Skip to content

Library Of Heaven’s Path 742

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 742 เข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็ก

“คุณยังไม่ได้เป็นช่างตีเหล็กด้วยซ้ำ?” หยวนหงถึงกับเซด้วยความตกตะลึง เขาเกือบกระอักเลือดใส่หน้าอีกฝ่าย

C

เหล่าปรมาจารย์ที่อยู่โดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่างก็กลอกตาอย่างประหลาดใจ

‘คุณยังไม่ได้เป็นช่างตีเหล็ก แต่คุณมาที่นี่เพื่อเข้ารับการทดสอบระดับ 5 ดาว? ยังกล้าพูดอีกหรือว่าไม่ได้มาสร้างปัญหา?’

วิชาชีพช่างตีเหล็กเป็นหนึ่งในเก้าสถานะระดับบน หนึ่งในอาชีพที่ทรงเกียรติที่สุดของทวีป ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนทุ่มเทเวลาเนิ่นนานหลายปีหรือแม้แต่ชั่วชีวิตเพื่อขัดเกลาทักษะของตัวเอง ถึงกับไม่ยอมกินไม่ยอมนอน เพียงเพื่อจะให้ได้การยอมรับเข้าสู่องค์กรอันทรงเกียรติแห่งนี้

แม้แต่ช่างตีเหล็กผู้เก่งกาจที่สุดก็ยังต้องฝึกฝนเป็น 10 ปีกว่าจะเข้ารับการทดสอบระดับ 5 ดาวได้ ส่วนคนที่ไม่ปราดเปรื่องเท่าไรนักอาจต้องใช้เวลาถึง 50 ปีเลยทีเดียว!

แต่แล้ว เจ้าหนุ่มอายุ 20 ปีคนหนึ่งซึ่งยังไม่ได้เป็นแม้กระทั่งช่างตีเหล็กระดับ 1 ดาว…คิดจะเข้ารับการทดสอบระดับ 5 ดาวหรือ?

‘คุณคิดว่าอาชีพช่างตีเหล็กเป็นอาชีพที่เชี่ยวชาญกันได้ในชั่วพริบตาหรืออย่างไร?’

‘จะประมาทกันเกินไปแล้ว!’

“เอ่อ…ผมใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องการตีเหล็กด้วยตัวเอง แต่ยังไม่มีเวลามากพอจะเข้ารับการทดสอบ…” เมื่อเห็นสายตาอึ้งเซ่อของทุกคนที่จับจ้องมา จางเซวียนนึกได้และรีบอธิบาย “ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ทำไมเราไม่เริ่มจากการทดสอบระดับ 1 ดาวล่ะ? ที่นี่จัดการทดสอบระดับ 1 ดาวได้เลยหรือเปล่า? หรือผมต้องผ่านการทดสอบเป็นผู้ช่วยก่อน?”

แม้ความสามารถเรื่องการตีเหล็กของจางเซวียนในตอนนี้จะเหนือกว่าแม้กระทั่งหวูหยางจื่อ แต่เขาก็ไม่เคยเข้ารับการทดสอบการตีเหล็กมาก่อน ในแง่ของตำแหน่งนั้น เขาเป็นเพียงช่างตีเหล็กธรรมดาคนหนึ่ง มีสถานภาพต่ำกว่าผู้ช่วยเสียด้วยซ้ำ

“ผู้ช่วย…” ได้ยินคำนั้น หยวนหงอ้าปากค้างและกุมขมับอย่างท้อแท้

ถ้าเขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้กับตา จะไม่มีวันเชื่อเป็นอันขาด

ไม่น่าเชื่อว่าบุคคลผู้ยังไม่ได้เป็นแม้กระทั่งผู้ช่วยจะกล้าเข้ามาที่โรงเรียนช่างตีเหล็กและประกาศว่าจะเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว แถมยังสร้างความปั่นป่วนขนานใหญ่ขึ้นในโรงเรียน…ทำลายเส้นทางสถิติโลกจารึกกับตึกอีกกว่าครึ่ง…

และที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้น…แม้จะมีทั้งหมดที่ว่ามา แต่ 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์, จ้าวปิงฉู, ก็ยังสนใจอยากรับเขาเป็นศิษย์สายตรง!

ทั้งหมดนี้เขาเห็นมากับตา ไม่อย่างนั้นจะไม่มีทางเชื่อเลยว่าเป็นเรื่องจริง

“คุณไม่จำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบเป็นผู้ช่วยหรอก สอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 1 ดาวได้เลย…ระหว่างนี้ ผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวให้ได้ก่อน ส่วนระดับ 5 ดาว…ค่อยว่ากันทีหลัง!” หยวนหงข่มความละเหี่ยใจไว้และหันไปถามเหล่าปรมาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “มีใครสักคนในหมู่พวกคุณที่มีตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยไหม?”

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดของโรงเรียนช่างตีเหล็ก แม้แต่ลูกศิษย์ที่มีวรยุทธอ่อนด้อยที่สุดของเขาก็ยังเป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว จึงไม่มีใครมีตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยช่างตีเหล็กอยู่กับตัว

“ตราสัญลักษณ์ผู้ช่วย?”

“ในโรงเรียนช่างตีเหล็กแห่งนี้น่ะ มีใครที่จะยังมีตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยอยู่อีกหรือ?”

…..

ฝูงชนต่างส่ายหน้า

คนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว และแม้แต่ผู้ที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเป็นระดับ 4 ดาว ด้วยเหตุนี้ การจะหาตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยให้ได้ทันทีจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย

“เอ่อ…” หยวนหงมองไปรอบๆอย่างกระวนกระวาย

นรกจกเปรตอะไรวะนี่!

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันที่ช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดอย่างเขาต้องเที่ยวตามหาตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยช่างตีเหล็ก แถมยังหาไม่ได้สักอัน…

“รองหัวหน้าหยวน ฉันได้มาอันหนึ่งแล้ว!”

ในตอนนั้นเอง เสียงนุ่มๆก็ดังขึ้น จางเซวียนหันไปและเห็นหลี่ชวน, พนักงานต้อนรับสาวผู้พาเขาไปชมโดยรอบ เธอกลับเข้ามาและมอบตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยของเธอให้

แม้เธอจะทำงานที่โรงเรียนช่างตีเหล็ก แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับการฝึกฝนวรยุทธหรือวิชาชีพของตัวเองมากนัก สุดท้าย เธอจึงยังคงเป็นผู้ช่วยช่างตีเหล็กอยู่

“เยี่ยมเลย…” หยวนหงถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อได้ตราสัญลักษณ์มา เขาสลักชื่อของจางเซวียนลงไปบนนั้นก่อนจะยื่นให้อีกฝ่าย

“จางเซวียน นี่จะเป็นตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยช่างตีเหล็กของคุณ สิ่งนี้จะทำให้คุณเปิดใช้งานมหานทีแห่งศาสตราวุธและเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 1 ดาวได้”

“ขอบคุณมาก!” จางเซวียนพยักหน้าขณะรับตราสัญลักษณ์มา

เขาเดินไปและหยุดอยู่หน้าแท่นหิน แต่ขณะที่กำลังจะวางตราสัญลักษณ์และบัตรคะแนนวิชาการลงไป ก็พลันนึกบางอย่างได้ จึงหันกลับมาถาม “ถ้าผมผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวแล้ว จะต้องใช้คะแนนวิชาการเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่าหากจะเข้ารับการทดสอบระดับ 2 ดาวต่อไป?”

“ตราบใดที่คุณยังอยู่ในมหานทีแห่งศาสตราวุธ คุณไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนวิชาการเพิ่มแล้ว แต่หากออกจากประตูมาเมื่อไหร่ การจะเข้าไปอีกครั้งจะต้องใช้คะแนนวิชาการอีก” หยวนหงตอบ

ด้วยคะแนนวิชาการ 2 คะแนน คนๆหนึ่งสามารถเปิดใช้งานมหานทีแห่งศาสตราวุธได้เพียงครั้งเดียว ตราบใดที่มันยังถูกเปิดใช้งานอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนวิชาการเพิ่มสำหรับการทดสอบในขั้นตอนต่อไป

พูดง่ายๆก็เหมือนกับการซื้อตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หากจ่ายค่าผ่านประตูแล้วก็สามารถอยู่ภายในได้จนกว่าจะถึงเวลาปิดทำการ แต่หากออกมาแล้วและต้องการจะเข้าไปใหม่อีกครั้ง ก็จำเป็นจะต้องซื้อตั๋วอีกรอบหนึ่ง

เมื่อรู้ว่าหากออกจากมหานทีแห่งศาสตราวุธและกลับเข้าไปอีกครั้งหนึ่งจะต้องใช้คะแนนวิชาการเพิ่ม จางเซวียนก็ถามขึ้นอย่างกังวลใจ “ผมจะไม่ต้องใช้คะแนนวิชาการเพิ่มขึ้นอีกตราบใดที่ผมยังอยู่ข้างในใช่ไหม?ถ้าอย่างนั้น…หากผมผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวแล้ว จะต่อระดับ 2 ดาวเลยได้หรือเปล่า?”

คะแนนวิชาการ 2 คะแนนที่เขาเพิ่งได้มานั้นไม่ใช่ได้มาง่ายๆ หากการเลื่อนระดับในแต่ละขั้นจะต้องใช้เพิ่มทีละ 2 คะแนน ก็จะถือเป็นเรื่องยากลำบากไม่น้อย

แม้ผู้อาวุโสที่อยู่ตรงหน้าเขาจะยินดีให้ยืม เขาก็ยังรู้สึกผิดที่นำคะแนนวิชาการของคนอื่นมาใช้อยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อรู้แล้วว่ามันมีค่ามากขนาดไหน!

อีกอย่าง หากเขายอมรับความช่วยเหลือจากใครๆโดยไม่ได้มอบสิ่งที่มีมูลค่าทัดเทียมกันให้เป็นการตอบแทน ก็จะถือเป็นการติดหนี้บุญคุณกับอีกฝ่าย

เหตุผลที่จางเซวียนไม่เต็มใจจะรับความช่วยเหลือจากใครฟรีๆ ก็เพราะนัยยะมากมายที่ซ่อนอยู่ในการเป็นหนี้บุญคุณนั้น หากเป็นไปได้ เขาจึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยง

“แน่นอนว่าคุณทำได้ แต่มหานทีแห่งศาสตราวุธจะเปิดใช้งานได้เพียงครั้งละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะหลอมอาวุธได้สำเร็จหรือไม่ ก็จะต้องออกจากการทดสอบทันทีที่หมดเวลา…ผมไม่คิดว่าคุณจะมีเวลาเหลือพอสำหรับการทดสอบขั้นต่อไปหรอก หลังจากที่ผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวแล้ว!” หยวนหงอธิบาย

เหตุผลของการก่อตั้งมหานทีแห่งศาสตราวุธก็เพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียนผู้เข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กให้ได้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ หากปล่อยให้นักเรียนอยู่ในนั้นได้ตามสบายหลังจากจ่ายคะแนนวิชาการให้เพียง 2 คะแนน จะไม่ถือเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ดั้งเดิมหรือ?

ดังนั้น ระยะเวลา 4 ชั่วโมงจึงเป็นระบบที่รู้กันโดยทั่วไปว่า ไม่ว่ากระบวนการหลอมอาวุธในการทดสอบของผู้นั้นจะเป็นอย่างไร จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เมื่อหมดเวลาก็จะต้องออกมาจากที่นั่นทันที

แต่หากผู้เข้าทดสอบคนไหนรู้สึกว่าระยะเวลา 4 ชั่วโมงนั้นน้อยเกินไปสำหรับเขาที่จะผ่านการทดสอบ ก็สามารถจ่ายคะแนนวิชาการเพิ่มเพื่อยืดเวลาได้ ซึ่งในกรณีนี้ คะแนนวิชาการ 1 คะแนนมีค่าเท่ากับเวลาที่เพิ่มขึ้นอีก 2 ชั่วโมง

ผู้ที่ผ่านการทดสอบก็จะได้รับตราสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จจากมหานทีแห่งศาสตราวุธ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะต้องกลับออกมามือเปล่า

ในเมื่อจางเซวียนมีคะแนนวิชาการ 2 คะแนน เขาจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในมหานทีแห่งศาสตราวุธได้ 4 ชั่วโมง แต่กระบวนการหลอมอาวุธเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลายาวนาน…4 ชั่วโมงน่าจะเพียงพอต่อการหลอมอาวุธเพื่อผ่านการทดสอบระดับ 1 ดาวเท่านั้น ส่วนการจะเข้ารับการทดสอบระดับ 2 ดาวต่อเนื่องกันไปภายในเวลาเพียงเท่านั้นดูจะเป็นไปไม่ได้

อีกอย่าง การตีเหล็กเป็นกระบวนการที่ใช้แรงงานและสิ้นเปลืองพลังปราณมาก ด้วยระดับวรยุทธของจางเซวียนในตอนนี้ ลำพังแค่หลอมอาวุธชิ้นเดียวก็กินพลังปราณของเขาไปเกินครึ่งแล้ว ดังนั้น ต่อให้มีเวลามากพอ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จางเซวียนจะหลอมอาวุธ 2 ชิ้นติดต่อกันได้สำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ รองหัวหน้าหยวนจึงไม่คิดว่าสิ่งที่จางเซวียนคิดจะเป็นไปได้

แม้แต่ตัวเขาซึ่งเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด ก็ยังหลอมอาวุธได้เพียง 3 ชิ้นเท่านั้นภายในเวลา 4 ชั่วโมง หากจะมากกว่านั้นก็ถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ไม่เหมือนกับการหลอมยาเม็ด การหลอมอาวุธทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเกรดใดก็ตาม ก็ต้องการการตี การขึ้นรูป และการขัดเกลาอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อให้ได้อาวุธที่สวยงามหมดจด

“4 ชั่วโมงหรือ? ได้เลย” เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองมีเวลาประมาณไหน จางเซวียนพยักหน้า

หลังจากเข้าใจกระบวนการทุกอย่างแล้ว เขาก็วางตราสัญลักษณ์ผู้ช่วยและบัตรคะแนนวิชาการลงไปบนแท่นหิน จากนั้นก็มีแสงเรืองออกมา และประตูมหานทีแห่งศาสตราวุธก็เปิดออก

จางเซวียนเดินเข้าไปโดยไม่รีรอ

มหานทีแห่งศาสตราวุธเป็นกลไกบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับเส้นทางสถิติโลกจารึก ห้องที่จางเซวียนก้าวเข้าไปนั้นมืดสนิท และด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างภายใต้ฝ่าเท้าของเขา เขาถูกนำตัวไปยังห้องโถงห้องหนึ่ง

สิ่งที่อยู่ภายในห้องโถงนั้นคือสินแร่และโลหะทุกชนิด ทั้งยังมีหม้อหลอมและเตาเผาขนาดใหญ่อยู่ด้านข้าง

“พวกนี้คงเป็น…ภาพลวงตา?” จางเซวียนอดพึมพำอย่างยำเกรงไม่ได้ หลังจากมองปราดเดียว เขาก็รู้ว่าทุกอย่างที่ปรากฏในห้องล้วนแต่มีรายละเอียดที่สมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ จนแทบจะแยกไม่ออก ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม

ก่อนหน้านี้ หลี่ชวนผู้เป็นพนักงานต้อนรับได้บอกเขาไว้แล้วว่ามหานทีแห่งศาสตราวุธใช้ค่ายกลภาพลวงตาเพื่อสร้างสถานการณ์เสมือนจริงในการตีเหล็ก และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าจางเซวียนในตอนนี้ ทุกสิ่งรอบตัวเขาล้วนเป็นของปลอม ไม่ว่ามันจะดูสมจริงแค่ไหนก็ตาม

หลังจากมองดูรอบๆ จางเซวียนก็เห็นหนังสือตั้งหนึ่งอยู่บนโต๊ะตรงหน้า เขาเดินเข้าไปและพลิกดูผ่านๆ สิ่งที่บันทึกไว้ในนั้นคือขั้นตอนการหลอมอาวุธนานาชนิด

ผู้เข้าทดสอบสามารถพลิกดูหนังสือเล่มไหนก็ได้หากต้องการ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับการทดสอบ ตราบใดที่อาวุธที่พวกเขาหลอมออกมาได้นั้นมีคุณภาพถึงเกณฑ์ ก็สามารถผ่านการทดสอบได้

“เรามีเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ต้องรีบหน่อยแล้ว จะได้ผ่านการทดสอบระดับ 5 ดาว…”

รู้ดีว่าการได้คะแนนวิชาการมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จางเซวียนจึงไม่พอใจที่จะหยุดอยู่แค่การทดสอบระดับ 1 ดาว คงจะดีที่สุดหากเขาสามารถผ่านการทดสอบถึงระดับ 5 ดาวได้ในรวดเดียวเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับมาอีก

‘เพราะฉะนั้น…เราควรหลอมอาวุธที่ง่ายที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อประหยัดเวลา!’

มีความยากและความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างการหลอมลิ่มโลหะให้กลายเป็นดาบหรือกลายเป็นค้อน และเวลาที่ใช้ในการหลอมทั้งสองสิ่งก็แตกต่างกันด้วย

‘ไม่เหมือนกับการหลอมยาที่ส่วนประกอบทุกอย่างจะต้องถูกตระเตรียมอย่างถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อให้หลอมยาเม็ดออกมาได้สมบูรณ์แบบที่สุด ในการตีเหล็ก เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ในเมื่อเกณฑ์ของการสอบผ่านคือเกรดของอาวุธ ความสมบูรณ์แบบจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่…’

เกรดของอาวุธนั้นถูกตัดสินด้วยปัจจัยจำนวนหนึ่ง อย่างเช่นความแข็งแกร่งทนทาน ความยืดหยุ่น ความคม ความสามารถในการถ่ายทอดพลังปราณ และอื่นๆ

ส่วนสุนทรียะและความงดงามของอาวุธนั้นมีความสำคัญเป็นรอง

แม้การใช้ความพยายามหลอมอาวุธให้ได้รูปร่างและขนาดที่สมบูรณ์แบบที่สุดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธชิ้นนั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการทดสอบเป็นช่างตีเหล็ก

ซึ่งในเมื่อเป็นอย่างนั้น…จางเซวียนก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้อะไรที่สมบูรณ์แบบ

เพราะตราบใดที่เขาผสมวัสดุตามสัดส่วนที่ถูกต้อง พร้อมกับใช้กระบวนการขึ้นรูปและหล่อเย็นที่เหมาะสม ก็สามารถรังสรรค์อาวุธที่มีประสิทธิภาพน่าพอใจได้

หลังจากพลิกดูหนังสือผ่านๆ จางเซวียนก็ขมวดคิ้ว

“คงจะใช้เวลานานเกินไป หากจะตีลิ่มโลหะให้ขึ้นรูปตามแบบในหนังสือพวกนี้…”

ความยากไม่ได้มีเหตุผลเพียงเพราะจางเซวียนขาดทักษะและการฝึกฝน ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาไม่มีเวลาด้วย หากจางเซวียนทำตามขั้นตอนการตีเหล็กที่ระบุไว้ในหนังสือ ก็ไม่มีทางที่เขาจะหลอมอาวุธได้สำเร็จสักชิ้นภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง

ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น เขาก็มีเวลาไม่พอแม้แต่จะผ่านการทดสอบระดับ 2 ดาวด้วยซ้ำ!

“ช่างมันเถอะ เราเริ่มเลยดีกว่า!”

จางเซวียนไม่แยแสหนังสือพวกนั้นอีก เขารีบสำรวจสินแร่ทั้ง 8 ชนิดและโลหะชนิดต่างๆที่อยู่บนโต๊ะ ขณะที่ผสมผสานมันเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว

ด้วยการศึกษาศิลปะการตีเหล็กเทียบฟ้า ความรู้ความเข้าใจในการตีเหล็กของเขาจึงเหนือกว่าช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดเสียอีก แม้สินแร่และโลหะที่อยู่ตรงหน้าเขาจะเป็นวัสดุคุณภาพต่ำที่เหมาะสมกับการหลอมอาวุธระดับล่างเท่านั้น แต่ตราบใดที่จางเซวียนดึงความแข็งแกร่งของมันออกมาได้เต็มกำลัง ก็สามารถหลอมอาวุธที่น่าพอใจได้

“เอาล่ะ แบบนี้น่าจะใช้ได้!” จางเซวียนพึมพำขณะยิ้มอย่างมั่นใจ

ด้วยการสะบัดข้อมือหนึ่งครั้ง สินแร่และโลหะทั้ง 8 ชนิดก็ลอยขึ้นจากโต๊ะและพุ่งลงไปในเตาหลอม

ซรืดดดดดดด!

ขณะที่จางเซวียนกำลังถ่ายทอดพลังปราณของเขาเข้าสู่เตาหลอมโลหะ มันก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทั้งสินแร่และโลหะหลอมละลายอย่างรวดเร็ว และเริ่มไหลไปตามด้านข้าง

“สังเคราะห์!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!