Skip to content

Library Of Heaven’s Path 380

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 380 เคาะประตู

“แล้วเราจะทำอย่างไร?”

C

ไม่เพียงแต่รักษาไม่ได้ ตัวนายแพทย์เองก็ยังสลบไปเสียอีก หลินโหลวเทียนกับจี้เฟิงได้แต่มองหน้ากันอย่างหมดปัญญา

หลินหลั่งกับจี้โม่เจอการโจมตีแบบไหนเข้า ถึงมีสภาพแบบนี้?

“ทักษะการรักษาโรคของนายแพทย์มู่หงนั้นจัดว่าล้ำเลิศในอาณาจักรเทียนหวู่ หากเขารักษาไม่ได้ ก็ไม่มีนายแพทย์คนไหนรักษาได้แล้ว!”

แต่อีกครู่ต่อมา จี้เฟิงก็พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ “เว้นเสียแต่ว่า…เราจะเจือจางพิษในตัวของพวกเขาเสียก่อน!”

“เจือจางพิษในตัวของพวกเขา? เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นพิษชนิดไหน จะไปเจือจางมันได้อย่างไร?”

หลินโหลวเทียนส่ายหน้า

การเจือจางยาพิษไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่รู้ว่ามันเป็นพิษชนิดไหน และได้รับพิษเข้าไปมากขนาดไหน ก็ไม่มีทางเจือจางได้เลย!

“อันที่จริง หากจะรักษาพิษที่แม้แต่บรมครูมู่ยังหมดปัญญา เราคงต้องขอความช่วยเหลือจากกูรูยาพิษตัวจริง…”

จี้เฟิงพยักหน้า

“กูรูยาพิษ? ใช่แล้ว เซียนสมุนไพรแห่งเมืองบัวแดงยังอยู่ในเมืองหลวงนี่ รีบไปเชิญเขามาเถอะ ผมได้ยินว่าเมื่อวานนี้หัวหน้าเหลี่ยวฉวินจากห้องโถงแห่งยาพิษก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เชิญเขามาด้วยเลย!”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘กูรูยาพิษ’ หลินโหลวเทียนก็ตาโต เขารีบสั่งการหลายอย่าง

ตัวเขาเองก็สนิทชิดเชื้อกับเซียนสมุนไพร ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางหายาพิษที่นำไปใช้สังหารราชสีห์หางทองได้

“หัวหน้าเหลี่ยวฉวิน? เขาคือหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษใช่ไหม…” จี้เฟิงถามอย่างสงสัย

จี้เฟิงไม่ได้ติดต่ออะไรกับห้องโถงแห่งยาพิษบ่อยครั้งนัก แต่ในฐานะที่เป็นวิชาชีพพิเศษที่ได้รับความยำเกรงมากที่สุด เขาก็พอจะรู้อะไรอยู่บ้าง เขาอาจจำชื่อหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษได้ไม่แม่นยำเท่าร แต่ก็แน่ใจว่าไม่ใช่เหลี่ยวฉวิน

อีกอย่าง มันเรื่องอะไรกันที่หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษจะต้องมาถึงเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนหวู่ ทำไมไม่อยู่ในที่ของตัวเอง?

“ผมก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน ดูเหมือนว่าหัวหน้าคนเก่าได้เสียชีวิตไป แล้วผู้เป็นศิษย์ก็เข้ารับตำแหน่งแทน เหตุผลที่เขามาที่นี่ก็เพื่อคารวะผู้ปราดเปรื่องคนหนึ่ง!” หลินโหลวเทียนนึกทบทวนก่อนจะตอบออกมา

เขาได้ฟังเรื่องนี้จากปากของเซียนสมุนไพรเอง ดูเหมือนทางสำนักงานใหญ่ได้ส่งผู้แทนคนหนึ่งมาที่สาขาของเขา และหัวหน้าเหลี่ยวก็มาที่นี่เพื่อพบกับคนผู้นั้น

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะ แต่การมาของพวกเขาก็ถือเป็นความลับ เราต้องไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้!”

หลังจากอธิบายสถานการณ์แล้ว หลินโหลวเทียนก็หันไปมองหน้าจี้เฟิง มีประกายดุดันวาววับอยู่ในดวงตาของเขา “หัวหน้าจี้ ผมบอกความจริงกับคุณก็เพราะความสัมพันธ์อันแนบแน่นหลายชั่วคนระหว่างตระกูลของเรา! คุณควรจะรู้เสียยิ่งกว่ารู้นะว่าอะไรควรหรือไม่ควรพูด!”

กูรูยาพิษมีความสัมพันธ์ในแบบที่เป็นปฏิปักษ์กับอาชีพอื่นๆ หากใครต่อใครรู้ว่าหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษอยู่ที่นี่ ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น

“หัวหน้าหลิน อย่าห่วงเลย ผมปิดปากสนิท!” เห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย จี้เฟิงก็เคร่งขรึมไปด้วย เขารีบพยักหน้าเป็นการตอบรับ

จี้เฟิงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมจำนน เพราะด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลหลิน หากเขาทำอะไรเกินหน้าเกินตาไป พรุ่งนี้ตระกูลจี้ต้องเป็นแค่ประวัติศาสตร์แน่

และทางเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรเทียนหวู่ก็จะต้องยินดีปรีดากับสิ่งนี้

บรรดาตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาถือเป็นหอกข้างแคร่ของราชวงศ์แห่งอาณาจักรเทียนหวู่ พวกเขาจะต้องดีใจอย่างแน่นอน ถ้าเห็นตระกูลใหญ่ๆรบราฆ่าฟันกันเอง

…..

ไม่นาน เซียนสมุนไพรกับหัวหน้าเหลี่ยวฉวินก็มาถึง

ตอนนี้เหลี่ยวฉวินเป็นหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษอย่างเป็นทางการแล้ว และมีอำนาจเต็ม เขายืนเอาสองมือไพล่หลังไว้และมองไปไกลแสนไกล ดูล้ำลึกจนเกินจะหยั่งความคิดของเขาได้

เมื่อได้เห็นเขา ทั้งหลินโหลวเทียนและจี้เฟิงที่แสนจะปากกล้าก็ไม่กล้าหือ ทั้งคู่รีบประสานมือคารวะและทักทาย “หลินโหลวเทียนและจี้เฟิงคารวะหัวหน้าเหลี่ยว!”

ด้วยความที่แตกต่างจากวิชาชีพอื่นๆ กูรูยาพิษมักมีบุคลิกที่แปรปรวนและแปลกประหลาด หากใครไปทำให้เขาขุ่นเคืองใจ ก็อาจถูกวางยาได้โดยไม่รู้ตัว และต้องตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด

“อือ!” เห็นท่าทีนอบน้อมของทั้งคู่ เหลี่ยวฉวินพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นก็ตั้งคำถาม “ขอผมทราบหน่อยได้ไหมว่าหัวหน้าหลินมีธุระอะไร ถึงเชิญผมมากะทันหันแบบนี้?”

“เรื่องเป็นอย่างนี้!” หลินโหลวเทียนรีบตอบ “ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผมถูกพิษรุนแรงเข้าไป ขนาดนายแพทย์มู่หงก็ยังรักษาไม่ได้ ผมจึงเชิญคุณมาเพื่อหวังว่าคุณจะสามารถช่วยชีวิตเขา…”

“ถูกพิษร้ายแรง?”

เหลี่ยวฉวินมองทั้ง 3 คนที่แน่นิ่งอยู่บนพื้น รวมถึงนายแพทย์มู่หงด้วย เขาตอบหน้าตาเฉย “พวกเขาถูกวางยาจริงๆ แต่ว่า…ทำไมผมถึงต้องช่วยคุณ?”

ลูกชายของคุณถูกวางยา แล้วมันกงการอะไรของผม?

คนอื่นอาจจะตะลีตลานยอมจำนนต่อตระกูลหลินของคุณ แต่ผมไม่สนสักนิด!

“เอ่อ…”

เห็นสีหน้าไม่ยินดียินร้ายของอีกฝ่าย หลินโหลวเทียนหน้าแดงก่ำ เขาแน่นหน้าอกจนแทบกระอักเลือดออกมา

ตระกูลหลินคือตระกูลยิ่งใหญ่หมายเลขหนึ่งของอาณาจักรเทียนหวู่ ที่ผ่านมา เขาเป็นฝ่ายใช้อำนาจเหยียบย่ำคนอื่นและเรียกร้องสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าใครๆมาตลอด นี่มีคนกล้าอวดดีกับเขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

แต่ต่อหน้าชายอันตรายผู้นี้ เขาก็ไม่กล้าพูดอะไร

อีกฝ่ายน่าจะมีอีกฝ่ายมีวรยุทธอ่อนด้อยกว่าเขาแน่ แต่ด้วยความเป็นกูรูยาพิษ เขาย่อมมีวิธีการแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นมากมายซุกซ่อนเอาไว้ ซึ่งไม่อาจวัดได้ด้วยระดับวรยุทธ มีคนอ่อนแอมากมายที่สามารถปลิดชีวิตนักรบที่มีวรยุทธสูงกว่าได้

ไม่เพียงแต่เหลี่ยวฉวินคนนี้จะเป็นหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ เขายังเป็นนักรบจงซรือขั้นสูงสุดด้วย เป็นการดีที่สุดหากหลินโหลวเทียนจะไม่ทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง เพราะหากเขาโมโหขึ้นมา คงจะวางยาทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้จนไม่เหลือซาก

เมื่อคิดได้แบบนั้น ถึงหลินโหลวเทียนจะโมโหแค่ไหน เขาก็ข่มอารมณ์ได้ เขาสะบัดข้อมือหนึ่งครั้ง และขวดหยกใบหนึ่งก็มาอยู่ในมือ

“นี่คือ ‘ยาเม็ดบ่อเกิดทองคำ’ ยาเกรด 3 ขั้นกลาง, หลอมโดยบรมครูเถี่ยโหยวแห่งอาณาจักรชวนหยวน และอยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ! เมื่อกินเข้าไป มันจะช่วยยกระดับวรยุทธของคุณให้สูงขึ้น อาจไปได้ถึงขั้นกึ่งจื้อจุนทีเดียว!”

องค์ประกอบของยาเม็ดบ่อเกิดทองคำคือโลหะ เพราะโลหะมี ‘ธรรมชาติของความเฉียบคม’ ยาเม็ดชนิดนี้จึงออกฤทธิ์ให้ผู้ที่กินเข้าไปสามารถฝ่าด่านคอขวดที่ต้องประสบในการฝึกวรยุทธได้

นอกจากนั้น มันยังอยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบด้วย ยาเม็ดนี้จึงมีมูลค่ามหาศาล เทียบเท่ากับหินวิเศษ 1 ก้อนทีเดียว!

ไม่ง่ายเลยกว่าหลินโหลวเทียนจะตัดสินใจควักยาเม็ดนี้ออกมาได้

“ยาเม็ดบ่อเกิดทองคำ?”

เหลี่ยวฉวินไม่แม้แต่จะมอง เขาโบกมืออย่างไม่แยแสและพูดว่า “ยาเม็ดไม่มีประโยชน์อะไรกับกูรูยาพิษหรอก อย่ามัวเอาของพวกนั้นออกมาให้ตัวเองอับอายขายหน้าเลย!”

บรรดากูรูยาพิษจะฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มียาพิษเป็นส่วนประกอบ แถมยังกินยาพิษเข้าไปเพื่อยกระดับวรยุทธด้วย ดังนั้นยาเม็ดจึงแทบไม่มีประโยชน์กับพวกเขาเลย

“เอ่อ…”

นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแสดงอาการดูถูกยาเม็ดที่เขาต้องตัดอกตัดใจอย่างหนักกว่าจะหยิบออกมาได้ หลินโหลวเทียนหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เขารู้สึกหมดหนทางอย่างแท้จริง ไม่รู้จะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายพอใจ

“เอาล่ะ เอาอย่างนี้ไหม? ผมจะบอกความต้องการของผม หากคุณรับได้ ไม่เพียงแต่ผมจะรักษาลูกชายของคุณ จะฆ่าใครสักคนให้คุณก็ยังได้!” เหลี่ยวฉวินมองหน้าหลินโหลวเทียนขณะที่พูดคำนั้น

“บอกมาได้เลย!” เมื่อเห็นว่ายังไม่หมดหนทางเสียทีเดียว หลินโหลวเทียนก็มีความหวังขึ้นมาอีก

“ง่ายนิดเดียว ผมได้ยินมาว่าตระกูลหลินของคุณมีอิทธิพลใหญ่โตในอาณาจักร ผมหวังว่าคุณจะช่วยเราสร้างศูนย์กลางการพบปะซื้อขายสำหรับกูรูยาพิษขึ้นในเมืองหลวงแห่งนี้!” เหลี่ยวฉวินบอกความต้องการของเขาออกมา

ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ เขาจะไม่มีวันมาที่นี่เลย

กูรูยาพิษไม่อาจอยู่แต่ในห้องโถงแห่งยาพิษไปชั่วชีวิตได้ พวกเขาต้องพบปะพูดคุยกับคนอื่นๆเหมือนกัน หากศูนย์กลางการพบปะระหว่างกูรูยาพิษถูกสร้างขึ้นที่นี่ ก็หมายความว่าสถานภาพของกูรูยาพิษจะเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ก็จะตัดปัญหาไปได้มากมายหลายอย่าง และไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องหลบซ่อนตัวจากผู้คนอีกต่อไป

หลินโหลวเทียนอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง “ผมเชื่อว่าคุณคงรู้ดีว่า แม้ตระกูลหลินของเราจะมีอิทธิพลยิ่งใหญ่ในอาณาจักรเทียนหวู่ แต่เราก็ไม่ใช่ผู้กุมอำนาจที่แท้จริง ผมกลัวว่าเราจะทำให้บรรดาสมาคมต่างๆไม่พอใจ หากจู่ๆก็สร้างศูนย์กลางการพบปะของกูรูยาพิษขึ้นที่นี่…”

“อย่ามัวอ้อมค้อมเลยน่ะ เซียนสมุนไพรบอกผมแล้วว่าคุณคิดอะไรอยู่ คุณเพิ่งวางยาราชสีห์หางทองเพื่อกะจะยึดอำนาจไม่ใช่หรือ? อย่าห่วงไปเลย ตราบใดที่คุณทำตามคำขอร้องของผม ผมก็มียาพิษที่สามารถจัดการได้แม้แต่อสูรอารักขาขั้นจื้อจุน!”

เหลี่ยวฉวินตอบหน้านิ่ง

“คุณมียาพิษที่จัดการได้แม้กระทั่งอสูรขั้นจื้อจุนหรือ?” หลินโหลวเทียนตาโต

การฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างปุบปับของราชสีห์หางทองทำให้เขาต้องระงับความทะเยอทะยานไว้ก่อน คำสัญญาของหัวหน้าเหลี่ยวทำให้ความคิดนั้นพลุ่งพล่านขึ้นอีก

ถ้าจะพูดกันตามตรง ต่อให้ไม่เปิดศูนย์กลางการพบปะขึ้นมา บรรดากูรูยาพิษก็ซื้อขายกันโดยเปิดเผยอยู่แล้ว

อันที่จริง เมืองบัวแดงก็เป็นศูนย์กลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดสำหรับบรรดากูรูยาพิษ และถ้าจะว่าไป การเปิดศูนย์กลางการพบปะซื้อขายขึ้นมาในเมืองหลวงก็ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง แถมเขาก็จะสามารถดึงเอากูรูยาพิษคนหนึ่งให้มาเป็นพวกได้ด้วย แล้วทำไมถึงจะคว่ำข้อเสนอดีๆแบบนี้เสียเล่า?

ด้วยเหตุนี้ หลินโหลวเทียนจึงพยักหน้า เขากำลังจะพูดต่อ ก็พอดีกับที่องครักษ์คนหนึ่งพรวดพราดเข้ามา

“หัวหน้า แย่แล้ว…” ยังไม่ทันจะเข้ามาถึงในห้อง เสียงโหวกเหวกขององครักษ์ก็ลั่นไปทั่ว

“มีอะไร?” หลินโหลวเทียนหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ

“ผู้อาวุโสที่สาม เขา…” องครักษ์ที่พรวดพราดเข้ามาถึงกับปากสั่นอย่างหนัก

“มีอะไร? จับไอ้ตัวการนั่นได้แล้วใช่ไหม? ถ้าจับได้ แล้วแกจะตกใจหาอะไร?” หลินโหลวเทียนถาม

ด้วยการที่ผู้อาวุโสที่สามถึงกับออกไปตามล่าฆาตกรด้วยตัวเอง ก็เป็นไปได้ว่าหมอนั่นคงถูกฆ่าตายไปแล้ว

“ไม่ใช่แบบนั้น…ใครสักคนส่งผู้อาวุโสที่สามกลับมา เขาบาดเจ็บสาหัส และตอนนี้ก็ไม่ได้สติ แถมยัง…”

“แถมอะไร?”

“เขาโดนเตะที่ร่างกายท่อนล่าง และตอนนี้ก็ใช้การไม่ได้แล้ว…” องครักษ์แทบปล่อยโฮ

“เตะร่างกายท่อนล่าง?” หลินโหลวเทียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความบ้าคลั่ง “มันเป็นใคร? ใครที่บังอาจทำร้ายสมาชิกตระกูลหลินของเรา?”

ฉิบหาย!

ตระกูลหลินคือผู้กุมอำนาจสูงสุดในเมืองหลวง มีอิทธิพลในแบบที่ใครก็ไม่กล้าหือ แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น?

เริ่มแรก ลูกชายของเขาก็ถูกซ้อมและจับโยนลงไปในบ่อเกรอะ จากนั้น ผู้อาวุโสที่สามซึ่งออกไปสืบเสาะเรื่องราว ก็ถูกเตะจนหมดสมรรถภาพ!

นี่ตระกูลหลินกลายเป็นหมูให้ใครๆเหยียบย่ำตั้งแต่เมื่อไหร่?

หากเจอกับเรื่องแบบนี้แล้วไม่ตอบโต้ ตระกูลหลินจะยังเชิดหน้าชูตาอยู่ในอาณาจักรเทียนหวู่ได้อย่างไร?

“เอ่อ…ทางพระราชวังเป็นคนส่งพวกเขากลับมา! ว่ากันว่าฆาตกรที่ลอบสังหารนายน้อยได้หลบหนีเข้าไปในพระราชวัง แต่ผู้อาวุโสที่สามก็ใช้หนูไล่ล่าสะกดรอยจนเจอตัว สุดท้ายก็เกิดการปะทะกัน และผู้อาวุโสที่สามก็ถูกฝ่ายนั้นเตะจนกลายเป็นแบบนี้ ส่วนองครักษ์คนอื่นๆ พวกเราก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย…”

องครักษ์เล่าทุกอย่างที่เขารู้จนหมดเปลือก

“ผู้ที่ทำร้ายผู้อาวุโสที่สามดูเหมือนจะเป็นประธานสมาคมนายแพทย์คนใหม่, หลิวเฉิน ส่วนคนที่พยายามลอบสังหารนายน้อยเป็นลูกศิษย์ของเขา…”

ตระกูลหลินมีสายสืบอยู่ทั่วอาณาจักรเทียนหวู่ จึงไม่ยากที่จะตามข่าว

“หลิวเฉิน? ไอ้เวรตะไล…นี่แกกล้าทำร้ายลูกชายของฉันและผู้อาวุโสที่สาม หยามตระกูลหลินของเรามากไปแล้ว! ฉันขอสาบานว่าจะต้องฆ่ามันให้ได้…”

เมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมด หลินโหลวเทียนก็คำรามอย่างบ้าคลั่ง!

ไอ้สารเลวนี่โผล่มาจากไหน? ทำไมถึงหาเรื่องตระกูลหลินไม่เลิก? เสพติดหรือ?

พวกเราก็ปรานีมากแล้วที่มองข้ามเรื่องที่แกรักษาราชสีห์หางทองและขัดขวางแผนการของเรา แต่แกกลับส่งลูกศิษย์มาลอบสังหารลูกชายของฉัน แถมยังเหิมเกริมถึงขั้นทำให้ผู้อาวุโสที่สามได้รับบาดเจ็บ…

แกมันก็แค่ประธานกำมะลอ คิดว่าตัวเองใหญ่มากหรือไง?

“เฮ้ย พวกแก! ไปจับตัวหลิวเฉินและพามันมาที่นี่! ถ้าฉันไม่ได้ฆ่ามันล่ะก็ ไม่มีทางหายแค้นแน่…”

หลินโหลวเทียนแน่นหน้าอกจนแทบกระอักเลือดออกมา เขาสั่งการอย่างวางอำนาจ รังสีของผู้ถือไพ่เหนือกว่าค่อยๆแผ่ออกมาจากตัวเขา

ใครจะสนว่าแกจะเป็นแค่ประธานสมาคมหรืออัจฉริยะ? ใครกล้าหาเรื่องฉัน ฉันก็สังหารได้ทั้งนั้น! ต่อให้ทางสมาคมนายแพทย์สำนักงานใหญ่เอาจริงกับเรื่องนี้ขึ้นมา ฉันก็หาเหตุผลข้างๆคูๆได้…

ยังไม่ทันจะพูดจบ องครักษ์อีกคนก็กระหืดกระหอบเข้ามารายงาน “หัวหน้า เรื่องใหญ่แล้ว…ประธานหลิวคนนั้นกับลูกศิษย์ของเขามาอยู่ที่หน้าประตู และบอกว่าวันนี้พวกเขาจะจัดการกับตระกูลหลินของเราเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับโลกใบนี้ พวกเขาต้องการให้เรา…เอ่ยคำขอโทษ!”

“ขอโทษ? เขาทำให้คนของเราบาดเจ็บ แล้วยังจะมาเรียกร้องให้เราขอโทษ?”

หลินโหลวเทียนตาแดงก่ำ ฟางเส้นสุดท้ายของอาการสุขุมเยือกเย็นขาดผึงในทันที

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!