ตอนที่ 371 ปิดปากเงียบ
เงียบกริบ!
การรับศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ขงถือเป็นเรื่องใหญ่สะท้านโลก ไม่ว่านักรบคนไหน จะเป็นปรมาจารย์หรือไม่เป็น ย่อมจะต้องตื่นเต้นถึงขนาดลืมชื่อลืมบ้านกันทีเดียว หากได้รับเกียรติขนาดนั้น
แต่หมอนี่….ปฏิเสธ ปฏิเสธเอาดื้อๆ!
ใครบอกได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น?
แค่มีปรมาจารย์ฟ้าประทานปรากฏตัวขึ้นหนึ่งคนก็ช็อกพอแล้ว…แต่เขายังหนักข้อถึงขั้นปฏิเสธการเข้าเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ขงอีก ทำเอาทุกคนแทบบ้า
ปรมาจารย์ทุกคนที่อยู่ในห้องรับรองปรมาจารย์ถึงกับนิ่งอึ้งราวกับถูกเย็บปาก ต่างมองหน้ากันอย่างจนปัญญา ทั้งที่ในใจปั่นป่วนขนาดหนัก
พ่อคนเก่ง ถ้าไม่อยากเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ขงล่ะก็ ผมไปแทนก็ได้…
อย่างน้อยก็น่าจะส่งต่อโอกาสนี้ให้ผม มันเรื่องอะไรคุณถึงปฏิเสธ…
“ประธานเจียง มันเกิดอะไรขึ้น?”
หลังจากเวลาผ่านไปอีกนาน ในที่สุดปรมาจารย์คนหนึ่งก็หันไปตั้งคำถามกับประธานเจียง เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทุกสายตาก็หันมาจับจ้องที่เขา
“ผม…ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
ประธานเจียงก็ถอดใจ
เขารีบพุ่งมาที่นี่เพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในห้องรับรองปรมาจารย์ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นเรื่องสะท้านโลกขนาดนี้
ปฏิเสธปรมาจารย์ขง…
ต่อให้เรื่องนี้เกิดขึ้นในสถานที่ยิ่งใหญ่อย่างสมาพันธ์นานาอาณาจักร ผู้คนมากมายก็แทบจะช็อกตายแล้ว นับประสาอะไรกับเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนหวู่
ขนาดปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวยังไม่ได้รับโอกาสนี้เลย!
“คุณก็ไม่รู้?”
ปรมาจารย์คนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ทั่วทั้งเมืองนี้ก็มีอยู่แค่สองคนที่ควรค่าแก่การได้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน…นั่นคือจางเซวียนและโม่หงอี! ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ บอกพวกเราว่าสองคนนั้นอยู่ที่ไหน และยังอยู่ในเมืองหลวงหรือไม่!”
สัญญาณที่บ่งบอกถึงการปรากฏตัวของปรมาจารย์ฟ้าประทานเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับสภาปรมาจารย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด
ในเมื่อสัญญาณดังกล่าวดังขึ้นที่ห้องรับรองปรมาจารย์ของพวกเขา ก็แปลว่าปรมาจารย์คนหนึ่งในเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนหวู่เป็นผู้ได้รับเกียรตินั้น!
ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะต้องนึกถึงทั้งคู่
“สองคนนั้น…”
ประธานเจียงอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง
“บอกความจริงกับพวกเรามาเถอะ การได้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทานก็หมายความว่า เขาคือปรมาจารย์ที่สวรรค์ส่งมาให้อยู่เหนือกว่าการจัดอันดับแบบธรรมดา การทดสอบใดๆก็ไม่มีความหมายกับเขาอีกต่อไป…” ผู้อาวุโสจูพูด
“ใช่!” ประธานเจียงพยักหน้าด้วยอาการยอมรับ “สองคนนั้นยังอยู่ในเมืองหลวง แต่กำลังปลอมตัวเพื่อรับการทดสอบขั้นสุดท้ายของการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว!”
“ปลอมตัว?”
ทุกคนผงะ
การทดสอบในขั้นบ้านวัดใจของปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวนั้นมักจัดขึ้นแบบลับๆ และเงียบเชียบเสียจนปรมาจารย์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ ดังนั้น จึงเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เจียงเฉินได้รับรู้เรื่องนี้
“คืออย่างนี้!”
ประธานเจียงอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวขั้นสุดท้ายให้ทุกคนฟัง
“ท่านประธานหมายความว่า…ประธานหลิวเฉินที่ทำเอาทั้งเมืองสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปหมดนั้น… ที่แท้คือปรมาจารย์จาง?”
เมื่อกระจ่างแจ้งกับคำอธิบาย ทุกคนก็ช็อกกันไปอีกรอบ มึนหัวจนแทบจะยืนไม่อยู่
สองสามวันมานี้ บุคคลที่เป็นที่โจษขานกันมากที่สุด ก็คือจางเซวียนแห่งสภาปรมาจารย์ กับประธานสมาคมนายแพทย์ที่ชื่อหลิวเฉิน!
ทุกคนรู้ดีว่าทั้งคู่เป็นอัจฉริยะตัวจริง ต่างทั้งเคารพและอิจฉา ไม่นึกเลยว่า…ที่แท้ ทั้งคู่ก็เป็นคนเดียวกัน!
“ไม่สงสัยแล้ว…” เจียงเฉินยืนตัวแข็ง
เขาเคยนึกสงสัยเรื่องนี้ แต่ก็ไม่กล้าคิดว่าจะเป็นเรื่องจริง พอมาได้ยินท่านพ่อยืนยัน ก็เข้าใจแจ่มแจ้งในทันที
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งคู่ถึงมีทักษะชั้นเลิศเรื่องการหลอมยาเหมือนกัน ไปไกลถึงขนาดชี้แนะนักปรุงยาระดับ 2 ดาวให้หลอมยาเกรด 4 ได้สำเร็จ!
ถึงเจียงเฉินจะรู้อยู่แก่ใจว่าจางเซวียนปราดเปรื่องกว่าเขามากมาย แต่ก็ยังอดเปรียบเทียบตัวเองกับอีกฝ่ายไม่ได้ เขาคิดอยู่เสมอว่า หากเขาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงและเคร่งครัด คงจะตามฝ่ายนั้นทันเข้าสักวัน…
แต่มาถึงตอนนี้…ก็รู้แล้วว่าช่องว่างนั้นห่างกันเกินไป! ไม่มีทางที่จะเอาตัวเองไปเทียบกับปรมาจารย์จางได้เลย!
อันที่จริง ใช้คำว่าเทียบก็ยังไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายทิ้งห่างเขาไปไกลจนไม่เห็นฝุ่นเสียด้วยซ้ำ!
จางเซวียนเก่งกาจทั้งเรื่องการหลอมยา การรักษาโรค การวาดภาพ และการฝึกอสูร…เขามีความเชี่ยวชาญอย่างน่าอัศจรรย์ในวิชาชีพมากมายขนาดนั้น แล้วตัวเขาจะไปเทียบได้อย่างไร?
“ในเมื่อทั้งคู่ยังอยู่ในเมืองหลวง ปรมาจารย์ฟ้าประทานก็จะต้องเป็นใครคนใดคนหนึ่งแน่ หากเราหาตัวทั้งคู่เจอและได้ไต่ถามเรื่องนี้ ก็จะรู้ทันทีว่าเป็นใคร!”
ปรมาจารย์คนหนึ่งพูดด้วยอาการที่พยายามข่มความตื่นเต้น
“จริงด้วย! จะอย่างไรก็แล้วแต่ ในเมื่อมีปรมาจารย์ฟ้าประทานมาปรากฏตัวแล้ว แถมยังเกือบจะได้เป็นศิษย์ของนักปราชญ์ด้วย เราต้องหาให้เจอว่าเขาเป็นใคร…”
ปรมาจารย์อีกคนหนึ่งเสริม
เมื่อดูความเป็นไปได้ ก็มีตัวเลือกที่โดดเด่นอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คงหาให้เจอได้ไม่ยาก ไม่ว่าอย่างไร ทางสภาปรมาจารย์ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ ในเมื่อมีบุคคลที่ปราดเปรื่องไร้เทียมทานขนาดนี้ปรากฏตัวขึ้นในอาณาเขตของพวกเขา
“ทุกคน อย่าเพิ่งวู่วามไป ผมส่งผู้ช่วยไปจัดการแล้ว!”
ประธานเจียงมองซ้ายมองขวาแล้วเดินออกไป ไม่นานก็กลับเข้ามา
หลิวเฉินและซุนเฉิงเป็นอาจารย์ผู้โด่งดังในโรงเรียนเทียนหวู่ การจะได้ข่าวของพวกเขาย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
“เป็นอย่างไรบ้าง?” ผู้อาวุโสจูถามอย่างร้อนรน
“โม่หงอีดูเหมือนจะป่วย…อาการหนักเสียด้วย! ส่วนปรมาจารย์จางกำลังอยู่ระหว่างปลีกวิเวกและปฏิเสธไม่รับแขกทุกคนในตอนนี้…” ประธานเจียงตอบ
“งั้นก็ไม่ต้องสงสัย ต้องเป็นปรมาจารย์จางแน่…”
ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง
ในเมื่อคนหนึ่งกำลังป่วยหนัก ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทานหรือปฏิเสธปรมาจารย์ขง ดังนั้น จึงเหลือแค่คนเดียว…คนเดียวที่สามารถสร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วเมือง คนเดียวที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน, จางเซวียน!
“ในเมื่อพวกเราแน่ใจแล้วว่าเป็นปรมาจารย์จาง เราควรรายงานเรื่องนี้ต่อทางสำนักงานใหญ่เลยไหม?”
ปรมาจารย์คนหนึ่งตั้งคำถาม
“ทำไม่ได้หรอก!”
ประธานเจียงส่ายหน้า “ถ้าเขาเพียงแค่ได้รับการยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน เราก็รายงานทางสำนักงานใหญ่ได้ แต่…ปรมาจารย์จางคนนี้เพิ่งจะปฏิเสธปรมาจารย์ขงไป ถ้าทางสำนักงานใหญ่รู้เรื่อง พวกเขาจะต้องเกรี้ยวกราดแน่…”
บรรดาผู้ฟังถึงกับอึ้งไป
นั่นก็จริง
ปรมาจารย์ขงเป็นใครกัน? บุคคลหมายเลข 1 และหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ อาจารย์ที่ได้รับการยกย่องทั่วทั้งสรวงสวรรค์และปฐพี…จะโกลาหลขนาดไหนหากใครต่อใครรู้ว่าเขาถูกปฏิเสธ!
อีกอย่าง การที่ปรมาจารย์ขงถูกปฏิเสธก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีเลย หากพวกเขาแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป จะต้องทำให้ปรมาจารย์ขงเดือดดาลแน่…
ตราบใดที่พวกเขายังไม่ตายตกตามกันไป ก็คงไม่อาจหยุดยั้งความพิโรธของปรมาจารย์ขงได้
“เรื่องนี้เกินกำลังของพวกเรา ทางที่ดีที่สุดที่เราทำได้ตอนนี้คือปิดปากเงียบ…” ประธานเจียงสั่งการหลังจากที่อึ้งไปครู่หนึ่ง
“ขอรับ!”
ทุกคนรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรงขนาดไหน จึงพร้อมใจกันพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบังเกิดของปรมาจารย์ฟ้าประทานหรือการที่ปรมาจารย์ขงถูกปฏิเสธ ก็ล้วนแต่เกินกว่าสติปัญญาของพวกเขาจะเข้าใจได้ ในเมื่อต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ การปิดปากเงียบและทำตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้าไว้ย่อมฉลาดกว่า ไม่อย่างนั้น อาจต้องจบชีวิตเพราะเรื่องนี้เข้าสักวัน
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปสาบานต่อหน้าอนุสาวรีย์ปรมาจารย์ขงกัน!”
ประธานเจียงพูดขึ้นมา
“ขอรับ!”
ไม่ช้า การกล่าวคำสาบานก็จบลง ทุกคนรู้สึกได้ถึงพลังพิเศษบางอย่างที่ผุดขึ้นในใจ และสยบทุกสิ่งที่พวกเขาเพิ่งได้รับรู้มาจนหมดสิ้น หากเผลอแพร่งพรายออกไป จะต้องถูกลงโทษสถานหนักเป็นแน่
…..
ไม่ได้ระแคะระคายสักนิดว่าทางสภาปรมาจารย์รับรู้หมดทุกอย่างแล้ว จางเซวียนตัดสินใจจะเก็บทุกเรื่องไว้กับตัวเองเพื่อไม่ให้มีอะไรเอิกเกริก เขาผลักประตูห้องติวเดี่ยวที่อยู่ในห้องเรียนและเดินออกมา
แม้การได้เป็นปรมาจารย์ฟ้าประทานจะทำให้ระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอีก 1.0 ทั้งยังทำให้เขามีดวงตาหยั่งรู้ด้วย แต่ก็ไม่ได้เพิ่มระดับวรยุทธให้แม้แต่น้อย
จางเซวียนยังคงเป็นนักรบจงซรือขั้นสูงสุด และมีพละกำลังที่ 5000 ติ่ง
“ท่านอาจารย์!”
เมื่อเดินออกมา สาวน้อยคนหนึ่งก็เข้ามาคุกเข่าต่อหน้าเขาทันที เธอเงยหน้าสบตาอาจารย์ด้วยความเคารพสูงสุด
นั่นคือมู่เสว่คิง
ตอนนี้ เธอเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะรังสีอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากร่าง ดูเหมือนกับมังกรทรงพลังตัวหนึ่งกำลังโอบตัวเธอไว้
เมื่อพลังเยียวยาทั้งหมดที่ถูกสะสมไว้ในตัวเธอได้รับการกระตุ้นให้ใช้การได้ มู่เสว่คิงก็ฝ่าด่านวรยุทธจากขั้นพี่เชวี่ยไปถึงทงฉวนขั้นต้นได้ทันที!
อันที่จริง เท่าที่ดูจากรังสีนั้น ใครก็รู้สึกได้ว่าเธอใกล้จะสำเร็จวรยุทธทงฉวนขั้นกลางเต็มทีแล้ว
มู่เสว่คิงไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเธอจะก้าวหน้าได้มากมายขนาดนี้ในชั่วข้ามคืน
“ไม่เลว!”
เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอ จางเซวียนก็พยักหน้าอย่างพอใจ
มู่เสว่คิงได้กินยามาตั้งแต่เด็ก และพลังเยียวยาจากยาเหล่านั้นก็สะสมอยู่ในร่างของเธออย่างมากมายจนน่าอัศจรรย์ การที่เธอก้าวหน้าได้ไกลขนาดนี้จึงไม่ถือว่าเหนือความคาดหมายเท่าไรนัก
“คุณเพิ่งฝ่าด่านวรยุทธได้ อย่าลืมฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอด้วย พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปที่แห่งหนึ่ง!”
จางเซวียนรู้ว่าระดับความเชื่อใจที่อีกฝ่ายมีให้เขาจะต้องสูงกว่า 40 แน่ และเพื่อให้การทดสอบเป็นปรมาจารย์ครั้งนี้จบสิ้นเสียที เขาจึงสั่งการ
“ได้!”
มู่เสว่คิงพยักหน้าก่อนจะถอยออกไป
…..
หอมรกตเป็นสถานเริงรมย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของอาณาจักรเทียนหวู่
ค่าใช้จ่ายในการเข้ามาที่นี่เพียงวันเดียว ก็สูงพอจะทำให้บรรดาตระกูลต๊อกต๋อยในอาณาจักรขั้น 2 ต้องถึงกับล้มละลาย
แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีเกี้ยวแวะเวียนมาจอดหน้าประตูอย่างไม่ขาดสาย
มันเป็นความฝันของผู้คนมากมายที่อยากจะมาเป็นขาประจำของที่นี่
นั่นก็เพราะที่นี่มีสุรายาเมาชั้นเลิศ สาวสวยสะคราญมากมาย บริการไม่เป็นสองรองใคร รวมทั้งบรรยากาศที่สร้างความรื่นรมย์ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดา 13 อาณาจักรโดยรอบ…
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย นักรบคนไหนก็ตามที่ได้มาที่นี่เพียงครั้งหนึ่ง ย่อมอยากมาเยือนอีกครั้ง ความทรงจำที่ได้รับจากการแวะเวียนมาครั้งแรกจะทำให้พวกเขาอยากมาใหม่จนแทบทนไม่ไหว
แม้ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไป ทุกคนก็จะสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณอันเข้มข้นเป็น 2 เท่าของโลกภายนอก การฝึกฝนวรยุทธที่นี่จะทำได้รวดเร็วกว่าการฝึกฝนในที่อื่นๆถึง 2 เท่า
เช้าตรู่วันนี้ เกี้ยวคันหนึ่งมาหยุดที่หน้าประตู สารถีกระวีกระวาดลงมาและจัดเตรียมบันไดให้กับผู้ทรงเกียรติที่อยู่ในเกี้ยวนั้น
“นายน้อย เรามาถึงแล้ว!”
“อือ!”
ม่านถูกแหวกออก และชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวลงมา
เขาแต่งตัวอย่างหรูหราสง่างามตามแบบชนชั้นสูง แต่ในดวงตาคู่นั้นมีเงาแห่งความหมองหม่นพาดผ่านเป็นระยะ รอยฟกช้ำมากมายยังพอมองเห็นได้บนผิวหนังบางส่วน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขายังไม่ฟื้นตัวดีจากอาการบาดเจ็บที่เพิ่งได้รับ
“นายน้อย เราจะ…เข้าไปหาคุณชายหลินหลั่งข้างในจริงๆหรือ? ผมได้ยินมาว่าค่าบริการที่นี่แพงมาก!”
สารถีถามอย่างลังเล
“ถ้าไม่หาเขา แล้วแกจะให้ฉันหาใคร?”
ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเย็นชา “ขนาดตระกูลของฉันก็ยังไม่เห็นหัวฉันเลย พวกนั้นคิดจะส่งฉันไปหาจางเซวียนเพื่อให้เขาหายโมโห! ชั่วโมงนี้ มีแต่ตระกูลหลินเท่านั้นที่ปกป้องฉันได้! ขอแค่คุณชายหลินหลั่งอยู่ข้างฉันเท่านั้นแหละ ถึงหมอนั่นจะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ก็แล้วไง? จะกล้ามีเรื่องกับสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล กล้าหือกับอาณาจักรชวนหยวนหรือ?”
ถ้าจางเซวียนอยู่ที่นี่ ก็จะรู้ทันทีว่าชายผู้นี้ไม่ใช่ใครนอกจากจิตรกรที่ถูกบริวารของตัวเองจับแก้ผ้าแขวนไว้กับต้นไม้ คุณชายจี้โม่!
เมื่อรู้ว่าคนที่เขาไปมีเรื่องด้วยคืออัจฉริยะจางเซวียน ก็ไม่มีสมาชิกตระกูลจี้คนไหนกล้าปกป้องเขาอีก แม้แต่ท่านพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลก็ยังอยากจับเขามัดและส่งไปหาจางเซวียน เพื่อให้อีกฝ่าย ยกโทษให้
รู้ดีว่าถ้าต้องไปหาจางเซวียน ก็บรรลัยอีกรอบแน่ จี้โม่จึงแอบออกมาเพื่อหาคนคุ้มครอง
นอกจากตระกูลหลินแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นในอาณาจักรเทียนหวู่ที่ปกป้องเขาได้ แม้แต่บรรดาเชื้อพระวงศ์!
เพราะไม่เพียงแต่หัวหน้าตระกูลหลินจะเป็นประธานสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล ลูกสาวของเขาก็ยังเป็นชายาขององค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรชวนหยวนด้วย ขนาดปรมาจารย์เจียงที่เป็นถึงประธานสภาปรมาจารย์ก็ยังต้องไว้หน้าพวกตระกูลหลิน นับประสาอะไรกับจางเซวียน ซึ่งเพิ่งจะเข้าสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว
หลินหลั่งที่เขาพูดถึงนั้น เป็นที่รู้จักกันในฐานะคุณชายหมายเลขหนึ่งของอาณาจักรเทียนหวู่
เขาคือบุตรชายของหัวหน้าตระกูลหลิน, น้องชายของชายาองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรชวนหยวน
ก็เป็นเพราะความเก่งกาจที่จี้โม่พอจะมีอยู่บ้าง รวมทั้งสถานภาพของเขาในฐานะบุตรชายของหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองหลวง ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับอีกฝ่าย
ซึ่งหอมรกตแห่งนี้ คุณชายหลินหลั่งก็เป็นผู้ก่อตั้ง



