ตอนที่ 716 จัดการซะ!
แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย!
หากเป็นอสูรขั้นกึ่งเซียนหรือขั้นเซียนมือใหม่ ก็อาจหาตัวเขาไม่เจอหากปกปิดรังสีไว้แล้ว แต่ลูกไม้นั้นใช้การไม่ได้กับอสูรระดับเซียน
ไม่ว่าจะเป็นนักรบหรืออสูรที่เข้าถึงระดับเซียน จะมีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสิ้นเชิงกับธรรมชาติ พลังจากธรรมชาติจะเชื่อมโยงกับทุกอิริยาบถและทุกการเคลื่อนไหว ต่อให้จางเซวียนฝังตัวอยู่ใต้หิมะ อสูรตะวันไบแซนไทน์ก็หาตัวเขาพบ
ก็เหมือนกับการที่นักรบเหนือมนุษย์มีความสามารถสูงส่งกว่านักรบทั่วไป นักรบระดับเซียนก็มีความสามารถเหนือชั้นกว่านักรบเหนือมนุษย์เช่นเดียวกัน
‘เสร็จกัน’
รู้ดีว่าซ่อนตัวต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ จางเซวียนสูดหายใจลึกก่อนจะลุกขึ้นยืน
เพราะคลื่นรบกวนของพลังจิตวิญญาณที่เขาพลาดพลั้งปล่อยออกไปโดยบังเอิญ จึงทำให้ถูกค้นพบ เป็นไปได้ว่าเหตุผลที่อสูรตะวันไบแซนไทน์ปล่อยให้จางเซวียนฟังบทสนทนาของมันกับอสูรวิเศษมีปีกจนจบเพราะแน่ใจว่าเขาไม่มีทางเข้าใจภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ จึงไม่กังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหล
ด้วยเหตุนี้ มันจึงตัดสินใจหารือภารกิจกับอสูรวิเศษมีปีกให้เรียบร้อยก่อนที่จะลากตัวจางเซวียนออกจากที่ซ่อน
อสูรตะวันไบแซนไทน์เข้ามาถามจางเซวียน “คุณคือนักเรียนใหม่ของสถาบันปรมาจารย์ใช่ไหม?”
เมื่อสำเร็จวรยุทธระดับเซียน อสูรวิเศษจะพัฒนาไปจนถึงขั้นพูดภาษามนุษย์ได้
“ใช่!” รู้ดีว่าเล่นตุกติกไปก็ไม่มีประโยชน์ จางเซวียนจึงพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“สำเร็จวรยุทธสะพานจักรวาลขั้นสูงสุด แถมยังหาพื้นที่นี้เจอ ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในสถาบันเลย คุณก็ไม่เลวนะ ต่อให้ไม่ใช่หัวกะทิ ก็ไม่ห่างจากนั้นเท่าไหร่”
หลังจากสำรวจวรยุทธของจางเซวียน อสูรตะวันไบแซนไทน์พยักหน้าอย่างพอใจ
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก!”
จางเซวียนหัวเราะหึๆ เป็นคำตอบ ขณะที่มือไม้ก็ป่ายปัดอยู่ข้างหลังเหมือนพยายามจะทำอะไรบางอย่าง
“อย่าใช้ลูกไม้กระจอกๆ พวกนั้นกับผม…ผมไม่รับรองนะว่าจะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้หรือเปล่า!”
เมื่อรู้ว่าจางเซวียนกำลังจะทำอะไร อสูรตะวันไบแซนไทน์คำราม
“ควบคุมอารมณ์?”
จางเซวียนส่ายหน้าขณะที่สบตาอสูรตะวันไบแซนไทน์อย่างทองไม่รู้ร้อน “นั่นควรจะเป็นคำพูดของผมนะ ผมเกรงว่าผมอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และพลั้งมือซ้อมคุณตาย!”
“คุณว่าอะไรนะ?” อสูรตะวันไบแซนไทน์ผงะไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะคำพูดโอหังของชายหนุ่มตรงหน้า และเมื่อหายตะลึง ความเกรี้ยวกราดก็เข้ามาแทนที่
ตัวมันเป็นอสูรระดับเซียน ขณะที่อีกฝ่ายเป็นแค่นักรบสะพานจักรวาล ต่อให้ไม่ต้องขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว ลำพังแค่จิตวิญญาณของมันก็สังหารอีกฝ่ายได้แล้ว แต่หมอนั่นกล้าพูดจาขู่ ถึงกับบอกว่าอาจควบคุมตัวเองไม่ได้และพลั้งมือซ้อมมันจนตาย?
‘นี่แกรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดกับใคร?’
‘เจ้างั่งปากดี!’
“รู้สึกจะมั่นใจในตัวเองเหลือเกินนะ” อสูรตะวันไบแซนไทน์คำรามกร้าวด้วยสีหน้าถมึงทึง เปลวไฟแห่งโทสะเต้นเร่าอยู่ในดวงตา พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่ใช่ความมั่นใจนะ ผมแค่พูดความจริง เอาเถอะ ผมจะให้โอกาส…แค่คุณยอมรับผมเป็นเจ้านาย ผมก็จะละเว้นชีวิตให้” จางเซวียนพูดต่ออย่างสบายใจโดยที่สองมือยังคงไพล่หลังไว้ ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“คนโง่มักปราศจากความหวาดกลัว ดูเหมือนแกจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังพูดอยู่กับใคร ถ้าเป็นอย่างนั้น ขอฉันหักความอวดดีในกระดูกของแกหน่อยเถอะ!”
นึกไม่ถึงว่าสิ่งมีชีวิตที่มีค่าไม่ต่างอะไรกับมดตัวหนึ่งจะกล้าพูดจาโอหังถึงขนาดสั่งการให้มันยอมรับเขาเป็นเจ้านาย แถมยังโม้ว่าจะสังหารมันถ้ามันปฏิเสธ สีหน้าของอสูรตะวันไบแซนไทน์เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ขนของมันตั้งชันทั่วตัว มันเงื้อฝ่ามือขึ้นขณะคำรามอย่างดุดัน
ฟึ่บ!
การรวมตัวกันของพลังจิตวิญญาณเข้มข้นในพริบตานั้นเกิดเป็นฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนจะปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า ดูเหมือนกับว่าหากอสูรตะวันไบแซนไทน์อยากทลายภูเขาทั้งลูกให้ราบคาบก็สามารถทำได้
อสูรขั้นเซียนไม่สามารถฝึกฝนพลังปราณก็จริง แต่พวกมันก็มีพละกำลังของร่างกายที่แข็งแกร่งถึงขนาดเทมหาสมุทรและเคลื่อนย้ายภูเขาได้ อย่าว่าแต่ภูเขาทั้งลูกเลย ต่อให้กวาดทั้งอาณาจักรอย่างอาณาจักรเทียนเซวียนให้ราบคาบก็ง่ายดายราวกับหายใจเฮือกหนึ่ง
ยังไม่ทันที่ฝ่ามือจะได้ปะทะกับอะไร แรงกดดันมหาศาลจากฝ่ามือนั้นก็ทำให้ชั้นหิมะละลายไปหมด ราวกับดาวหางดวงหนึ่งตกลงไปบริเวณนั้น
“หักความอวดดีในกระดูกของฉัน? สงสัยจริงว่าใครกันแน่ที่อวดดี…”
จางเซวียนยังคงยืนนิ่ง แม้หายนะจากพลังฝ่ามือจะอยู่ตรงหน้า เขาหัวเราะหึๆ และปรบมือ “ไอ้โหด…จัดการซะ!”
แม้จะอยู่ต่อหน้าเซียน จางเซวียนก็มีไม้ตายของเขาเช่นกัน
หุ่นปีศาจทั้ง 20 ตัวที่เขาได้มาจากห้องใต้ดินก็ล้วนแต่มีพละกำลังระดับเซียน การสังหารอสูรวิเศษ ระดับเซียนขั้น 1 สักตัวไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย!
อีกอย่าง สิ่งมีชีวิตขั้นสุดยอดที่เคยปะทะฝีมือกับปรมาจารย์ขงมาแล้วก็อยู่ในมือเขา…ไอ้โหด!
หมอนี่ถูกขังอยู่ในหนังสือเทียบฟ้า ทำให้กระดิกกระเดี้ยไปไหนไม่ได้ก็จริง แต่พละกำลังของเขาก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต่อให้มีอสูรตะวันไบแซนไทน์สักสิบตัวก็ยังสังหารไอ้โหดไม่ได้!
ฟึ่บ!
ทันทีที่จางเซวียนยกมือขึ้น หนังสือที่เปิดอ้าเล่มหนึ่งก็มาอยู่ในฝ่ามือของเขา หัวใจดวงหนึ่งกำลังเต้นอยู่ในหน้าหนังสือนั้น
“จัดการซะ!” เสียงมีอำนาจสั่งการออกไป
พลั่ก!
ราวกับคำพูดนั้นมีพละกำลังลึกลับ ฝ่ามือของอสูรตะวันไบแซนไทน์ที่กำลังพุ่งออกมาแหลกสลายเป็นชิ้นๆ ราวกับแก้วแตก กลายเป็นกระแสพลังจิตวิญญาณที่สลายตัวไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
“อะไรกัน…”
เห็นสิ่งประดิษฐ์ของชายหนุ่มรับมือกับการโจมตีของมันได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว อสูรตะวันไบแซนไทน์ถึงกับตาค้างด้วยความอัศจรรย์ใจ
มันมีวรยุทธระดับเซียนขั้น 1-สูงสุด ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นสุดยอดของจักรวรรดิหงหย่วน!
มันคิดว่าการรับมือกับนักรบขั้นสะพานจักรวาลย่อมง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีไม้ตายที่ทำลายการโจมตีของมันได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว?
‘เผ่นสิ!’
อสูรตะวันไบแซนไทน์รู้สึกได้ถึงลางหายนะ มันกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าตามสัญชาตญาณโดยไม่ลังเล
แม้จะไม่มีปีก แต่เพราะเป็นอสูรวิเศษขั้นเซียน จึงบินได้
มันไม่ได้กลัวชายหนุ่มคนนั้น สิ่งที่มันหวาดกลัวคือของที่อีกฝ่ายครอบครองอยู่ เพราะไม่แน่ใจในอานุภาพของสิ่งนั้น อสูรตะวันไบแซนไทน์จึงเลือกที่จะหลบหนีเพื่อไประดมกองกำลังมารับมือกับชายหนุ่มคนนี้แทนที่จะยอมเสี่ยง
“แกคิดจะหนีทั้งๆ ที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้เรอะ? ฝันไปเถอะ!”
อสูรตะวันไบแซนไทน์เพิ่งบินสูงขึ้นจากพื้นได้ไม่กี่สิบเมตร ก็ได้ยินเสียงเย็นเยียบดังขึ้นเบื้องล่าง เมื่อมองไป ก็เจอเจตนาสังหารเข้มข้นเข้าปะทะหัวใจของมันอย่างจัง ทำเอาอสูรตะวันไบแซนไทน์มึนงงจนคิดอะไรไม่ออก
‘เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น…’
การเสียสมาธิไปแว่บหนึ่งทำให้พละกำลังของมันตกฮวบ อสูรตะวันไบแซนไทน์ร่วงลงมาจากท้องฟ้า หัวทิ่มลงไปในกองหิมะ
“ไอ้โหดน้อย เก่งไม่เบานะเรา ดูเหมือนแกจะไม่ต้องพูดอะไรสักคำ!”
นึกไม่ถึงว่าไอ้โหดจะเก่งกาจขนาดนี้ จางเซวียนเขย่าหัวใจที่อยู่ในหนังสืออย่างชื่นชม
“….” ไอ้โหดหน้าตาบูดเบี้ยวกับคำชมเชย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
อสูรตะวันไบแซนไทน์ก็เห็นภาพนั้น มันเกือบกระอักเลือดออกมา
แม้จะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในหนังสือ แต่แน่นอนว่าสิ่งนั้นจะต้องเคยเป็นสุดยอดของทวีปแห่งนี้ มันคิดว่าอาจจะเป็นอาจารย์หรือองครักษ์ของชายหนุ่มคนนั้น ใครจะไปรู้ล่ะว่า…
หมอนี่จะทำกับผู้เชี่ยวชาญระดับนั้นราวกับเป็นหมาปั๊กตัวหนึ่ง!
นี่มันบ้าบออะไรกัน!
ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?
‘เจตนาสังหารนั่น…หัวใจดวงนั้นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวหนึ่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เพราะฉะนั้น หรือว่า…ชายคนนี้เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอีกตัวหนึ่งที่พยายามจะแทรกซึมเข้าไปในสถาบันปรมาจารย์?’
เมื่อคิดได้ อสูรตะวันไบแซนไทน์ถึงกับตัวเย็นเฉียบ
ตำนานกล่าวไว้ว่า ชนชั้นสูงหรือราชวงศ์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นสามารถแปลงร่างให้เหมือนมนุษย์หรือแม้แต่ปรมาจารย์ได้โดยไม่มีใครรู้สึกถึงความแตกต่าง
ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มปรมาจารย์ได้สำเร็จ และข้อมูลลับที่มันได้มาก็ทำให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเกือบจะทำลายสภาปรมาจารย์ได้จนราบคาบ
ถ้าไม่ใช่เพราะความเฉลียวฉลาดของปรมาจารย์ขงที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ผู้กุมอำนาจของทวีปแห่งปรมาจารย์ในตอนนี้ก็คงจะเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอย่างแน่นอน ไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์!
แต่ต่อให้มันพิจารณาชายหนุ่มคนนี้อย่างไร ก็ดูไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย เขาเป็นชนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ หรือ? ถ้าไม่อย่างนั้น จะปฏิบัติต่อเผ่าพันธุ์ปีศาจอันทรงพลังตัวหนึ่งราวกับเป็นหมาปั๊กได้อย่างไร?
“ฉันจะฆ่าแก…”
เมื่อคิดได้ว่าทีท่าข่มขู่คุกคามของชายหนุ่มจะเป็นอันตรายต่อสภาปรมาจารย์ นัยน์ตาของอสูรตะวันไบแซนไทน์ก็แดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว
ถ้าข้อสันนิษฐานของมันถูกต้อง มันจะต้องยับยั้งชายผู้นี้ไม่ให้เข้าไปในสถาบันปรมาจารย์ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม เพราะไม่อย่างนั้น ใครจะรู้ว่าเขาจะนำอันตรายแบบไหนมาสู่สถาบัน หรือแม้แต่เผ่าพันธุ์มวลมนุษยชาติในอนาคต?
ฟิ้ววววว!
อสูรตะวันไบแซนไทน์พุ่งปราดเข้าใส่จางเซวียนราวกับสายฟ้าฟาด ด้วยพละกำลังและความเร็วอันน่าตื่นตะลึงของมัน แน่นอนว่าหากปะทะกัน ร่างของจางเซวียนต้องแหลกเป็นผุยผงแน่
ไอ้โหดกำลังครุ่นคิดว่าจะต่อรองกับจางเซวียนอย่างไรให้ยอมปล่อยเขาออกมา โดยยกเอาคุณงามความดีที่เขาเพิ่งทำไปเมื่อครู่มาอ้าง ก็พอดีกับที่รู้สึกว่าอสูรตะวันไบแซนไทน์พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง ด้วยความโมโหที่อีกฝ่ายเข้ามาขัดจังหวะ มันตวาดกร้าว “คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
‘การที่ฉันถูกขังไว้ในหนังสือก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะข้ามหัวฉันได้นะ!’
‘กล้าสังหารปรมาจารย์ฟ้าประทานและผู้บงการชะตาชีวิตของฉัน แกกล้าดีอย่างไร!’
พลั่ก!
พร้อมกับเสียงตวาดนั้น เจตนาสังหารหนักหน่วงของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นก็พุ่งเข้าโจมตีอสูรตะวันไบแซนไทน์อีกครั้ง มันกระเด็นหงายหลังไปกระแทกพื้นราวกับแมลงวันตัวหนึ่ง
แม้ตอนนี้พละกำลังของไอ้โหดจะยังไม่ฟื้นคืนดังเดิม แต่การรับมือกับอสูรระดับเซียนขั้น 1 ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการตบยุง
อสูรตะวันไบแซนไทน์ที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นจ้องหน้าจางเซวียนด้วยดวงตาแดงก่ำ มันตวาดกร้าวด้วยความเดือดดาล “ไอ้สารเลว ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ …”
“นี่แกยังคิดจะฆ่าฉันอีก?”
เห็นทีท่าของอีกฝ่าย จางเซวียนถึงกับใบ้กิน
ไอ้หมาตัวกะเปี๊ยกของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนี่ช่างโอหังเสียจริง!
มันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาควบคุมเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้ แต่ก็ยังคิดจะจัดการเขา
“ใช่! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะลากแกลงนรกไปด้วย!” อสูรตะวันไบแซนไทน์คำราม
“เข้าใจละ…”
คำพูดนั้นทำให้จางเซวียนตัดสินใจได้ เขาดีดนิ้วและชี้ไปที่อสูรตะวันไบแซนไทน์ จากนั้นก็สั่งการ “กระทืบมันซะ!”
พรึ่บ!
ทันใดนั้น หุ่นปีศาจ 20 ตัวก็โผล่พรวดขึ้นมาท่ามกลางกองหิมะ
ในเมื่อเจ้านั่นตั้งใจจะฆ่าเขา ก็ไม่จำเป็นต้องออมมืออะไรกันอีก
ฮื่อออออ!
หุ่นปีศาจคำรามขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันขณะพุ่งเข้าใส่
ปั้ก!
หุ่นปีศาจตัวแรกใช้เท้าขวาเตะยอดหน้าอสูรตะวันไบแซนไทน์เข้าอย่างจัง ทำเอามันหงายหลังกระเด็นไป ยังไม่ทันที่จะได้โต้ตอบ อีกตัวหนึ่งก็รออยู่ด้านหลัง และปล่อยหมัดเข้าใส่ ทำให้มันลงไปกองกับพื้น
พลั่ก ตุ้บ ตึ้ง!
อสูรตะวันไบแซนไทน์ถูกอัดกระเด็นไปทางโน้นทีทางนี้ที จนเนื้อตัวบวมแดงเป็นแผลไปหมด มันกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา
‘หุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น? อย่างที่คิดไว้จริงๆ หมอนี่เป็นชนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น…บรรลัยแล้ว บรรลัยละสิ!’
การปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆ กันของหุ่นปีศาจจำนวนมากยิ่งทำให้อสูรตะวันไบแซนไทน์แน่ใจในข้อสันนิษฐานของมัน เพราะนอกจากชนชั้นสูงหรือราชวงศ์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น จะมีใครกันที่สามารถควบคุมผู้เชี่ยวชาญและหุ่นปีศาจจำนวนมากมายขนาดนั้นได้?
มันทั้งหงุดหงิดและเดือดดาล หากรู้เสียก่อนและรีบสังหารไอ้หมอนี่ ก็คงจะหลีกเลี่ยงหายนะได้ทัน แต่สุดท้ายก็สายเกินไป…
เจอกองทัพหุ่นปีศาจระดับเซียนขั้น 1 เข้าไป 20 ตัว ก็แน่นอนว่าหมดหนทาง!
แถมตอนนี้ เจตนาสังหารที่พวกมันแผ่ออกมาก็ทำให้ตัวมันเองแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้
หลังจากเจอประเคนหมัดศอกเข่าเข้าให้เป็นชุด อสูรตะวันไบแซนไทน์ก็ค่อยๆ หน้ามืดและหมดสติไป
ขณะที่มันกำลังคิดว่าคราวนี้ต้องตายแน่แล้ว เสียงเฉื่อยเนือยของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ทีนี้เป็นไงล่ะ? แกเปลี่ยนใจหรือยัง? ถ้ายอมรับฉันเป็นเจ้านายล่ะก็ ฉันจะไว้ชีวิตแก!”



