Skip to content

Library Of Heaven’s Path 393

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 393 ชื่อของคุณ (1)

การทดสอบขั้นสุดท้ายของการเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวระบุให้พวกเขาต้องปลอมตัวเป็นอาจารย์คนอื่น และทำให้ลูกศิษย์มีระดับความเชื่อใจถึง 40 ให้ได้ภายใน 10 วัน

C

นี่ยังไม่ถึง 7 วันด้วยซ้ำ ทั้งคู่ก็กลับมาที่นี่แล้ว หรือว่าระดับความเชื่อใจของลูกศิษย์ที่พวกเขาสอนถึง 40 แล้วจริงๆ?

“จางเซวียนคนนั้นก็มาด้วยหรือ?”

เมื่อได้ยินบทสนทนา ปรมาจารย์สู่วก็ตั้งคำถาม “มีอะไรกัน?”

“มันคืออย่างนี้…”

ประธานเจียงอธิบายสถานการณ์อย่างละเอียด

การทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวนั้นมีแตกต่างกันไปเป็นหลายร้อยแบบ

นี่คือเหตุผลที่บรรดาปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว รวมถึงอาจารย์ใหญ่เซี่ยต่างก็ไม่รู้ว่ามีการทดสอบในแบบที่ผู้เข้าสอบต้องปลอมตัวเพื่อไปเข้าสอนในโรงเรียนเทียนหวู่

“อย่างนี้นี่เอง! ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าในคราบตัวปลอม จางเซวียนจะทำให้ลูกศิษย์มีระดับความเชื่อใจได้แค่ไหน!”

เมื่อรู้ที่มาที่ไปแล้ว ปรมาจารย์สู่วก็พยักหน้าและหันไปข้างๆ “ปรมาจารย์หลิว คุณจะไปด้วยกันไหม?”

“ไปสิ!”

ปรมาจารย์หลิวยิ้ม “ผมก็อยากไปด้วย แต่เราควรเตรียมการสักหน่อย ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว การมาถึงของพวกเราย่อมจะสร้างความปั่นป่วน ซึ่งต้องส่งผลกระทบต่อการทดสอบแน่ ดังนั้น ตอนที่พวกเราเข้าไปในห้องสอบ เราควรจะปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเราไว้ก่อน!”

ทั้งคู่เป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว ซึ่งเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติและสูงส่ง แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องมาคารวะเป็นการส่วนตัวและให้ความเคารพสูงสุดต่อตำแหน่งของพวกเขา

หากข่าวการมาถึงของทั้งคู่แพร่งพรายออกไป จะต้องสร้างความอึกทึกครึกโครมอย่างมาก และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะส่งผลกระทบต่อความเที่ยงตรงแม่นยำของการทดสอบ

เจียงสู่และคนอื่นๆต่างพยักหน้า

ก็ในเมื่อทั้งคู่เอ่ยปากเอง ใครเล่าจะกล้าเถียง?

พวกเขามุ่งหน้าไปยังห้องสอบ แต่ยังไม่ทันจะเข้าไป ก็ได้ยินเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่อยู่ในนั้น

“ทำไมจู่ๆระฆังถึงดัง?”

“ผมก็ไม่รู้ อาจมีใครสักคนกำลังจะเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์หรือเปล่า? แต่ที่นี่ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย?”

“ไม่ใช่หรอก ก่อนหน้านี้ ตอนที่ปรมาจารย์จางกับปรมาจารย์โม่มาเข้ารับการทดสอบ ผมก็อยู่ที่นี่ แต่ตอนนั้นระฆังก็ไม่ดังสักหน่อย…”

เมื่อผลักประตูเข้าไป ก็เห็นฝูงชนกลุ่มใหญ่อยู่ตรงหน้า

เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ออกันอยู่หน้าทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลหลินเมื่อครู่ที่ผ่านมา

โม่เทียนเชว่ มู่หยางเฟิง…มีบุคคลผู้ทรงเกียรติในอาณาจักรเทียนหวู่หลายคนปะปนมากับฝูงชน

พวกเขารีบมาทันทีที่ได้ยินเสียงระฆัง แต่ด้วยข้อจำกัดมากมายของสภาปรมาจารย์ ทุกคนจึงได้แค่รอที่นี่ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ประธานเจียงมาแล้ว! ท่านประธาน นี่มันอะไรกัน?”

เมื่อเห็นทั้งกลุ่มเดินเข้าไป ใครคนหนึ่งตะโกนก็ขึ้นมา

บุคคลที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดในกลุ่มนั้นก็คือประธานเจียง จึงไม่มีใครสนใจปรมาจารย์สู่วกับปรมาจารย์หลิวที่ยืนอยู่ด้านหลัง

แต่ถึงจะสนใจ ก็ไม่มีใครรู้จักทั้งคู่อยู่ดี

สมาพันธ์นานาอาณาจักรนั้นอยู่ไกลมาก และปรมาจารย์ทั้งคู่ก็เป็นบุคคลชนิดที่เรียกว่าสูงจนเกินเอื้อม ขนาดประธานเจียงก็เพิ่งจะรู้จักหลังจากที่พวกเขาแนะนำตัว

“มีบางอย่างเกิดขึ้นจริงๆ แต่ไม่ต้องตระหนกไป ไม่ช้าพวกคุณทุกคนก็จะได้รู้!”

ประธานเจียงโบกมืออย่างสบายใจ ก่อนจะหันกลับไปสั่งการกับผู้อาวุโสจูโดยใช้สัญญาณลับบางอย่าง

ทันทีที่ระดับความเชื่อใจของบรรดาลูกศิษย์ของจางเซวียนกับโม่หงอีสูงเกินกว่า 40 พวกเขาก็จะได้รับการประกาศสถานภาพทันที ซึ่งเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นเรื่องใหญ่

แต่เขาก็ยังพูดอะไรไม่ได้มากตอนนี้ เพราะอาจกระทบกับผลการทดสอบ

ไม่ช้า ผู้อาวุโสจูก็กลับมาจากการปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งของประธานเจียง โดยพาชายหนุ่มสองคนมาด้วย

จางเซวียนและโม่หงอี!

แต่ทั้งคู่ยังอยู่ในคราบของหลิวเฉินกับซุนเฉิง

“ประธานหลิวกับอาจารย์ซุน!”

“ผมได้ยินเรื่องของอาจารย์ซุนคนนี้เหมือนกัน สองสามวันมานี่เขาได้รับการยกย่องอย่างมากในโรงเรียนเทียนหวู่ การสอนของเขาก็จัดว่าไร้ที่ติ ลูกชายของผมได้เรียนกับอาจารย์ซุนและวรยุทธของเขาก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว!”

“เชิญทั้งคู่มาแบบนี้…หรือว่าทางสภาปรมาจารย์กำลังจะมอบตำแหน่งปรมาจารย์ให้กับทั้งคู่ โดยให้เขาได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเข้าทดสอบ?”

“มอบตำแหน่งปรมาจารย์? ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้นะ ผมสงสัยว่าสภาปรมาจารย์อาจกำลังคิดจะมอบสิทธิพิเศษหรืออะไรบางอย่างให้พวกเขา…”

เสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังเซ็งแซ่

ทั้งคู่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่ก็มีแค่ไม่กี่คนที่ได้สืบเสาะภูมิหลังและประวัติของพวกเขา…ซึ่งเมื่อดูจากคุณสมบัติแล้ว ทั้งคู่ก็ยังไม่อาจเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ได้!

การถูกนำตัวมาที่นี่ทั้งที่ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ ก็เป็นไปได้ว่าทางสภาปรมาจารย์อาจกำลังคิดจะมอบสิทธิพิเศษหรือการคุ้มครองให้

ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็เคยมีมาในอดีต

ย้อนหลังไปกว่า 100 ปี เคยมีอาจารย์ผู้หนึ่งซึ่งมีทักษะการสอนที่เก่งกาจมากเสียจนทำให้เกิดความตื่นเต้นกันไปทั่ว ดังนั้นสภาปรมาจารย์จึงได้มอบตำแหน่งผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ให้เขา ด้วยสิ่งนี้ สถานภาพของเขาก็พุ่งขึ้นอย่างพรวดพราด และสุดท้าย แม้แต่เชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรเทียนหวู่ ก็ยังต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างแขกคนสำคัญคนหนึ่ง

หรือว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีกครั้ง?

“รอเดี๋ยว ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วพวกเขาพาลูกศิษย์มาทำไม?”

“อือ ก็จริง…”

ไม่ช้าก็มีบางคนในหมู่ฝูงชนที่รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่ อีกอย่าง การให้ความยกย่องหรือสิทธิพิเศษในลักษณะนี้จะต้องมีการประกาศให้รู้กันล่วงหน้า แถมเรื่องนี้ก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอจะลั่นระฆังรวมพล และทำให้ปรมาจารย์ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่นี่

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ทั้งคู่จะต้องพาลูกศิษย์มาด้วย หากเป็นพิธีการแบบนั้น

ฝูงชนที่มารวมตัวกันที่นี่ต่างมาเพราะการรบเร้าชักชวนจากบรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์หลิวเฉิน พวกเขาอาจไม่รู้จักลูกศิษย์ของอาจารย์ซุนเฉิง แต่เมื่อเห็นลู่ชง มู่เสว่คิง เมิ่งเทาและคนอื่นๆ ทุกคนก็รู้สึกได้ว่าต้องมีอะไรบางอย่าง

แต่ไม่ใช่เฉพาะฝูงชนที่งงงัน ตัวมู่เสว่คิงและเด็กคนอื่นๆ ก็สงสัยเหมือนกัน

อาจารย์ให้ลู่ชงไปเรียกตัวพวกเขามาด่วน ทุกคนจึงคิดว่าจะต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก นึกไม่ถึงเลยว่าสถานที่ที่ต้องมาคือ…สภาปรมาจารย์

อาจารย์หลิวไม่ได้เป็นปรมาจารย์ จึงไม่น่ามีเหตุผลที่เขาจะต้องมาที่นี่

“คุณทั้งสองคน ใครจะไปก่อน?” ประธานเจียงยิ้มให้ทั้งคู่

“อาจารย์ซุน คุณไปก่อนก็แล้วกัน!” จางเซวียนพูด

จนกระทั่งถึงตอนนี้ จางเซวียนก็ยังรู้สึกผิดที่ลูกศิษย์ของเขาทำให้โม่หงอีต้องทุกข์ทรมาน

“ก็ได้ ถ้างั้นผมไปก่อน!” โม่หงอีไม่ปฏิเสธข้อเสนอ เขาหันหลังไปร้องเรียก และลูกศิษย์ 2 คนก็เดินออกมา “พวกคุณทั้งคู่เข้าไปในนั้นและวัดระดับความเชื่อใจซะ อย่าทำให้ผมผิดหวังล่ะ!”

“สองคนนี้?”

เมื่อเห็นทั้งคู่ จางเซวียนก็ถึงกับผงะ

เขาจำเด็ก 2 คนนี้ได้! พวกเขาคือนักเรียนที่จางเซวียนได้พบระหว่างการเข้ารับการคัดเลือกเป็นอาจารย์; หนึ่งในนั้นปฏิเสธที่จะศึกษาเล่าเรียน ขณะที่อีกคนชอบใช้ความรุนแรง…

หลังจากที่ได้เข้าสอนในชั้นของมู่เสว่คิงแล้ว จางเซวียนก็มีธุระยุ่งตลอดเวลาจนลืมทั้งคู่ไป ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะกลายเป็นลูกศิษย์ของโม่หงอี

ในครั้งนั้น จางเซวียนได้ชี้ให้เห็นถึงแก่นของปัญหาแล้ว โม่หงอีจึงสามารถหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดได้

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหมอนั่นถึงมั่นใจเหลือเกินว่าจะผ่านการทดสอบ

เขาเตรียมตัวมาแล้วนี่เอง

“ได้!”

ทั้งคู่พยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปในบ้านวัดใจ

กระบวนการทดสอบก็เหมือนกับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว

“หรือว่าอาจารย์ซุนคนนี้คือ…โม่หงอี?”

เมื่อเห็นภาพนั้น โม่หยู่ก็เข้าใจทันที

ในเมื่อหลิวเฉินคือจางเซวียน โม่หงอีที่เข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวควบคู่ไปกับเขา ก็ต้องเป็นซุนเฉิงคนนี้

“มีแต่ผู้ที่เข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์เท่านั้นถึงจะต้องวัดระดับความเชื่อใจของบรรดาลูกศิษย์ หรือว่าสองคนนี้ก็เข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ด้วย?”

“แต่พวกเขายังไม่สำเร็จสภาวะหยั่งรู้ จะเข้าทดสอบได้อย่างไร?”

“รอดูก็แล้วกัน เดี๋ยวก็รู้คำตอบเอง!”

ฝูงชนพากันสงสัยกับเหตุการณ์พิลึกพิลั่นตรงหน้า พวกเขาย่นหน้าผากจนเป็นร่องลึก ไม่เข้าใจสักนิดว่าประธานเจียงกำลังจะทำอะไร และทำไมอาจารย์ซุนผู้นี้ถึงพาลูกศิษย์มาวัดระดับความเชื่อใจของพวกเขา

วิ้ง!

หลังจากเด็กทั้งคู่เข้าไปไม่นาน ก็มีแสงเรืองออกมาจากประตูบ้านวัดใจ ตัวเลขสองตัวค่อยๆลอยขึ้นมา

ฝูงชนต่างหันขวับมาดู

42!

เมื่อเห็นตัวเลขนั้น โม่หงอีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เขามั่นใจว่ามันจะต้องเกิน 40 แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆก็เกิดความไม่แน่ใจขึ้น พอได้เห็นผลการทดสอบก็โล่งใจขนาดหนัก

เขาผ่านการทดสอบโดยใช้เวลาไม่ถึง 10 วัน และตอนนี้ก็ได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวแล้ว!

“ไม่เลว!”

ปรมาจารย์สู่วและปรมาจารย์หลิวพยักหน้าอย่างยอมรับ

พวกเขาเคยได้ยินชื่อของโม่หงอีคนนี้มาก่อน และเขาก็เป็นผู้เก่งกาจปราดเปรื่องมาก ถือเป็นอัจฉริยะแถวหน้าในอาณาจักรขั้น 1 หรือต่อให้อยู่ในอาณาจักรอันทรงเกียรติ ก็ยังจัดเป็นอันดับต้นๆ แต่หากจะไปเทียบกับ…บรรดาอัจฉริยะในสมาพันธ์นานาอาณาจักร ก็ยังถือว่าห่างไกลอยู่

สำหรับที่นั่น แม้ความสามารถของเขาจะไม่ถือว่าขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็ไม่อาจทำให้ใครประทับใจได้

“อาจารย์หลิว ตาคุณแล้ว!”

เมื่อโม่หงอีสอบผ่าน ประธานเจียงและปรมาจารย์คนอื่นๆก็หันมามองจางเซวียนเป็นตาเดียว

“ได้สิ!”

จางเซวียนบิดขี้เกียจ จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มออกมา “ขอผมทบทวนหน่อย ถ้าระดับความเชื่อใจ ของลูกศิษย์ของผมเกินกว่า 40 ผมก็ผ่านการทดสอบแล้วใช่ไหม?”

เขาเพิ่งนึกได้ว่าลูกศิษย์เพียงคนเดียวก็เพียงพอจะเข้ารับการทดสอบแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เด็กๆที่เหลือ

“ถูกต้อง!” ประธานเจียงพยักหน้า

“เอาล่ะ คุณเข้าไปเลย!”

เมื่อสำรวจกลุ่มเด็กๆแล้ว จางเซวียนก็คว้าเอาที่ใกล้มือ

หลังจากได้สอนมาหลายวัน เขาแน่ใจว่าระดับความเชื่อใจของนักเรียนคนไหนก็ตามที่เขาได้สอนจะต้องเหนือกว่า 40 ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรให้เอิกเกริก

แค่ก แค่ก!

ในเวลาแบบนี้ เก็บเนื้อเก็บตัวไว้หน่อยจะดีกว่า

ซึ่งก็แน่นอนว่าถ้าโม่หยู่กับคนอื่นๆรู้ว่าเขาคิดอะไร คงอยากจะเป็นลมตายให้รู้แล้วรู้รอด

เก็บเนื้อเก็บตัว? คุณเคยทำแบบนั้นด้วยหรือ? แค่วันไหนที่คุณไม่พลิกแผ่นดินสะเทือนสวรรค์ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว

“ขอรับ ท่านอาจารย์!”

นักเรียนคนหนึ่งเดินเข้าไปในบ้านวัดใจ

“เขาคือจางเซวียน?”

เมื่อลูกศิษย์ของจางเซวียนเดินเข้าไปในห้องแล้ว ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวทั้งสองคนก็หันขวับไปมองจางเซวียน

ภาพที่พวกเขาได้เห็นในผลึกบันทึกช่างน่าตกตะลึงเสียเหลือเกิน จึงอยากรู้ว่าครั้งนี้ชายหนุ่มจะสร้างปาฏิหาริย์อีกหรือไม่

“เขาดูมั่นอกมั่นใจทีเดียว แต่ผมก็ยังอยากรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร!” ปรมาจารย์สู่วลูบเครา ขณะที่มีสีหน้าครุ่นคิด

“เมื่อ 30 ปีก่อน ที่สภาปรมาจารย์ของเราก็ใช้การทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวแบบเดียวกันนี้ ผมจำได้ว่าในครั้งนั้นมีอัจฉริยะผู้หนึ่งที่สามารถทำให้ลูกศิษย์ของเขามีระดับความเชื่อใจถึง 65!”

ปรมาจารย์หลิวมีแววตารำลึกถึงเรื่องเก่า

ทางสมาพันธ์นานาอาณาจักรเคยใช้การทดสอบนี้มาก่อน และมีอัจฉริยะมากมายนับไม่ถ้วนที่ทำคะแนนได้โดดเด่น

“ใช่ ด้วยความเชื่อใจระดับนั้นน่ะ เทียบเท่ากับความเชื่อใจที่มีให้พ่อแม่เลยทีเดียว หากทำได้ระดับนั้นภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน ก็แสดงว่าเขาต้องมีความสามารถจริงๆ!”

ปรมาจารย์สู่วพยักหน้า

การจะสร้างความเชื่อใจในตัวลูกศิษย์ได้ถึงระดับ 65 ภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน แม้ปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวก็ยังทำได้ยาก แถมยังใช้ตัวตนปลอมที่ไม่มีใครรู้จักอีก

การได้รับคะแนนขนาดนั้นตั้งแต่ต้น ก็ถือว่าเป็นผู้ไร้เทียมทานในสมาพันธ์นานาอาณาจักรแล้ว

แต่หากเป็นในอาณาจักรขั้นสูง ก็ยังมีอัจฉริยะที่เก่งกาจไปกว่านี้อีก

“จางเซวียนผู้นี้ทำลายสถิติมากมาย ผมอยากรู้เหลือเกินว่าเขาจะทำลายสถิติระดับความเชื่อใจที่ 65 ของอัจฉริยะคนก่อนได้หรือไม่…”

ปรมาจารย์หลิวพูด

“จริงด้วย! ด้วยการทำลายสถิติเท่านั้นที่จะทำให้เขามีภาษีเทียบเท่ากับอัจฉริยะคนก่อนๆ…”

ทั้งคู่คุยกันผ่านโทรจิต จึงไม่มีใครได้ยิน

วิ้ง!

ขณะที่กำลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่ ประตูบ้านวัดใจก็สั่นสะเทือน

ตัวเลข 2 ตัวปรากฏขึ้นมา…61!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!