ตอนที่ 778 ผู้ช่วยหูเหยาเหย่า
“ท่านอาจารย์…” หูเหยาเหย่าตาแดงก่ำด้วยความแค้นเคืองขณะกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
เธอเกลียดชังจางเซวียนจนจับหัวใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งท่านอาจารย์
“เว่ยน้อย ไม่เป็นไรหรอก…ผมเชื่อว่าเธอทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น” จางเซวียนพูดขึ้น
“เว่ยน้อย?” หูเหยาเหย่าเกือบจะกลั้นความอยากทึ้งผมตัวเองเอาไว้ไม่ไหว
ท่านอาจารย์ของเธอ, เว่ยหรันเฉว่, เป็น 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์, เป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด ทั้งยังเป็นหัวหน้าโรงเรียนนาฏศิลป์ด้วย แต่นักเรียนใหม่อายุเพียง 20 ปีกล้าเรียกเธอว่าเว่ยน้อย…
“ลูกศิษย์ของฉันคนนี้มักทำตัวดื้อดึง ออกนอกลู่นอกทางเสมอ และฉันก็ปล่อยให้เธอทำตามใจตราบใดที่ยังไม่ล้ำเส้น แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะมาทำกับคุณด้วย ถ้าวันนี้ฉันไม่จัดการลงโทษเธออย่างเด็ดขาด เธอจะไม่มีวันได้รับบทเรียน!” เว่ยหรันเฉว่ตอบ
ด้วยทักษะการหยั่งรู้ของเธอ เธอบอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนอะไรๆจะไม่ได้เป็นไปตามที่ปรมาจารย์จางพูดเสียทีเดียว แต่ด้วยนิสัยและการกระทำที่ผ่านมาของหูเหยาเหย่า เธอก็พอจะ ประเมินเหตุการณ์ได้คร่าวๆ
ลูกศิษย์ของเธอทำตัวดื้อรั้นเสมอ แต่เพราะความที่งานยุ่งในฐานะที่เป็นหัวหน้าโรงเรียน เธอจึงไม่เคยมีโอกาสที่จะกำราบให้อยู่ในกฎระเบียบ ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจจะใช้โอกาสครั้งนี้สั่งสอนบทเรียนอย่างเด็ดขาด เพื่อที่ต่อไปหูเหยาเหย่าจะได้ไม่สร้างปัญหาอะไรขึ้นมาอีก
อีกอย่าง ด้วยความเข้าใจอันล้ำลึกของปรมาจารย์จางที่มีต่อศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ เธอกำลังคิดว่าจะโน้มน้าวใจอีกฝ่ายอย่างไรให้เข้ามาเปิดการบรรยายให้นักเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ฟัง แต่มาตอนนี้ หูเหยาเหย่าก็ทำให้เขาไม่พอใจเสียแล้ว
นี่เธอตั้งใจกระด้างกระเดื่องกับฉันใช่ไหม? เธอคิดว่าฉันจะโน้มน้าวใจให้เขามาเปิดการบรรยายในโรงเรียนของเราได้อย่างไร หลังจากที่เกิดเรื่องแบบนี้แล้ว?
“ท่านอาจารย์…” นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ของเธอจะเชื่อคำพูดของจางเซวียนมากกว่า หูเหยาเหย่าถึงกับตระหนก
“หุบปาก! ฉันกำลังพูดกับปรมาจารย์จาง ไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเธอจะเข้ามาก้าวก่าย อยู่เฉยๆเถอะ!” เว่ยหรันเฉว่สะบัดแขนเสื้อและคำรามกระฟัดกระเฟียด
“เด็ก…” หูเหยาเหย่าตัวสั่น
พูดแบบนี้…หมายความว่าหมอนั่นเป็นศิษย์พี่ของเธอด้วยหรือ? แต่เขาเป็นแค่นักเรียนใหม่นี่นา?
“ปรมาจารย์จาง ขอโอกาสให้ฉันได้ขออภัยคุณแทนศิษย์สายตรงของฉันด้วยที่สร้างปัญหา นี่คือ ยาเม็ดฟื้นฟูสภาพร่างกายขั้นพื้นฐาน มันจะช่วยให้อาการบาดเจ็บของคุณดีขึ้น!” เว่ยหรันเฉว่สะบัดข้อมือ และนำขวดหยกใบหนึ่งออกมาส่งให้จางเซวียน
“ยาเม็ดฟื้นฟูสภาพร่างกายขั้นพื้นฐาน? ยาเกรด 6?” จางเซวียนถึงกับประหลาดใจ
ยาเม็ดฟื้นฟูสภาพร่างกายขั้นพื้นฐานนั้นเป็นยาเม็ดเกรด 6 ซึ่งที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณที่สามารถรักษาได้แม้แต่บาดแผลของนักรบระดับเซียน เพียงเม็ดเดียวก็มีราคาในท้องตลาดเท่ากับหินวิเศษขั้นสูงหลายก้อนแล้ว!
ให้กันง่ายๆแบบนี้…อีกฝ่ายก็ช่างใจกว้างเสียจนเขาชักจะรู้สึกขัดเขิน
“คุณอยากให้ฉันจัดการศิษย์สายตรงของฉันคนนี้อย่างไร? ปรมาจารย์จาง เชิญออกความเห็นมาเลย ฉันจะทำตามที่คุณต้องการ!” เมื่อจางเซวียนรับยาเม็ดไปแล้ว เว่ยหรันเฉว่ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะพูดต่อ
ในเมื่ออีกฝ่ายรับยาของเธอไปแล้ว เขาก็คงไม่อยากได้อะไรแลกเปลี่ยนที่หนักหนาไปกว่านี้
“จัดการอย่างไร?” จางเซวียนใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง
อันที่จริง ถ้าหูเหยาเหย่าไม่พยายามจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับหลัวฉีฉี เขาก็ไม่ได้เคืองแค้นอะไรมากมาย
แต่เป็นเพราะการลบหลู่ความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ที่ทำให้เขาตัดสินใจจะให้บทเรียนอันเข้มงวดกับเธอ เพื่อเตือนให้เธอรู้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ควรล้ำเส้น ซึ่งหากล้ำเส้นไปแล้ว ก็ไม่อาจเรียกเป็นอื่นได้นอกจากเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย
“ตอนนี้ผมไม่มีผู้ช่วย ถ้าคุณจะให้เธอติดตามผมสัก 3 เดือนจะได้ไหม จากนั้นก็เป็นอันแล้วเลิกกันไป?” จางเซวียนเสนอหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
หูเหยาเหย่ายังไม่ได้เปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งของคฤหาสน์เก่าแก่ของหวูหยางจื่อ เพราะฉะนั้น หากเก็บเธอไว้ใกล้ตัวได้ ก็น่าจะมีโอกาสที่จะเค้นความลับนั้นได้สำเร็จ
“ผู้ช่วย?” เมื่อได้ยินคำนั้น หูเหยาเหย่าแทบลมจับ
ตัวเธอเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาว แต่จะต้องกลายเป็นผู้ช่วยเจ้าละอ่อนนี่?
ตลกละ!
ไม่มีทางที่ท่านอาจารย์ของฉันจะยอมตกลงหรอก
เพราะไม่อย่างนั้น เกียรติยศศักดิ์ศรีของอาจารย์จะเหลืออะไร?
ขณะที่หูเหยาเหย่าแสนจะแน่ใจว่าหัวหน้าเว่ยจะต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน ก็ได้เห็นนัยน์ตาของเธอเบิกโพลงขึ้นอย่างตื่นเต้น “นั่นถือเป็นเรื่องดีมากเลย! ฉันขอขอบคุณแทนเหยาเหย่าด้วย!”
ความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ของปรมาจารย์จางนั้นเรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าอัศจรรย์ หากหูเหยาเหย่าได้เป็นผู้ช่วยของเขาและได้ร่ำเรียนกับเขา แน่นอนว่าเธอจะต้องก้าวหน้าในวิชานี้ขึ้นอีกมาก
ถ้าจะพูดกันตามตรง แม้แต่เว่ยหรันเฉว่ก็ยังออกจะอิจฉาโอกาสที่หูเหยาเหย่าได้รับไม่ได้ แล้วเธอจะปฏิเสธข้อเสนอได้อย่างไร?
“ท่านอาจารย์!” เมื่อได้ยินคำนั้น หูเหยาเหย่าอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“พอได้แล้ว! ที่เธอได้รับโอกาสให้เป็นผู้ช่วยของปรมาจารย์จางนั้นก็ถือว่าบุญโขแล้วนะ นับจากวันนี้ไป ออกจากที่นี่ไปเสียและติดตามตามปรมาจารย์จาง ตั้งใจเรียนและประสบความสำเร็จกลับมาให้ได้ล่ะ!” เว่ยหรันเฉว่พูดแทรกคำอุทานของหูเหยาเหย่า
ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของอีกฝ่าย เธอมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจแทนลูกศิษย์ของเธอ
“ผู้ช่วย…” หูเหยาเหย่าพึมพำเสียงลอดไรฟันด้วยความท้อแท้ น้ำตาของเธอปริ่มๆจะไหลเต็มที
ท่านอาจารย์ยอมตกลงจริงๆ? เพราะอะไร? เป็นไปได้อย่างไรกัน?
เธอตั้งใจเชิญหมอนั่นมาเพื่อสั่งสอนบทเรียนและทำให้เขายอมจำนน แต่เหตุการณ์ได้พลิกผันไปอย่างพิสดารพันลึก จนสุดท้ายเธอกลับกลายต้องเป็นผู้ช่วยของเขาแทน!
บ้าบออะไรขนาดนี้!
“ขอบคุณมาก เว่ยน้อย!” เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกลง จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ปรมาจารย์จาง นี่คือตราสัญลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ของคุณ อ้อ, แล้วก็กรุณารับตราสัญลักษณ์ของฉันเอาไว้ด้วย ในสถาบันแห่งนี้มีกฎเกณฑ์มากมาย คุณอาจพบกับความไม่สะดวกในหลายๆด้าน แต่ตราสัญลักษณ์นี้จะทำให้คุณตัดปัญหาไปได้มาก!”
เว่ยหรันเฉว่ได้ยื่นคำร้องไปยังสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์สำนักงานใหญ่ทันทีที่เธอกลับไปเมื่อตอนบ่าย และใช้เวลาไม่นานก็ได้การยอมรับจากพวกเขา เมื่อได้ตราสัญลักษณ์ระดับ 6 ดาวสำหรับจางเซวียนแล้ว เธอก็รีบมาตามหาหูเหยาเหย่า เพื่อจะให้ฝ่ายนั้นมอบตราให้จางเซวียน ใครจะคิดว่ามาถึงปุ๊บก็จะได้เห็นภาพแบบนี้?
“ผมต้องขอขอบคุณ!” จางเซวียนพูดขณะรับตราสัญลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์และตราสัญลักษณ์ประจำตัวเว่ยหรันเฉว่จากมือของเธอ
ถ้าจะพูดกันตามตรง เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใจกว้างขนาดนั้น
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่รบกวนคุณแล้ว ขอตัว!” หลังจากสนทนากันอีกครู่หนึ่ง และตกลงกันเป็นมั่นเหมาะแล้วว่าหูเหยาเหย่าจะติดตามไปที่บ้านพักของเขาในวันพรุ่งนี้ จางเซวียนก็ออกจากกระท่อมนกกระจอกเวหาพร้อมกับหลัวฉีฉี
หลังจากทั้งคู่ออกไป หูเหยาเหย่าก็หันไปถามอาจารย์ของเธออย่างกระวนกระวาย “ท่านอาจารย์…นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เธอนึกไม่ถึงว่าอาจารย์ของเธอซึ่งเป็น 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์จะปล่อยให้ตัวเธอไปเป็นผู้ช่วยของเจ้าหนุ่มคนนั้นจริงๆ
“ความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ของจางเซวียนนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่ล้ำลึกจนน่าทึ่ง ถึงขนาดที่เขาเป็นอาจารย์ของฉันได้เลยทีเดียว ระบำผืนผ้าเมฆไหวที่เธอใช้ในการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวน่ะ เขาสามารถระบุข้อบกพร่องของมันได้ถึง 17 ข้อ และแก้ไขได้จนสมบูรณ์แบบ! นี่คือรายละเอียดที่ฉันแก้ไขปรับปรุงแล้วตามคำชี้แนะของเขา ดูเอาเองเถอะ แล้วเธอก็จะรู้ว่าเขาน่าทึ่งขนาดไหน!” เว่ยหรันเฉว่สะบัดข้อมือและหยิบหนังสือออกมา
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของจางเซวียนเกี่ยวกับข้อบกพร่องและวิธีแก้ไขแล้ว เธอก็รีบกลับมายังที่พักทันทีเพื่อประมวลรายละเอียดเหล่านั้นขึ้นเป็นหนังสือ และระหว่างนั้นก็ได้รับความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์เพิ่มขึ้นอีกมาก
จึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เธอจะยำเกรงในตัวชายหนุ่มผู้มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนระบำผืนผ้าเมฆไหวได้อย่างแสนจะชาญฉลาด ถ้าหูเหยาเหย่าได้ร่ายรำตามรูปแบบที่จางเซวียนดัดแปลงไว้ในการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวของเธอ เธอคงไม่ใช่แค่ดึงดูดเพียงนกกระจอกเวหา 2-3 ตัว แต่อาจจะทำให้มังกรสวรรค์ถึงกับคลั่งไคล้ได้ทีเดียว
เมื่อคิดได้ เธอก็รีบรุดมาที่กระท่อมนกกระจอกเวหาเพื่อจะสั่งการให้หูเหยาเหย่านำตราสัญลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไปมอบให้จางเซวียนแทนตัวเธอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั้งคู่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกันมากขึ้น และอีกฝ่ายจะได้สั่งสอนลูกศิษย์ของเธอให้รู้จักถ่อมตัวและจำใส่ใจว่ายังมีขุนเขาที่สูงกว่าตัวเองอยู่เสมอ
แต่ใครจะคิดว่าลงท้าย เธอจะได้เห็นทั้งคู่กำลังต่อสู้กันทันทีที่มาถึงกระท่อมนกกระจอกเวหา ในเมื่อไม่มีทางจะรู้ได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เธอจึงตัดสินใจที่จะเข้าข้างจางเซวียนและส่งหูเหยาเหย่าไปเป็นผู้ช่วยของเขา
แม้หูเหยาเหย่าจะไม่พอใจอยู่บ้างที่ต้องไปเป็นผู้ช่วยของอีกฝ่าย แต่ตราบใดที่เธอตั้งใจเล่าเรียน และขยันฝึกฝน เธอก็อาจผ่านการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาวได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจไปไกลกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ
“เขาปรับเปลี่ยนระบำผืนผ้าเมฆไหว? มันมีข้อบกพร่องด้วยหรือ?” หูเหยาเหย่าถามอย่างไม่อยากเชื่อ
ศิลปะการร่ายรำนี้ตกทอดกันมาเนิ่นนานนับปีไม่ถ้วน และแม้จะได้ฝึกฝนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เธอก็ยังไม่พบอะไรที่ดูจะผิดปกติเลย แต่ท่านอาจารย์ของเธอกลับบอกว่าหมอนั่นระบุข้อบกพร่องได้ถึง 17 ข้อ?
ด้วยความสงสัย หูเหยาเหย่าพลิกหนังสือและตั้งต้นอ่าน เพียงครู่ต่อมาเธอก็ดื่มด่ำไปกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้น
ท่าทีไม่แยแสของเธอเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียด ใบหน้าก็ซีดเผือดลงเรื่อยๆขณะที่พลิกดูไปทีละหน้า
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาว แม้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ของเธอจะยังไม่เทียบเท่ากับหัวหน้าเว่ยหรันเฉว่ แต่ก็เรียกได้ว่าพอตัว
ในหนังสือเล่มนั้น ท่านอาจารย์ของเธอได้ระบุข้อบกพร่องไว้อย่างชัดเจน รวมถึงบอกวิธีการปรับปรุงแก้ไขในแต่ละข้อไว้ด้วย ในฐานะผู้ฝึกฝนระบำผืนผ้าเมฆไหวจนช่ำชอง เธอสามารถบอกได้อย่างรวดเร็วว่าข้อวิเคราะห์เหล่านั้นไม่มีอะไรผิดพลาดเลย
“ท่านอาจารย์…เขาเป็นผู้ปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองจริงๆหรือ?” หลังจากนิ่งอึ้งกันไปครู่หนึ่ง หูเหยาเหย่ากลืนน้ำลายก่อนจะหันไปมองหน้าอาจารย์ของเธอ
“ใช่” เว่ยหรันเฉว่ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หากเธอไม่ได้เห็นกับตา ก็คงยากที่จะเชื่อเช่นกัน
การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเธอกับเขาทำให้เธอเชื่อว่าอีกฝ่ายมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์จริงๆ
“เอ่อ…” เมื่อได้ยินคำยืนยันเป็นมั่นเหมาะจากท่านอาจารย์ หูเหยาเหย่าก็พลันนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ เธอก็ถูกจางเซวียนโจมตีจิตวิญญาณ จนทำให้เธออยู่ในสภาพเวียนหัวและเกือบไม่ได้สติไปครู่หนึ่ง
ซึ่งในตอนนั้นหมอนั่นไม่ได้ร่ายรำอะไรเลยด้วยซ้ำ…พูดง่ายๆก็คือ เขาได้เปลี่ยนท่วงท่าธรรมดาสามัญให้กลายเป็นศาสตร์แห่งนาฏศิลป์!
แม้แต่ท่านอาจารย์ของเธอยังทำแบบนั้นไม่ได้เลย!
“เอาล่ะ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและรับใช้ปรมาจารย์จางให้ดี นี่เป็นโอกาสที่มีค่ามากนะ อย่าทำให้สูญเปล่าล่ะ!” รู้ดีว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าลูกศิษย์ของเธอจะยอมรับ เว่ยหรันเฉว่จึงให้คำแนะนำก่อนจะออกจากกระท่อมนกกระจอกเวหาไป เพื่อปล่อยให้หูเหยาเหย่าได้มีเวลาใคร่ครวญ
หูเหยาเหย่าเป็นอัจฉริยะผู้มีความปราดเปรื่องอย่างน่าอัศจรรย์ในเรื่องศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ ซึ่งสิ่งนั้นทำให้เธอภาคภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างมาก บางที การได้พบกับผู้ที่เหนือกว่าในครั้งนี้จะทำให้เธอเติบโตขึ้นและเป็นปรมาจารย์ด้านนาฏศิลป์ได้
หลังจากท่านอาจารย์ออกไปแล้ว หูเหยาเหย่าก็หันมามองหนังสือฉบับปรับปรุงแล้วอีกครั้งหนึ่ง และอีกครู่ต่อมาเธอก็เริ่มร่ายรำ
เธออยากจะทดลองกับตัวเองว่าเคล็ดวิชาฉบับปรับปรุงแล้วนี้เหมาะสมกับการฝึกฝนจริงๆหรือไม่
ขณะที่เรือนร่างของเธอร่ายรำอย่างสง่างามไปรอบๆห้อง ก็ราวกับมีมวลดอกไม้เบ่งบานไปทั่ว ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไปทั่วบริเวณนั้น
เมื่อฝูงปลาคาร์ฟที่อยู่ในลานบ้านได้กลิ่นหอมนั้น พวกมันก็ถึงกับจังงังและ จ๋อม! จ๋อม! มันดำลงไปที่ก้นสระ ส่วนบรรดาไม้ดอกที่อยู่ในบ้านพักก็พากันส่ายไหวด้วยความรื่นรมย์ใจในกลิ่นนั้น กลีบของพวกมันปลิวไปตามสายลมโชยอ่อน
หากมีมนุษย์สักคนอยู่ในกระท่อมนั้น คงจะต้องตกอยู่ในสภาวะจังงังไปเช่นกัน ต่อให้นักรบระดับกึ่งเซียนก็ต้านทานไม่ไหว
ครู่ต่อมา การร่ายรำนั้นก็สิ้นสุดลง
เมื่อหูเหยาเหย่าหยุดร่ายรำ ทุกสิ่งก็หยุดนิ่งและกลับสู่สภาพปกติ แต่เธอยังคงยืนจังงังราวกับตกตะลึงอยู่ไม่น้อยกับการร่ายรำของตัวเอง
ในตอนนี้ ความคิดเดียวที่อยู่ในหัวของเธอก็คือ นี่แหละคือศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ที่แท้จริง!
ทุกสิ่งที่เธอได้ร่ำเรียนมาล้วนแต่ไม่ใกล้เคียงกับสิ่งนี้เลย!
หูเหยาเหย่าน้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
“นี่เรา…ร้องไห้หรือ?” หูเหยาเหย่าพึมพำอย่างประหลาดใจขณะที่ยกมือขึ้นปาดน้ำตา
แม้ก่อนหน้านี้เธอจะสามารถดึงประสิทธิภาพของระบำผืนผ้าเมฆไหวออกมาได้ไม่น้อย แต่เธอก็พลาดแก่นแท้ของศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ไปหลายอย่าง ทำให้ยังห่างไกลนักที่จะเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
แต่ว่าตอนนี้ เธอรู้สึกราวกับว่าศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเธอไปแล้ว
สิ่งที่เธอเคยทำมาก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าเป็นเพียงการเลียนแบบรูปแบบของศาสตร์แห่งนาฏศิลป์เท่านั้น ไม่ได้ใกล้เคียงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของมันเลย
ในชั่วขณะนี้เท่านั้นที่เธอแน่ใจว่า สุดท้ายเธอก็เข้าใจแก่นแท้ของมัน
“แล้ว…เขาต้องมีความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ลึกซึ้งขนาดไหนกัน ถึงสามารถปรับเปลี่ยนระบำผืนผ้าเมฆไหวได้ขนาดนี้” หูเหยาเหย่าอดถอนหายใจและพึมพำไม่ได้
“หัวหน้าแก๊งตงซิน, เชวเจินหยาง และหลงชางเยว่มาขอพบ!”
ขณะที่หูเหยาเหย่ากำลังดำดิ่งอยู่ในความคิดของเธอ ซินหรูก็เดินเข้ามารายงาน
“พาพวกเขาเข้ามา!” หูเหยาเหย่าตอบ
เธอคิดว่าคืนนี้จะต้องจัดการจางเซวียนได้อยู่หมัดแน่ จึงได้เชิญคนเหล่านี้มาเพื่อชื่นชมผลงานของตัวเอง
ใครจะไปคิดว่ามีคนที่อยู่หมัดจริงๆ…แต่กลับเป็นตัวเธอเสียนี่
“เป็นอย่างไรบ้าง? จางเซวียนอยู่ไหนล่ะ? คุณจัดการกับเขาอย่างไร?” ทันทีที่ทั้งกลุ่มเข้ามาในห้อง เชวเจินหยางก็รีบตั้งคำถาม
“จริงด้วย บอกพวกเรามาสิว่าคุณสั่งสอนบทเรียนให้เขาอย่างไร ใช้กำลัง หรือใช้เสน่ห์ยั่วยวน?” หลงชางเยว่เสริม
ในมุมมองของพวกเขา เมื่อหูเหยาเหย่าประกาศชัดเจนว่าเธอจะลงมือทำอะไร ก็แน่นอนว่าต้องทำสำเร็จ และความสามารถในด้านนี้ของเธอก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่เล่นๆ
ซึ่งถ้าจะพูดกันตามตรง แม้แต่พวกเขาก็ออกจะกริ่งเกรงอยู่หากจะต้องมีเรื่องกับเธอ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้รู้แล้วว่าเธอใช้วิธีการอันเหี้ยมโหดอย่างไรในการรับมือกับศัตรู
“ฉันสั่งสอนบทเรียนให้เขาอย่างไรน่ะหรือ?”
หูเหยาเหย่าหันขวับมา และโค้งคำนับเล็กน้อยให้ทั้งกลุ่ม “ผู้ช่วยส่วนตัวของจางเซวียน, หูเหยาเหย่า, ขอต้อนรับพวกคุณ!”



