่งระดับนั้น จะมาจะไปก็แล้วแต่จะพอใจ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะหายตัวไปสัก 2-3 วัน แต่ถ้าจางเซวียนเป็นลูกศิษย์สายตรงของเขา ทุกอย่างจะง่ายขึ้นมาก พระองค์จะสามารถใช้จางเซวียนเป็นสะพานเชื่อมปรมาจารย์หยางเข้ากับอาณาจักรเทียนเซวียนได้
ต่อให้สร้างพันธะแนบแน่นขนาดนั้นไม่สำเร็จ ปรมาจารย์หยางกับคนอื่นๆก็คงพบว่ายากที่จะปฏิเสธพระองค์ เพราะศิษย์พี่ของพวกเขา, จางเซวียน, เป็นพลเมืองของอาณาจักรเทียนเซวียน
ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่นานอาณาจักรก็คงได้เลื่อนขั้น!
แม้ก่อนหน้านี้ ฮ่องเต้จะทรงคิดว่าการมีอาวุโสต่ำกว่าจางเซวียนเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่มาตอนนี้ ฮ่องเต้ทรงมีนัยน์ตาเป็นประกายและรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก
การที่จางเซวียนได้เป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์หยางก็หมายความว่า เขาคงก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์ได้ในเวลาไม่นาน นอกจากจะเรียกเขาว่าท่านลุงแล้ว ต่อให้เรียกท่านปู่ก็ยังไม่ใช่ปัญหา
ในฐานะประมุขของอาณาจักร ฮ่องเต้ทรงแบกรับภาระความรับผิดชอบของทั้งอาณาจักรไว้ ทรงเรียนรู้ที่จะให้คุณค่ากับราคาและผลประโยชน์ ส่วนสิ่งที่เขาเรียกกันว่าสถานภาพ ความอาวุโส หรืออะไรที่คล้ายๆกันก็เป็นแค่ชื่อเรียกเท่านั้น
อีกอย่าง ปรมาจารย์หลิวกับคนอื่นๆก็จัดว่าเป็นสหายของเซินหง ท่านปู่ของพระองค์ ในเมื่อจางเซวียนเป็นศิษย์พี่ของพวกเขา ก็ทรงถือเป็นเรื่องดีที่จะได้เรียก
จางเซวียนว่าท่านลุง
“สะ…สะ…ศิษย์พี่? ศิษย์พี่ของสามปรมาจารย์หรือ?”
ขณะที่ทุกคนกำลังงงงัน ลู่ฉวินถึงกับพูดติดอ่างด้วยความตกใจ
เหตุผลที่เขาหาเรื่องอาจารย์จางก่อนหน้านี้ก็เป็นเพราะเขาต้องการแย่งชิงโอกาสที่จะได้เป็นผู้ช่วยปรมาจารย์จากอาจารย์จาง แต่ว่า…ไม่เพียงแต่อีกฝ่ายจะไม่ใส่ใจเท่านั้น แท้จริงแล้วเขายังเป็นศิษย์พี่ของทั้งสามปรมาจารย์อีกด้วย…
ลู่ฉวินรู้สึกขึ้นมาทันใดว่าเขาเป็นตัวตลก
หลังจากที่ฟาดฟันอย่างหนัก ก็กลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เขาให้คุณค่านักหนาเลย แค่เปิดเผยตัวตนออกมาก็เหยียบเขาเสียราบคาบแล้ว
อภิมหาปรมาจารย์ด้านการวาดภาพ, ผู้เชี่ยวชาญวิถีแห่งชา, นักปรุงยาอย่างเป็นทางการ (เมื่อดูจากจำนวนนักปรุงยาที่มาอยู่ในโรงเรียนวันนี้ หว่างเชากับเขาก็รู้ทันทีว่าจางเซวียนเป็นนักปรุงยา), น้องชายของบิดาของเขา, ศิษย์พี่ของทั้งสามปรมาจารย์…
แค่สถานภาพเดียวก็โดดเด่นเกินพอแล้ว แต่ตอนนี้ทุกอย่างถาโถมเข้าใส่ตัวเขา ลู่ฉวินตัวสั่นเทิ้มและรู้สึกว่าตัวเองพังยับเยินไม่มีชิ้นดี
เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ และต่อให้ไม่มีบิดาคอยช่วยเหลือ เขาก็สร้างชื่อเสียงด้วยตัวเองได้ แต่มาตอนนี้ เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เรียกว่าความปราดเปรื่องนั้นไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย
ถ้าจะพูดตรงๆก็คือ…เรื่องนี้ทำให้เขาสงสัยถึงวัตถุประสงค์ของการมีชีวิตอยู่?
เขายิ่งรู้สึกพังยับไปกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงของปรมาจารย์หลิวลอยเข้าหู
“อาจารย์ลู่เป็นผู้ปราดเปรื่องอย่างหาตัวจับยาก ก่อนหน้านี้ผมได้ยินชื่อเสียงของเขาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในอาณาจักรเป๋ยอู๋ และเหตุผลที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อจะรับเขาเป็นผู้ช่วย ในเมื่อศิษย์พี่เอ่ยปากด้วยตัวเอง…ลู่ฉวิน คุณเต็มใจจะเป็นผู้ช่วยของผมไหม?”
หลิวหลิงยิ้มและมองลู่ฉวิน
ถึงเขาไม่อาจรับจางเซวียนเป็นผู้ช่วย แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ยังคุ้มค่าหากเขารับลู่ฉวิน อีกอย่าง ศิษย์พี่ของเขาก็แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนแล้วที่จะประสานความบาดหมาง ซึ่งเขาก็ยินดียื่นมือเข้าช่วย
“ผมเต็มใจ…”
ตื่นจากภวังค์ ลู่ฉวินตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นเต้น
ที่เขาพากเพียรอย่างหนักมาตลอดก็เพื่อการนี้ เขาคิดว่าตัวเองคงไม่เหลืออะไรแล้วหลังจากที่พ่ายแพ้การประเมินอาจารย์ และไม่เคยนึกฝันแม้แต่น้อยว่าความปรารถนาของเขาจะเป็นจริงได้เร็วขนาดนี้
“ใช่…จางเซวียน, เอ่อ ไม่, ท่านอาจาง…อาจารย์!
ถึงปรมาจารย์หลิวจะไม่ได้พูดออกมา แต่ลู่ฉวินก็รู้ว่าชื่อเสียงของเขาเป็นเรื่องรอง สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะคำแนะนำของอาจารย์จาง
ขนาดเราทำกับเขาแบบนั้น เขายังเต็มใจแนะนำเราให้ปรมาจารย์หลิว!
ความเมตตาแบบนี้คืออะไร?
ลู่ฉวินตาแดงก่ำและกำหมัดแน่น
“นี่คือคุณสมบัติที่อาจารย์พึงมี ฉวินเอ๋อร์ ลูกต้องเรียนรู้จากปรมาจารย์จางนะ!” ลู่เฉินซึ่งอยู่ข้างๆและได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดออกความเห็น
เขาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากหวงหวี่แล้ว จึงได้รู้ว่าเจ้าลูกชายอกตัญญูคนนี้สร้างปัญหาให้จางเซวียนขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ยังไม่ตำหนิติเตียนแม้แต่คำเดียว ทั้งยังช่วยให้ลู่ฉวินได้เป็นผู้ช่วยปรมาจารย์อีกด้วย แค่ความเมตตาของเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
“ขอรับ!” ลู่ฉวินพยักหน้า เขาเพิ่งจะรู้ในตอนนี้ว่าทั้งหมดที่เขาทำมาน่าสมเพชขนาดไหน
ขณะที่เขาครุ่นคิดอยู่แต่ว่าจะเป็นผู้ช่วยของสามปรมาจารย์ได้อย่างไร คู่ต่อสู้ของเขาได้กลายเป็นศิษย์พี่ของสามปรมาจารย์ไปแล้ว ขณะที่เขามัวใคร่ครวญว่าจะเป็นจิตรกรมืออาชีพได้อย่างไร อีกฝ่ายก็เป็นอภิมหาปรมาจารย์ไปแล้ว ขณะที่เขาวุ่นวายอยู่กับการฝ่าด่านวรยุทธขั้นพี่เชวี่ย อีกฝ่ายก็เป็นนักรบทงฉวนขั้นสูงสุดไปแล้ว…
พวกเขาห่างชั้นกันเหลือเกิน
“อาจารย์จาง ที่ผ่านมา ผมทั้งโง่เง่าและสร้างปัญหาให้คุณหลายเรื่อง โปรดให้อภัยผมด้วย!”
“ไม่มีปัญหาหรอก ตราบใดที่คุณเต็มใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง! ผมหวังว่าคุณจะได้เรียนรู้ภายใต้คำชี้แนะของปรมาจารย์หลิว และก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์ได้อย่างรวดเร็วในอนาคต” เห็นอีกฝ่ายเต็มใจจะปล่อยให้เรื่องที่แล้วก็แล้วไป จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ
อันที่จริง เขาไม่รู้สึกเจ็บแค้นกับลู่ฉวินคนนี้เท่าไรนัก
ด้วยความทรงจำของเจ้าของร่างคนเก่า ชายหนุ่มคนนี้ ได้สอนลูกศิษย์จำนวนมากมายตั้งแต่เข้ามาอยู่ในโรงเรียน เขาไม่เคยสร้างชื่อเสีย เป็นเพราะสัญชาตญาณชอบแข่งขันและความปรารถนาที่จะเหนือชั้นกว่าบิดาเท่านั้นที่ทำให้เขาทำเรื่องผิดพลาดมากมายขนาดนี้
“ขอรับ!” ลู่ฉวินพยักหน้าอย่างเต็มอกเต็มใจ จากนั้นเขาหันไปทางปรมาจารย์หลิวและตั้งคำถาม “ปรมาจารย์หลิว ผมขอความกรุณาคุณสักเรื่องได้ไหม?”
“ว่ามาเลย!” ปรมาจารย์หลิวตอบพร้อมกับลูบเครา
เห็นลู่ฉวินมามาดใหม่ด้วยความจริงใจ เขารู้สึกยินดีเช่นกัน
“เพื่อเอาชนะการประลอง ลูกศิษย์ของผมได้กินยาทะลวงปีศาจวิปลาส ซึ่งมันมีผลข้างเคียงใหญ่หลวง ผมหวังว่าปรมาจารย์หลิวจะช่วยแก้ปัญหานี้”
ลู่ฉวินคุกเข่าลงกับพื้น
“อาจารย์…”
เห็นจังๆแบบนั้น จูหงและคนอื่นๆกำหมัดแน่น ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำ
เมื่อเรื่องนี้แดงขึ้น ชื่อเสียงของอาจารย์ลู่จะต้องกระเทือนอย่างหนัก แต่ถึงอย่างนั้น เพื่ออนาคตของพวกเขา อาจารย์ก็เต็มใจที่จะเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน แค่ความรับผิดชอบที่เขามีต่อลูกศิษย์ก็ควรค่าแก่การยำเกรงแล้ว
โม่วเซียว ซึ่งก่อนหน้านี้คิดจะไปขอเป็นศิษย์ของจางเซวียน เมื่อได้เห็นการกระทำของอาจารย์ลู่ก็สะเทือนใจ หลังจากที่ใคร่ครวญเรื่องนี้อีกครู่หนึ่ง เขาก็มองลู่ฉวินอีกครั้ง และเปลี่ยนการตัดสินใจ
ในเมื่ออาจารย์ผู้เก่งกาจมีสิทธิ์เลือกนักเรียน นักเรียนผู้ปราดเปรื่องก็มีสิทธิ์เลือกอาจารย์เช่นกัน
เหตุผลที่เขาอยากขอให้จางเซวียนเป็นอาจารย์ก็เพราะการกระทำและการแสดงออกของอาจารย์ลู่ก่อนหน้านี้ช่างน่าผิดหวัง แต่เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เขาก็รู้ว่าความเป็นอาจารย์ลู่ผู้ไร้เทียมทานในอดีต อาจารย์ดาวเด่นหมายเลข 1 ของโรงเรียนหงเทียนได้กลับมาแล้ว
มีแต่หัวใจอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่สามารถก้าวผ่านความเลวร้ายทั้งมวลได้
ในตอนนั้น ความตั้งใจที่จะขอเป็นศิษย์ของจางเซวียนก็มลายไป
“ยาทะลวงปีศาจวิปลาสหรือ? นั่นเป็นหนึ่งในยาต้องห้ามที่สามารถยกระดับวรยุทธได้อย่างฉกาจฉกรรจ์ แม้วรยุทธจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พิษร้ายของยานั้นจะซึมซาบเข้าไปในร่างกายของผู้กิน ทำให้ความเร็วของผู้นั้นลดระดับลงมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฝึกวรยุทธในอนาคต การให้เด็กพวกนี้กินยาก็เท่ากับทำลายอนาคตของพวกเขา…ลู่ฉวิน คุณนี่โง่เง่ามาก!”
หลิวหลิงผงะและส่ายหน้ากับคำพูดของลู่ฉวิน
“ใช่ ผมรู้ว่าผมมันโง่เง่า ปรมาจารย์หลิว ผมขออ้อนวอนให้คุณช่วยพวกเขา!”
ลู่ฉวินอ้อนวอนอย่างจริงใจ
ตัวเขาเองก็รู้ผลกระทบที่จะตามมาของยานั้น แต่ด้วยความอับอายขายหน้าที่เขาต้องเจอเมื่อวาน ทำให้คุณธรรมของเขามืดบอดไป
ความปรารถนาที่จะเอาชนะการประเมินอาจารย์ทำให้เขาตัดสินใจทำสิ่งที่ผิด
“ยาทะลวงปีศาจวิปลาส เป็นยาที่สูบเอาศักยภาพของคนผู้นั้นออกมาโดยการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพลังชีวิตของเขา แม้ทักษะของผมก็ยังไม่สูงพอที่จะรักษาอาการแบบนั้น!”
หลิวหลิงถอนหายใจ
ถ้าความบอบช้ำที่ได้รับจากการกินยาสามารถรักษากันได้ง่ายๆ ทุกคนก็คงจะพากันซื้อยานี้มากินเพื่อยกระดับวรยุทธกันหมดแล้ว
ก็เป็นเพราะยังไม่มีทางรักษา ทำให้มันกลายเป็นยาต้องห้าม
ขนาดเป็นปรมาจารย์ หลิวหลิงก็ยังไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร
“คุณรักษาไม่ได้?”
ลู่ฉวินหน้าซีด
เขาคิดว่าเมื่อได้เป็นปรมาจารย์แล้วก็จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าความคิดของเขาจะงี่เง่าเต็มที
ถ้าขนาดปรมาจารย์หลิวยังรักษาอาการบอบช้ำนี้ไม่ได้ ก็หมายความว่า ความเห็นแก่ตัวของเขาได้ทำลายชีวิตของลูกศิษย์ตั้งหลายคนอย่างนั้นหรือ?
ลู่ฉวินตำหนิติเตียนตัวเองอย่างรุนแรง
“พวกนายกินยาทะลวงปีศาจวิปลาสกันทุกคนเลยหรือ?”
เจิ้งหยางได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นทั้งหมด เขารีบเข้าไปยืนข้างเพื่อนรักและตั้งคำถามอย่างกังวล
“ใช่!” โม่วเซียวพยักหน้า
“นาย…” เจิ้งหยางกำหมัดแน่น
เป็นความจริงว่าการกินยาทะลวงปีศาจวิปลาสจะช่วยให้ผู้ที่กินเข้าไปยกระดับวรยุทธได้อย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาอันสั้น แต่การจะก้าวไปสู่วรยุทธขั้นที่สูงขึ้นอีกในอนาคตจะทำได้ยากมาก
มันก็ไม่ต่างอะไรกับการดึงต้นกล้าเพื่อให้มันโตเร็วขึ้น
เขาโตมากับโม่วเซียว รู้ดีว่าเพื่อนรักหมกมุ่นอยู่กับเรื่องพละกำลังและความแข็งแกร่งเหมือนกับเขา โม่วเซียวต้องรับไม่ได้แน่ที่จะต้องเห็นวรยุทธของตัวเองเชื่องช้าลงไปเรื่อยๆ และสุดท้ายก็ต้องล้าหลังทุกคน
“อาจารย์จาง ผมขอร้อง ได้โปรดช่วยโม่วเซียวด้วย!” เจิ้งหยางกัดฟัน เขาวิ่งไปหาจางเซวียนและทรุดตัวลงคุกเข่า
ในความคิดของเขา อาจารย์จางคือผู้เก่งกาจไร้เทียมทาน ต่อให้ปรมาจารย์หลิวช่วยอะไรไม่ได้ แต่อาจารย์จางต้องทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้อย่างแน่นอน
“ช่วยเขาหรือ?”
ได้ยินคำอ้อนวอนของลูกศิษย์ จางเซวียนพยักหน้า “เอาสิ!”
ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่การประลองดำเนินไป ตอนที่โม่วเซียวกับเด็กคนอื่นๆแสดงวรยุทธออกมานั้น เขาก็รู้ถึงปัญหานี้ทันที ความบอบช้ำที่ยาทะลวงปีศาจวิปลาสทิ้งไว้คือพิษร้ายที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย
ในขณะที่ปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวหรือแม้แต่ 4 ดาวก็ช่วยแก้ไขไม่ได้
แต่จางเซวียนมีความสามารถเพียงพอที่จะรักษาความบอบช้ำนั้น
พลังปราณเทียบฟ้าของเขาใสบริสุทธิ์เหมือนน้ำ ไม่ว่าพิษนั้นจะร้ายกาจแค่ไหน ด้วยการถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป จางเซวียนก็สามารถชะพิษเหล่านั้นออกไปได้
ขนาดรังสีพิษร้ายกาจที่ดูเหมือนมีชีวิตจิตใจจนถึงขนาดหลบเลี่ยงการโจมตีของเขา เขายังควบคุมมันไว้ได้ แล้วกับแค่ยาพิษ มันจะแน่แค่ไหนกันเชียว?
“คุณรักษาพวกเขาได้หรือ?”
ได้ยินอีกฝ่ายตกปากรับคำ ปรมาจารย์หลิวกับคนอื่นๆถึงกับผงะ
ไม่พูดพร่ำทำเพลง จางเซวียนจับมือของโม่วเซียวไว้มั่นแล้วถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่ร่างกายของเขา ไม่นานพิษร้ายก็ถูกขับออกไป
เมื่อรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง โม่วเซียวตื่นเต้นจนตัวสั่น
หลังจากที่กินยาเข้าไป เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างต่อต้านเขาจากภายใน แต่ตอนนี้ ความรู้สึกนั้นหายไปหมดสิ้น สิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นวรยุทธของเขาไว้ถูกกำจัดไปอย่างไม่เหลือซาก
“ขอบคุณอาจารย์จางที่รักษาผม!”
เมื่อรู้ว่าผลข้างเคียงของยาทะลวงปีศาจวิปลาสได้ถูกแก้ไขแล้ว โม่วเซียวทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างสำนึกบุญคุณ
“หายแล้วรึ?”
หลิวหลิงแทบไม่เชื่อสายตา เขาเดินเข้าไปหาโม่วเซียวและส่งคลื่นพลังปราณเข้าไป หลังจากที่สำรวจภายในแล้ว นัยน์ตาของเขาก็เบิกโพลง “มัน…มันเป็นความจริง!”
อาจารย์จางเพิ่งจะรักษาอาการที่เขาหมดปัญญาแก้ไข ต่อหน้าต่อตาเลย…
จะน่าทึ่งอะไรขนาดนั้น?
ไม่สงสัยเลยว่าทำไมจางเซวียนจึงสะดุดตาปรมาจารย์หยางและกลายเป็นศิษย์พี่ของพวกเขา ทุกอย่างที่เขาทำช่างเหลือเชื่อสุดๆ!
ได้เห็นแบบนั้น ลู่ฉวินคุกเข่าลงต่อหน้าจางเซวียนและอ้อนวอน “ท่านอาจาง ผมขอร้องให้ท่านอาช่วยเด็กคนอื่นๆด้วย!”
ครั้งนี้ เขาเรียก ‘ท่านอาจาง’ ออกมาด้วยความจริงใจและเต็มใจ
“ไม่ต้องเกรงใจ!”
การช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆก็ไม่ได้ทำให้เขาลำบากอะไร จางเซวียนพยักหน้า และไม่นาน ความบอบช้ำในตัวลูกศิษย์ทั้ง 5 คนของลู่ฉวินก็ได้รับการแก้ไข
มีความยุ่งยากเดียวอยู่ที่จูหง ในเมื่อเขายังไม่ได้ประลอง หนังสือจึงยังไม่ได้ประมวลเรื่องของเขาไว้ ดังนั้นจางเซวียนจึงต้องให้เขาแสดงวรยุทธออกมาก่อนที่จะสามารถระบุตำแหน่งที่พิษฝังอยู่ได้
เห็นใบหน้าเปล่งปลั่งสดชื่นของบรรดาลูกศิษย์ ลู่ฉวินยิ่งประทับใจในตัวอาจารย์จางมากขึ้นอีก
ในโลกนี้ มีคนประเภทที่ต่อให้เริ่มต้นที่จุดเดียวกัน แต่กลับลงเอยในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
มีคนบางจำพวกที่คนอื่นๆได้แต่แหงนหน้ามอง ไร้ความหวังที่จะเอื้อมถึง
เห็นกันแล้วว่าอาจารย์จางคือ… ชายผู้เป็นดั่งเทพเจ้า!
ลู่ฉวินประทับใจในตัวจางเซวียนมากขึ้นอีก และตัดสินใจจะถือเอาตัวเขาเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่ในตอนนั้นก็เห็นชายผู้เป็นดั่งเทพเจ้ามองมาทางเขาพร้อมกับฉีกยิ้ม
“อ้อ อาจารย์ลู่ คุณยังมียาทะลวงปีศาจวิปลาสอีกไหม? เอ่อ..จะบอกผมได้ไหมว่าคุณซื้อที่ไหน? คุณซื้อมาให้ผมสัก 2-3 เม็ดได้หรือเปล่า?
ในเมื่อมันยกระดับวรยุทธได้หนึ่งขั้นเต็มๆอย่างรวดเร็วขนาดนั้น, ถ้ากินมากกว่าเดิม มันจะยกระดับวรยุทธได้ทีละหลายๆขั้นเลยไหม?”
“……” ลู่ฉวิน
“……” หลิวหลิงกับคนอื่นๆ



