ตอนที่ 727 โซนหัวกะทิ
“ทางสถาบันเพิ่งรับนักเรียนใหม่ไม่ใช่หรือ? ทำไมคุณไม่ให้เธอเปิดการบรรยายสาธารณะ และรับลูกศิษย์ที่เต็มใจให้เธอเป็นอาจารย์ของพวกเขาล่ะ?” ปรมาจารย์มู่เสนอ
“เอ่อ…” หัวหน้าลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด “เอาอย่างนั้นก็ได้!”
ตามธรรมเนียม อาจารย์ใหม่จะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้เปิดการบรรยายสาธารณะ แต่ในเมื่อเป็นข้อเสนอของปรมาจารย์มู่ พวกเขาก็พร้อมจะอ่อนข้อในกฎเกณฑ์เรื่องนี้
อีกอย่าง ทีท่าของปรมาจารย์มู่ก็ดูจะยืนยันข้อสันนิษฐานในใจของทุกคน
ถ้าหลัวลั่วชิงไม่ใช่ทายาทของตระกูลนักปราชญ์ ทำไมปรมาจารย์มู่จะต้องออกตัวยื่นข้อเสนอแทนเธอ? ถ้าเธอเป็นศิษย์น้องธรรมดาคนหนึ่ง เขาก็น่าจะปล่อยให้เธอดิ้นรนแสวงหาหนทางในสถาบันด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องยุ่งยากขนาดนี้
ยิ่งกว่านั้น หลัวลั่วชิงยังมีสีหน้าเรียบเฉย ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไร ราวกับเป็นสิ่งที่เธอคาดไว้แล้วว่าจะต้องได้รับ
มีแต่ทายาทของตระกูลนักปราชญ์อันทรงพลังเท่านั้นที่จะกล้าแสดงทีท่าแบบนี้
“ปรมาจารย์มู่…” หลังจากสะสางภารกิจเกี่ยวกับหลัวลั่วชิงแล้ว เหล่าผู้อาวุโสก็แจ้งข่าวเรื่องเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นให้เขารับรู้
“ผมเองก็ยังไม่สบายใจเรื่องการเสนอชื่ออาจารย์ใหญ่คนใหม่ เพราะไม่ว่าผมจะเลือกใคร ก็ย่อมต้องมีเสียงต่อต้าน และนั่นจะส่งผลเสียไม่น้อยต่อระบบการจัดการของสถาบัน แต่ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้ว…”
ปรมาจารย์มู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “เอาอย่างนี้ดีไหม? ในบรรดาพวกคุณ 10 คน ใครที่ พบตัวอสูรตะวันไบแซนไทน์ ช่วยชีวิตเขาได้ และได้รับการยอมรับจากอสูรตัวนั้น ก็จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไป พวกคุณคงไม่มีข้อคัดค้านใช่ไหม?”
เพราะทั้ง 10 ผู้อาวุโสแบ่งการบริหารงานคนละโรงเรียน จึงย่อมมีการแข่งขันกันในทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่อย่างนั้น เก้าอี้ท่านอาจารย์ใหญ่คงไม่ว่างลงนานนับปีนับตั้งแต่อาจารย์ใหญ่คนก่อนหายตัวไป
ปรมาจารย์มู่เองก็ไม่สบายใจกับเรื่องนี้ตอนที่เขาถูกส่งตัวมายังสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนเพื่อเสนอชื่อผู้ที่ควรได้เป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไป แต่เรื่องนี้ดูจะเข้ามาในเวลาเหมาะเจาะ
เมื่อมีเกณฑ์การคัดเลือก ทุกคนย่อมมีโอกาสเท่าเทียมกันในการที่จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไป อีกอย่าง การช่วยชีวิตอสูรของท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อนก็จะเป็นโอกาสให้อาจารย์ใหญ่คนใหม่ได้สร้างทั้งชื่อเสียงและอำนาจ ทำให้ไม่มีใครกล้ากระด้างกระเดื่องกับเขา
“เอ่อ…เอาอย่างนั้นก็ได้!”
เหล่าผู้อาวุโสสบตากัน และหลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ทุกคนต่างก็พยักหน้า
แม้เรื่องนี้จะรับมือได้ยาก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ถือเป็นโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถของตัวเอง
หากหนึ่งในนั้นทำในสิ่งที่ไม่มีผู้อื่นทำได้ นั่นก็หมายความว่าผู้นั้นมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่คนใหม่ของสถาบันปรมาจารย์
และอีกอย่าง หากปล่อยให้สถานการณ์ไร้ผู้นำแบบนี้ดำเนินต่อไป ไม่ช้าสถาบันปรมาจารย์คงถึงกาลล่มสลายแน่
…..
ขณะที่เหล่าผู้อาวุโสกำลังต้อนรับปรมาจารย์มู่ จางเซวียนก็เดินเข้าไปถึงบริเวณใจกลางโซนหัวกะทิ
ด้วยความที่ผู้อาวุโสมั่วรีบร้อนไปหารือกับบรรดาผู้อาวุโสเรื่องเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เขาจึงต้องงมหาทางด้วยตัวเอง
“ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด น่าจะมีท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณขนาดใหญ่อยู่ใต้ผืนดิน ยิ่งเราเดินลึกเข้าไป ก็ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางของท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณมากขึ้น ทำให้ระดับพลังจิตวิญญาณโดยรอบหนาแน่นขึ้นไปด้วย!” จางเซวียนพึมพำกับตัวเองเมื่อรู้สึกได้ว่ากระแสพลังจิตวิญญาณรอบตัวเขา เข้มข้นและหนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เป็นไปได้ว่า บรรพบุรุษรุ่นก่อนๆของสถาบันได้ติดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณขนาดมหึมาไว้ในพื้นที่บริเวณนี้ และเมื่อเวลาล่วงเลยไปหลายปี มันก็เติบโตขึ้นจนกลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณขนาดใหญ่
แม้ที่พักแต่ละหลังจะตั้งอยู่ติดๆกัน แต่ทุกหลังก็แตกต่างกันอยู่ไม่น้อย หลังที่อยู่ลึกเข้าไปเท่าไหร่ก็ยิ่งใกล้กับแกนกลางของท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณมากขึ้นเท่านั้น หากใครได้พักในบริเวณที่อยู่ใกล้กับใจกลางท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณ ก็แน่นอนว่าระดับวรยุทธของเขาจะต้องพุ่งพรวดอย่างรวดเร็วสุดๆ
แต่ไม่ว่าบริเวณไหนจะมีพลังจิตวิญญาณเข้มข้นมากน้อยเท่าไรก็ไม่ได้สำคัญมากมายกับจางเซวียน เพราะส่วนใหญ่เขาฝึกฝนวรยุทธโดยซึมซับพลังจากหินวิเศษ ต่อให้พลังจิตวิญญาณโดยรอบจะเข้มข้นสักแค่ไหน ก็จะเข้มข้นไปกว่าพลังจิตวิญญาณจากหินวิเศษหรือ?
หลังจากที่ส้มหล่นได้แหวนเก็บสมบัติของหยู่เฉิงกับศิษย์พี่ฝงมาแล้ว เขาก็ไม่ขาดแคลนหินวิเศษอีกต่อไป การประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นต่อไปย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
พูดง่ายๆก็คือ ตำแหน่งของที่พักไม่มีผลอะไรกับเขา ทั้งหมดที่เขาต้องการก็คือที่พักที่สงบเงียบพอ สำหรับการฝึกฝนวรยุทธเป็นส่วนตัวเท่านั้น
หลังจากเดินไปอีกครู่หนึ่ง อาคารขนาดมหึมาก็ปรากฏตรงหน้า
นี่คือบริเวณที่ผู้อาวุโสมั่วบอกให้เขามารายงานตัว เพื่อจัดหาที่พักในโซนหัวกะทิ
จางเซวียนเดินช้าๆขึ้นบันไดหิน และเข้าตัวตึกไป
มีศิษย์พี่จำนวนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้บริเวณห้องรับแขก ดูเหมือนทุกคนกำลังหารือกันถึงปัญหาที่พวกเขาประสบในการฝึกฝนวรยุทธ
“สำหรับฝ่ามือประสานอุดรทิศ พลังปราณควรจะเริ่มไหลเวียนจากทางซ้ายและออกไปทางขวา ด้วยวิธีนี้ พลังปราณจะหมุนเวียนได้ทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เทคนิคสำแดงพลังได้สูงสุด!”
“ผมไม่คิดว่ามันจะง่ายอย่างที่คุณพูดมา ถ้าเทคนิคมีอยู่เท่านั้นล่ะก็ พวกเราคงเชี่ยวชาญไปนานแล้ว ความเข้าใจของเราน่าจะยังมีบางส่วนผิดพลาด…”
“ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งท่านอาจารย์ของผมเคยบอกว่าเทคนิคฝ่ามือนี้ควรเริ่มจากทิศใต้ และจบที่ทิศเหนือ ผมคิดว่าทิศทางเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน…”
ทั้งกลุ่มปรึกษาหารือกันด้วยใบหน้าขมวดมุ่น
ผู้ที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะได้เข้าศึกษาในสถาบันปรมาจารย์นั้นจะต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุดเป็นอย่างน้อย แม้จะระบุได้ยากว่าบรรดาศิษย์พี่ที่อยู่ตรงหน้าเขาอยู่ในเกรดไหน แต่ทุกคนก็มีรังสีที่ทรงพลังไม่เบา
หากอีกฝ่ายไม่ขับเคลื่อนหรือปลดปล่อยพลังออกมา ก็เป็นไปไม่ได้ที่จางเซวียนจะกะประมาณพละกำลังของพวกเขาได้โดยไม่ใช้ดวงตาหยั่งรู้ แต่แน่นอนว่าระดับวรยุทธของพวกนั้นน่าจะเหนือกว่าขั้นสะพานจักรวาลแล้ว
“ศิษย์พี่!” ระหว่างที่ทั้งกลุ่มหยุดการหารือ จางเซวียนก็ประสานมือคารวะและทักทายด้วยรอยยิ้ม
“คุณคือ..”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทั้งกลุ่มก็หันขวับมา แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ทุกคนต่างขมวดคิ้ว
พวกเขาเป็นนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ได้คะแนนต่ำที่สุดในปีนี้ ทางสถาบันจึงทำโทษด้วยการ มอบหมายงานที่ต้องใช้แรงงานให้ทำมากมาย
บริเวณที่พวกเขานั่งอยู่ในตอนนี้คือโซนหัวกะทิ ซึ่งนักเรียนที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะได้พักที่นี่ก็มีแต่อัจฉริยะชั้นยอดของแต่ละเกรดเท่านั้น ในเมื่อทางสถาบันอยากให้นักเรียนพวกนั้นใส่ใจและมีเวลา ฝึกฝนพัฒนาวรยุทธของตัวเองมากที่สุด ภารกิจเบ็ดเตล็ดประจำวันจึงต้องตกเป็นหน้าที่ของพวกเขาแทน
การได้เฝ้าดูการฝึกฝนของเหล่าอัจฉริยะ ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับอัจฉริยะเหล่านั้นด้วย ซึ่งสายสัมพันธ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ ทั้งกลุ่มจึงคุ้นหน้ากับผู้พักอาศัยทุกคนในโซนหัวกะทิ แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้ถือเป็นคนแปลกหน้า
“ผมเป็นนักเรียนใหม่ของสถาบัน ผู้อาวุโสมั่วสั่งการโดยตรงให้ผมมาพบพวกคุณเพื่อหาที่พักในบริเวณนี้ ต้องขอรบกวนพวกคุณด้วย” จางเซวียนหัวเราะเบาๆก่อนจะนำตราสัญลักษณ์ที่ผู้อาวุโสมั่วให้ไว้ออกมา
“ผู้อาวุโสมั่ว?” ทั้งกลุ่มชะงักและรีบลุกขึ้นยืน
ผู้อาวุโสมั่วเป็นหัวหน้าโรงเรียนนักฝึกอสูร อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์ แม้จะเป็นศิษย์พี่ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรไม่เข้าท่ากับนักเรียนใหม่ที่ผู้อาวุโสมั่วส่งมาที่นี่โดยตรง
หลังจากตรวจสอบตราสัญลักษณ์จนแน่ใจว่าเป็นของจริงแล้ว หนึ่งในศิษย์พี่เหล่านั้นก็ประสานมือและพูดว่า “ศิษย์น้อง ขอเวลาพวกเราหารือกันสักครู่ จากนั้นเราจะพาคุณไปเข้าที่พัก!”
แล้วทั้งกลุ่มก็กลับเข้าไปในห้อง
ความเข้มข้นของท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณทำให้ที่พักแต่ละหลังมีคุณภาพแตกต่างกัน หากพวกเขา นำสมาชิกใหม่ไปผิดที่ จะต้องประสบปัญหาแน่
ด้วยเหตุนี้จึงต้องปรึกษาหารือกันอย่างถ้วนถี่เสียก่อน
“ผู้อาวุโสมั่วถึงกับส่งเขามาด้วยตัวเอง แปลว่าศิษย์น้องคนนั้นต้องเป็นอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องมาก ดูเหมือนศิษย์น้องที่เคยพักอยู่ในบ้านพักหลังแรกในโซน D เพิ่งย้ายออกไปหลังจากเลื่อนชั้นขึ้นสู่เกรด 2 เราให้เขาพักที่นั่นก็ได้”
“บ้านพักหลังแรกในโซน D? ก็เข้าท่านะ!” ศิษย์พี่อีกคนหนึ่งพยักหน้า
โซนหัวกะทิแบ่งออกเป็นโซน A B C และ D ซึ่งเป็นที่พักของนักเรียนเกรด 4 3 2 และ 1 ตามลำดับ โดยทั่วไป นักเรียนเกรดสูงกว่าจะได้รับสิทธิให้พักอยู่ในบ้านพักที่ใกล้กับใจกลางท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณมากกว่า
แม้ศิษย์น้องคนนี้จะเป็นเด็กใหม่ แต่ด้วยความจริงที่ว่าผู้อาวุโสมั่วส่งเขามาที่นี่โดยตรง ก็แปลว่าความสามารถของเขาอยู่ในขั้นมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้พักอยู่ในบ้านพักหลังแรก
“แต่ว่า…การให้นักเรียนใหม่พักในบ้านพักหลังแรกจะดีหรือ?” แม้ส่วนหนึ่งจะเห็นด้วย แต่ก็มีบางส่วนคัดค้าน
“เธอพูดถูกนะ นักเรียนคนอื่นๆต่างหมายตาที่พักหลังแรกไว้ตั้งแต่มีข่าวว่าเฉิงเยว่ได้เลื่อนขึ้นเป็นนักเรียนเกรด 2 พวกนั้นต้องโมโหแน่ถ้ารู้ว่ามีนักเรียนใหม่มาแย่งที่พักไป!” ศิษย์พี่อีกคนหนึ่งเสริม
ระดับเกรดในสถาบันปรมาจารย์นั้นขึ้นอยู่กับระดับขั้นของความเป็นปรมาจารย์ ไม่ว่าจะใช้เวลาอยู่ในสถาบันนานแค่ไหน ทุกคนจะเริ่มต้นด้วยการเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด และเงื่อนไขของการได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนักเรียนเกรด 2 ก็คือต้องได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว
ส่วนการที่จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องสำเร็จวรยุทธขั้นสะพานจักรวาล แต่ระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณและความรอบรู้ก็จะต้องเข้าถึงระดับที่กำหนดไว้ด้วย และที่สำคัญกว่านั้นก็คือต้องมีอาชีพรองรับระดับ 5 ดาวอีก 5 อาชีพ
ด้วยเหตุนี้ จึงต้องใช้เวลาราว 10 ปีกว่าปรมาจารย์ทั่วไปสักคนหนึ่งจะได้เลื่อนขั้น!
ก็เพราะเหตุนี้ การประลองปรมาจารย์จึงถูกจัดขึ้นทุก 10 ปี ส่วนนอกเหนือจากนั้น แต่ละปีสถาบันปรมาจารย์จะรับนักเรียนจำนวนเพียงหยิบมือ ด้วยเหตุนี้ เย่เฉียนแห่งจักรวรรดิฮ่วนหยูจึงสามารถเข้าเรียนที่นี่ได้
แต่กฎเกณฑ์สำคัญก็คือ ตราบใดที่ยังไม่ได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ก็ยังไม่สามารถเลื่อนขั้นขึ้นเป็นนักเรียนเกรด 2
ที่พักหลังแรกในโซน D ถูกครอบครองโดยนักเรียนเกรด 1 ที่ชื่อเฉิงเยว่ตลอดมา และเขาก็เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวในปีนี้ ด้วยเหตุนี้ จึงได้ย้ายที่พักจากโซน D ไปเป็นที่พักอีกหลังหนึ่งในโซน C
แต่ทั้งนี้ ก็มีปรมาจารย์เกรด 1 อีกมากมายที่หมายตาที่พักหลังเดิมของเฉิงเยว่ไว้ หากพวกเขานำนักเรียนใหม่เข้าไปเสียบ จะต้องเกิดความขัดแย้งอย่างแน่นอน
“แต่ว่าเราจะทำอย่างไรได้ล่ะ? ผู้อาวุโสมั่วส่งเขามาโดยตรง ถึงอย่างไรพวกนั้นก็ต้องยอมรับ และอีกอย่าง นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาของพวกเรา แต่จะเป็นโอกาสให้เราได้เห็นว่านักเรียนใหม่ที่ผู้อาวุโสมั่วถึงกับมอบตราสัญลักษณ์ของเขาให้นั้นจะเก่งกาจแค่ไหน!” ศิษย์พี่คนหนึ่งพูดพร้อมกับหัวเราะหึๆ
“ก็จริง…” คนอื่นๆต่างพยักหน้า
หลังจากหารือเสร็จ ทั้งกลุ่มก็เดินกลับมาบอกจางเซวียน “พวกเราหาที่พักที่เหมาะสมให้คุณได้แล้ว เชิญทางนี้เลย!”
จากนั้นก็เดินนำหน้าไปยังโซน D โดยมีจางเซวียนตามไปติดๆ
ไม่ช้าก็มาถึงประตูทางเข้า
มองปราดเดียว จางเซวียนก็พยักหน้าอย่างพอใจ
ที่พักหลังนี้อยู่ใกล้กับใจกลางท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณมาก จึงมีกระแสพลังจิตวิญญาณเข้มข้น แถมสภาพแวดล้อมโดยรอบก็สงบเงียบ พูดอีกอย่างก็คือ หากเขาติดตั้งค่ายกลไว้รอบที่พัก ก็จะไม่มีใครล่วงรู้เลย ต่อให้เขาซ้อมอสูรตะวันไบแซนไทน์จนน่วมอยู่ในนั้นก็เถอะ
“ปรมาจารย์จาง นี่คือที่พักของคุณ และนี่กุญแจ!” ศิษย์พี่คนหนึ่งเปิดประตูก่อนจะยื่นกุญแจให้จางเซวียน
พวกเขาได้รู้ชื่อของชายหนุ่มระหว่างทางที่เดินมา จึงเปลี่ยนคำนำหน้าจากการเรียกว่าศิษย์น้องมาเป็นปรมาจารย์จาง
“ขอบคุณมาก!” จางเซวียนพยักหน้า
แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปในที่พัก ชายหนุ่มคนหนึ่ง ก็พรวดพราดเข้ามา ด้วยสีหน้า หงุดหงิด “หวงชิงกับจั๋วทง, พวกคุณทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ผมบอกคุณไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ว่าให้มอบกุญแจดอกนั้นให้ผม แต่คุณก็ปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วหมอนี่เป็นใคร?ทำไมถึงให้กุญแจกับเขา?”
“คุณเป็นนักเรียนเกรด 1 หรือเปล่า? ทำไมผมไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน?”
“เที่ยวเพ่นพ่านเข้ามาในที่พักบริเวณนี้ทันทีที่ได้เข้าเรียน คุณนึกว่าตัวเองเป็นเฉิงเยว่หรือไง?”
ชายหญิงอีกคู่หนึ่งที่สวมเสื้อคลุมปรมาจารย์ พร้อมกับตรา 4 ดาวกลัดติดบนหน้าอกเดินตามหลังชายหนุ่มเข้ามา ทันทีที่เห็นกุญแจในมือของจางเซวียน พวกเขาก็จ้องหน้าจางเซวียนอย่างไม่พอใจ
ทั้งสามคือนักเรียนที่อาศัยอยู่ในที่พักหลังที่ 2 3 และ 4 ในโซน D ซึ่งทุกคนต่างหมายตาที่พักหลังแรกมานานแล้ว
เพราะหากพวกเขาได้อาศัยอยู่ในที่พักหลังแรก ไม่เพียงแต่จะได้ใช้กระแสพลังจิตวิญญาณเข้มข้น แต่นั่นยังหมายความถึงสถานภาพของนักเรียนเกรด 1 ชั้นหัวกะทิ ซึ่งถือเป็นเกียรติใหญ่หลวง
ทั้งสามต่างคิดว่าเมื่อเฉิงเยว่ย้ายออกไป ที่พักหลังนี้จะต้องตกเป็นของใครคนหนึ่งในหมู่พวกเขา ใครจะคิดว่าหวงชิงกับพรรคพวกจะพาไอ้หนุ่มหน้าใหม่เข้ามา!
นี่มันนรกจกเปรตอะไร?
ต่อให้พวกนั้นมอบกุญแจให้คุณก็เถอะ แต่คุณก็กล้าเดินอาดๆเข้าไปโดยไม่เกรงอกเกรงใจอะไรเลยแบบนั้น…รู้หรือเปล่าว่ามันหมายความว่าอย่างไร?



