Skip to content

Library Of Heaven’s Path 422

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 422 อสูรฝันสะพรึง

20 ครั้งนี่นะ? แล้วบอกว่าไม่โลภมาก?

C

รู้หรือเปล่าว่าดงอสูรของเรามีเลือดอสูรวิเศษกี่หยด?

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินถึงกับหน้าเขียว

ถ้าเขารู้เจตนาของนักฝึกอสูรจางคนนี้เสียก่อน จะไม่มีวันประกาศออกไปแบบนั้นเลย

เขาเพิ่งพูดออกไปว่า ใครก็ตามที่ผ่านด่านกรงสิบอสูรได้สำเร็จจะได้รับเลือดอสูรวิเศษ 1 หยด และหมอนี่ก็ยกขึ้นมาอ้างทันที

ทำไมถึงเจ้าเล่ห์เจ้ากลขนาดนี้?

ถ้าเขาเข้าท้าทายมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ดงอสูรจะไม่ต้องมอบเลือดอสูรวิเศษให้เขาซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือ?

ตลอดระยะเวลายาวนานกว่าพันปีของดงอสูรแห่งอาณาจักรชวนหยวน

หยดเลือดอสูรวิเศษก็ยังเป็นทรัพยากรล้ำค่าสูงสุดมาตลอด หากปล่อยให้หมอนี่ทำตามอำเภอใจ ดงอสูรต้องล้มละลายแน่!

เวลาที่คนอื่นๆ เข้าท้าทายกรงสิบอสูร ต่อให้ผ่านบางด่านไปได้ แต่ก็มักจะร่อแร่ ต้องพักฟื้นอยู่บนเตียงอีก 3-5 เดือนกว่าจะฟื้นตัว

แต่หมอนี่ผ่านทุกด่านได้ง่ายดายราวกับเดินเล่นชมสวน ไม่เพียงแต่จะสบายดี…แต่ยังดูเหมือนจะได้แฟนคลับอสูรมาอีกฝูงหนึ่งด้วย

ก็ดูสิ วานรแขนเหล็กสีทองที่กำลังยิ้มหวานหยดย้อยก็โบกมือหยอยๆ ให้เขาอยู่นั่น โบกจนมือจะหลุดแล้ว…

ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ ฝูงหมาป่าลมกรดก็ยังคงจ้องหน้าเขาด้วยสายตาเว้าวอน

เว้าวอนหาอะไร!

เพิ่งจะไม่นานนี้เองที่เขาสั่งการให้ไปจับพวกมันมา แต่ด้วยความเย่อหยิ่งถือตัวของมัน นักฝึกอสูรส่วนใหญ่ก็ไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้ นั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกนำหมาป่าพวกนี้มาเป็นด่านหนึ่งของกรงสิบอสูร…

แต่หลังจากโดนอัด นอกจากพวกมันจะไม่โกรธแล้ว

ยังเอาแต่จ้องหน้าจางเซวียนด้วยสายตาเว้าวอนอีกต่างหาก นี่มันอยากถูกอัดขนาดนั้นเลยหรือ?

เขามองเห็นเลยว่าถ้าจางเซวียนทำแบบนี้ต่อไป ไม่เพียงแต่ดงอสูรจะล้มละลาย แต่อสูรทุกตัวที่อยู่ในกรงนั้นก็คงกลายเป็นของเขาไปหมด…

นี่มันปีศาจชนิดไหนกัน?

“ถ้าหัวหน้าตกลง ข้าก็จะลงไปเดี๋ยวนี้ พูดตรงๆ นะ กรงสิบอสูรนี่เป็นการทดสอบที่น่าสนใจมาก!” จางเซวียนทึกทักว่าอาการนิ่งอึ้งของอีกฝ่ายคือการตกลง

จากการคำนวณ เขายังต้องการหยดเลือดอสูรวิเศษอีก 20 หยด และไม่มีเวลาจะเสียแล้ว ในเมื่อตัดสินใจอะไรลงไป ก็ต้องทำให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด

“รอเดี๋ยว…”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินรีบเดินเข้ามาห้าม เขายิ้มเจื่อนๆ และพูดต่อ “อย่าเพิ่งรีบร้อนไป เจ้าเพิ่งจะผ่านด่านกรงสิบอสูรเมื่อครู่นี้เอง คงจะเหนื่อยเอาการ ทำไมไม่พักเสียก่อน? เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลังก็ได้!”

“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่เหนื่อย! อันที่จริงการท้าทายพวกนี้ก็เป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งสำหรับข้า หัวหน้าไม่ต้องห่วงหรอก” จางเซวียนพยักหน้า

ห่วง…

ใครเขาห่วงแก!

ข้าห่วงแต่ว่าแกจะพังทั้งดงอสูรนี่ต่างหาก…

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินรีบโบกมือ “นักฝึกอสูรจางมีความสามารถด้านการฝึกอสูรที่เหนือชั้นกว่าคนทั่วไป การเข้าท้าทายมันซ้ำแล้วซ้ำอีกย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณ แต่…การดูแลอสูรทรงพลังหลายๆ ตัวน่ะไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงเจ้าไม่เหนื่อย ก็ควรจะปล่อยให้พวกมันได้พักสักหน่อย”

“พัก?”

จางเซวียนมองลงไปและตั้งคำถาม “พวกแกเหนื่อยกันหรือเปล่า?”

ทั้งหมาป่าลมกรด อสูรหัวเสือ และวานรแขนเหล็กสีทองรีบส่ายหน้า

“ดูสิ พวกมันไม่เหนื่อยเสียหน่อย!” จางเซวียนพูด

“.…” หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินถึงกับหัวหมุน

เอาสิ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เก่งกาจในการฝึกอสูรแบบเจ้าจะไร้อีคิวได้ขนาดนี้?

นี่เจตนาของข้ามันไม่ชัดเจนพอหรือไง? ข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าท้าทายกรงสิบอสูรอีก ไม่เข้าใจหรือ?

“แค่ก แค่ก, นักฝึกอสูรจาง บางทีเจ้าอาจจะไม่เข้าใจความหมายของหัวหน้า ที่เขาต้องการจะบอกก็คือ ในเมื่อเจ้าผ่านด่านกรงสิบอสูรไปได้แล้วครั้งหนึ่ง เจ้าก็ไม่ควรจะเข้าท้าทายมันอีก เรื่องของเรื่องก็คือเท่านี้แหละ!”

ได้ฟังบทสนทนาของทั้งคู่ ผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงก็อดขัดขึ้นไม่ได้

“ข้าจะได้หยดเลือดอสูรวิเศษ 1 หยดทุกครั้งที่ข้าทำสำเร็จ มันสำคัญกับข้ามาก!” จางเซวียนตอบอย่างจริงจัง

ก็แหงล่ะว่าต้องสำคัญ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลขนาดนี้เพื่อมาท้าทายมันหรอก

“เจ้า…”

ผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงถึงกับหน้าเขียวด้วยความหงุดหงิด เขาพยายามอ้อมแล้วอ้อมอีก แต่อีกฝ่ายก็ยืนกรานอยู่นั่น

แล้วจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร ถ้าเจ้าทำตัวแบบนี้?

“เอาล่ะ ข้ารู้ว่าเจ้าผ่านด่านได้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรให้โอกาสนักฝึกอสูรคนอื่นด้วย เพราะฉะนั้น เราควรพักเรื่องนี้ไว้ก่อน!”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินโบกมือและตัดบทด้วยอาการสุดจะทน

“คือ…” จางเซวียนขมวดคิ้ว

เขาได้อ่านเรื่องของกรงสิบอสูรจากหนังสือ จึงดั้นด้นมาเพื่อเข้าท้าทายมัน นึกว่าถ้าทำได้สัก 20 ครั้ง ก็จะมีหยดเลือดอสูรวิเศษมากพอในการยกระดับวิชาร่างนวโลหะขั้น 2 แต่อีกฝ่ายก็คว่ำความคิดของเขาเอาดื้อๆ

“ก็ไม่เป็นไร ถ้าท่านไม่อนุญาตให้ข้าเข้าท้าทายมัน!”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็มองหน้าทั้งคู่และพูดต่อ “ข้าต้องการหยดเลือดอสูรวิเศษอีก 19 หยด มันเป็นเรื่องด่วน ไม่ว่าจะด้วยการซื้อหรือการแลกเปลี่ยน ข้าก็จะต้องเอามันมาให้ได้”

“เจ้าอยากได้อีก 19 หยด?”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินและผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงมองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างหัวหมุน

มันเรื่องอะไรถึงต้องการเลือดมากขนาดนี้ เอาไปเคี่ยวสตูหรือไง?

สำหรับอสูรทั่วไป แค่จะซึมซับหยดเลือด 1 หยดก็ยากแล้ว นี่ต้องการทีเดียว 20 หยด…จะสร้างกองทัพอสูรหรือ?

“เราขายให้เจ้าบางส่วนก็ได้ เลือดอสูรวิเศษ 1 หยดมีค่าเท่ากับหินวิเศษ 5 ก้อน แต่ในเมื่อเจ้าเป็นนักฝึกอสูร เราจะลดให้ ขอแลกกับหินวิเศษ 4 ก้อนก็พอ” หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินพูด

“หินวิเศษ 4 ก้อนต่อเลือด 1 หยด?” จางเซวียนตาค้าง “ช่างมันเถอะ ถ้างั้นข้าก็จะเข้าท้าทายกรงสิบอสูร พวกท่านรีบเตรียมการก็แล้วกัน!”

เขาเองก็อยากได้หินวิเศษมายกระดับวรยุทธ!

หินวิเศษ 4 ก้อนต่อเลือด 1 หยด…ทำไมพวกเจ้าไม่ปล้นธนาคารเสียเลยล่ะ?

จางเซวียนเริ่มคำนวณ “ในเมื่อหยดเลือดอสูรวิเศษมันแพงขนาดนั้น หลังจากที่เข้าท้าทายกรงสิบอสูร 20 รอบแล้ว ข้าก็คงไม่อยากได้แล้วล่ะ ถึงตอนนั้นข้าจะขายคืนพวกท่านก็แล้วกัน ถ้าข้าเข้าท้าทายมันได้วันละ 100 ครั้ง ข้าก็จะได้หินวิเศษ 400 ก้อน ถ้าทำอย่างนั้นตลอด 1 เดือน ข้าก็จะมีหินวิเศษมากกว่า 10000 ก้อน…”

“….”

สองผู้อาวุโสแห่งดงอสูรแทบคลั่ง

ไอ้หนุ่ม นี่จะพาดงอสูรแห่งอาณาจักรชวนหยวนของเราฉิบหายวายวอดให้ได้ใช่ไหม?

เคืองแค้นอะไรพวกเรานักหนา?

“เอาล่ะ พอเถอะ! เราให้เลือดอสูรวิเศษกับเจ้า 20 หยดก็ได้ แต่มีเงื่อนไข!”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินแน่นหน้าอกจนแทบจะระเบิด แต่เมื่อเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาก็พูดต่ออย่างวางมาด

เพราะหากเขาปล่อยให้จางเซวียนทำตามอำเภอใจ ไม่เพียงแต่ดงอสูรจะล่มจม ตัวเขาเองยังจะกลายเป็นตัวตลกของดงอสูรทุกสาขาในอาณาจักรโดยรอบด้วย

“เงื่อนไข?”

“ถูกต้อง ดงอสูรของเราเพิ่งจับอสูรมาได้ตัวหนึ่ง และการฝึกมันก็ยากมาก ถ้าเจ้าหาวิธีทำให้มัน ยอมอยู่ใต้อาณัติของเราได้ นอกจากเลือดอสูรวิเศษ 20 หยดแล้ว เรายังจะเพิ่มให้เจ้าเป็นพิเศษอีก 10 หยดด้วย!”

“แต่ก็แน่นอนว่า ถ้าเจ้าทำไม่สำเร็จ เรื่องการเข้าท้าทายกรงสิบอสูรจะต้องจบ เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก!”

“ได้เพิ่มอีก 10 หยด?” จางเซวียนตาโต “ได้สิ ข้าตกลง!”

ก็เห็นๆ กันแล้วว่าอีกฝ่ายคว่ำข้อเสนอของเขา จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเข้าท้าทายกรงสิบอสูรอีก แต่ในเมื่อมีการหยิบยื่นเงื่อนไขอื่นให้ ถ้าไม่รีบตกลงก็โง่ตาย

เลือดอสูรวิเศษ 10 หยดมีค่าเท่ากับหินวิเศษ 40 ก้อน ช่างเป็นธุรกิจที่ได้กำไรงามเหลือเกิน แค่ฝึกอสูรตัวหนึ่งให้เชื่องก็ได้ของมีค่ามหาศาลขนาดนี้

“ถ้าเจ้าไม่ตกลง ข้าจะถือว่าสละสิทธิ์ เพราะฉะนั้นอย่าได้พูดถึงเรื่องการเข้าท้าทายกรงสิบอสูรกับเราอีก…”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินพูดต่อ แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ชะงักกึก เขาตาค้าง “เจ้าว่าอะไรนะ? ตกลง?”

“ก็ใช่น่ะสิ ทำไมข้าจะไม่ตกลงล่ะ?” จางเซวียนถาม

“แต่…เจ้ารู้หรือยังว่าจะต้องฝึกอสูรชนิดไหน? ทำไมรีบตกลงขนาดนั้น?” หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินตะลึงเสียจนแทบจะทึ้งเคราตัวเอง

ขนาดนักฝึกอสูรระดับ 3 ดาวและนักรบจื้อจุนขั้นสูงสุดอย่างตัวเขายังทำให้มันเชื่องไม่ได้ แต่เจ้าตกลงง่ายๆ แบบนี้?

ตอนแรก เขายกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสกัดกั้นอีกฝ่ายไม่ให้เข้าท้าทายกรงสิบอสูรเท่านั้น เพราะในเมื่อตัวเขาเองก็ทำให้มันเชื่องไม่ได้ อีกฝ่ายก็ไม่น่าจะทำได้เหมือนกัน

แต่ยังพูดไม่ทันจบ หมอนั่นก็ตกปากรับคำเสียดิบดี

“สนที่ไหนล่ะว่ามันเป็นอสูรชนิดไหน!” จางเซวียนโบกมืออย่างไม่ยี่หระ

เอาจริงๆ แล้ว สำหรับจางเซวียน ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์หรือพละกำลังของอสูรก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ทั้งนั้น

เรื่องเดียวที่เขาสนใจก็คือ ทำอย่างไรให้ได้หยดเลือดอสูรวิเศษมากพอ

“…ตามนั้น!”

เมื่อเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายมั่นอกมั่นใจขนาดไหน หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

ที่มาที่ไปก็ไม่ได้ห่างไกลจากที่หัวหน้าเฟิงเคยพูดไว้ เหตุผลที่การประลองนักฝึกอสูรถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นอย่างกะทันหันก็เพราะต้องการให้อัจฉริยะจากทุกอาณาจักรมารวมตัวกัน จะได้ระดมสมองเรื่องวิธีการฝึกอสูรตัวนั้น

แต่ด้วยความปราดเปรื่องของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะการที่เขาทำให้หมาป่าลมกรดฝูงหนึ่งเชื่องได้ในชั่วพริบตา บางที…เขาอาจจะแก้ปัญหานี้ได้

ขอให้เขาทำได้เถอะ เลือดอสูรวิเศษ 30 หยดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกัน ข้าจะพาเจ้าไปเจอมัน!”

เมื่อตัดสินใจเป็นมั่นเหมาะแล้ว หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินก็ไม่อยากรีรอ เขาเรียกผู้อาวุโสคนหนึ่งมาและสั่งการบางอย่าง ก่อนจะนำจางเซวียนกับผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงเดินลึกเข้าไปในดงอสูร

รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้หยดเลือดอสูรวิเศษมากขึ้น จางเซวียนจึงรีบตามไปติดๆ

“อาจารย์!”

“นายน้อย!”

ระหว่างทาง จางเซวียนได้เจอกับจ้าวหย่า ซุนฉาง และคนอื่นๆ ที่รอเขาอยู่ด้านนอก

“ไปด้วยกันเถอะ!”

มีไม่กี่เรื่องที่จางเซวียนอยากปิดบังคนเหล่านี้ เขาจึงร้องเรียกให้ไปด้วยกัน

ไม่ช้าทั้งกลุ่มก็มาถึงสนามขนาดใหญ่ สนามนั้นล้อมรอบด้วยกำแพงสูงซึ่งหนาหลายสิบเมตร ดูเหมือนกำแพงเมือง

ภาพที่ได้เห็นในตอนแรกออกจะพร่ามัวเล็กน้อย ซึ่งก็ชัดเจนว่ามีการจัดวางค่ายกลที่มีอานุภาพสูงเอาไว้ภายใน

“อสูรตัวนั้นอยู่ข้างใน! ให้ข้าพูดอีกทีนะ เจ้าจะถอยตอนนี้ก็ยังไม่สาย”

ทั้งกลุ่มมาหยุดยืนอยู่ด้านนอกสวน หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “อสูรร้ายตัวนี้คือ ‘อสูรฝันสะพรึง’ ดงอสูรของเราต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไปมากมายกว่าจะจับมันได้ เป็นเพราะมันมีสายเลือดมังกร จึงมีนิสัยหยิ่งผยองถือดี แทบจะทำให้มันเชื่องไม่ได้เลย”

“อสูรฝันสะพรึง? อสูรที่มีวรยุทธขั้นกึ่งเหนืออสูร?”

จางเซวียนถึงกับผงะ

เพราะหนังสือทั้งหมดในดงอสูรถูกถ่ายเทเข้าหัวไว้แล้ว จางเซวียนจึงมีความรู้เรื่องนี้

อสูรฝันสะพรึงคืออสูรที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ของบรรดาอสูรที่รองลงมาจากอสูรวิเศษ ด้วยสายเลือดมังกรของมัน มันจึงมีพละกำลังมหาศาล แม้แต่นักรบเหนือมนุษย์ขั้นต้นก็ยังรับมือกับมันได้ยาก

นึกไม่ถึงเลยว่าทางดงอสูรจะจับอสูรที่มีทรงพลังขนาดนี้มาได้ เหลือเชื่อจริงๆ !

“ใช่แล้ว เจ้าตัวนี้มีนิสัยดุร้ายโหดเหี้ยม แค่จะเข้าถึงตัวมันก็แสนยาก ข้าจะพาเจ้าเข้าไปใกล้ๆ ถ้ารู้สึกว่ารับไม่ไหว ก็ถอนตัวเสีย อย่าเสี่ยง แต่ก็แน่นอนว่าหากถอนตัวเมื่อไหร่ ก็ไม่มีสิทธิ์พูดถึงเรื่องการเข้าท้าทายกรงสิบอสูรอีก” หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินย้ำเงื่อนไขของเขา

เขากลัวว่าหากจัดการอสูรฝันสะพรึงไม่ได้ หมอนี่จะกลับไปพร่ำเรื่องการเข้าท้าทายกรงสิบอสูรอีก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ความพยายามของเขาก็จะพัง

“เข้าไปดูกัน!” จางเซวียนยืนยัน

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินและผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงพยักหน้า ทั้งคู่ค้นหาปากทางค่ายกลและพาทั้งกลุ่มเข้าไป

สนามนั้นกว้างใหญ่มาก บริเวณด้านบนค่ายกลมีกรงโลหะขนาดใหญ่ที่ช่างตีเหล็กทำขึ้นเป็นพิเศษตั้งอยู่ อสูรที่ถูกขังไว้ในนั้นแทบจะไม่มีทางหนีรอดออกมาได้

หลังจากเดินวนรอบสนาม พวกเขาก็มาถึงขอบกรงโลหะนั้น สิ่งที่อยู่ภายในคืออสูรตัวมหึมา สูง 5 เมตรและยาว 10 เมตร มันกำลังนอนอยู่อย่างเงียบเชียบ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่ามีผู้บุกรุก ดวงตาของมันก็แดงก่ำขึ้นมาทันที พร้อมกับส่งเสียงคำรามกึกก้องออกมา

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!