Skip to content

Library Of Heaven’s Path 756

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 756 ของผมทั้งนั้น!

“นี่คือปฏิกิริยาของสิ่งประดิษฐ์และทรัพย์สมบัติที่ยอมรับนักรบผู้หนึ่งเป็นเจ้านายของมัน!”

C

“ลงท้าย ของทุกชิ้นก็เป็นของเขาอย่างนั้นหรือ? ไม่แปลกใจเลยที่เขารู้จักพวกมันเป็นอย่างดี”

“เขาเป็นเจ้าของตัวจริงของห้างสารพันจิตวิญญาณหรือเปล่า? นี่เป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดของที่นี่เลยนะ ถ้าทุกอย่างตกเป็นของเขาล่ะก็ นั่นหมายความว่าทางห้างแทบจะหมดเนื้อหมดตัวเลยทีเดียว!”

เห็นทรัพย์สมบัติลอยละล่องมาจากที่ตั้งของมัน ทุกคนถึงกับผงะ

ทรัพย์สมบัติและสิ่งประดิษฐ์ทุกชิ้นที่ชายหนุ่มได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งดาบ โซ่ เสื้อเกราะ หม้อหลอมยา และอื่นๆ อีกมากมายต่างลอยมาล้อมรอบตัวเขา และส่งเสียงหึ่งด้วยความตื่นเต้น ราวกับสุดท้ายพวกมันก็ฝ่าฟันความยากลำบากมาจนได้พบเจ้านายของตัวเองในที่สุด และไม่เต็มใจจะแยกจากเขาอีกเลย!

สมบัติล้ำค่าที่สุดส่วนมากของห้างสารพันจิตวิญญาณก็อยู่ที่นี่ ถ้าทุกชิ้นกลายเป็นของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาล่ะก็ ‘ขุมสมบัติ’ ของเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนจะไม่เหลืออะไรเลย!

ดูจากปริมาณข้าวของแล้ว ก็มีราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ ที่ยอมรับจางเซวียนเป็นเจ้านาย

แน่นอนว่าผู้จัดการตัวจริงของห้างสารพันจิตวิญญาณคือชายหนุ่ม ไม่ใช่ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง

ซุนฉางอ้าปากค้าง

นายน้อยช่างร้ายกาจอะไรอย่างนี้!

เขารู้อยู่แล้วว่านายน้อยสามารถทำให้สิ่งประดิษฐ์และทรัพย์สมบัติยอมรับเขาเป็นเจ้านายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อตอนที่เขาประเมินคุณสมบัติ สัมผัส และอธิบายลักษณะของพวกมัน เป็นไปได้ว่าตอนนั้นพวกมันก็ยอมจำนนให้เขาแล้ว

สรุปว่าทางห้างสารพันจิตวิญญาณมีเพียง 2 ทางเลือก คือยอมจ่ายค่าชดใช้แต่โดยดี หรือยอมสูญเสียทรัพย์สมบัติของตัวเองเกือบทั้งหมด!

เพราะในเมื่ออาวุธทุกชนิดยอมรับจางเซวียนเป็นเจ้านายของมันแล้ว ต่อให้ชายหนุ่มอ้างว่าเขาถูกขโมยอาวุธเหล่านี้ไป ก็จะไม่มีใครสงสัยคำพูดของเขาเลย!

“คะ-คุณ” ก็เป็นไปตามคาด เมื่อเห็นอาวุธทั้งหมดเชื่อฟังคำสั่งของชายหนุ่มแต่โดยดี ผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณแทบลมจับไปเดี๋ยวนั้น

เขาได้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้ออาวุธเหล่านั้นมา และแน่ใจว่าตอนที่เขาได้มานั้นพวกมันไม่มีเจ้าของ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงยอมรับหมอนี่เป็นเจ้านายของมัน?

การที่จะได้การยอมรับจากทรัพย์สมบัติหรือสิ่งประดิษฐ์สักอย่างหนึ่งนั้นถือเป็นเรื่องยุ่งยากไม่ใช่น้อย หากไม่มีเวลามากพอก็ไม่มีทางทำสำเร็จ การที่พวกมันยอมรับเขาเป็นเจ้านายอย่างง่ายดายเช่นนั้นก็หมายความได้อย่างเดียวคือ

อาวุธเหล่านั้นเป็นของชายหนุ่มมาตั้งแต่ต้น!

ผู้จัดการรู้สึกได้ถึงเลือดที่เอ่อขึ้นมาอยู่ในลำคอ พร้อมจะกระอักออกมาได้ตลอดเวลา

เพื่อจะซื้อหาอาวุธเหล่านี้มา ทางห้างต้องถึงกับเป็นหนี้เป็นสินจำนวนไม่น้อย หากทุกอย่างถูกหมอนั่นเอาไปหมด อาณาจักรธุรกิจที่เขาสร้างสมขึ้นมาด้วยความยากลำบากตลอดระยะเวลายาวนานหลายปี ย่อมจะพังพินาศในชั่วพริบตา

แถมเขายังต้องใช้หนี้จำนวนมหาศาลด้วย

“ก็อย่างที่ทุกคนเห็นแล้ว ทรัพย์สมบัติเหล่านี้เป็นของผม ห้างสารพันจิตวิญญาณขโมยพวกมันจากผมไป ซึ่งผมก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องมาทวงคืนด้วยวิธีนี้ ตอนนี้ทั้งหมดที่ผมต้องการก็คือนำทรัพย์สมบัติของผมไปด้วย” จางเซวียนพูดด้วยสีหน้าของผู้ผดุงความชอบธรรม

“ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นเป็นของคุณ และคุณต้องการเอาพวกมันไปด้วย?” พลั่ก!

เมื่อถึงขีดสุดของความอดทน ผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณกระอักเลือดออกมากองใหญ่

จะบ้าหรือไง! เป็นของแก เป็นของแกแบบไหน? ฉันซื้อมันมาด้วยเงินมหาศาล พวกมันเป็นของฉัน!

แกนั่นแหละที่เข้ามาสร้างปัญหา มาสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ของฉัน ฉันก็ชดใช้หินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อนให้แกแล้วไง แกยังจะเอาอะไรอีก?

นี่จะกอบโกยทรัพย์สมบัติของฉันไปให้หมดเนื้อหมดตัวเลยหรือ?

ฉันไปทำอะไรให้แกขุ่นเคืองตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงต้องถีบฉันตกเหวแบบนี้?

“ในเมื่อทรัพย์สมบัติทุกชิ้นเป็นของผม ผมก็จะขอนำกลับไปด้วยนะ ซุนฉาง กลับกันเถอะ!”

ขณะที่ผู้จัดการทั้งงงงันและท้อแท้ใจจนพูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาก็รีบกวาดทรัพย์สมบัติที่ห้อมล้อมตัวเขาอยู่เข้าไปในแหวนเก็บสมบัติและเตรียมตัวที่จะหันหลังกลับ

“คุณหยุดอยู่ตรงนั้นเลย!”

รู้ดีว่าทุกอย่างต้องจบเห่แน่หากเขาปล่อยให้ชายหนุ่มออกไป ผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณคำรามกร้าว รังสีของนักรบระดับเซียนแผ่กราดออกจากร่างของเขา พร้อมจะเข้าโจมตีชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ทุกขณะ

จางเซวียนหันกลับมาและเผชิญหน้ากับผู้จัดการอย่างปราศจากความเกรงกลัว

“อะไรกัน? ตอนนี้คุณจะใช้กำลังแล้วหรือ? คุณน่าจะรู้นะว่าการยึดเอาทรัพย์สมบัติของปรมาจารย์ไปน่ะจะเกิดผลอย่างไรตามมา?”

หากทางสภาปรมาจารย์ได้รู้ว่าผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณขโมยทรัพย์สมบัติของปรมาจารย์คนหนึ่งต่อหน้าผู้คนมากมาย ย่อมจะต้องยื่นมือเข้ามาจัดการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน

ต่อให้เขาเป็นเซียนก็เถอะ อาจจะถูกตัดตอนวรยุทธ หรือไม่ก็ถึงตายเลยทีเดียว!

“ฉัน” ผู้จัดการห้างมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ผมจะไม่เอาของพวกนี้คืนด้วยการใช้ความรุนแรงหรอก แต่ถ้าคุณยังคิดจะเอามันออกไปล่ะก็ อย่าแม้แต่จะฝันว่าจะได้ก้าวออกไปจากตึกนี้! พวกแก!”

พรึ่บ!

กองกำลังลาดตระเวนที่เข้ามาปิดทางออกไว้ทั้งหมด ทั้งยังถืออาวุธครบมือ พวกเขาจ้องหน้าจางเซวียนด้วยสายตาดุดัน ดูพร้อมจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ หากจางเซวียนเข้าใกล้

ส่วนอีกฟากหนึ่ง ฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ก็พากันหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ พวกเขาตัวสั่นไม่หยุด

หากรู้เสียก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จะไม่มัวมามุงดูเลย ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าจบเห่

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณจะเล่นใต้เข็มขัดกับรุ่นน้อง”

ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าการต่อสู้พร้อมจะปะทุได้ทุกขณะ จางเซวียนก็ไม่ตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ผมจะบอกความจริงให้นะ ผมกำลังคิดอยู่เลยว่าจะให้โอกาสคุณแล้วก็ทิ้งทรัพย์สมบัติบางส่วนไว้ให้คุณบ้าง แต่ในเมื่อคุณทำตัวหน้าไม่อายแบบนี้ ก็อย่าหาว่าผมหยาบคายก็แล้วกัน!”

จางเซวียนมีสีหน้าหงุดหงิด เขาส่ายหัวและเดินไปที่ชั้นวางสินค้า เขาเปิดตู้ออกแล้วแตะลงไปบนค้อนโลหะอันหนึ่งสองครั้ง

“นี่ของผม!”

จากนั้นก็เดินไปที่ทรัพย์สมบัติอีกชิ้นหนึ่ง และแตะมันเช่นกัน “นี่ก็ของผมด้วย!”

“อันนี้ก็ของผม”

“ของผมอยู่ดีนั่นแหละ!”

“ของผมหมดเลย”

ไม่ช้า เขาก็แตะทรัพย์สมบัติทั้ง 8 รายการที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้อง

ผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณยังคงสงสัยอยู่ว่าชายหนุ่มทำอะไร ก็พอดีกับที่ทรัพย์สมบัติทุกชิ้นส่งเสียงหึ่งออกมาด้วยความตื่นเต้น พวกมันยอมรับจางเซวียนเป็นเจ้านายของมัน ทุกชิ้นลอยละล่องขึ้นสู่กลางอากาศ และเข้ามาล้อมรอบตัวเขา

“อะไรกันวะ” ผู้จัดการแทบจะเสียสติ

หมอนี่ไม่ได้แค่จะเอาทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งของห้างสารพันจิตวิญญาณไป แต่ตั้งใจจะเอาไปทั้งหมด!

ถ้าเขาปล่อยให้อีกฝ่ายได้ทำตามใจล่ะก็ ทุกอย่างที่นี่จะต้องตกเป็นของเขาภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที!

ไอ้สารเลวเอ๊ย!

“หยุดมันไว้!” ผู้จัดการตวาด

ฟึ่บ!

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง กองลาดตระเวนก็รีบเข้ามาหยุดจางเซวียนทันที แต่ในพริบตาต่อมา ทรัพย์สมบัติและสิ่งประดิษฐ์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนก็เข้าโจมตีพวกเขา

พวกมันกำลังปกป้องเจ้านายของตัวเอง!

หากกองกำลังเหล่านี้ต้องการเข้าถึงตัวจางเซวียน ก็ต้องผ่านด่านพวกมันไปให้ได้ก่อน

แม้ประสิทธิภาพในการโจมตีของทรัพย์สมบัติและสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้จะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย เพราะไม่มีใครบังคับและขับเคลื่อน แต่พวกมันก็สามารถยับยั้งหน่วยตรวจการณ์ไว้ได้

“ผู้จัดการ” หัวหน้ากองกำลังลาดตระเวนร้องออกมา

“พวกแกไสหัวไปให้หมด!” ผู้จัดการคำรามลั่นอย่างหมดความอดทน

พละกำลังของนักรบระดับเซียนระเบิดออกมาจากร่างของเขา และภายใต้แรงกดดันของรังสีอันดุเดือดนั้น ทรัพย์สมบัติที่ลอยละล่องอยู่กลางอากาศก็ร่วงลงบนพื้น

แกร๊ง โครม เคร้ง!

“คุณทำอะไรน่ะ? รู้หรือเปล่าว่าต้องจ่ายค่าเสียหายให้ทรัพย์สมบัติของผมนะ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

“จ่าย? จ่ายบ้านพ่องงงง!”

ผู้จัดการโมโหเดือดจนไม่สามารถเก็บกิริยาไว้ได้อีกต่อไป เขาถึงกับสบถออกมา

ทรัพย์สมบัติพวกนี้เป็นของล้ำค่าของฉัน แต่แกก็ใช้เล่ห์กลบางอย่างทำให้พวกมันยอมรับแกเป็นเจ้านาย แกขโมยของของฉันไปแท้ๆ แล้วยังหวังจะให้ฉันจ่ายค่าเสียหายอีก ในโลกนี้จะมีใครหน้าด้านหน้าทนอย่างแกบ้าง?

“วันนี้น่ะ อย่าหวังเลยว่าจะได้กลับไป!”

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ผู้จัดการกระทืบเท้า

ครืนนนนนนน!

ห้างสารพันจิตวิญญาณเริ่มสั่นสะท้าน ประตูทุกบานปิดปัง กำแพงสูงใหญ่ 2 บานโผล่พรวดขึ้นจากพื้น ปิดบังชั้นวางสินค้าที่เคยมีทรัพย์สมบัติวางอยู่เอาไว้

“มันเป็นกลไก!”

“ผมรู้มานานแล้วว่าผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณได้จ่ายเงินราคาสูงลิ่วเพื่อสร้างตึกหลังนี้ ถึงกับเชื้อเชิญนักเรียนจากโรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้างถึง 40 คนมาทำงานทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาถึงครึ่งปี เพื่อเร่งงานนี้ให้เสร็จ ผมนึกว่าเรื่องพวกนั้นเป็นแค่ข่าวลือ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นความจริง!”

“ในเมื่อตอนนี้ห้างสารพันจิตวิญญาณถูกปิดตายแล้ว พวกเราจะออกไปอย่างไรล่ะ?”

“ผมก็ไม่รู้ ก็ได้แต่หวังว่าพวกเราจะไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ละกัน!”

“หวังว่าอย่างนั้นนะ เพราะชายหนุ่มคนนั้นเป็นปรมาจารย์ ถ้าผู้จัดการฆ่าเขาจริงๆ ล่ะก็ พวกเราจะต้องกลายเป็นพยาน”

เห็นผู้จัดการโมโหเดือดจนเปิดใช้กลไกของห้างสารพันจิตวิญญาณที่ปิดทางออกทุกทางเอาไว้ แถมยังป้องกันไม่ให้ใครเข้าออกได้เลย ฝูงชนที่ติดอยู่ภายในต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าซีดเผือดและพรั่นพรึง

ถ้าผู้จัดการสังหารปรมาจารย์คนนั้นจริงๆ พวกเขาในฐานะพยานก็คงมีสภาพไม่ดีไปกว่านั้นเท่าไหร่!

เพราะถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงสภาปรมาจารย์ ผู้จัดการคงส่งพวกเขาไปสู่ปรโลกแน่

ซุนฉางที่ยืนอยู่ข้างๆ จางเซวียนก็หน้าซีดเผือด

นายน้อยเป็นแค่นักรบสะพานจักรวาลเท่านั้น แต่คู่ต่อสู้ของเขาเป็นถึงนักรบระดับเซียน คราวนี้แหละเรื่องใหญ่แน่

จางเซวียนไม่เคยบอกใครถึงเรื่องหุ่นปีศาจหรือไอ้โหด ด้วยเหตุนี้ ซุนฉางเองก็ไม่รู้

“เอาล่ะ ตกลงคุณตั้งใจจะสังหารปรมาจารย์ใช่ไหม?” เห็นอีกฝ่ายปิดทางเข้าออกไว้หมด จางเซวียนหันไปขมวดคิ้วใส่ผู้จัดการ

ผู้จัดการคำรามลอดไรฟัน

“สังหารปรมาจารย์? ผมจะกล้าทำอย่างนั้นได้อย่างไร? แต่ก็เกรงว่าถ้าคุณไม่รีบคืนทรัพย์สมบัติของผมมาเดี๋ยวนี้ ผมก็อาจจะยั้งมือไม่อยู่!”

“ทรัพย์สมบัติของคุณ? ข้าวของพวกนี้น่ะยอมรับผมเป็นเจ้านายของมัน แถมยังปกป้องผมด้วย คุณตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็น? ควรจะคิดในอีกแง่หนึ่งมากกว่านะว่าทรัพย์สมบัติของผมได้ทำให้ทางห้างของคุณมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากมาย อย่างน้อยคุณก็น่าจะจ่ายค่าเช่าให้ผมบ้าง,ไม่ใช่หรือไง?” จางเซวียนตอบหน้าตาเฉย

ผู้จัดการถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของเขา

เขารู้สึกว่าหากยังพูดกับไอ้หนุ่มนี่ต่อไปคงได้โมโหจนขาดใจตายแน่

จ่ายค่าเช่า? แกขโมยทรัพย์สมบัติของฉันไป แล้วยังหวังจะให้ฉันจ่ายค่าเช่า เห็นฉันเป็นไอ้งั่งหรือไง?

ฟิ้ววววว!

ผู้จัดการรวบรวมพลังปราณเข้าสู่ฝ่ามือของเขาอย่างหนักหน่วง บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวแสนสาหัส

“ฉันขอเตือนแกเป็นครั้งสุดท้าย คืนของพวกนั้นมา แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก ฉันจะไม่พูดซ้ำแล้วนะ” เขาคำรามอย่างดุดัน

ถ้าไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวและเกรงใจที่เขามีต่อหัวหน้ามั่วและหัวหน้าจ้าว เขาคงทำอะไรสักอย่างไปเสียนานแล้ว

แต่ตอนนี้ ความโกรธจนหน้ามืดตามัวผลักดันเหตุผลทุกอย่างออกไปจนหมดสิ้น เขาจำเป็นต้องทําอะไรสักอย่าง

เห็นความหนักหน่วงของพลังปราณในฝ่ามือของอีกฝ่ายที่พร้อมจะฉีกเขาให้เป็นชิ้นๆ ได้ทุกขณะจางเซวียนส่ายหน้า

“เตือน? ชั่วชีวิตนี้ผมก็เจอขโมยขโจรมาหลายคนนะ แต่ไม่เคยเจอใครหน้าด้านเหมือนคุณเลย ไม่น่าเชื่อ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ให้ผมบอกความลับอะไรคุณสักอย่างก็แล้วกัน!”

จางเซวียนกระโดดเข้ามาหลายสิบเมตร ก่อนจะกระทืบพื้นอย่างแรง และหลบไปอีกด้านหนึ่ง เขาทำอย่างนั้นอยู่ 7 ครั้งก่อนจะกลับมายืนที่ตำแหน่งเดิม

“ความลับ? แกพูดถึงเรื่องอะไร?” เห็นหมอนั่นทำอะไรประหลาด ผู้จัดการได้แต่จ้องมองอย่างหวาดระแวง

ส่วนจางเซวียนก็ยิ้มเผล่และตอบว่า “เรื่องจริงก็คือ ห้างสารพันจิตวิญญาณเนี่ย แท้ที่จริงแล้วก็เป็นของผม!”

ครืนนนนน!

กลไกของบรรดาเครื่องจักรเริ่มทำงาน และห้างสารพันจิตวิญญาณทั้งห้างก็เริ่มสั่นสะท้านด้วยความร่าเริงยินดี

“อะไรกัน? ทั้งห้างนี่ยอมรับมันเป็นเจ้านาย?”

ผู้จัดการรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าเสียให้ได้

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!