ตอนที่ 759 แก๊งพระจันทร์สีเทา
“ในวันนี้ บรรดาอาจารย์ของทั้ง 10 โรงเรียนจะเปิดการบรรยายสาธารณะที่เวทีถ่ายทอดความรู้พวกเราหวังว่าน้องจางจะไปร่วมงานด้วย เพราะสายตาของคุณเฉียบแหลมกว่าเรามาก เราจึงเชื่อมั่นในการตัดสินใจของคุณมากกว่า” คุณชายโหลวฮวนพูดอ้อมแอ้ม
หลังจากยับเยินมาหลายครั้งหลายคราเพราะการแข่งขันกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เขารู้ดีกว่าใครว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ที่มีความสามารถอันเหลือเชื่อและน่าทึ่ง
ถ้าจางเซวียนช่วยเขาเสาะหาอาจารย์ล่ะก็ แน่นอนว่าจะต้องดีกว่าการให้เขาไปเสี่ยงดวงงมหาด้วยตัวเองมากมายนัก
นักเรียนแต่ละคนจะมีเวลาแสวงหาอาจารย์ของตัวเองเพียง 3 วันเท่านั้น ซึ่งอนาคตของพวกเขาก็ขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ หากได้อาจารย์ดี ชีวิตก็ก้าวหน้า แต่หากผิดพลาด ก็ต้องลงเอยด้วยการสูญเสียศักยภาพในอนาคตของตัวเองไป
ในที่สุด พวกเขาจึงตัดสินใจว่าควรมาปรึกษาจางเซวียนเรื่องนี้ เพราะทุกคนต่างมาจากสมาพันธ์นานาอาณาจักรเหมือนกัน และสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ต่อให้เทียบกับปรมาจารย์หงและคนอื่นๆ คำตัดสินและการประเมินของจางเซวียนก็ยังแม่นยำและมีค่ากว่า
“เวทีถ่ายทอดความรู้? การบรรยายสาธารณะ?” จางเซวียนชะงัก
เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็ก เขาจึงไม่มีเวลาสนใจข่าวสารว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในสถาบัน
เวทีถ่ายทอดความรู้นั้นอยู่บริเวณใจกลางสถาบันปรมาจารย์ เป็นสถานที่ที่มักใช้จัดงานสำคัญ ทั้งยังเป็นเวทีโต้คารมเพื่อแก้ไขความข้องใจขัดแย้งระหว่างนักเรียนด้วย
ส่วนเรื่องการบรรยายสาธารณะนั้น เขาเคยได้ยินตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนหงเทียน
พูดให้ง่ายเข้าก็คือ มันเป็นบทเรียนที่ใครก็ตามสามารถเข้าฟังได้หากต้องการ
การบรรยายสาธารณะถูกจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสประเมินความสามารถของอาจารย์ และจะได้เลือกอาจารย์ที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการพิสูจน์ความสามารถในหมู่อาจารย์ด้วยกันเอง ทำให้อาจารย์แต่ละคนมีแรงบันดาลใจในการทำงานหนักและขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ศักยภาพการสอนที่ยอดเยี่ยมที่สุด
“ใช่แล้วล่ะ ตกลงปรมาจารย์จางจะไปไหม?” ทุกคนมองจางเซวียนเป็นตาเดียว
สายตามุ่งมั่นของคนเหล่านั้นบ่งบอกว่าพวกเขาคงไม่ยอมถอดใจจากเรื่องนี้ง่ายๆ และอีกอย่าง โอกาสที่จะสับสนงุนงงไปกับการบรรยายสาธารณะของปรมาจารย์จำนวนมากก็เป็นไปได้สูง
การเลือกอาจารย์ที่มีศักยภาพและเหมาะสมกับตัวเองจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จและก้าวหน้า ทุกคนจึงถือเอาเรื่องนี้เป็นภารกิจจริงจัง
จางเซวียนพยักหน้าหลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง
“ก็ได้ ผมจะไปกับพวกคุณ เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นมาตรฐานของเหล่าครูบาอาจารย์ในสถาบันแห่งนี้ด้วย”
ในเมื่ออาจารย์ส่วนใหญ่เข้าร่วมงานนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีใครอยู่โยงเฝ้าโรงเรียนนาฏศิลป์ หรือโรงเรียนมือบรรเลงบทเพลงปีศาจ ซึ่งจะทำให้การเข้าไปอ่านหนังสือเป็นเรื่องยาก ดังนั้น เขาจึงคิดจะใช้โอกาสนี้ศึกษาและประเมินคุณภาพของบทเรียนจากเหล่าปรมาจารย์ในสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน เพื่อจะได้รู้ระดับคร่าวๆ ของตัวเอง
ขณะที่จางเซวียนกำลังตัดสินใจอยู่ คนอื่นๆ ที่เหลือก็มุ่งหน้าไปยังเวทีถ่ายทอดความรู้แล้ว มันอยู่ห่างจากโซนหัวกะทิพอสมควร แต่ด้วยระดับวรยุทธในปัจจุบันของพวกเขา ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึง
แทบไม่มีคำไหนจะใช้บรรยายความแน่นขนัดของพื้นที่บริเวณนั้นได้
นักเรียนใหม่ทั้ง 3 หมื่นคนกำลังยืนอยู่บนเวทีถ่ายทอดความรู้ เพื่อมองหาอาจารย์สักคนที่เหมาะกับพวกเขา ทั้งยังมีศิษย์พี่อีกจำนวนหนึ่งที่ตัดสินใจเข้าร่วมวงไพบูลย์ครั้งนี้ด้วย แม้เวทีจะมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ผู้ที่เข้ามาเป็นครั้งแรกจึงอาจหลงทางได้ง่าย
คุณชายโหลวฮวนเข้ามาสำรวจพื้นที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงเริ่มอธิบายให้ทุกคนฟัง
“เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเหล่านักเรียนใหม่ ให้ได้มีโอกาสฟังการบรรยายจากอาจารย์หลายๆ ท่าน พวกเขาจึงจัดแบ่งเวทีถ่ายทอดความรู้ให้มีลักษณะเป็นทางเดินแคบๆ และตราบใดที่เดินไปตามทางเดินนั้น ก็จะสามารถรับฟังคำบรรยายของอาจารย์ทุกคนได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น จางเซวียนเงยหน้ามองฝูงชนที่อยู่ตรงหน้าเขา และก็เป็นอย่างที่คุณชายพูด เขาเห็นนักเรียนใหม่ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปตามทิศทางเดียวกัน ซึ่งก็คงจะเป็นทางเดินที่คุณชายโหลวฮวนเพิ่งพูดถึงไป
ผู้ที่ยืนอยู่สองข้างทางเดินนั้นคือเหล่าอาจารย์ที่กำลังง่วนอยู่กับการบรรยายให้ฝูงชนที่ล้อมรอบพวกเขาได้ฟัง เนื่องจากอยู่ไกล ทั้งกลุ่มจึงไม่ได้ยินเนื้อหาของการบรรยาย แต่ก็เห็นสายตามุ่งมั่นดื่มด่ำของบรรดานักเรียนใหม่ทุกคน ที่ดูเหมือนจะอิ่มเอมไปกับคำบรรยายอย่างที่สุด
อาจารย์เกือบทุกคนในสถาบันปรมาจารย์แห่งนี้เป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว คนระดับนั้นจะอ่อนด้อยเรื่องความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างไร? ต่อให้เนื้อหาของการบรรยายจะน่าเบื่อแค่ไหน ความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งในวรยุทธที่มีก็สามารถทำให้พวกเขาบรรยายให้เป็นที่เข้าใจได้โดยง่าย ถ้อยคำเหล่านั้นนำพาความแข็งแกร่งมาสู่ผู้ที่ได้ฟัง เรียกได้ว่าเปิดโลกใบใหม่ให้กับพวกเขาเลยทีเดียว
“ศิษย์น้องทั้งหลาย ไม่ทราบว่าพวกคุณสนใจเอกสารข้อมูลอาจารย์หรือเปล่า?”
ขณะที่ทั้งกลุ่มกำลังจะเดินตามฝูงชนเข้าสู่ทางเดินแคบๆ นั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินยิ้มร่าเข้ามาและขวางทางไว้
เขาดูมีอายุราว 30 ปี ผอมแห้งและสูงโย่งราวกับต้นไผ่ ตราสัญลักษณ์ 5 ดาวที่กลัดติดอยู่บนอกเสื้อของเขาบ่งบอกว่าอย่างน้อยเขาคงเป็นนักเรียนเกรด 2 ของสถาบัน
“เอกสารข้อมูลอาจารย์?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาไปโดยรอบ และเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครกำลังมองอยู่ เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมายื่นให้ พร้อมกับกระซิบกระซาบ “ใช่แล้ว แก๊งพระจันทร์สีเทาของเราได้ประมวลข้อมูลของอาจารย์ทุกคนในสถาบันแห่งนี้มาเป็นการเฉพาะ ทั้งบุคลิก ความสามารถพิเศษความถนัด ความสนใจ และผลการสอนนักเรียนของพวกเขา พวกคุณสามารถใช้สิ่งนี้เป็นเอกสารอ้างอิงขณะรับฟังการบรรยายสาธารณะได้เลย มันจะช่วยให้พวกคุณมีตัวเลือกที่ดีขึ้นในการเสาะหาอาจารย์”
“มีของพรรค์นี้ด้วย?”
จางเซวียนรับหนังสือมาอย่างงงๆ และขณะที่เขากำลังจะพลิกดู ชายหนุ่มก็รีบยั้งมือเขาไว้
“ทุกคนในสถาบันปรมาจารย์มีความทรงจำแบบภาพถ่าย ถ้าผมปล่อยให้คุณเปิดดู ผมจะขายมันได้อย่างไรล่ะ? ถ้าคุณอยากดู คุณก็ต้องซื้อ”
ใครก็ตามที่มีระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณเกินกว่า 10 ก็ล้วนมีความทรงจำแบบภาพถ่ายทั้งนั้น เมื่อพิจารณาจากหลักเกณฑ์ที่ว่า ผู้ที่จะเข้าเรียนในสถาบันปรมาจารย์ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว จึงหมายความว่านักเรียนทุกคนที่นี่มีความทรงจำแบบภาพถ่าย
เอกสารข้อมูลอาจารย์ดูจะบรรจุข้อมูลที่มีค่าเอาไว้มาก และอีกฝ่ายก็จงใจจะใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือทำเงิน ถ้าเขาปล่อยให้ลูกค้าเปิดดูและจดจำเนื้อหาของมันได้ แล้วใครเล่าจะยอมซื้อ?
“ราคาเท่าไหร่?” คุณชายโหลวฮวนถาม
ในเมื่อเอกสารนี้จัดทำโดยบรรดารุ่นพี่ มันก็ควรจะถูกต้องแม่นยำ หากพวกเขาได้ซื้อไว้ก็น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเสาะหาอาจารย์ได้มาก
“แก๊งพระจันทร์สีเทาของเราใช้ความอุตสาหะอย่างมากกว่าจะรวบรวมและประมวลข้อมูลเหล่านี้ได้ จึงต้องขอตั้งราคาสูงสักหน่อยเพื่อให้คุ้มค่ากับความเหนื่อยยาก เล่มหนึ่งสนนราคาเท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อน และไม่มีการต่อรองราคาใดๆ ทั้งสิ้น!” ชายหนุ่มตอบ
“หินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อน?” ทุกคนถึงกับผงะ
เพราะมาจากสมาพันธ์นานาอาณาจักร คุณชายโหลวฮวนเพิ่งเคยเห็นหินวิเศษขั้นกลางเพียงแค่ไม่กี่ก้อนในชีวิตของเขา ส่วนหลัวชุนที่มาจากสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนนั้นมีฐานะดีกว่าคุณชายโหลวฮวนนิดหน่อย แต่การจะจ่ายหินวิเศษขั้นกลางทีละ 100 ก้อนก็ยังเกินกำลังของเขาไปมาก
ส่วนซ่งเชา เขาเอาหินวิเศษขั้นกลาง 1 ก้อนที่ถูกจางเซวียนล่อลวงไปกลับมายังไม่ได้เลยเพราะฉะนั้น การจะจ่ายหินวิเศษขั้นกลางทีเดียว 100 ก้อนจึงถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
พูดง่ายๆ ก็คือ ในกลุ่มนี้ จางเซวียนเป็นคนเดียวที่มีปัญญาซื้อเอกสารนั้น
แต่ราคาก็แพงมหาโหด!
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของกลุ่มนักเรียนใหม่ที่อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรีบถามว่า “พวกคุณคิดว่าเอกสารนี้ราคาแพงหรือ? คุณรู้หรือเปล่าว่ามันมีรายละเอียดทั้งหมดของอาจารย์ทุกคนอยู่ในนั้น ตราบใดที่คุณหาอาจารย์ที่เหมาะสมได้ ไม่ช้าคุณก็จะฝ่าด่านวรยุทธได้สำเร็จ และได้กลายเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ถึงตอนนั้นน่ะ จะหาหินวิเศษขั้นกลางให้ได้สักกี่สิบกี่ร้อยก้อนก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย!”
ปรมาจารย์แต่ละในแต่ละระดับขั้นนั้นมีความแตกต่างกันมาก ในขณะที่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวยังมีโอกาสจำกัดที่จะได้หินวิเศษขั้นกลาง แต่ถ้าเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวจะไม่มีปัญหาเรื่องนั้นแล้ว
“ขอบคุณมาก แต่ว่าพวกเราไม่ต้องการ!” จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะส่ายหน้า
เอกสารชุดหนึ่งแลกกับหินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อน นี่มันปล้นกันกลางวันแสกๆ !
อีกอย่าง จางเซวียนก็ไม่ต้องการของพรรค์นั้นอยู่แล้ว
เพราะเมื่อเขาได้แตะหนังสือเล่มนั้น ในหัวของเขาก็บอกชัดเจนว่าข้อมูลหลายส่วนในเอกสารนั้นไม่ถูกต้อง
“คุณไม่ต้องการ? ไม่ต้องการได้อย่างไรกัน? การเสาะหาอาจารย์ที่เหมาะสมในสถาบันของเราเป็นเรื่องสำคัญมากนะ ถ้าคุณไม่เอาใจใส่ ไม่จริงจังกับเรื่องนี้ล่ะก็ คุณจะพบว่าตัวเองไม่อาจประสบความก้าวหน้าในการเป็นปรมาจารย์ระดับสูงขึ้น และสุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการถูกไล่ออกจากสถาบัน” นึกไม่ถึงว่ากลุ่มนักเรียนใหม่จะปฏิเสธข้อเสนอของเขา ชายหนุ่มยืนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบหว่านล้อม
หากเลือกรับอาจารย์คนใดคนหนึ่งไปแล้ว และต้องการปฏิเสธอาจารย์ผู้นั้นในภายหลัง จะถือเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากมาก และอาจนำผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เหล่านักเรียนใหม่จะต้องเลือกอาจารย์ของตัวเองอย่างชาญฉลาด
เพราะหากตัดสินใจพลาด อนาคตก็จบเห่
“พวกเราไม่เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้เราซื้อมาชุดหนึ่งแล้ว คงไม่ซื้ออีกชุดแล้วล่ะ!” จางเซวียนตอบ
“คุณซื้อมาชุดหนึ่งแล้ว?”
ชายหนุ่มอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะคิดขึ้นได้ เขาถามว่า “คุณซื้อจากแก๊งตะวันฉายใช่ไหม? ผมบอกคุณได้เลยนะว่าข้อมูลในนั้นไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้องแม่นยำ ซื้อจากผมน่ะปลอดภัยกว่ากันเยอะ”
“ผมขอถามสักนิดได้ไหมว่าแก๊งตะวันฉายกับแก๊งพระจันทร์สีเทาที่คุณพูดถึงนั่นน่ะคืออะไร?” จางเซวียนถามอย่างสงสัย
“คุณไม่รู้หรอกหรือ?”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าอย่างนึกได้ “ผมก็ลืมไปว่าพวกคุณเพิ่งเข้ามาในสถาบัน จึงเป็นธรรมดาที่จะยังไม่รู้เรื่อง ในสถาบันของเรามีกลุ่มก๊วนนักเรียนอยู่มากมาย และทุกแก๊งก็ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบัน แก๊งพระจันทร์สีเทาของเรานำโดยศิษย์พี่หลงชางเยว่ ขณะที่แก๊งพระจันทร์ฉายนำโดยศิษย์พี่เชวเจินหยาง!”
“หลงชางเยว่ ,เชวเจินหยาง?”
“ใช่ ทั้งคู่เป็นศิษย์พี่เกรด 5 ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและมีพละกำลังน่าทึ่งมากด้วย หากคุณได้เข้าร่วมในแก๊งใดแก๊งหนึ่งล่ะก็ จะมีโอกาสที่จะได้รับคำชี้แนะจากศิษย์พี่เหล่านั้นด้วยนะ!” ชายหนุ่มตอบอย่างภาคภูมิใจ
“ได้รับคำชี้แนะ?” จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ในการจะได้เป็นนักเรียนเกรด 5 นั้น ผู้นั้นจะต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นต่ำ
(นักเรียนเกรด 1 คือปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุดและปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาว, นักเรียนเกรด 2 คือปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นต่ำ, เกรด 3 คือปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นสูง, เกรด 4 คือปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นสูงสุด และเกรด 5 คือปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นต่ำ)
มีอยู่บ่อยครั้งที่อาจารย์แต่ละคนจะต้องรับผิดชอบนักเรียนมากเกินไป ทำให้พวกเขามีเวลาไม่มากในการเอาใจใส่ดูแล ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นประโยชน์มากหากนักเรียนเหล่านั้นจะได้รับคำชี้แนะจากปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นต่ำนอกเวลาเรียน
“จริงๆ นะ สถาบันของเราน่ะมีอัจฉริยะอยู่เต็มไปหมด ถ้าคุณตามพวกเขาไม่ทัน ก็มีแต่จะล้าหลัง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะสูญเสียโอกาสที่จะได้เข้ารับการฝึกฝนและเข้าถึงทรัพยากรสำหรับการฝึกวรยุทธอันล้ำค่า วิธีเดียวที่คุณจะตามทันก็คือต้องเข้าร่วมกับหนึ่งในแก๊งที่ผมว่ามา!” ชายหนุ่มพูด
เมื่อได้ยินคำนั้น ทั้งคุณชายโหลวฮวน หลัวชุน และคนอื่นๆ ก็ได้แต่พยักหน้า
เพราะพวกเขาไม่เหมือนปรมาจารย์จาง ไม่มีความสามารถพิเศษ ไม่มีความปราดเปรื่องเหนือธรรมดาในเรื่องใดๆ หากไม่ได้รับทรัพยากรอย่างเต็มที่ล่ะก็ ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าอัจฉริยะในสถาบันปรมาจารย์แห่งนี้ได้
ซึ่งหากไปไม่รอด ก็จะสูญเสียโอกาสอันล้ำค่า และตัดตอนความสำเร็จในอนาคตของพวกเขาไป
ดังนั้น ทุกคนจึงควรจะเข้าร่วมกับแก๊งใดแก๊งหนึ่งอย่างไม่มีทางเลือก
“เอาเถอะ ต่อไปพวกคุณก็จะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเอง ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลไปหรอก เรื่องสำคัญในเวลานี้ก็คือเสาะหาอาจารย์ที่เหมาะสมกับคุณให้ได้เสียก่อน และจะบอกไว้เลยว่าเอกสารที่จัดทำโดยแก๊งตะวันฉายน่ะมีข้อมูลไม่มากพอ ผมบอกพวกคุณก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ แต่ถ้า พวกคุณซื้อเอกสารจากแก๊งพระจันทร์สีเทาของเราล่ะก็ อย่าหาว่าผมโม้เลย แต่ศิษย์พี่หลงชางเยว่ ได้อันดับสูงกว่าศิษย์พี่เชวเจินหยางในการประลองประจำปีนะ”
ชายหนุ่มยังคงโฆษณาสรรพคุณของเอกสารในมือเขาต่อไป
“ผมขอขอบคุณในความมีน้ำใจของคุณ แต่พวกเราไม่ต้องการจริงๆ”
ถ้าหนังสือเล่มนั้นราคาเท่ากับหินวิเศษขั้นกลางเพียง 1 หรือ 2 ก้อน จางเซวียนก็ยังพอจะรับไว้พิจารณา แต่ 100 ก้อนนี่นะ? เสียเงินไปเปล่าๆ ! เรื่องอะไรเขาจะยอมซื้อ
ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอโดยไม่รีรอ
เมื่อเห็นกลุ่มนักเรียนใหม่ที่อยู่ตรงหน้าไม่เต็มใจจะซื้อเอกสารที่เขาเสนอขาย ชายหนุ่มหน้าดำคร่ำเครียด
“พวกคุณปฏิเสธ? นั่นดูไม่ดีเลยนะ ถ้าพวกคุณซื้อเอกสารจากแก๊งตะวันฉายมาแล้วล่ะก็ ควรจะซื้อจากแก๊งพระจันทร์สีเทาของเราด้วย ไม่อย่างนั้น ผมบอกคุณได้เลยว่าต่อไปคุณจะต้องมีปัญหากับพวกเราแน่!”
เขาใช้น้ำเสียงโหดเหี้ยมและรอยยิ้มก็หายวับไปจากใบหน้า
“มีปัญหา? คุณกำลังข่มขู่พวกเราหรือ?” จางเซวียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ชายหนุ่มคำราม
“ข่มขู่? แน่นอนว่าไม่ใช่ นี่เป็นแค่คำเตือนจากผมในฐานะศิษย์พี่เท่านั้น แม้นักเรียนทุกคนในสถาบันแห่งนี้จะเป็นปรมาจารย์ แต่กระแสน้ำที่นี่ก็ไม่ได้ราบเรียบสงบนิ่งอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นหรอกนะ!”



