Skip to content

Library Of Heaven’s Path 735

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 735 ซ่อมแซมเส้นทางสถิติโลกจารึก

“มีอาจารย์น่าทึ่งขนาดนั้น..หรือว่าเขาจะทำลายสถิติได้จริงๆ?

C

ก่อนเรื่องนี้จะถูกเปิดเผย ทุกคนยังแคลงใจว่าจางเซวียนทำลายสถิติได้จริงหรือเปล่า แต่เมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีอาจารย์ผู้น่าทึ่งขนาดที่แม้แต่ประธานมั่วกับผู้อาวุโสมั่วยังยำเกรง ต่างคนก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะพูดความจริง

ปรมาจารย์ผู้เหนือกว่าระดับ 6 ดาวนั้นจัดเป็นบุคคลที่ล้ำลึกเกินกว่าพวกเขาจะหยั่งถึง

นี่คือเหตุผลที่เหตุใดเชื้อสายของตระกูลนักปราชญ์จึงมีความสามารถสูงส่งกว่าคนรุ่นเดียวกัน เพราะพวกเขาเหล่านั้นได้พบเจอกับสิ่งที่สูงส่งกว่าจินตนาการของคนทั่วไปมาตั้งแต่เกิด จึงเป็นสิ่งปูทางไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้เป็นอย่างดี

“ผมขอขอบคุณ!” เมื่อได้ยินว่าหยวนหงตอบตกลง จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก

แม้สิ่งนี้จะเป็นผลงานร่วมกันของช่างตีเหล็กและนักออกแบบสวรรค์สร้างระดับ 6 ดาว แต่เขาก็น่าจะซ่อมมันได้ ซึ่งหากทำสำเร็จ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยมหาศาล!

พูดง่ายๆก็คือ การไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยมากมายขนาดนั้นก็เหมือนกับการได้เงินมานั่นแหละ

มันช่วยไม่ได้ที่ตอนนี้เขาถังแตก ยังไม่อาจใช้เงินได้อย่างมือเติบตามใจ

จางเซวียนเดินเข้าไปหาเศษซากปรักหักพัง เขาสูดหายใจลึกก่อนจะทาบฝ่ามือลงบนซากเหล่านั้น

เมื่อตอนที่อยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพี เขาใช้เฉพาะดวงตาหยั่งรู้ จึงยังไม่ได้ประมวลหนังสือเกี่ยวกับห้องเปลวเพลิงปฐพีและเส้นทางสถิติโลกจารึกขึ้นมา

เพราะมีทั้งกลไกและค่ายกลที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็นการทำงานของสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่ เขาจึงจำเป็นต้องประมวลหนังสือออกมาเสียก่อนด้วยการทาบฝ่ามือลงไป

“ข้อบกพร่อง!” จางเซวียนพึมพำในใจ จากนั้นหัวสมองของเขาก็กระตุก และหนังสือเทียบฟ้าเล่มหนึ่งปรากฏขึ้น เขารีบพลิกดู

หลังจากพลิกดูไปได้ 2-3 หน้าจางเซวียนก็หรี่ตา

เหตุผลที่โครงสร้างของมันพังทลายก็เพราะพลังจิตวิญญาณที่ถูกรวบรวมไว้ในหัวใจเปลวเพลิงปฐพีถูกซึมซับไปจนหมด ทำให้ค่ายกลสูญเสียความสมดุล และเพราะค่ายกลคือแหล่งพลังงานหล่อเลี้ยงกลไกของเส้นทางสถิติโลกจารึก ลงท้ายทุกอย่างจึงพังทลาย

ถ้าจางเซวียนอยากแก้ปัญหา อันดับแรก เขาต้องหาหัวใจเปลวเพลิงปฐพีมาให้ได้อีก 4 ดวงเพื่อทดแทนส่วนที่เสื่อมสลายไป จากนั้นก็ต้องซ่อมแซมและปรับความสมดุลของค่ายกลเสียใหม่ ซึ่งนั่นจะทำให้กลไกของเส้นทางสถิติโลกจารึกทำงานได้ดังเดิมอีกครั้ง

ไอ้การซ่อมแซมและปรับความสมดุลของค่ายกลนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เกินความสามารถของเขา แต่เขา…จะไปหาหัวใจเปลวเพลิงปฐพีมาจากไหน?

นอกจากข้อเท็จจริงที่ว่าหัวใจเปลวเพลิงปฐพีเป็นของหายากมากในท้องตลาดแล้ว ด้วยสินทรัพย์ที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ต่อให้บังเอิญเจอเข้าสักดวง ก็ยังไม่มีปัญญาซื้ออยู่ดี

“ไม่มีทางที่เราจะซ่อมแซมมันได้เลย เว้นเสียแต่ว่า…เราจะต้องแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนที่ค่ายกลต้องใช้หัวใจเปลวเพลิงปฐพีเป็นตัวเร่งพลังงาน!” จางเซวียนคิดหนัก

หัวใจเปลวเพลิงปฐพีถูกบันทึกไว้เป็นข้อบกพร่องข้อหนึ่งในหนังสือเทียบฟ้า อันเนื่องมาจาก ปัญหาเรื่องความสอดคล้องกับค่ายกล ถ้าจางเซวียนหาวัตถุอื่นที่มีราคาถูกกว่าและให้ประสิทธิภาพดีกว่ามาได้ ก็น่าจะตัดปัญหาไปได้มาก

แต่ที่พูดมาก็ยังเป็นปัญหาอยู่นั่นแหละ เพราะเขาจะเอามันออกมาอย่างไร และสลับสับเปลี่ยนมันอย่างไร ซึ่งยังเป็นคำถามที่ตอบไม่ได้ เพราะความรู้ความเข้าใจของจางเซวียนในระบบของห้องเปลวเพลิงปฐพีนี้ยังห่างไกลนักกับการที่เขาจะหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสมได้สำเร็จ

สุดท้าย จางเซวียนก็หันไปพูดกับหยวนหง “ผู้อาวุโส ผมมีเรื่องหนึ่งอยากขอร้องคุณ…”

แม้เขาจะไม่รู้ตำแหน่งของชายชราตรงหน้า แต่การจะเรียกเขาว่าผู้อาวุโสก็ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดร้ายอะไร

“เรื่องอะไรล่ะ?” หยวนหงขมวดคิ้ว

“คืออย่างนี้…ผมได้ตรวจสอบเส้นทางสถิติโลกจารึกและพอเข้าใจถึงระบบการทำงานและความเสียหายบางอย่างของมันแล้ว แต่ยังมีบางเรื่องที่ผมยังไม่แน่ใจ ไม่ทราบว่าผมจะขอยืมหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้…เท่าที่มีอยู่ในโรงเรียนช่างตีเหล็กมาอ่านได้ไหม?”

ในเมื่อจางเซวียนยังขาดแคลนข้อมูล ก็มีวิธีเดียวที่เขาทำได้ – คือรวบรวมหนังสือให้ได้มากพอที่จะประมวลขึ้นเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้า

แม้จะเป็นการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในวินาทีสุดท้าย แต่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้

“คุณอยากอ่านหนังสือ?” หยวนหงชะงักไป

มาเริ่มอ่านเอาตอนนี้ ไม่คิดว่ามันสายไปสักหน่อยหรือ?

“คุณอยากได้หนังสือชนิดไหนล่ะ?” แม้หยวนหงออกจะกระอักกระอ่วนกับเจตนาของจางเซวียน แต่เขาก็ตัดสินใจถาม

“หนังสือเล่มไหนก็ตามที่เกี่ยวข้องกับห้องเปลวเพลิงปฐพีก็ใช้ได้หมด ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี…” จางเซวียนตอบ

ห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้นเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก กว่าจะทำความเข้าใจได้ถี่ถ้วนก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งตอนนี้จางเซวียนยังจับทางไม่ได้เลยสักนิดว่าเขาควรจะเริ่มต้นตรงไหน

หยวนหงเริ่มหน้าดำคร่ำเครียด แต่สุดท้าย หลังจากถอนหายใจเฮือก เขาก็หันไปสั่งการ “หลัวเหยียน, เอาหนังสือทุกเล่มที่เกี่ยวข้องกับห้องเปลวเพลิงปฐพีจากหอสมุดของเรามาที่นี่”

หากเป็นคนอื่น จะไม่มีทางได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้โดยเด็ดขาด แต่ในเมื่อชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขามีตราสัญลักษณ์ของผู้อาวุโสมั่วและดูเหมือนจะมีท่านอาจารย์ผู้เก่งกาจอยู่เบื้องหลัง ต่อให้หงุดหงิดแค่ไหนก็ต้องพยายามระงับอารมณ์ไว้

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาเองก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะซ่อมแซมห้องเปลวเพลิงปฐพีอย่างไร ในเมื่อมันพังพินาศวายป่วงเสียขนาดนั้น

“เขาอยากอ่านหนังสือ? แต่ทั้งค่ายกลและกลไกก็ซับซ้อนขนาดนั้น จะอ่านเข้าใจหรือ?”

“จริงด้วย ผมไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าบางทีเขาอาจจะอยากวิเคราะห์โครงสร้างภายในของมัน?”

“แต่ถึงอย่างไร พิมพ์เขียวของห้องเปลวเพลิงปฐพีก็ไม่ใช่ความลับอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่มีค่าก็คือหัวใจเปลวเพลิงปฐพีทั้ง 4 ดวงที่ใช้เป็นแกนกลางของค่ายกล ผมรู้มาว่าทางโรงเรียนช่างตีเหล็กต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อมันมา ตราบใดที่หัวใจเปลวเพลิงปฐพียังใช้การได้ การซ่อมแซมมันก็คงจะไม่ยากเกินไปหรอก”

…..

เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มต้องการอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับห้องเปลวเพลิงปฐพี ความสงสัยก็ปรากฏบนใบหน้าของทุกคน

แม้หนังสือพวกนั้นจะเต็มไปด้วยข้อมูลและความรู้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำความเข้าใจได้ทั้งหมดหากปราศจากคำชี้แนะของอาจารย์

อีกอย่าง ก็ยังไม่เคยมีใครที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้เพียงเพราะการปลีกวิเวกและเก็บตัวศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง

แต่หมอนี่ยืดอกและประกาศตัวอย่างมั่นใจว่าจะพยายามซ่อมแซมความเสียหาย ทุกคนจึงคิดว่าเขาคงพอมีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการตีเหล็กและการออกแบบกลไกอยู่บ้าง ใครจะคิดว่าเขาเพิ่งจะมาตั้งต้นศึกษาเล่าเรียนในนาทีสุดท้าย…

ถ้าทำกันได้แบบนี้จริงๆล่ะก็ ทุกคนคงกลายเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวกันไปหมดแล้ว! ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมรองหัวหน้าหยวนหงถึงกริ้วโกรธนัก

จางเซวียนไม่แยแสสายตาระแวงแคลงใจจากคนรอบข้าง เขานั่งรออย่างอดทน และไม่ช้า หลัวเหยียน ก็กลับเข้ามาในห้อง

หนังสือที่เกี่ยวข้องกับห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้นถูกจัดเรียงไว้ด้วยกัน การรวบรวมมันมาทั้งหมดในครั้งเดียวจึงไม่ใช่เรื่องยาก หลังจากให้ท่านอาจารย์ของเขาตรวจสอบแล้ว หลัวเหยียนก็สะบัดข้อมือ แล้วกองหนังสือเป็นตั้งราวหลายร้อยเล่มก็ปรากฏตรงหน้า

ในจำนวนหนังสือเหล่านี้ บางส่วนอธิบายถึงโครงสร้างของห้องเปลวเพลิงปฐพี บางส่วนอธิบายหน้าที่และการทำงานของมัน และยังมีบางส่วนที่เสนอแนะวิธีปรับปรุงแก้ไขเอาไว้ด้วย…แต่ทว่าข้อเสนอแนะส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้แต่ง ทำให้ตัดสินได้ยากว่าถูกหรือผิด

จางเซวียนเดินเข้าไปหากองหนังสือ เขาสูดหายใจลึกก่อนจะสัมผัสมันทุกเล่ม ราวกับกำลังพยายามค้นหาเล่มที่เหมาะๆ ไม่ช้าปลายนิ้วของเขาก็ไล้หนังสือจนครบทุกเล่ม แล้วเขาก็สุ่มหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง

สายตาของจางเซวียนจับจ้องอยู่ที่หนังสือ แต่สมาธิของเขาดำดิ่งอยู่ในหอสมุดเทียบฟ้า เพื่อประมวลเนื้อหาของหนังสือทั้งหมดที่เขาเพิ่งถ่ายโอนไป

วิ้ง!

ครู่ต่อมา หนังสือเล่มใหม่เอี่ยมก็ปรากฏตรงหน้าเขา จางเซวียนรีบพลิกอ่าน

“ยังมีข้อบกพร่องอีกตั้งเยอะ!” หลังจากดูแล้ว เขาก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ

ดูเหมือนหนังสือจำนวนหลายร้อยเล่มนี้จะยังไม่มากพอ ยังมีข้อบกพร่องมากเกินกว่าที่จะประมวลขึ้นเป็นเคล็ดวิชาอันสมบูรณ์แบบได้ เท่าที่มองผ่านๆก็มีถึง 52 ข้อแล้ว!

แต่ถึงอย่างไร เป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่เพื่อประมวลเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์ เพราะที่สำคัญกว่านั้นคือจางเซวียนต้องหาวัสดุที่นำมาใช้ทดแทนหัวใจเปลวเพลิงปฐพีได้อย่างเหมาะสม

หลังจากที่ดูอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าจางเซวียนก็พบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อบกพร่องของหัวใจเปลวเพลิงปฐพี

“หัวใจเปลวเพลิงปฐพีนั้นเข้ากันไม่ได้ดีกับค่ายกลในห้องเปลวเพลิงปฐพี ทำให้ก่อเกิดเป็นพลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ หากถูกแทนที่ด้วยเปลวเพลิงปฐพี ประสิทธิภาพของมันจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และจะไม่ต้องกังวลเรื่องการหมดสิ้นของพลังงานหล่อเลี้ยงอีกต่อไป เพราะสามารถซึมซับได้ง่ายจากผืนดิน แต่แน่นอนว่าเปลวเพลิงปฐพีนั้นควบคุมได้ยาก และความร้อนแผดเผาของมันก็ยังด้อยกว่าหัวใจเปลวเพลิงปฐพี…”

มีรายละเอียดยืดยาวระบุไว้ 1 หน้าเต็มๆ

แม้เปลวเพลิงปฐพีจะเป็นสิ่งทดแทนที่เหมาะสม แต่ตัวมันเองก็มีข้อบกพร่อง และการนำมาสับเปลี่ยนกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างแรกและสำคัญที่สุดก็คือ เปลวเพลิงปฐพีมีความร้อนแผดเผาที่เบาบางกว่า ผลของมันจึงไม่ได้เทียบเท่ากับหัวใจเปลวเพลิงปฐพี และในเมื่อวัตถุประสงค์ของห้องเปลวเพลิงปฐพีก็เพื่อทดสอบความทนทานต่อความร้อนของร่างกายมนุษย์ การลดอุณหภูมิของมันลงจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม

ถ้าจางเซวียนอยากใช้เปลวเพลิงปฐพีเป็นตัวหล่อเลี้ยงพลังงาน เขาก็จะต้องหาวิธีอะไรสักอย่างเพื่อเพิ่มระดับความร้อนของมัน ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ-ค่ายกลเสริมกำลัง

หนังสือเล่มหนึ่งได้ระบุถึงประโยชน์ของค่ายกลเสริมกำลังระดับ 5 ดาวเอาไว้ว่าสามารถเพิ่มระดับความร้อนในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ ซึ่งด้วยความสามารถของจางเซวียนในตอนนี้ก็เกินไปกว่า การติดตั้งค่ายกลระดับ 5 ดาวแล้วด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีปัญหาใหญ่ เพราะการจะติดตั้งค่ายกลเสริมกำลังระดับ 5 ดาวในห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้น เขาจะต้องป้องกันไม่ให้อิทธิพลของค่ายกลเดิมเข้ามาก้าวก่าย เพราะหาก 2 ค่ายกลมาเจอกัน ก็มีโอกาสที่จะปะทะกันได้ง่าย ซึ่งอาจลุกลามไปเป็นการเกิดระเบิด

เพราะฉะนั้น จึงพูดได้ว่าการใช้เปลวเพลิงปฐพีเป็นตัวหล่อเลี้ยงพลังงานแทนการใช้หัวใจเปลวเพลิงปฐพีนั้นเป็นไปได้แค่ในทางทฤษฎี

เพราะการจะควบคุมค่ายกลทั้ง 2 อันให้อยู่ในสภาวะเสถียรนั้น จะต้องหาจุดสมดุลและสร้างพลังที่สมดุลให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งแม้แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลผู้เก่งกาจที่สุดของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนยังไม่มีความสามารถพอจะทำแบบนั้นเลย นับประสาอะไรกับคนอื่น

นี่คือเหตุผลที่ผู้ก่อตั้งห้องเปลวเพลิงปฐพีตัดสินใจยอมลงทุนนำเอาหัวใจเปลวเพลิงปฐพีมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยง

แต่แม้การหาจุดสมดุลจะเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับคนอื่น มันกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับจางเซวียนเลย

ก็แค่หาจุดสมดุลไม่ใช่หรือ?

สำหรับความสามารถในแบบของผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล เรื่องนี้ถือเป็นความถนัดสูงสุดของจางเซวียนด้วยซ้ำ…

สกัดและเข้าทำลายค่ายกล, ท้าทายทะเลแห่งค่ายกล, สยบทะเลสาบหมดจด…ก็เป็นเพราะความสามารถในการหาจุดสมดุลของเขานี่แหละที่ทำให้เขาปฏิบัติภารกิจเหล่านี้ได้สำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง!

“เอาเถอะ…ถึงเราจะยังไม่เข้าใจกลไกของห้องเปลวเพลิงปฐพีอย่างถ่องแท้ และการจะหาจุดสมดุลก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพื่อหินวิเศษ 10 ก้อน ถึงอย่างไรก็ต้องพยายาม!” จางเซวียนพยักหน้า

นอกจากประเด็นเรื่องความเสถียรแล้ว ยังมีอีกหลายปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไข อย่างแรก, เปลวเพลิงปฐพีนั้นมีความเข้มข้นน้อยกว่าหัวใจเปลวเพลิงปฐพีมาก และนั่นอาจส่งผลเป็นความร้อนที่ไม่แผดเผาและไม่เสถียรพอเมื่อถูกส่งเข้าไปในห้องเปลวเพลิงปฐพี

การที่จางเซวียนมีข้อมูลไม่มากพอจะสร้างค่ายกลอันสมบูรณ์แบบขึ้นเพื่อแก้ปัญหา ก็ถือเป็นปัญหาหนึ่งอยู่แล้ว แต่ประเด็นหลักตอนนี้ก็คือ เขาจะสลับเอาเปลวเพลิงปฐพีเข้าไปและนำเอาหัวใจเปลวเพลิงปฐพีออกมาได้อย่างไรโดยที่ยังสามารถรักษาความเสถียรของค่ายกลได้อยู่ ซึ่งหากแก้ปัญหานี้ได้ ปัญหาที่เหลือก็จะค่อยๆคลี่คลาย

“เอาล่ะ ต้องจัดการเรื่องเปลวเพลิงปฐพีก่อน!”

หลังจากคิดสะระตะอยู่ชั่วครู่ จางเซวียนก็สรุปได้ว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถของเขา ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ ไม่ทราบว่ามีเส้นทางที่เชื่อมโยงห้องเปลวเพลิงปฐพีโดยตรงกับเปลวเพลิงปฐพีที่อยู่ใต้ดินหรือไม่?”

“เปลวเพลิงปฐพี? ก็พอทำได้นะ” หยวนหงพยักหน้า “มีอยู่บ่อยครั้งที่พวกเราช่างตีเหล็กต้องการ ความร้อนสูงจากพื้นโลกเพื่อนำมาหลอมและขึ้นรูปโลหะ ดังนั้น เราจึงสร้างแหล่งเชื่อมโยงโดยตรงเอาไว้ในโรงเรียนช่างตีเหล็กของเรา”

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่บางครั้งนักเรียนของโรงเรียนช่างตีเหล็กจะต้องรับมือกับสินแร่ที่หลอมละลายได้ยาก ซึ่งถ่านหินธรรมดาไม่สามารถให้ความร้อนที่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้ จึงมีค่ายกลขนาดใหญ่ติดตั้งไว้ภายในโรงเรียนช่างตีเหล็กเพื่ออนุญาตให้นักเรียนลงไปหาเปลวเพลิงปฐพีที่อยู่เบื้องล่างได้โดยตรง

“เยี่ยมเลย!” จางเซวียนตาโต “ผมอยากขอยืมใช้สักหน่อย ไม่ทราบว่าจะขอรบกวนให้ผู้อาวุโส ช่วยเชื่อมต่อแหล่งเปลวเพลิงใต้ปฐพีเข้ากับค่ายกลที่อยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้หรือไม่?”

“คุณตั้งใจจะใช้เปลวเพลิงปฐพีเป็นตัวหล่อเลี้ยงพลังงานแทนหัวใจเปลวเพลิงปฐพีหรือ?” หยวนหงขมวดคิ้ว

“ใช่แล้ว ผมพบว่ามันเป็นวิธีแก้ไขที่เหมาะสม อย่าห่วงเลย เรื่องนี้ผมแน่ใจ!” จางเซวียนยิ้มอย่างเชื่อมั่น

“ก็ได้!” เมื่อเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของเขา หยวนหงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจัดการตามนั้น

แม้เปลวเพลิงปฐพีจะอันตรายมาก แต่เขาก็เคยรับมือกับมันมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้วในระหว่างการหลอมอาวุธ ดังนั้น การควบคุมมันจึงไม่ใช่เรื่องยาก แม้สถานการณ์บางอย่างจะผิดพลาดไปบ้าง เขาก็ยังรับมือไหว เรื่องนี้จึงไม่เป็นอันตราย

แถมเจ้าหนุ่มคนนี้ก็ยังประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร

ถ้าสำเร็จล่ะก็ ชายหนุ่มคนนี้จะเป็นผู้ทำในสิ่งที่บรรพบุรุษมากมายต่างล้มเหลว ซึ่งพูดง่ายๆก็คือ…เขาได้ทำลายสถิติอย่างแท้จริง!

หยวนหงเดินออกจากห้องและกลับมาพร้อมกับแผ่นค่ายกลโลหะในมือ หลังจากตรวจสอบตำแหน่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็วางแผนค่ายกลลงบนพื้นและถ่ายทอดกระแสพลังปราณเข้าไป

วิ้ง!

แผ่นค่ายกลนั้นเริ่มเรืองแสงและแผ่ความร้อนออกมาโดยรอบ ไม่ช้าเปลวไฟก็พวยพุ่งออกมาจากพื้นดินราวกับมังกรเพลิง ดูเหมือนจะหลอมละลายทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบ

แต่แน่นอนว่ามังกรเพลิงนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมอันชำนิชำนาญของหยวนหง

“ขอบคุณมาก!” จางเซวียนยิ้ม

อุณหภูมิของเปลวเพลิงปฐพีจัดว่าด้อยกว่าหัวใจเปลวเพลิงปฐพีจริงๆ ดูเหมือนหนังสือจะกล่าวไว้ถูกต้อง เขาจำเป็นต้องใช้ค่ายกลเสริมกำลังเพื่อเพิ่มระดับความร้อนให้มัน หากคิดจะบูรณะห้องเปลวเพลิงปฐพีให้กลับสู่สภาพเดิม

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!